เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 233 การท้าทายจากศาลเจ้าหยินหยาง

ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 233 การท้าทายจากศาลเจ้าหยินหยาง

ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 233 การท้าทายจากศาลเจ้าหยินหยาง


อ่านก่อน!

คนแต่งกลับมาตัดจบเมื่อเดือนมีนาคมที่มาผ่าน 290 ตอน

ดังนั้น ผมจะกลับมาแปลให้จบตามที่คนแต่งตัดจบไว้ และเปิดให้ท่านนักอ่านฟรีจนจบ ไม่เก็บเงิน ช่วยชดเชยนักอ่านที่ติดตามผลงานมาตลอดครับ

ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 233 การท้าทายจากศาลเจ้าหยินหยาง

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่มู่ก็ส่งพลังวิญญาณของตนเองส่วนหนึ่งเข้าไปในชิ้นส่วนโลกปฐมกาลนี้

ท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของหลี่มู่...

ชิ้นส่วนโลกปฐมกาลก็ปรากฏระลอกคลื่นสีครามจาง ๆ

จากนั้น...

ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น

หลี่มู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าเขาก็เข้าใจ ดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่แค่สัมผัสกับสิ่งใดแล้วจะเติบโตได้ แต่ต้องการเงื่อนไขบางอย่าง

เพียงแต่เงื่อนไขนั้นคืออะไรกันแน่ เขาก็ไม่ทราบ

จากนั้น หลี่มู่ก็ลองใส่สิ่งอื่น ๆ เข้าไปอีกเล็กน้อย ทว่าชิ้นส่วนโลกปฐมกาลนี้ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เป็นเวลานาน หลี่มู่ก็ไม่ได้พยายามต่อไป แต่กลับเข้าไปในโลกใบเล็กที่ชิ้นส่วนโลกปฐมกาลสร้างขึ้น

ทันทีที่เข้าไปข้างใน หลี่มู่ก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เข้มข้นภายในนั้น

เมื่อมองออกไป ก็เห็นม่านหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่โดยรอบ และในระยะสายตาที่มองเห็นได้นั้นมีโต๊ะหินหนึ่งตัวกับม้านั่งหินอีกสองสามตัว

หลี่มู่เดินเข้าไปข้างใน เพียงไม่กี่ก้าวก็พบว่าสถานที่ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกหนาทึบนั้นไม่เพียงแค่มองไม่เห็น แต่ยังไม่สามารถเดินเข้าไปได้อีกด้วย ดูเหมือนว่าตอนนี้สถานที่ที่สามารถไปถึงได้จะมีอาณาเขตเพียงไม่กี่พันลี้เท่านั้น

ทว่าขนาดเท่านี้ก็นับว่าดีมากแล้ว โลกใบเล็กทั่วไปคงมีอาณาเขตเพียงไม่กี่ร้อยลี้เท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้หลี่มู่ใส่ใจเป็นพิเศษคือ ภายในอาณาเขตไม่กี่พันลี้นี้ กฎเกณฑ์แห่งแก่นแท้เต๋านั้นเข้มข้นอย่างยิ่ง

อีกทั้งเขายังรับรู้ได้ว่า แม้ว่าภายในอาณาเขตไม่กี่พันลี้นี้ พลังแห่งกฎมิติจะเข้มข้นที่สุด แต่กฎเกณฑ์อื่น ๆ ก็ล้วนสมบูรณ์

เมื่อเทียบกับโลกภายนอกแล้ว ที่นี่แทบจะไม่มีความแตกต่างใด ๆ เลย

และทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่สร้างขึ้นจากระดับความเชี่ยวชาญในกฎแห่งมิติของเขาในปัจจุบันเท่านั้น

หากในอนาคตเขามีพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้ โลกใบนี้อาจจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก!

