- หน้าแรก
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา
- ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 234 ภัยคุกคามสำนักมู่เทียน
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 234 ภัยคุกคามสำนักมู่เทียน
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 234 ภัยคุกคามสำนักมู่เทียน
อ่านก่อน!
คนแต่งกลับมาตัดจบเมื่อเดือนมีนาคมที่มาผ่าน 290 ตอน
ดังนั้น ผมจะกลับมาแปลให้จบตามที่คนแต่งตัดจบไว้ และเปิดให้ท่านนักอ่านฟรีจนจบ ไม่เก็บเงิน ช่วยชดเชยนักอ่านที่ติดตามผลงานมาตลอดครับ
ระบบจัดส่งข้ามกาลเวลา ตอนที่ 234 ภัยคุกคามสำนักมู่เทียน
จากปรากฏการณ์เหล่านี้ ก็เพียงพอที่จะเห็นได้ว่า ศาลเจ้าหยินหยางนั้นลึกลับยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก!
“ศาลเจ้าหยินหยาง......”
“เอาเถิด ในเมื่อเจ้าอยากรู้ ข้าก็จะเล่าให้เจ้าฟัง”
“ศาลเจ้าหยินหยางไม่ได้สังกัดแคว้นจงเทียน แต่ก็ถือว่าสังกัดแคว้นจงเทียน”
จางป้าเตาพูดพลางส่ายหน้า
“คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ?”
หลี่มู่ถามอย่างไม่เข้าใจ
“หมื่นปีก่อน แคว้นจงเทียนไม่มีศาลเจ้าหยินหยาง หลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งนั้น จึงได้มีขึ้น......”
“เมื่อหมื่นปีก่อน พลังอันน่าสะพรึงกลัวกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในแคว้นจงเทียน คนขององค์กรนี้มีพลังแข็งแกร่ง”
“หลังจากพวกเขามาถึงที่นี่ ก็ไม่ได้สร้างความวุ่นวายใหญ่โตอะไร เพียงแต่ตามหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นจงเทียนในตอนนั้น ซึ่งก็คือจ้าวเมืองหวังเทียนหวน”
“หลังจากท้าทายกันอยู่พักหนึ่ง ผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแคว้นจงเทียน เดิมทีคิดว่าแคว้นจงเทียนจะประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ แต่กลับไม่คาดคิดว่าหลังจากนั้น ก็ไม่มีข่าวคราวของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นในแคว้นจงเทียนอีกเลย”
“ปัจจุบันศาลเจ้าหยินหยางในแคว้นจงเทียน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงผู้แข็งแกร่งขอบเขตทัณฑ์สวรรค์เก้าด่านเคราะห์เพียงคนเดียว”
“มีข่าวลือว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นจากไปแล้ว แต่ก็มีข่าวลือว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นเพียงแค่ซ่อนกลิ่นอายของตนเอาไว้เท่านั้น”
“ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ปัจจุบันศาลเจ้าหยินหยางก็ยังคงดำรงอยู่ในแคว้นจงเทียนนี้”
จางป้าเตามีสีหน้าเคร่งขรึม พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ไม่คิดเลยว่าเบื้องหลังจะเป็นเช่นนี้”
“คนผู้นั้นที่สามารถเอาชนะจ้าวผู้ครองแคว้นได้ เป็นตัวตนแบบใดกันแน่?”
หลี่มู่เองก็ค่อนข้างสงสัย ต้องรู้ว่าพลังของจ้าวผู้ครองแคว้นหวังเทียนหวนนั้นแข็งแกร่งถึงขั้นขอบเขตทรราชระดับห้าทีเดียว!
“ไม่ทราบ แต่หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่บรรลุถึงขอบเขตทรราชล้วนถูกเรียกตัวไป”
“จ้าวผู้ครองแคว้นได้เล่าสถานการณ์โดยละเอียดในตอนนั้นให้พวกเราฟัง”
“เมื่อเขาเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้น เพียงรู้สึกราวกับชนเข้ากับภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง ส่วนพลังบำเพ็ญของเขาในขอบเขตทรราชระดับสามในตอนนั้น ก็เปรียบดั่งมดปลวกตัวเล็ก ๆ ที่เชิงเขา”
“เกรงว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดผู้นั้นคงจะเหนือกว่าขอบเขตทรราชไปแล้ว!”
