เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (1)

บทที่ 78 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (1)

บทที่ 78 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (1)


บทที่ 78 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (1)

มันไม่ได้มีความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปนานตั้งแต่กลางภาคเลย แต่ว่าปลายภาคมันได้สิ้นสุดแล้วในวันนี้ ซึ่งคะแนนที่ตัดสินของฉันมันค่อนข้างเป็น B+ เป็นอย่างน้อย สติปัญญาโดยพื้นฐานของฉันคือ 20 ซึ่งได้กลายมาเป็น 32 หลังจากได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นจากสิ่งต่างๆ! แม้ว่าฉันจะสงสัยว่ามันได้อัพเดตหรือไม่ก็ตาม ฉันก็สามาถจะท่องจำและมีความเข้าใจที่สูงมาก มันไม่ยากเลยที่จะตอบคำถามในบททดสอบของฉัน

"ฟู่ ฉันรู้สึกเหมือนฉันไม่ได้เป็นนักศึกษาจริงๆ มันเหมือนเป็นเพียงแค่การแกล้งทำ"

"นักศึกษาส่วนมากก็รู้สึกแบบนั้น"

เมื่อฉันพึมพัมออกไปในขณะที่เฝ้าดูครูคุมสอบที่ออกไปหลังจากเก็บข้อสอบไป ซู เยอึนก็ได้ตอบกลับมาในขณะที่เหยียดยาวอยู่บนโต๊ะ เธอมีใบหน้าที่แสดงให้เห็นว่าในที่สุดเธอก็มีอิสระ แม้ว่าเธอจะทำงานน้อยกว่าฉัน แต่เกรดของเธอก็ไม่ค่อยดีเท่ากับของฉัน มันอาจจะเป็นผลมากจากการยกระดับสติปัญญาของฉัน

ด้วยการสอบในวันนี้ปลายภาคเรียกก็ได้จบลง มันดูเหมือนว่าจะไม่มีการสอบอีกแล้วในห้องบรรยาย สำหรับกลุ่มนักเรียนที่พักอยู่หลังจากที่อาจารณ์ออกไปและพูดคุยกัน

"ชิน"

"ว่าไง?"

ฉันได้ตอบซู เยอึนกลับไปในขณะที่มองตามนักเรียนที่อยู่หน้าห้องบรรยาย

"มันก็ถึงฤดูหนาวแล้วนะ แผนของนายคืออะไรหรอ?"

"ฉันจะอยู่ในดันเจี้ยน"

"....หือ?"

"ในห้องของฉัน เล่นเกมน่ะ"

"ฉันคิดว่าของฉันดีกว่านายนะ"

ไม่ว่ายังไงฉันก็ได้ทำข้อสอบของฉันเสร็จแล้ว ฉันได้ยืดตัวขึ้นและเก็บของลงกระเป๋าไป ซู เยอึนได้พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ลังเล มีเพียงสถานการณ์เดียวที่เธอไม่สามารถจะพูดคำนั้นออกมาได้ ฉันได้หันไปรอบๆ มีคนอยู่สามคนสองคนเป็นผู้หญิงและอีกหนึ่งเป็นผู้ชาย พวกเขาทั้งหมดต่างก็สวยและหล่อ

"เฮ้ นายคือคังชินใช่มั๊ย?"

"ใช่แล้ว"

"อา พวกเราเป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกันดังนั้นนายไม่ต้องสุภาพหรอ อืม นายมาจากโรงเรียนม.ปลายใช่มั๊ย?"

"นายอยากจะโดนฉันต่อยใช่มั๊ย?"

พวกเขาได้ถามออกมาด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายมากขึ้น

"มันมีแคมป์กัน นักศึกษาทุกคนก็กำลังจะมากัน"

"ทั้งหมดหรอ? แผนกธุระกิจทั้งหมดด้วย? พวกเรามีมากกว่า 400 ตนนะ"

"ใช่แล้ว มันเป็นเการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดปลายภาคของการศึกษาแรก เราทุกคนจะไปกันตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันเสาร์"

"นั่นมันพรุ่งนี้สินะ! ขอผ่านล่ะ"

ฉันได้สะบายกระเป๋าขึ้น จากนั้นชายคนนั้นก็ได้ก้าวมาขวางฉัน

"พวกนายไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกับคนอื่นๆเลยนะ จากสิ่งที่ฉันได้ยินมาพวกนายก็ไม่ได้ไปงานปาตี้เปิดภาคเรียนเลยนี่นา ไม่มีใครที่รู้จักหมายเลขโทรศัพท์ของพวกนายเลย

"ก็เพราะว่าฉันไม่ได้บอกใคร ฉันไม่รู้จริงๆว่าทำไมนายถึงต้องการให้คนโดดเดี่ยวแบบฉันไปแคมป์..."

