เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 338 : ตามล่านักรบ​ระดับปรมาจารย์อาณาเขต!

บทที่ 338 : ตามล่านักรบ​ระดับปรมาจารย์อาณาเขต!

บทที่ 338 : ตามล่านักรบ​ระดับปรมาจารย์อาณาเขต!


บทที่ 338 : ตามล่านักรบ​ระดับปรมาจารย์อาณาเขต!

[คะเเนนคุณสมบัติ: 1.5 ล้านล้าน (+1.3 ล้านล้าน)]​

"ครั้งนี้คะเเนนคุณสมบัติเราเพิ่มขึ้นทีเดียว 1.3 ล้านล้านคะแนน​!"

ชูโจวมองไปที่คะเเนนคุณสมบัติใหม่บนหน้าต่างคุณสมบัติด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุข

"ด้วยคะเเนนคุณสมบัติมากขนาดนี้…เราน่าจะสามารถหลอมรวมศาสตร์ลึกลับระดับความสมบูรณ์เเบบได้สองถึงสามอัน, อย่างเช่นศาสตร์ลึกลับหมัดต้นกําเนิดระดับความสมบูรณ์เเบบ, ศาสตร์ลึกลับเลือดเดือดระดับความสมบูรณ์เเบบ, ศาสตร์ลึกลับคมดาบระดับความสมบูรณ์เเบบ"

"ฉันอย่างรู้จริงๆ ว่าถ้าฉันรวมศาสตร์ลึกลับระดับความสมบูรณ์เเบบทั้งสามอันเข้าด้วยกัน….มันจะแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดไหน!"

สายตาของชูโจวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ทันทีที่เขาตัดสินใจได้เช่นนั้น เขาก็หันมามองสมบัติที่เขาได้รับจากกลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้ง 1,300 คนในพื้นที่​ช่องว่าง​ภายใน​ของเขา

เมื่อเห็นพวกมัน, ชูโจวก็อดไม่ได้ที่จะดีใจอีกครั้ง

หากเขาขายสมบัติทั้งหมดนี้ได้ เงินในบัญชีของเขาก็จะพุ่งทยานขึ้นอีกครั้ง

นี่เป็นวันที่สองหลังจากที่เขามาถึงดาวเบต้า

และในสองวันที่ผ่านมานี้เขาก็เห็นความสำคัญของเงินเป็นอย่างดี

หากมีเงินเขาสามารถที่จะซื้ออาวุธ และอุปกรณ์, ศาสตร์ลึกลับ ทรัพยากรในการฝึกฝน, และยานอวกาศที่ดีขึ้นได้

และตราบใดที่เขามีเงินมาพอแม้แต่ทาสที่อยู่ในระดับปรมาจารย์อาณาเขตเขาก็สามารถซื้อได้

สั้นๆ คือเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!

…..

เเละในตอนนี้เองอัลเมอร์สก็บินเข้ามาหาชูโจวเเละทักทาย​ด้วยรอยยิ้ม

"ตั้งแต่ตอนที่ฉันได้ยินถึง 'พรสวรรค์ขั้นสูงสุด​' มาที่ดาวเบต้าของเรา ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณ​จะต้องแสดงความพิเศษ​ออกมาได้..."

"แต่ไม่คิดเลยว่าคุณ​จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ จัดการนักรบระดับดวงดาวได้ราวกับตัดหญ้า…..มันอดไม่ได้ที่จะทำให้ฉันรู้สึกอับอายจริง ๆ ทั้งที่ฉันฝึกมานับ 10,000 ปีแต่ฉันกลับยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์อาณาเขตเลย"

"ท่านเจ้าเมืองก็พูดเกินไป!" ชูโจวกล่าวออกอย่างถ่อมตัว

"ในห้วงจักรวาลนี้มีอัจฉริยะอยู่เต็ม​ไปหมด​….เเค่พลังของฉันจะนับเป็นอะไรได้ "