เมื่อจางป้าเตาพูดถึงตรงนี้ ลมหายใจของเขาก็หยุดไปชั่วขณะ
“เหนือกว่าขอบเขตทรราช!”
สีหน้าของหลี่มู่ก็เคร่งขรึมขึ้น เขาก็เคยเห็นลักษณะการต่อสู้ของผู้มีพลังบำเพ็ญในขอบเขตทรราชของจางป้าเตามาแล้ว
พลังอำนาจนั้นเพียงพอที่จะสั่นสะเทือนฟ้าดิน การดึงพลังฟ้าดินมาใช้เป็นของตนเองนั้นเป็นเรื่องง่ายดาย
หากเหนือกว่าขอบเขตทรราชแล้วเล่า จะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใด?
“ดังนั้นก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง แม้ว่าศาลเจ้าหยินหยางจะทำเรื่องเลวร้ายมากมาย แคว้นจงเทียนก็ทำได้เพียงหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง......” จางป้าเตาถอนหายใจอย่างจนใจ
หลี่มู่เข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อศาลเจ้าหยินหยางต้องการวางหมากตัวสุดท้ายในแคว้นต้าฮวง เหตุใดแคว้นจงเทียนจึงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย แม้กระทั่งหลังจากพบการกระทำของพวกเขาแล้วก็ยังคงไม่มีท่าทีใด ๆ
ที่แท้ไม่ใช่ว่าแคว้นจงเทียนไม่อยากจัดการเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะไม่มีพลังอำนาจที่จะจัดการต่างหาก
แม้ว่าปัจจุบันผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของศาลเจ้าหยินหยางจะไม่มีข่าวคราว แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายสาบสูญไปแล้ว หรือเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ ไม่มีใครกล้าเสี่ยงพนัน เพราะเดิมพันนี้มันใหญ่หลวงเกินไปนัก!
หากพนันแพ้ สิบแคว้นแห่งจงเทียนทั้งหมดจะต้องตกอยู่ในหายนะ!
“แต่ว่า หลานชายเจ้าก็ไม่ต้องกังวล แม้จะไม่สามารถกำจัดศาลเจ้าหยินหยางนี้ให้สิ้นซากได้ พวกเราก็จะไม่ยอมให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นอันขาด”
“เพียงแต่เวลาที่เหลือให้เจ้ามันไม่มากแล้ว”
“ปีก่อน ๆ การชุมนุมเหล่าผู้กล้าจัดขึ้นร้อยปีครั้ง แต่การชุมนุมเหล่าผู้กล้าในปัจจุบันกลับจัดขึ้นทุก ๆ สิบปี”
“ก็เพื่อช่วยให้แคว้นจงเทียนค้นพบผู้มีความสามารถมากยิ่งขึ้น!”
“ครั้งนี้คนของศาลเจ้าหยินหยางเห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพียงแต่การกระทำของพวกเขาก็สอดคล้องกับกฎเกณฑ์จริง ๆ”
“พวกเราก็ไม่สะดวกที่จะเข้าไปแทรกแซงเรื่องนี้มากนัก ดังนั้นหากเจ้ารู้สึกถึงอันตรายใด ๆ จะต้องรีบถอนตัวทันที!”
“ขอเพียงเจ้าถอนตัวออกจากการชุมนุมเหล่าผู้กล้าครั้งนี้ พวกเราเหล่าผู้เฒ่าไม่กี่คนก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถคุ้มครองเจ้าได้!”
ในขณะนี้จางป้าเตาก็พลันมีท่าทีเคร่งขรึมขึ้น หลี่มู่เองก็สัมผัสได้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ในใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความต่ำต้อยของตนเองอย่างลึกซึ้ง
ในขณะนั้นเอง ศิษย์คนหนึ่งของตระกูลจางก็พรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
“มีเรื่องอันใดร้อนรนถึงเพียงนี้?”
จางป้าเตาเมื่อเห็นผู้มาก็ตวาดเสียงดัง
“ท่านปฐมบรรพชน แย่แล้วขอรับ! สายสืบจากแคว้นต้าฮวงส่งข่าวมาว่า มีผู้แข็งแกร่งบุกรุกแคว้นต้าฮวง! เป้าหมายคือสำนักมู่เทียน!” ศิษย์ผู้นั้นรีบรายงานข่าวที่ได้รับมาทั้งหมด
“ว่ากระไรนะ!”
หมัดของจางป้าเตากำแน่นในทันใด อุณหภูมิโดยรอบลดลงหลายส่วน กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไปในทันที “หลานชาย รีบตามข้ามา!”
จางป้าเตาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบดึงตัวหลี่มู่ไป เพียงชั่วลมหายใจเดียวก็มาถึงสำนักมู่เทียน!
“ให้ข้าออกไปต่อสู้!”
เพิ่งมาถึงหน้าประตูตำหนักจ้าวสำนัก หลี่มู่ก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากข้างใน
เสียงนี้หลี่มู่จะไม่รู้จักได้อย่างไร มันคือเสียงของจางอู๋เซียงอย่างชัดเจน!
“ท่านจ้าวสำนักจาง ตอนนี้ท่านจะออกจากที่นี่ไม่ได้!”
“เรื่องภายนอกยังไม่คลี่คลาย!”
หลังจากเสียงนั้นดังขึ้น ก็มีเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าเสียงเมื่อครู่ดังตามมา
และในขณะนี้หลี่มู่ก็สัมผัสได้ว่า กลิ่นอายของคนผู้นี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้กระทั่งสูงกว่าขอบเขตพลังของตนเองอยู่บ้าง!
หลี่มู่เดินเข้าไป จางอู๋เซียงเมื่อเห็นหลี่มู่ก็ผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบมาอยู่ข้างกายเขาทันที
“จ้าวสำนัก! สำนักมู่เทียนถูกโจมตีจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย บัดนี้...”
หลี่มู่ประคองจางอู๋เซียงขึ้น เมื่อครู่ระหว่างทางมา เขาก็เห็นสภาพของสำนักมู่เทียนในปัจจุบันแล้ว
“มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
น้ำเสียงของหลี่มู่เย็นเยียบอย่างยิ่ง
จางอู๋เซียงเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างคร่าว ๆ
หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านี้จบ หลี่มู่ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้
เมื่อหลายชั่วยามก่อน มีคนแข็งแกร่งสามคนมาถึงสำนักมู่เทียน
พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เริ่มลงมือ ยอดฝีมือขอบเขตนภาไร้ลักษณ์ที่หอคอยเหยียนอวี่ส่งมาก็รีบรับมือทันที เพียงแต่พลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป
แม้ผู้แข็งแกร่งขอบเขตนภาไร้ลักษณ์จะลงมือ สถานการณ์ก็ยังคงไม่สู้ดีนัก ในไม่ช้าก็พ่ายแพ้ไป
แต่ในขณะนั้น มีคนหลายคนอ้างว่าเป็นคนของสมาคมโอสถเข้ามารับช่วงต่อการต่อสู้ เพียงแต่พลังของพวกเขายังคงห่างชั้นกันมาก
ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งในหมู่พวกเขาได้คุ้มกันพวกเขามายังตำหนักจ้าวสำนักแห่งนี้ จึงได้เกิดเหตุการณ์ที่จางอู๋เซียงต้องการออกไปรับมือศัตรูดังที่เห็นเมื่อครู่
หลี่มู่พยักหน้า แม้จะไม่ทราบฐานะของอีกฝ่าย แต่หลี่มู่ก็คาดเดาได้แปดเก้าส่วนแล้ว
หลี่มู่กำหมัดแน่น เพียงความคิดหนึ่งผุดขึ้น เขาก็กลายเป็นดาวตกสายหนึ่งพุ่งออกจากที่นี่ไป
จางป้าเตาก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะนี้เองเขาก็เพิ่งค้นพบว่า แม้เขาจะใช้ความเร็วสูงสุดของตนแล้ว ก็ยังคงทำได้เพียงตามหลังหลี่มู่อยู่เท่านั้น!