ฉันสงสัยจริงๆเลย นี้มันเป็นแวดวงสังคนของฉันหรอ? ฉันพอใจกับคนที่ฉันรู้จักในดันเจี้ยนมากกว่า ในฐานะสำหรับมหาลัยแค่ฉันมีซู เยอึนก็พอแล้ว เพราะว่าฉันไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมกันคนอื่นๆ ฉันก็เลยไม่ได้คุยกับใครและเพียงแค่ตอบกลับไปอย่างสุภาพกับคนที่มาคุยกับฉันก่อน ในสำหรับงานโปรเจค ฉันเพียงแค่ข้ามมันไป ใครจะไปมีเวลาสำหรับมันกัน? ฉันจะต้องไปดันเจี้ยนนะ!

คราวนี้เป็นผู้หญิงอีกคนก้าวมาข้างหน้า

"มีคนจำนวนมากที่ต้องการจะเข้าใกล้พวกนาย นายทั้งสองคนเป็ฯคนที่มีชื่อเสียง"

"ซู เยอึน เธอคนนั้นบอกว่าเธอมีชื่อเสียงน่ะ มันดีสำหรับเธอเลยนะ"

"เธอบอกเกี่ยวกับนายมากกว่า!"

"ยังไงก็ตาม! พวกนายจะต้องมางานแคมป์นี้! พวกเราจะออกจากโรงเรียนในเวลาบ่ายสามโมง ดังนั้นจงมารอที่นั่น"

หญิงสาวอีกคนก็มองมาที่ฉันและย้ำออีกครั้ง จากนั้นเธอก็แม้แต่บังคังเอาเบอร์โทรศัพท์ของฉันไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะต้องโทรมาจิกฉันแน่ๆถ้าฉันไม่ได้ ฉันได้เฝ้ามองทั้งสามคนจากไปเหมือนกับในตอนที่เข้ามา จากนั้นฉันก็ถามกับซู เยอึน

"ไม่ใช่ว่าคนปกติจะไม่ออกไปข้างนอกคนเดียวหรอ? พวกเขาไม่ได้ไปไกลมากใช่มั๊ย?"

"ไปกันเถอะ"

ซู เยอึนได้เมินเสียงของฉันโดยสมบูรณ์และเดินต่อไป ดวงตาของเธอได้เป็นประกาย

"มันฟังดูสนุกนะ!"

"ดูมีความสุขนี่"

"ไปด้วยกันเถอะ ได้มั๊ย? ไปกันนะ!"

"ฟู่"

ฉันได้กลายเป็ฯจมอยู่ในความคิด ถ้าฉันสามารถจะขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 35 ได้ในช่วงท้ายของวันนี้ถ้างั้น...ใช่แล้ว ถ้าฉันทำสำเร็จในการต่อสู้กับประจำชั้นสามครั้งในวันพรุ่งนี้ ถ้างั้นฉันก็สามารถจะไปแคมป์ได้โดยที่ไม่ต้องเสียอะไรมาก นอกจากนี้การไปแคมป์มันก็ดูไม่เลวเลยนะ เพราะว่าพวกเขาได้เดินผ่านปัญหามาชวนฉัน ฉันจะรู้สึกไม่ดีถ้าฉันไม่ได้ไป

"เอาล่ะ ฉันจะไป"

"โว้ว! แค่พวกเราสองคน...ฉันหมายความว่าแคมป์มันน่าสนุกกับพวกเราทั้งคู่น่ะ!"

"เธอกำลังจะบอกว่ามันสนุกดีเพราะมันไม่ใช่แค่เราสองคนหรอ?"

"อูววว ไม่!"

ฉันได้ลงโทษซู เยอึนด้วยการดีดหน้าผากของเธอ แค่คิดเกี่ยวกับทุกครั้งที่เธอทำให้ฉันต้องไปกินเฟรนฟรายกับเธอฉันก็เครียดขึ้นมา!