สำหรับสิ่งนี้ หลี่มู่ยังคงพึงพอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าโดยปกติแล้วเขาจะเก็บของบางอย่างไว้ในโลกตันเถียนก็ตาม

โลกตันเถียนและโลกใบเล็กที่แท้จริงนั้นแตกต่างกันอยู่บ้าง พื้นที่ของโลกตันเถียนนั้นค่อนข้างเล็ก แต่ระดับการป้องกันนั้นดีมาก ตราบใดที่คนยังอยู่ ของที่อยู่ข้างในก็จะยังอยู่

แต่เนื่องจากมันอยู่ในตันเถียน สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงพื้นที่ที่ถูกเปิดขึ้นเท่านั้น กฎเกณฑ์ไม่สมบูรณ์

แต่โลกใบเล็กนั้นแตกต่างออกไป โลกใบเล็กเป็นโลกที่มีกฎเกณฑ์สมบูรณ์ เป็นโลกที่สามารถรองรับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตได้

นั่นก็หมายความว่า หลังจากที่โลกใบเล็กพัฒนาไปถึงระดับหนึ่ง มันยังสามารถใช้แทนที่โลกที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันได้อีกด้วย!

จุดสูงสุดของการบำเพ็ญเพียรโลกตันเถียนก็คือโลกที่แท้จริงที่สามารถรองรับการดำรงอยู่ของอาณาจักรหนึ่งได้!

หากในภายหลังสามารถมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณหรือสัตว์ขี่ได้ ก็สามารถนำมาไว้ในโลกใบเล็กนี้ได้ นับว่าสะดวกไม่น้อย

ในการจัดส่งครั้งนี้ พลังของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ทว่าความสามารถในการหลอมสร้างศาสตราเวทกลับพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน การมีทักษะติดตัวไว้ก็ถือเป็นความสะดวกอย่างหนึ่ง

“หลานชาย อยู่หรือไม่?”

ขณะที่หลี่มู่ตรวจสอบชิ้นส่วนโลกปฐมกาลเสร็จสิ้น ก็พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากนอกประตู

เสียงนี้ หลี่มู่ย่อมจำได้ ผู้ที่มาคือจางป้าเตา

“ผู้อาวุโส”

หลี่มู่เปิดประตูออก แล้วทักทายอย่างเฉยเมย

“ไม่ได้พบกันหลายวัน ดูเหมือนว่าพลังบำเพ็ญเพียรของหลานชายจะก้าวหน้าขึ้นอีกหลายส่วน”

หลังจากจางป้าเตาสัมผัสได้ถึงพลังบำเพ็ญเพียรบนร่างของหลี่มู่ ก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

หลี่มู่ไม่ได้ตอบรับ แต่กลับถามขึ้นว่า

“ท่านผู้อาวุโสมาที่นี่ หรือว่ามีธุระอันใดหรือ?”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“ที่จริงก็มีเรื่องบางอย่างจะหารือกับเจ้าสักหน่อย”

“ผลการจัดลำดับของการชุมนุมเหล่าผู้กล้าประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว หลานชายคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในการทดสอบรอบที่สองของการชุมนุมเหล่าผู้กล้า”

“แม้จะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร แต่ก็ยังมาบอกเจ้าให้ทราบ”

จางป้าเตามองหลี่มู่อย่างพึงพอใจ แม้เขาจะรู้ว่าปัจจุบันหลี่มู่ไม่ใช่คนของตระกูลจาง แต่ในกายของเขากลับมีสายเลือดของตระกูลจางไหลเวียนอยู่

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสายเลือดของ ‘ท่านผู้นั้น’ จางป้าเตาได้มองเขาเป็นดั่งทายาทสายตรงของตนเองไปแล้ว!

หากหลี่มู่ยินยอม แม้จะต้องให้เขามอบตำแหน่งประมุขตระกูลของจางฟ่านแก่หลี่มู่ เขาก็ยินดี!

“แล้วลำดับอื่น ๆ เล่า?”

หลังจากหลี่มู่ได้ยินดังนั้น ก็ถามต่อไป

“คนอื่น ๆ...”

จางป้าเตาลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจพูดต่อ

“ลำดับที่สองคือหยินสือไจ้จากศาลเจ้าหยินหยาง ส่วนคนอื่น ๆ...”

“เซวียนเต๋าได้ลำดับที่ห้า”

“แล้วจางหวนอวิ๋นเล่า?”