"หากฉันต้องเผชิญหน้ากับมาสเตอร์เฮอิเล….แค่การโจมตีเดียว​ของเบา, ผมไม่คิดว่าผมจะรอดออกมากได้ "

อัลเมอร์สขำออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของชูโจว "คุณ​ยังเป็นเพียงแค่นักรบระดับเก้าดวงดาว คุณจะเปรียบตัวเองกับมาสเตอร์เฮอิเลได้ยังไงกัน อยากกดดันตัวเองแบบนั้น "

"แถมมาสเตอร์เฮอิเลยังไม่ใช่แค่นักรบระดับปรมาจารย์อาณาเขตทั่วๆไป เขาเป็นถึงนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาว เขาเป็นคนระดับสูงในหมู่คนระดับสูง..."

"แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ด้วยพรสวรรค์ของคุณ, หลังจากที่คุณก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์อาณาเขต….คุณเองก็ต้องมีโอกาสที่จะเป็นนักท่องอวกาศเหมือนกับมาสเตอร์เฮอิเลได้เเน่ๆ"

ชูโจวอยู่พูดคุยกับอัลเมอร์สอยู่พักนึง …หลังจากที่เวลาผ่านไปทั้งสองฝั่งก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น

ชูโจวเลยเลิกเรียกอีกฝ่ายว่าเจ้าเมืองแต่เปลี่ยนมาเรียกด้วยชื่อจริงแทน

……

ณ ขณะนี้​

นักรบระดับเก้าดวงดาวคนอื่นๆในเมืองเบต้าต่างบินเข้ามาหาอัลเมอร์ส

เเละหลังจากที่เห็นชูโจวพูดคุยและหัวเราะอยู่กับอัลเมอร์ส แต่ละคนต่างอดสงสัยไม่ได้ถึงฐานะของชูโจว

"ชูโจวคุณอย่างให้ฉันแนะนำคุณกับนักรบระดับเก้าดวงดาวคนอื่นในเมืองเบต้าไหม?"

"ในเมื่อคุณอาศัยอยู่ในดาวเบต้า การรู้จักคนเพิ่มขึ้นย่อมดีกว่า...ยิ่งกว่านั้นการรู้จักคนพวกนี้เวลานายต้องการอะไรในเมืองเบต้าก็จะยิ่งง่ายขึ้น!"

อัลเมอร์สมองนักรบระดับเก้าดวงดาวคนอื่นในเมืองเบต้าที่บินเข้ามาและกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ชูโจวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะทำความรู้จักกับนักรบ​ระดับเก้าดวงดาวคนอื่น ๆ

เพราะไม่ว่าจะที่ไหนนั้น การต่อสู้คนด้วยตัวคนเดียวย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

ผลประโยชน์ของการรู้จักคนเยอะนั้นก็ชัดเจนเช่นกัน

แต่!

ตอนนี้นั้นเขายังมีเรื่องอื่นที่เขาต้องรีบจัดการอยู่อีก

หลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่ครู่เขาก็กล่าวขึ้นว่า

"การต่อสู้เมื่อกี้ทำให้ฉันเข้าใจอะไรบ้างอย่างได้….ฉันต้องกลับไปเพนดากอนวิลล่าเพื่อทำความเข้าใจเพิ่ม..."

"...เพราะงั้นอัลเมอร์ส ในอีกสองถึงสามวันช่วยแนะนำฉันอีกรอบแทนได้ไหม"

เมื่ออัลเมอร์สได้ยินแบบนั้นสายตาเขาก็เปลี่ยนเป็นอิจฉา เขาเองก็ร่วมการต่อสู้เหมือนกัน เขาเองก็เป็นตัวเอกของการสู้เหมือนกัน

แต่ว่าเขากลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย

"การทำความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญกว่าจริง ๆ เพราะงั้นคุณกลับไปก่อนเถอะ ในอีกสองถึงสามวันฉันจะจัดงานเลี้ยงและเชิญนักรบ​ระดับเก้าดวงดาวคนอื่น ๆ ของดาวเบต้ามาทำความรู้จักด้วย" อัลเมอร์สกล่าวขึ้น

"ขอบคุณมาก! ฉันจะไม่พลาดแน่นอน!"

ชูโจวยิ้มและพยักหน้า ก่อนที่จะกลายเป็นภาพติดตาและพุ่งทางเเพนดากอนวิลล่า

หลังจากที่ชูโจวกลับมาถึงเเพนดากอนวิลล่า เขาไม่ทำความเข้าใจอะไรเพียงแค่บอกดราก้อนและคนอื่นว่าเขาจะออกไปข้างนอกซักพัก ก่อนที่จะพุ่งหายออกไป

……..

500 ล้านกิโลเมตรห่างไปจากดาวเบต้า

บนดาวที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเบต้า

แต่ว่า, บนดาวดวงนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่น …..เพราะดาวดวงนี้นั้นปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งทั่วทั้งดาว

ในขณะนี้, ในหุบเขาที่เก็บไปด้วยหิมะ มีกลุ่มดาวต้นกำเนิด​ขนาดราวหนึ่งเอเคอร์กำลังส่องแสงเเละลอยตัว​อยู่​

นอกจากนี้มันยังมีเศษชิ้นเนื้อจำนวนนับไม่ถ้วนที่มีขนาดเท่าเม็ดข้าวที่ลอยอยู่ในกลุ่มดาวด้วยเช่นกัน

"นิกริชไอ้คนไร้ประโยชน์นั้น ขนาดคู่ต่อสู้จ้างนักท่องอวกาศมามันยังไม่รู้อะไรเลย... หากเจ้านั้นรอดมาได้, ฉันจะทำให้มันรู้ว่าการตายทั้งเป็นคืออะไร..."

เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกธรดังก้องออกมาจากกลุ่มดาวต้นกำเนิด​

ทันใดนั้นคอมพิวเตอร์โฟตอนก็ได้พุ่งออกมาจากแหวนมิติในเศษเนื้อ

หลังจากนั้นม่านแสงหน้าต่างสนทนาก็ปรากฏขึ้นจากคอมพิวเตอร์โฟตอน

ในม่านแสงหน้าต่างสนทนาชายแก่ผิวสีเขียว และมีดวงตาสีเลือดที่น่าเกรงขามก็ได้โผล่ขึ้นมา

"เกิดอะไรขึ้นกับนายกัน? ทำไมร่างกายของนายถึงได้ถูกทำลายจนอยู่ในสภาพนี้ได้กัน? ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มดาวต้นกำเนิด​ของนายเองก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ด้วยเหมือนกัน!"

ชายแก่ในม่านแสงหน้าต่างสนทนาค่อยๆ ขมวดคิ้วหลังจากเห็นบรู๊คที่กลายเป็นเศษเนื้อในกลุ่มดาวต้นกำเนิด​

"เรียนผู้นำตระกูล แผนการ​ล้มเหลว! น้องชายของนิกริชจ้างนักท่องอวกาศระดับหนึ่งดาวมา ผมไม่สามารถสู้ได้เลย…..แถมผมยังเกือบโดนหมอนั่นจัดการด้วย"

เสียงของบรู๊คดังออกมาจากความว่างเปล่า

"อะไรนะ? อีกฝ่ายถึงขั้นจ้างนักท่องอวกาศหนึ่งดาวมาเลยงั้นหรอ?" สีหน้าของชายแก่ในม่านแสงหน้าต่างสนทนาเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้ยินเช่นนั้น

ก่อนที่จะหล่าวขึ้นว่า "ในเมื่ออีกฝ่ายจ้างนักท่องอวกาศหนึ่งดาว ถ้าอย่างนั้นแผนเราจะล้มเหลวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก "

"นายเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์อาณาเขตขั้นแรกได้พันปีเท่านั้น พูดตามจริงนายยังถือว่าเป็นแค่มือใหม่ในระดับปรมาจารย์อาณาเขต การที่จะหมดทางสู้กับนักท่องอวกาศนั้นก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน "

"แค่รอดมาได้ก็โชคดีมากแล้ว"

แต่หลังจากที่พูดจบชายแก่ในม่านแสงหน้าต่างสนทนาก็พูดขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงที่ผสมไปด้วยจิตสังหาร

"ไอ้ขยะนิกริชนั่น ตอนแรกฉันคิดว่าไอ้เกมแย่งอำนาจนี่จะมีค่าอยู่บ้าง หลังจากที่เราช่วยมันคุมอำนาจในดาวเบต้า และให้มันส่งรายได้ให้ตระกูลแทลอนของเราทุกๆปี... แต่ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะคาดการณ์ผิดขนาดนี้"

"แต่ดีแล้วที่นายรอดออกมาได้ ไม่อย่างงั้นครั้งนี้ตระกูลแทลอนของเราจะสูญเสียมาก ๆ แน่นอน"

บรู๊คเองก็เกลียดนิกริชมากๆเช่นกัน….หากไม่ใช่เพราะหมอนั่นขอความช่วยเหลือจะมีหรอที่เขาเอาตัวมาเกี่ยว และมาตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้?

"ผู้นำตระกูลครั้งนี้ผมบาดเจ็บสาหัส​มาก….ผมคงต้องพักรักษาตัวและซ่อมแซมร่างกายที่นี่ราวครึ่งเดือนก่อนที่จะกลับตระกูลได้" บรู๊คพูดขึ้น

"รักษาตัวเองให้เต็มที่เลยฉันจะให้โคลกับอลิซาไปปกป้องนาย" ชายแก่กล่าวขึ้น

"ขอบคุณครับผู้นำตระกูล" เมื่อเขาได้ยินมาว่าผู้นำตระกูลจะส่งพี่ใหญ่โคล และพี่สองอลิซามาช่วยป้องกันเขานั้น บรู๊คก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ด้วยการปกป้องจากทั้งโคลและอลิซา ความปลอดภัยของเขาก็เพิ่มมากขึ้นอีก

ตอนนี้นั้นเขาอ่อนแอมาก เพราะเขาถูกทำร้ายอย่างหนัก ในตอนนี้นั้นพลังของเขาไม่ถึงหนึ่งในหมื่นของพลังที่เขาเคยมีด้วยซ้ำ โดยสถานการณ์แบบนี้นั้นหากเขาต้องเจอระดับปรมาจารย์อาณาเขตคนอื่นเขาจะตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง

โชคดีที่พี่ใหญ่โคล และพี่สองอลิซากำลังมา เขาเพิ่งแค่ต้องเอาตัวรอดในช่วงวันถึงสองวันนี้เท่านั้น

ในตอนที่บรู๊ค ถอนหายใจออกมานั้นเขากลับรู้สึกได้ว่าท้องฟ้ากำลังมืดลง เหนือนทุ่งหิมะนั้นได้มีห้วงอวกาศที่เก่าแก่อันไร้ที่สิ้นสุดโผล่ออกมา แสงดาวนับไม่ถ้วนส่องประกายออกมาจากมุมของห้วงอวกาศด้วยการเคลื่อนที่ที่ยากจะคาดเดา

และตรงกลางของห้วงอวกาศที่เก่าแก่นี้นั้นมาร่างของใครบางคนที่ลอยอยู่ด้วยปีกสีเงินแปดปีก

"ใครกัน?" บรู๊คกล่าวขึ้นด้วยความตื่นตระหนก​

แต่คำตอบที่เขาได้คือลำแสงดวงดาวที่ราวกับพุ่งออกมาจากสวรรค์และทะลุมิติลงมา

"ตูม——"

ทันใดนั้นทุ่งหิมะและหุบเขาในบริเวณรอบๆ ก็ได้ถูกลำแสงดวงดาว​นี้ทำลายจนกลายเป็นหลุมลึกกว้างขนาดใหญ่หลายร้อยกิโลเมตร

กลุ่มดาวต้นกำเนิด​ที่มีหน้าที่ในการป้องกันเศษเนื้อของบรู๊คนั้นถูกลำแสงโจมตีเข้ามโดยตรง

คอมพิวเตอร์โฟตอนของเขาถูกเผาเป็นเศษฝุ่นในพริบตา

ด้วยพลังงานมหาศาลที่ประกอบไปกับพลังกฎเเห่งมิติ, มันได้พุ่งเข้ามาทำลายยเศษชิ้นส่วนของบรู๊ค และเปลี่ยนให้ชิ้นส่วนจำนวนนับไม่ถ้วนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

"แกเป็นใครกัน? ฉันจะไม่ปล่อยให้แกรอดไปได้แน่ๆ!"

บรู๊คคำรามโดยความเศร้า เศษชิ้นส่วนมากมายของเขาได้หายไปต่อหน้…..แสงของกลุ่มดาวต้นกำเนิด​ที่ป้องกันเขาไว้ก็ยิ่งมืดลงไปอีก

แต่น่าเสียดายที่คำถามของเขานั้นไม่ได้รับคำตอบกลับมา

และมิติบริเวณนั้นกลับบิดเบือนมากยิ่งขึ้นและรอยแตกที่น่ากลัวก็ได้ปรากฏขึ้นมา

มิติในบริเวณนั้นค่อยๆแตกสลายและกลับมารวมตัวกันใหม่เรื่อยๆ

ตอนนี้เองที่บรู๊คถูกโจมตีอีกครั้งและเปลี่ยนให้เศษชิ้นส่วนที่เหลือของเขาให้ค่อยๆกลายเป็นหมอกเลือดด

ที่แย่ไปกว่านั้นคือกลุ่มดาวของเขาเองก็ได้รับความเสียดายด้วยเช่นกัน

ตอนนี้เองที่บรู๊คสามารถสัมผัสได้ถึงความตายที่เข้าใกล้เข้ามา

"ถ้าแกต้องการจะฆ่าบรู๊คผู้นี้ ฉันก็จะลากแกไปด้วย!"

บรู๊คคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เศษเนื้อของเขากลายเป็นไอหมอกเลือดและกลุ่มดาวที่กำลังหมดแสงกลับเข้ามารวมตัวกันเป็นดาบสีเลือดที่พุ่งเข้าไปฟันร่างแปดปีกที่ลอยอยู่

อย่างไร​ก็ตาม, ​ก่อนที่ดาบสีเลือดจะได้ฟันร่างแปดปีกนั้น

ร่างแปดปีกก็ได้ทำการพับมิติตรงหน้าเขา

ดาบสีเลือดได้ตัดผ่านมิติจำนวน​นับไม่ถ้วน

เเต่หลังจากที่มันตัดผ่านมิตินับร้อย…..ในที่สุดมันก็หมดพลังเเละมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างแปดปีก

ตอนนี้ดาบสีแดงไม่หลงเหลือพลังอะไรอยู่แล้ว, และมันถูกป้องกันได้ง่ายๆด้วยโล่อวกาศ​

"ศาสตร์ลึกลับอวกาศ​และปีกสีเงินแปดปีก..." บรู๊คมองไปที่ร่างของชูโจวหลังโล่อวกาศ​ และนึกถึงข้อมูลในส่วนลึกของความทรงจำของเขา

"แก….แกมันร่างทดลองจากโลกงั้นหรอ?" เขาพูดขึ้นด้วยความตกตะลึง​

อย่างไร​ก็ตาม, คำตอบที่เขาได้รับคือหลุมดำที่น่าสะพรึงกลัว

หลุมดำนี้ได้ดูดกลืนทุกชิ้นส่วนของบรู๊ค และรวมไปถึงกลุ่มดาวต้นกำเนิด​ที่ปกป้องเขาอยู่อีกด้วย

……………..

จบบทที่ บทที่ 338 : ตามล่านักรบ​ระดับปรมาจารย์อาณาเขต!

คัดลอกลิงก์แล้ว