"ฉันจะไม่ไปกินเฟรนฟรานกับเธอในวันนี้"

"ทำไม!?"

"เธอต้องการที่จะให้ฉันไปแคมป์ ฉันจะต้องไปจัดการกับดันเจี้ยนก่อนถ้าฉันต้องการจะไปแคมป์"

"หืออ นายมักจะพูดเกี่ยวกับดันเจี้ยนนูนดันเจี้ยนนี้...มันมีอะไรที่นห้าสนุกกับการต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่น่ากลัวกัน? ไม่ใช่ว่าการไปเที่ยวกับฉันมันน่าสนุกกว่าหรอ?"

ฉันได้แหย่ให้แก้มของซู เยอึนพ่องขึ้นและให้คำแนะนำกับเธอ

"ถ้าเธอไม่แก้ทัศนคติของเธอ เธอจะต้องตกอยู่ในอันตรายซักวันหนึ่ง"

"...แต่ว่า"

"ถ้าเธอต้องการที่จะแก้ไขมันให้บอกกันฉัน ฉันจะช่วยเธอเอง"

ซู เยอึนเป็นโรคกลัวมอนสเตอร์แต่ว่าโรคนี้มันสามารถจะแก้ไขได้ เธอจะต้องขับไล่ความกลัวออกไปจากใจ มันจะไม่สามารถจะแก้ไขได้ถ้าเธอไม่ต้องการจะทำมัน ซู เยอึนจะต้องเสียใจในซักวันหนึ่ง ฉันเลยได้คำแนะนำกับเธออย่างจริงจัง ซู เยอึนได้หยัดหน้าอย่างนุ่มนวล

"ใช่...ซักวันหนึ่ง"

"เอาล่ะ ฉันไปล่ะ"

ฉันได้บอกลาซู เยอึนและหันหลังจากไป สำหรับเหตุผลบางอย่างฉันรู้สึกถึงการจ้องมองของนักเรียนคนอื่นๆได้มองมาที่หลังของฉันในตอนที่ฉันออกไป ฉันพยายามจะเมินมันอย่างดีที่สุดรวมไปถึงเสียงกระซิบด้วย

"พวกเขาจริงๆแล้วจะไปหรอ?"

"พวกเขาบอกว่าพวกเขาจะไปแคมป์"

"อ๊า ฉันจะต้องทำให้เขาเป็นของฉัน!"

"ใช่แล้ว เก็บไปฝันแน่เลยล่ะ"

*****

ชั้นที่ 31 มันเงียบบมาก แม้ว่าเมื่อฉันตะโกนไปว่าเริ่มการสำรวจมันก็ไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏออกมา เมื่อนั้นฉันก็คิดว่ามันจะต้องมีอะไรแปลกๆเกินขึ้นเมื่อฉันเดินไปข้างหน้า ทางเดินมันเป็ฯเหมือนอย่างเคย

สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปก็คือมีชุดเกราะของยุคกลางอยู่ที่นี่ พวกหุ่นแต่ละตัวต่างก็ถืออาวุธในแบบของตัวเองเช่นดาบ หอก เรเปีย เอาไว้ แม้ว่าพวกมันจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ แต่การปรากฏตัวของพวกมันก็สร้างความเคร่งขรึมและน่าสงสัย

"ต้องเป็นพวกนี้ใช่มั๊ย?"

พวกมันไม่ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้จนมาถึงตอนนี้ พวกนายคิดว่าฉันจะไม่สังเกตุเห็นเพียงเพราะพวกนายยืนนิ่งงั้นหรอ? ฉันได้พุ่งเข้าไปใส่เกราะที่ใกล้ที่สุดทันที เมื่อฉันได้เข้าใกล้มันเกราะก็เริ่มส่งเสียงและขยับตัว แม้ว่าดาบในมือของมันจะดูเหมือนหนักและแหลมคม แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญหรอกตราบใดที่ฉันไม่โดนมัน

"ริยู!"

[บรูววววว!!]

ด้วยการขี่เธอ ริยูได้ร้องออกมาอย่างมีชีวิตชีวาและชนกับเพราะนั่นด้วยร่างกายของเธอ ส่วนหนึ่งที่แข็งตัวได้ตกลงไปพ้นพื้น จากนั้นฉันก็ใช้หอกที่มีสายฟ้าสีทองจากไพก้าแทงเข้าไปในส่วนที่ถูกแช่แข็งของเพราะ ในขณะนั้นก็ได้มีแสงวาบขึ้น

[ติดริติคอล]

เกราะมันได้แตกออก และดาบที่ไร้เจ้าของก็ได้หล่นกระแทกลงบนพื้นด้วยเสียงดังและครู่หนึ่งก็กลายเป็นละอองหายไป ฉันได้รู้สึกประหลายใจมากที่ไพก้าและริยูร่วมมือกันได้ดีเลยทีเดียว

เกราะอันนี้มันไม่มีกระดูกซึ่งนั่นมันหมายความว่าฉายานักสำรวจมันใช้ไม่ได้กับสิ่งนี้ แม้อย่างนั้นเกราะก็ยังแตกภายในการโจมตีคริติคอลเพียงครั้งเดียว ไม่สิ พวกนี้มันเพียงแค่อ่อนแอเพราะพึ่งเริ่มหรอ? สำหรับการทดสิอนนี้ ฉันได้ลงมาจากริยูที่เตรียมพร้อมสำหรับเกราะตัวต่อไปและใช้เพียงหอกที่เสริมด้วยสปิริตออร่า ฉันได้แทงมันไปสี่ครั้งและเกราะก็พังลง

"โอ้ น่าทึ่งมากริยู"

[ฉันทำได้ดีใช่มั๊ย? ฉันทำได้ดีสินะ?]

"ใช่แล้ว เธอทำได้ดีมาก"

มันดูเหมือนรริยูจะทำอะไรได้มากกว่าเพียงแค่ให้ฉันขี่ ในขณะเดียวกันภูติธาตุอีกตนก็เอ่ยขึ้นมา

[นายท่านไม่ชมฉัน...]

"ไม่ แน่นอนเลยไพก้าก็ทำได้ดีเหมือนกัน พวกเราจะทำได้ไม่ดีเท่านี้ถ้าไม่มีเธอ"

[จริงหรอ?]

"แน่นอนเลย"

[เอะเฮะๆ ขอบคุณนายท่าน]

ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วฉันจะไม่ได้รู้สึกถึงมันในตอนมีธาตุเพียงตนเดียว แต่ตอนนี้ฉันในตอนที่ฉันมีธาตุสองตรฉันได้รู้สึกเหมือนกับว่าฉันกำลังเดินทางกับเด็กสองคน ไม่ว่ายังไงฉันก็จะต้องเอาใจใส่ในความน่ารักของพวกเขา

สำหรับผู้ใช้ธาตุการติดต่อกับภูติธาตุเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆและมีความสุขที่จะทำมัน เมื่อเทียบกับเมื่อตอนที่ฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนปกติแล้ว ฉันรู้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและทำอะไรมากขึ้นหลังจากที่ได้กลายมาเป็นผู้ใช้ธาตุ อย่างไรก็ตามฉันไม่เคยเสียใจเลยกับการได้กลายมาเป็นผู้ใช้ธาตุและเริ่มสามารถจะพบกับธาตุของฉันได้

หลังจากที่ฉันชมเชยธาตุของฉันเสร็จฉันก็มองขึ้นไป มีเกราะที่เรียงรายกันไปตามทางเดินเหมือนกับของตกแต่งตามรายทาง พวกมันได้เข้ามาหาฉันพร้อมกับอาวุฑในมือ พวกมันเหล่านี้ฉันควรจะใช้พายุธาตุพัดปลิวไปดีมั๊ย? ฉันต้องต้องรีบไปต่อ แต่ว่าพวกมันไม่ยอมขยับตัวเลย อย่างที่ฉันคิดพวกมันหนักเกินไป

ฉันได้แก้ไขท่านั่งบนหลังของิยู และเองตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยพร้อมกลับเล็งหอกไปด้านหน้า ฉันได้ลดจำนวนมานาที่ใส่ลงไปในสปิริตออกร่าและเน้นไปที่ริยูแทนมันเป็นผลให้ปริมาณพลังเยือกแข็งออกมาจากร่างของริยูอย่างมหาศาล

ฉันได้ลูบหัวริยูและพูดออกมา

"ริยูไปกันเถอะ"

[โอเค!]

"ไปเลย!"

[บรูววววววว!]