หลี่มู่ย่อมไม่ลืมพี่น้องคู่นี้ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา พวกเขาก็ช่วยแก้ไขปัญหาให้เขาไม่น้อย แม้กระทั่งการได้รับชิ้นส่วนโลกปฐมกาลก็เป็นผลงานของพวกเขาด้วยส่วนหนึ่ง

“หวนอวิ๋น ถูกเบียดตกอันดับไปแล้ว”

จางป้าเตาดูผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับสู่ความสงบ

“ช่างเถิด อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ครั้งนี้หลานชายได้ลำดับที่หนึ่งมาด้วยท่าทีที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด!”

“เพียงแต่ ต่อจากนี้ไป เจ้ามีแผนการอย่างไรต่อไปเล่า?”

น้ำเสียงของจางป้าเตาเบาลงเล็กน้อย มองหลี่มู่อย่างคาดหวัง

“ย่อมต้องคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งมาให้ได้อยู่แล้ว”

หลี่มู่ไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย กล่าวออกมาทันที

“หลานชาย เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่ไตร่ตรองดูอีกครั้ง?”

เมื่อจางป้าเตาได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบกล่าวว่า

“ข้าคิดดีแล้ว อุตส่าห์ได้เข้าร่วมการชุมนุมเหล่าผู้กล้าสักครั้ง ก็ต้องพยายามให้เต็มที่อยู่แล้ว”

หลี่มู่ก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของจางป้าเตามากนัก เพียงตอบไปอย่างไม่ใส่ใจ

“เพียงแต่...”

“ครั้งนี้ศาลเจ้าหยินหยางน่าจะเตรียมตัวมาอย่างดี พลังของหยินสือไจ้ที่พวกเขาส่งมานั้นบรรลุถึงขอบเขตทัณฑ์สวรรค์สามด่านเคราะห์แล้ว ในการชุมนุมเหล่าผู้กล้าครั้งนี้ พลังของเขาก็จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้”

“เจตนาของพวกเขาก็ชัดเจนอย่างยิ่ง ย่อมไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่!”

“การชุมนุมเหล่าผู้กล้ารอบสุดท้ายเป็นการประลองยุทธ์มาโดยตลอด เป็นการประลองยุทธ์ที่ไม่มีกฎเกณฑ์!”

“แม้ว่ากฎการประลองคือให้หยุดเมื่อรู้ผลแพ้ชนะ แต่ในความเป็นจริง ที่ผ่านมาก็เคยมีผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตในการชุมนุมเหล่าผู้กล้ามาก่อน”

“หากพวกเขาลงมืออย่างเหี้ยมโหดในการทดสอบรอบที่สาม เกรงว่า...”

เมื่อจางป้าเตาพูดถึงตรงนี้ ในแววตาก็เต็มไปด้วยความกังวล

“ผู้อาวุโส วางใจเถิดขอรับ ข้าเองก็เข้าใจในวิชาเปลวเพลิงหัวใจเจ็ดสีไม่น้อย การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าอาจจะไม่แพ้ก็เป็นได้”

หลี่มู่มองจางป้าเตาด้วยแววตาที่หนักแน่น และนั่นก็ทำให้จางป้าเตาผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จำไว้ว่า ชีวิตสำคัญที่สุด!”

จางป้าเตากำชับอีกครั้ง

“ศาลเจ้าหยินหยางนั้นแท้จริงแล้วเป็นขุมอำนาจแบบใดกันแน่?”

ทันใดนั้นหลี่มู่ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงเอ่ยถาม

เดิมทีเขาคิดว่าศาลเจ้าหยินหยางเป็นขุมอำนาจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในแคว้นจงเทียน

แต่เมื่อดูจากตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เขาคิดไว้

เขามายังแคว้นจงเทียนเป็นเวลานานแล้ว แต่เขากลับเพิ่งเคยพบคนจากศาลเจ้าหยินหยางเป็นครั้งแรกในการชุมนุมเหล่าผู้กล้าครั้งนี้...

จบบทที่ ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 233 การท้าทายจากศาลเจ้าหยินหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว