เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 : ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!

บทที่ 67 : ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!

บทที่ 67 : ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!


บทที่ 67 : ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!

"เพื่อนร่วมชั้น​มัธยมปลาย? , ฉันเกรงว่าจะไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้น​มัธยมปลายธรรมดาๆนะ…… ไม่อย่างนั้นเฉียนเฉียนของเราคงจะไม่รีบออกไปโดยไม่แม้แต่จะบอกอะไรเลย" ฉีหยานมองไปที่หลิวเฉียน​ๆ​ด้วยรอยยิ้ม

“ฉีหยาน เธอหยุดพูดเลยนะ” หลิวเฉียนๆหน้าแดงและแอบชำเลืองมองชูโจว, เเต่เมื่อเห็นว่าชูโจวไม่ได้ตอบสนองอะไร, เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ด้านหยางซิน, เธอมองที่ชูโจวพร้อมกับเลิกคิ้ว “นายชื่อชูโจวสินะ… เฉียนเฉียนบอกว่านายเป็นเพื่อนมัธยมปลายของเธอ ดังนั้นนายก็น่าจะมาจากเจียงเฉิงเหมือนกัน” หยานซินมองไปที่ชูโจวยิ้มๆและพูดเบาๆว่า

"ฉันไม่ได้ว่านายนะ……เเต่เจียงเฉิงเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ทำให้มันยากที่จะมีผู้มีพรสวรรค์เกิดขึ้นมา"

"ฉันเห็นได้ชัดเจนว่าเฉียนๆมีความประทับใจในตัวนายมาก, แต่นายอาจจะไม่รู้ว่าเฉียนๆเป็นที่นิยมแค่ไหนในมหาวิทยาลัย​ของเรา…… ดังนั้นถ้านายต้องการไล่ตามเฉียนๆในตอนนี้, นายคงต้องเข้าคิวต่อจากพวกอัจฉริยะ​เเละลูกหลานตระกูล​ใหญ่​ในเมืองกวางตุ้ง….เเถมคิวอาจจะยาวหน่อย, เเต่ถ้าหากนายชอบเฉียนๆของเราจริงๆ นายก็ต้องพยายาม​ทำงานหนักด้วยนะ" หยางซินพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“เอ่อ….. พวกเธออาจจะเข้าใจอะไรผิด, ฉันกับเฉียนเฉียนเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันเท่านั้น​”

"นอกจากนี้ ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​ ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร…….. แม้ว่าเจียงเฉิงจะเป็นเพียงเมืองรอง แต่ก็มีโอกาศที่จะมีผู้มีอำนาจ​อันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นมา, ดังนั้น​ฉันหวังว่าในอนาคต​เธอจะระวังเรื่องนี้ไว้ด้วยนะ” ชูโจวตอบสนองค่อคำพูดของหยางซินอย่างใจเย็น

“หยางซิน ถ้าเธอพูดแบบนั้นอีก, ฉันจะโกรธเเล้วนะ” หลิวเฉียน​ๆ​จ้องมองที่อยางซินด้วยความโกรธ, เเต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกสูญเสียอีกครั้ง

…….

หยางซิน และ ฉีหยาน, อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันเมื่อเห็นปฏิกิริยาของชูโจวและหลิวเฉียนๆ..……. ปรากฎว่าไม่ใช่ชูโจวที่ชิบหลิวเฉียนๆ, แต่เป็นหลิวเฉียนๆต่างหากที่ชอบชูโจวอยู่​ฝ่ายเดียว

ยิ่งกว่านั้น ชายคนนี้นั้นหยิ่งมาก, ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​ ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร….. คำเหล่านี้กล้าได้กล้าเสียมาก, เขาคิดว่าตัวเองเป็นมังกรหรืออย่างไร​?

หลังจากเข้าใจในความสัมพันธ์​ของชูโจวและหลิวเฉียนๆแล้ว, หยานซิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก, เเต่ทั้งคู่​กลับเริ่มสงสัยในตัวชูโ​จว​เเทน

คุณรู้ไหมว่าหลิวเฉียนๆ, เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่​คนนั้น….. ดังนั้นเธอจะมีอนาคตที่สดใสรอ​อยู่​และผู้ชายส่วนใหญ่อาจจะไม่คู่ควร​กับเธอ……ดังนั้นมันต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆที่ทำให้หลิวเฉียนๆชอบชูโจวมากขนาดนี้

หยางซิงและฉีหยานที่กำลังจะถามรายละเอียด​ของชูโจวจากหลิวเฉียนๆ….. เเต่ทันใดนั้นเอง, ก็มีเด็กชายสองคนเดินเข้ามา

ในหมู่พวกเขาสองคน, เด็กหนุ่มรูปร่างสูงและหล่อเหลาที่เห็นชูโจวยืนอยู่ข้างๆ หลิวเฉียนๆ….สีหน้าของเขาหม่นลงเล็กน้อย

"เฉียนเฉียน, หยางซิน, ฉีหยาน….นี่ใครหรือ?" เกาไป่เฉิงถามด้วยรอยยิ้ม

"เกาไปเฉิง, เราไม่ได้สนิท​กัน​ขนาด​นั้น​, โปรดเรียกฉันว่าหลิวเฉียนๆด้วย" หลิวเฉียนๆกล่าวอย่างไม่มีความสุข

ใบหน้าของเกาไปเฉิงชาเล็กน้อย แต่เขายังคงยิ้มและพูดว่า "เฉียน​ๆ, เธอยังจะปฏิเสธ​ฉันอยู่อีกหรอ"

หลิวเฉียนๆมองอย่างเย็นชาและไม่พูดอีก, เกาไป่เฉิงต้องการจีบเธอและเธอก็รู……. แต่เธอไม่ได้ชอบเขาเลย, ผู้ชายคนนี้เหมือนน้ำตาลทรายแดงที่ห้อยต่องแต่งต่อตาเธอเสมอ, ซึ่งมันทำให้เธอรำคาญมาก

เกาไป่เฉิง, รู้สึกเสียหน้ามากเมื่อเห็นการแสดงออกของหลิวเฉียน​ๆ…… นี่ถ้าไม่ใช่เพราะหลิวเฉียนๆมีอาจารย์​ที่ยิ่งใหญ่, เขาเกาไป่เฉิงจะดึงตัวเองออกมาไล่ตามเธอได้อย่างไร

เขาเป็นลูกชายของตระกูล​ใหญ่ในเมืองฐานกวางตุ้ง และเขาก็ได้เลื่อนขั้น​เป็นนักรบเเล้ว, ดังนั้นจะขาดผู้หญิงได้ยังไง?

"เกาไป่เฉิง, ชื่อของเขาคือชูโจวและเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของเฉียน​ๆ" ในที่สุดก็เป็นฉีหยานที่พูดออกมา

เมื่อได้ยินว่าชูโจวเป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของหลิวเฉียน​ๆ, การแสดงออกของเกาไป่เฉิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าหลิวเฉียนๆนั้นมาจากเมืองรองเจียงเฉิง, ดังนั้น​ในฐานะเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ชูโจว​ก็​น่าจะมาจากเจียงเฉิงเช่นกัน​

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้, เกาไป่เฉิงก็รู้สึกโล่งใจทันที "พี่ชาย….. ดูเหมือนเฉียนๆจะให้ความสำคัญกับนายมาก, เเต่ทำไมนายดูอ่อนแอขนาดนี้ได้…….นายใช้กลอุบายบางอย่างเพื่อหลอกเฉียนๆหรือไม่" เกาไปเฉิงมองไปที่ชูโจวด้วยรอยยิ้มและพูดอย่างมุ่งร้าย, เขาเชื่ออย่างหนักแน่นว่าพื้นที่เล็กๆอย่างเจียงเฉิงไม่สามารถสร้างผู้มีพรสวรรค์ได้เลยและชูโจวซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของหลิวเฉียนๆก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน

…….

ดวงตาของหยางซิน และฉีหยาน เป็นประกายเมื่อพวกเธอเห็นว่าเกาไป่เฉิงกำลังจะท้าทายชูโจว….. พวกเธอต้องการดูว่าชูโจวมีความสามารถ​เพียงใด, หลิวเฉียนๆถึงได้ชอบ​เขามากขนาด​นี้​

ทางด้านหลิวเฉียน​ๆ, เธอกำลังมองไปเกาไป่เฉิงเหมือนมองคนโง่คนหนึ่​งอยู่

หยานซินและฉีหยานเคยเล่าเรื่องของเกาไป่เฉิงให้เธอฟัง…….เกาไป่เฉิงเกิดในตระกูล​ของนักรบขั้นผู้ควบคุม, ดังนั้นเขาจึงหยิ่งยโส​มาก

เเละเมื่อไม่นานมานี้, เกาไป่เฉิงดูเหมือนจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนักรบผู้​ปลุก​พลัง​ด้วยความช่วยเหลือของยาเสริม​ประ​สิ​ท​ธิภาพ​ยีน​ที่ตระกูล​ของเขาให้มา

อย่างไรก็ตาม, หลิวเฉียนๆรู้ดีกว่าชูโจวนั้นไม่เพียงแต่กลายเป็นนักรบเเล้ว…… เเต่เมื่อนานมานี้เขายังสามารถ​ตามล่าและฆ่ามอนส​เตอร์​จำนวนมากในถิ่นทุรกันดารได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไปสังหารนักรบมอนส​เตอร์​ระดับสูงอย่างงูปะการังสีทองคำซึ่ง​มันมีพลังเทียบ​ได้กับนักรบผู้​ปลุก​พลัง​ระดับ​สูง, ดังนั้นการที่เกาไป่เฉิงเข้าไปท้าทายชูโจวก็เป็นเหมือนการทำให้ตัวเองอับอายขายขี้หน้า

“ไร้สาระ!”

ชูโจวตอบปัดๆ และไม่ได้หันกลับไปมองเกาไป่เฉิงอีกเลย………ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เขาเป็นนักรบขั้น​พิเศษ​เเล้ว, ต่อให้เขายังเป็นนักรบขั้นปลุกพลังเขาก็ไม่สนใจเกาไป่เฉิงอยู่ดี

ผู้ที่เคยต่อสู้และล่ามอนสเตอร์มาเเล้ว, มักจะมีออร่าที่ดูเหมือนฆาตกรจางๆ บนร่างกายของพวกเขา……..แต่เกาไป่เฉิงที่อยู่ตรงหน้าเขา เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นนักรบผู้​ปลุก​พลัง​เเล้วแต่เขากลับไม่มีกลิ่นอายของการสังหารอยู่เลย…….. เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเพียงดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในเรือนกระจก, ตัวตนเช่นนี้ชูโจวขี้เกียจเกินไปที่จะเสวนา​ด้วย

"ฮ่าฮ่า เกาไป่เฉิง, ไอ้นี่มันดูไม่สนใจ​เเกเลย" ชายหนุ่ม​ข้างๆเกาไป่เฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม

ใบหน้าของเกาไป่เฉิงมืดมน​, ก่อนหน้านี้​เขาอารมณ์เสียมากที่หลิวเฉียนๆไม่สนใจ​เขา……. เเละในตอนนี้ชูโจวซึ่งเป็น"คู่แข่งความรัก?"ยังกล้าที่จะเพิกเฉยกับการท้าทายของเขา

“วันนี้, ถึงเเกไม่อยากสู้ เเกก็ต้องสู้!”

หลังจากพูดจบ, ร่างของเกาไป่เฉิงก็พุ่งเข้าหาชูโจวทันที, นิ้วทั้งห้าของเขากางออกจากนั้นงอเหมือนตะขอราวกับอุ้งมือ​ของเหยี่ยวที่กำลังจะตะครุบกระต่าย

อย่างไรก็ตาม, ก่อนที่เขาจะทันได้จับร่างของชูโจว, ร่างของเขาก็ล้มลงกับ​พื้น​ทันทีและกระอักเลือดออกมาคำใหญ่

หลิวเฉียนๆ, หยางซิง, ฉีหยาน หรือเด็กชายที่มาพร้อมกับเกาไป่เฉิงไม่มีใครสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกาไป่เฉิงล้มลงไปที่พื้นได้อย่างไร

พวกเขาเห็นเพียงว่าเกาไป่เฉิงกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ, แต่ทันใดนั้นเขาก็ล้มลงกับพื้นทันที จากนั้ยชูโจวก็เดินเข้าไปเหยียบหน้าอกของเกาไป่เฉิงด้วยเท้าข้างเดียวจนเขาพ่นเลือดออกมาจากปาก

ในความเป็นจริงเเล้วแม้แต่เกาไป่เฉิงเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาล้มลงกับพื้นได้อย่างไร,  ในตอนที่เขากำลังจะโจมตีชูโจว….. จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงพลังที่เขาไม่สามารถ​ต้านทานได้ จากนั้นร่างกายของเขาล้มลงกับ​พื้น​เเละความเจ็บปวดที่ราวกับว่าอวัยวะภายในของเขากำลังแตกเป็นเสี่ยงๆก็ปรากฏ​ขึ้น ทำให้เขาไอเป็นเลือดออกมาทันที

“ชูโจวเป็นคนทำสิ่งนี้หรือ? หยางซิน และ ฉีหยานตกตะลึงกับเหตุการณ์​ตรงหน้า, ตอนนี้หัวใจของพวกเธอกำลังสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

ในทางตรงกันข้ามหลิวเฉียนๆกลับนิ่งสงบมาก, แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าชูโจวทำได้อย่างไร แต่ด้วยพลังของเขาเธอก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ชูโจวสามารถทำสิ่งนี้ได้

“ถ้าที่นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย, ตอนนี้นายคงกลายเป็นซากศพไปแล้ว!”

ชูโจวที่เหยียบหน้าอกของเกาไป่เฉิงอยู่พูดอย่างเฉยเมย

เกาไป่เฉิงกระอักเลือดออกมาอีกคำหนึ่ง, หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความกลัว…….เขารู้สึกได้ว่าตราบใดที่เท้าของชูโจวนั้นออกแรงเพียงเพิ่มอีกเพียงน้อยนิด เขาก็จะต้องตายอย่างเเน่นอน

น่ากลัว, คนๆนี้น่ากลัวมาก…… เมื่อเทียบกับชูโจวเเล้วเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย, ถ้าเขารู้ว่าชูโจวมีพลังมาก ขนาดนี้เขาคงไม่กล้ายั่วยุชูโจวเด็ด​ขาด

“ปล่อยฉัน…...ปล่อยฉันเถอะ!”

เกาไป่เฉิงพูดด้วยเสียงสั่น ในรูปลักษณ์ปัจจุบัน เขาไม่มีพฤติกรรมของคนของตระกูล​ใหญ่อีกต่อไป, ตอนนี้เขาเหมือนสุนัขพ่ายแพ้ที่กำลังร้องขอความเมตตา

“แข็งแกร่งเกินไปเเล้ว, เฉียนๆเธอบอกความจริงมาเลยนะว่าตอนนี้ชูโจวอยู่ในระดับใดกันเเน่” หยางซินและฉีหยานมองไปที่หลิวเฉียนๆเเละถามพร้อมกัน

"ฉันไม่รู้แน่ชัดว่าเขาอยู่ในระดับใด แต่ฉันทราบมาว่าเขาสามารถ​ฆ่านักรบมอนส​เตอร์​ระดับสูงได้เมื่อไม่นานมานี้"

เมื่อได้ยินเช่นนี้, ไม่ว่าจะเป็นหยางซิน, ฉีหยาน หรือ เกาไป่โจวที่อยู่บนพื้นต่างก็อ้าปากค้าง

ชูโจวและหลิวเฉียนๆ เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน, ดังนั้นชูโจวจึงมีอายุประมาณ 17 ปี……..การเป็นนักรบผู้​ปลุก​พลัง​ตอนอายุ 17 ปี, ไม่ได้พิเศษ​ในเมืองฐานกวางตุ้ง

แต่ว่าการที่สามารถล่านักรบมอนส​เตอร์ระดับสูงได้เมื่ออายุ 17 ปีนั้นจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง….. แม้แต่ในเมืองฐานกวางตุ้งก็มีคนที่ทำได้เเบบนั้นไม่มากนัก และคนพวกนั้นล้วนเป็นสุดยอด​อัจฉริยะ​ที่เหล่าตระกูล​ใหญ่ตั้งใจปลูกฝัง

…….. ชูโจวที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขานี้เทียบได้กับอัจฉริยะ​ที่ตระกูล​ใหญ่ปลูกฝังอย่างตั้งใจ, เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หยางซินและคนอื่นๆ ก็ตกตะลึง​อีกครั้ง

ทุกคนที่นี่ในตอนนี้, ยกเว้นหลิวเฉียนๆล้วนมาจากตระกูลศิลปะการต่อสู้ในเมืองฐานกวางตุ้งเเละพวกเขายังถือว่าเป็นหัวกะทิในเมืองฐานกวางตุ้งได้อีกด้วย……. แต่เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดอย่างชูโจวแล้ว พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

…….

“หืม……ชูโจว ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่”

ทันใดนั้นเอง, เสียงที่นุ่มนวลและมีเสน่ห์ก็ดังมาจากนอกห้องฝึกสอน, จากนั้นร่างอรชรที่มีเสน่ห์มากๆก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

“อาจารย์ตงฟาง!”

เมื่อเห็นร่างนั้น, หลิวเฉียนๆและคนอื่น ๆ ก็อุทานออกมา

“พี่สาวหมิงจูหรอ?” ชูโจวรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเขาเห็นตงฟางหมิงจูที่นี่…… นอกจากนี้พี่สาวหมิงจูก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอาจารย์ที่หลิวเฉียนๆกล่าวถึง

ตงฟางหมิงจูเดินมาหาชูโจวและพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณยังไม่ได้บอกว่าคุณมาที่นี่ได้ยังไง……เเละถ้าฉันรู้ว่าคุณจะมาที่นี่ ฉันคงรอคุณคุยกับผู้อำนวยการ​เฉินให้เสร็จ, เราจะได้มาที่มหาวิทยาลัย​พร้อมๆกัน”

เมื่อได้ยินเช่นนี้, ชูโจวชี้ไปที่หลิวเฉียนๆและพูดว่า "หลิวเฉียนๆเป็นเพื่อนร่วมชั้น​มัธยมปลาย​ของฉัน, ฉันจึงมาเยี่ยมเธอ"

ปรากฎ​ว่าเฉียน​ๆเป็นเพื่อนร่วมชั้น​มัธยมปลาย​ของคุณ, ดูเหมือนว่าเราจะถูกลิขิตมาเพื่อกันและกันนะ…….ว่าเเต่เกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณในตอนนี้กัน” ตงฟางหมิงจูมองไปที่เกาไป่เฉิงที่อยู่ใต้เท้าของชูโจว

"อะแฮ่ม….มีเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อยเเละคนๆนี้พุ่งเข้ามาท้าทายฉันเมื่อกี้"

"ท้าทายคุณ?........ คุณล้อฉันเล่นเเล้ว, คุณเป็นคนที่ผู้อำนวยการ​เฉินให้ความสำคัญ เเต่เขาเป็นเเค่นักรบธรรมดาเเล้วเขาจะกล้ามาท้าทายคุณได้อย่างไร"

เมื่อเห็นชูโจวกำลังพูดคุยอย่างสนิทสนม​กับอาจารย์​ตงฟางหมิงจู, ไม่ว่าจะเป็น หลิวเฉียน​ๆ​, หยางซิน, ฉีหยาน หรือ เกาไป่เฉิง…… พวกเขาทั้งหมดล้วนตกตะลึง

ในขณะนี้หยางซินและฉีหยานอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่ชูโจวพูดไว้ก่อนหน้า​นี้

ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!

ปรากฎว่าชูโจวไม่ได้โอ้อวดเลยเลยเเม้เเต่น้อย​

……………………..

จบบทที่ บทที่ 67 : ถึงภูเขาไม่สูงเเต่ก็อาจจะมีพยัคฆ์​, ถึงน้ำไม่ลึกเเต่ก็อาจจะมีมังกร!

คัดลอกลิงก์แล้ว