ริยูได้หอนออกมาแล้วพุ่งออกไปข้างหน้า ในช่วงเวลาที่เธอเริ่มต้นวิ่ง ความเร็วของเธอก็รวดเร็วมามันเหมือนกับฉากแฟรชในฟิมหนัง ชุดเกราะแต่ละตัวต่างก็เหวี่ยงอาวุธมาที่ริยูและฉันเพื่อที่จะกันทางข้างหน้า อย่างไรก็ตามริยูไม่ใช่หมาป่าปกติ ก่อนที่อาวุธจะสัมผัสพวกเรา พวกเราก็ได้ทำให้เกราะมีชีวิตกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว

จากนั้นฉันก็ได้ทำลายให้ร่างกายมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆด้วยหอกสายฟ้าของฉัน

[คุณได้รับทอง 400!]

[คุณได้รับทอง 420!]

[คุณได้รับ ชิ้นส่วนของเกราะมีชีวิต!]

[คุณได้รับทอง 430!]

[คุณได้รับ ชิ้นส่วนของเกราะมีชีวิต!]

"คุฮ่าห์ นี้มันสนุกมาก! ริยูไปให้เร็วขึ้นอีกกันเถอะ!"

[บรูววววว!]

เธอได้เร่งสปีดขึ้นจริงๆ! หากไม่มีทักษะการขับขี่ฉันก็จะต้องถูกกระแทกตกไปจากหลังของเธอนานแล้ว ในตอนนี้พวกเรารวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เกราะจำนวนมากมายได้ตื่นขึ้นมาและเข้ามาลุบรวมเรา อย่างที่คาดพวกมันเหล่านี้ก็มีเพียงแค่จำนวนที่แข็งแกร่งเท่านั้น

หวือ! หวือ!

"ฮึบ!"

มีอาวุธมากกว่าห้าอันโจมตีมาที่ฉันจากด้านหน้า ฉันได้เพิ่มแรงที่แขนมาขึ้นและทำให้อาวุธของพวกมันพังลงไป จากนั้นพลังเยือกแข็งของริยูก็ได้ทำให้พวกมันหยุดนิ่งกับที่ มีเพียงแค่เสียงของเกราะมีชีวิตเท่านั้นที่ดังขึ้น แต่ว่าในตอนนี้พวกมันได้ถูกแช่แข็งจนเงียบสนิทไปแล้ว จริงๆตอนนี้พวกมันดูไม่ต่างไปจากเกราะธรรมดาเลย

แม้ว่าในขณะที่ฉันไปข้างหน้าบนหลังของริยู ฉันก็ได้จับเกราะมีชีวิตที่ถูกแช่แข็งและส่งพวกมันไปกระแทกกับกำแพง

"พวกชุดเกราะคอสเพลโง่เง่า!"

[คุณได้รับ 410 ทอง!]

[คุณได้รับ 440 ทอง!]

ด้วยอัตราอย่างนี้ฉันสามารถจะจบชั้นที่ 31 ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง! ด้วยร้อมยิ้มที่รุนแรงบนใบหน้าของฉัน ฉันได้ยิ้มให้ริยู

"ริยู วิ่ง! เร็วขึ้นอีก!"

[บรูววววววววววววว!]

"เข้ามาหาฉันทั้งหมดในทีเดียวเลยเจ้าพวกอาหารกกระป๋อง!"

พวกมันมีความคล้ายกันยังไงงั้นหรอ? พวกมันต่างก็มีอะไรที่ว่างเปล่าอยู่ภายในไง!

ด้วยแบบนี้ฉันและริยูได้กวาดผ่านชั้นที่ 31

ในก่อนหน้านี้ฉันจะใช้ทักษะพุ่งของฉันเพิ่มวิ่งผ่านชั้นต่างๆ แต่ในระหว่างนั้นฉันก็จะต้องคอยดูแรงของฉันและการโจมตีของศัตรูไปด้วย แต่ในตอนนี้ฉันมีริยูแล้วผู้ที่วิ่งได้เร็วกว่าฉันและแม้แต่ป้องกันการโจมตีที่เข้ามาได้อีกด้วย การเคลียร์มันก็ได้ใช้เวลาที่สั้นลงอย่างมาก ด้วยแบบนี้ฉันก็สามารถจะเห็นท่าทางบูดบึ้งของหลินได้ในเวลาอีกเพียงแค่ 3 ชั่วโมง

นี่มันคือความลับก็คือฉันรู้สึกสนุกไปกับการแสดงออกของเขามากๆ

จบบทที่ บทที่ 78 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว