เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (2)

บทที่ 79 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (2)

บทที่ 79 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (2)


บทที่ 79 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (2)

จากชั้นที่ 1 จนถึงชั้นที่ 5 นั้นจะมีมอนสเตอร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น อย่างไรก็ตามจากชั้นที่ 6 ขึ้นไปมอนสเตอร์จะปรากฏตัวในรูปแบบที่กำหนดเอาไว้ ชั้นต่างๆมันจะใช้บอสประจำของชั้นนั้นๆเป็ฯตัวตั้งประเภทของมอนสเตอร์

ชุดเกราะบนชั้นที่ 32 ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากชุดเกราะมีชีวิตในชั้นที่ 31 มากนัก นอกจากว่าพลังโจมตีของมันแข็แกร่งขึ้นและมีจำนวนมากขึ้นก็เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามเพราะว่าทางเดินมันได้ยาวขึ้นฉันก็เลยต้องใช้เวลาถึง 5 ชม.ในการผ่านชั้นที่ 32 ถึงแม้ว่าฉันจะคุ้นเคยกับพวกมันแล้วก็ตาม

ตอนนี้มันถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว แต่ว่าหลังจากที่ค่าความทนทานของฉันได้ทะลุไปถึงจุดหนึ่ง ฉันก็ต้องการนอนเพียงแค่ 3 ชม.เท่านั้นเพื่อที่จะฟื้นคืนความเมื่อยล้าในระหว่างวัน บวกกับฉันสามารถไปต่อได้ประมาณสี่วันโดยที่ไม่ต้องนอนได้อีกด้วยและมันจะสมบูรณ์แบบ แม้ว่าแม่จะบอกว่าฉันจะไม่สูงถ้าฉันไม่ได้นอน แต่ว่าฉันจะต้องเป็นทุกข์แน่ๆถ้าฉันสูงขึ้นอีก

ฉันจะต้องไปถึงโรงเรียนตอนบ่ายสามและเวลาเดินทางไปที่นั่นคือ หนึ่งชั่วโมง เพราะว่าแม่เชื่อว่าฉันจะล้มลงจากความหิวแม่ก็เลยได้ทำอาหารเช้าให้ฉัน ฉันได้กินข้าวตอน 9 โมงเช้า หลังจากนั้นฉันก็วางแผนที่จะอาบน้ำ นอนสามชั่วโมง และตื่นขึ้นมาล่าบอสประจำชั้นก่อนที่จะออกไปโรงเรียนในบ่าย 2 ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือฉันจะต้องเคลียร์ชั้นที่ 34 34 และ 35 พร้อมทั้งต่อสู้กับบอสอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายใน 9 ชั่วโมง

"ริยูเราต้องเร็วขึ้นอีกหน่อย"

"โอเค! ฉันรู้สึกเยี่ยมมาก!"

แน่นอนว่าในระหว่างนี้ฉันก็จำเป็นต้องดื่มมานาโพชั่นมูลค่า 10 ล้านวอนต่อขวด

หลังจากที่ขวดมานาระดับกลางได้หมดไปซึ่งมันมีคูลดาวน์ 10 นาทีและเพิ่มมานา 3000 ฉันได้ปรับท่าบนหลังของริยูและชี้หอกไปด่านหน้า เหมือนกับที่ชั้นเคยทำในตอนที่ผ่านชั้น 32 เมื่อริยูสังเกตุเห็นว่าฉันพร้อมแล้วเธอก็เริ่มวิ่งออกไป ชุดเกราะมีชีวิตในชั้นที่ 33 มันไม่ได้พยายามที่จะซ่อนตัวและเริ่มโจมตีฉันจากทุกทิศทาง ฉันได้หมุนหอกในมือและฟาดพวกมันไปอย่างต่อเนื่อง

"ฮ่าาาาห์!"

แม้ว่าเป้าหมายของฉันจะคือไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าที่จะฆ่าพวกมัน ฉันก็ได้ฟาดหอกและทำลายพวกมันในทันทีที่ฉันเห็นช่องว่าง เพียงแค่อยู่บนริยู ฉันก็อยู่เหนือเหล่าเกราะมีชีวิต พลังแห่งการทำลายล้างจากการโจมตีด้วยหอกที่ปกคลุมด้วยสปิริตออร่าไม่ใช่อะไรที่จะมาเยาะเย้ยได้เลย เกราะมีชีวิตมันจะไมม่ตามจนกว่าที่เกราะจะแตกไปอย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าการโจมจุดตายมันไม่ได้ผล นี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำไมฉันถึงสนุกกับการทุบตีพวกมันจากเบื้องบน

อย่างไรก็ตามหลังจากฉันทำลายเกราะตัวที่ห้าและกำลังไปต่อ ก็ได้มีอะไรมากอย่างเข้ามาปะทะฉัน

"แค่ก"

[บรูวววววว!]

"เคร๊ง เคร๊ง"

หลังจากที่รู้ตัวว่าถูกโจมตีริยูก็ได้รีบสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นรอบตัวเราเพื่อป้องกันการโจมตีที่จะตามมาและให้โอกาสฉันตั้งตัว หลังจากที่ฉันได้มองออกไปที่ริยูเธอไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและฉันได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังจากนั้นฉันก็ตรวจสอบพลังชีวิตของฉันเอง ด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวพลังชีวิตของฉันได้ลดลงไป 10%

มันคืออะไร? ฉันได้เห็นกระบองเล็กครั้งที่สอง แต่ว่าฉันได้ทำลายเกราะที่ใช้กระบอกเหล็กไปแล้วนะ ฉันเห็นชิ้นส่วนมันหายไปเอง ดังนั้นฉันจึงเข้าใจผิดบางอย่างไป ในกรณีแบบนนี้คำตอบดังกล่าวมันเห็นได้ชัดว่า

"วูบ วูบ"

"กระบองเหล็กมันขยับเองและโจมตีฉัน"

เมื่อฉันเห็นกระบองเหล็กลอยขึ้นเหนือกำแพงและโจมตีมาที่ฉัน ฉันก็ได้ตีมันด้วยหอก ตามที่คาดเอาไว้มันไม่มีใครถือกระบองเหล็กอยู่ สปิริตออร่าของฉันมันได้ระเบิดใส่กระบองเหล็กและทำให้มันแตกออกในทันที

แน่นอนว่าในตอนนี้ฉันได้รู้ตัวตนของมันแล้ว มันเป็นอาวุธบินได้! เหมือนกับเกราะมีชีวิตที่เคลื่อนไหวด้วยตัวเอง อาวุธบินได้ก็เคลื่อนไหวด้วยตัวเองเช่นกันราววกับว่าพวกมันได้ถูกควบคุมด้วยวิญญาณ ฉันควรจะคิดถึงมันตั้งแต่ที่ฉันเห็นเกราะมีชีวิตแล้ว แต่ว่าฉันไม่คิดว่าชุดเกราะมีชีวิตจะโจมตีด้วยอาวุธบินได้ พวกมันได้หลอกฉันได้อย่างดี

[เจ็บไหม? ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่ามันจะขยับได้]

[นายท่านบาดเจ็บ! เจ้าโง่!]

"ฉันไม่เป็นไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นความผิดของทุกคนแหละ เพียงแต่ว่าเราจะไม่ทำมันพลาดอีกครั้ง"

หลังจากที่ฉันปลอบริยูที่รู้สึกผิดและไพก้าที่กำลังหงุดหงิดกับริยู ฉันก็ได้ตั้งท่าทางกลับมา แม้ว่าไหลของฉันจะยังคงสั่นอยู่จากผลกระทบของกระบองเหล็ก แต่ Hp ของฉันก็ลดไปเพียง 10% เท่านั้น ฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ฉันเติบโตขึ้นมาโดยไม่สนใจต่อความเจ็บปวดแค่นี้มานานแล้ว

"จากนี้ไปเรามาทำลายอาวุธพวกนั้นกันเถอะ"

[ในคราวนี้ฉันจะทำให้ดียิ่งขึ้น]

ฉันได้หยิบหอกขึ้นมาอีกครั้ง ตอนที่กำแพงน้ำแข็งพังลงจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากชุดเกราะ ฉันได้แตะไปที่ริยูเล็กน้อยแล้วจากนั้นด้วยเสียงหอนริยูก็เริ่มวิ่งออกไปข้างหนา

[บรูวววววว!]

"หยุดซ่อนตัวและมาสู้กับฉันซะ เจ้าพวกเค้กข้าว!"

[คุณได้ใช้ทักษะยั่วยุ ศัตรูทั้งหมดที่อยู่ใกล้ๆได้ถูกดึงความสนใจ]

ชุดเกราะทั้งหมดที่กระจายตัวกันอยู่ได้เริ่มวิ่งมาหาฉันด้วยเสียงดัง ฉันได้ไปรอบๆบนหลังของริยูและรวบรวมมันไว้ด้วยกัน ในขณะที่วิ่งอยู่นั้นก็มีอาวุธจำนวนมากมมาขวางทางของริยู เธอก็ได้กระโดดความมันไปอย่างชาญฉลาดและเปลื่ยนทิศทางไปรวบรวมพวกมันทั้งหมดเข้าด้วยกัน

แม้ว่าฉันจะต้องเผชิญหน้ากับชุดเกราะจำนวนมาก ฉันก็ยังคงทำมันต่อ ฉัยได้หบุดลงหลังจากที่วิ่งได้ครบรอบหนึ่งไปในพื้นที่กว้างๆของทางเดิน ที่นั่นเกราะมีชีวิตได้อยู่ในความสับสนและโจมตีกันเอง จากนั้นฉันก็ได้ล็งหอกของฉันไปที่ชุดเกราะมีชีวิตที่รวบกันอยู่และตะโกนออกไป

"พายุธาตุ!"

[พวกเรากำลังรออยู่เล้ว!]

[โว้ว มันจะหมุนๆ!]

[เฮ้! ฉันเป็นคนแรก!]

...ด้วยเหตุผลบางอย่างมันดูเหมือนชื่อของฉันจะได้เริ่มแพร่กระจายออกไปในหมู่ภูติธาตุ มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องขอบคุณพวกธาตุต่างๆที่มีแรงบันดาลใจที่มากล้น ฉันสามารถจะใช้งานนพายุธาตุได้ในเวลาที่สั้นมากกว่าพปกติ ในขณะเดียวกันฉันก็ได้ใช้มานาไปเพียงครึ่งหนึ่ง ผลของมันชัดเจนมาก พายุธาตุที่ฉันสร้างขึ้นจากการรวมตัวกันของธาตุทุกประเภท ฉันไม่เคยเสียใจที่ใช้ทักษะนี้เลย

พายุธาตุได้กวาดเข้าใส่เกราะมีชีวิตทั้งหมดและทำให้พวกมันแตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงการแตกกระจายได้ดังเป็นซิมโฟนีย์

[คุณได้รับ 500 ทอง]

[คุณได้รับ 450 ทอง]

[คุณได้รับชิ้นส่วนของอาวุธลอยได้]

[คุณได้รับชิ้นส่วนของชุดเกราะมีชีวิตได้]

....

ฉันได้โบกมือเพื่อกำจัดข้อความที่วุนวายนี้ ด้วยมอนสเตอร์จำนวนมากมายได้หายไปภายในครั้งเดียว ทางเดินในตอนนี้ได้เปิดกว้างของทำให้มันดูน่ายินดีนัก

ฉันเปิดเปิดมานาโพชั่น 10 ล้านวอนไปอีกขวดแล้ว แม้ว่าฉันจะสามารถล่ามันโดยไม่ใช้มานาได้ แต่ว่ามันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ใช้พวกมัน หลังจากที่เขาพบว่าเงินที่เข้ามามันมากกว่าฆ่าใช้จ่ายมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเก็บมันไว้

เพราะแบบนี้ฉันก็เลยได้กลายเป็นชายที่ใช้ 10 ล้านวอนในทุกๆ 10 นาที อย่างไรก็ตามทุกๆสองหรือสามเกราะมีชีวิตจะดรอปเงินมาประมาณ 500 ทองซึ่งมันหมายความว่าพวกมันแค่ 20 ตัวก็สามารถจะชดเชยได้แล้ว นักสำรวจดันเจี้ยนจงเจริญ!

"ฟู่ นี้มันรู้สึกยอดมา ริยูไปกันต่อเถอะ"

[บรูวววววววว!]

ชั้นที่ 33 ได้ถูกเคลียร์ด้วยความพยายามรวมกันของฉันและธาตุต่างๆภายในเวลา 3 ชม.เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเริ่มต้นจากชั้นที่ 24 มันมีมัมมี่ผสมอยู่ในเกราะมีชีวิตและอาวุธลอยได้ มัมมี่มันเป็นมอนสเตอร์ที่ห่อตัวด้วยผ้ามันแผลและมันจะยิงผ้าพันแผลออกมาเพื่อมัดศัตรูของพวกมัน เกราะมีชีวิตและอาวุธลอยได้ก็จะสามารถกำจัดศัตรูที่ถูกมัดได้อย่างง่ายดาย มันเข้าใจได้ง่ายเลยว่าทำไมผู้คนจำนวนมากถึงต้องทุกข์ใจจากการโจมตีผสานกันของพวกมัน ฉันสามารถจะเข้าใจรอยยิ้มที่หลินมองมาที่ฉันในตอนที่ฉันก้าวมาที่ชั้นที่ 34 โดยที่ไม่ซื้ออะไรไปเลยจากร้านค้า

แต่แน่นอนว่ามัมมี่มันไม่ได้เป็นอันตรายต่อฉัน

[มนุษย์! มนุษย์ที่มีชีวิต!]

[ข้าต้องการร่างกายของเขา!]

[เอามันมา!]

เมื่อฉันวิ่งไปเจอมัมมี่สามตัวในขณะที่วิ่งผ่านชั้นที่ 34 พวกมันแต่ละตัวต่างก็ยิงผ้าพันแผลมาทางฉัน ถึงแม้ว่าผ้าพันแผลมันจะดูคล้ายเศษผ้าบางๆแต่มันกลับทนทานเป็นอย่างมาก ดังนั้นฉันเลยไม่สามารถจะตัดมันได้ด้วยหอกของฉันในการฟันเพียงครั้งเดียว ครู่หนึ่งผ้าพันแผลทั้งเก้าก็ได้มาถึงฉัน ฉันได้ถือหอกไว้ในเส้นทางของพวกมัน ในตอนที้ผ้ามันมามัดหอกของฉัน ฉันก็ได้ถือหอกแน่นและเริ่มหมุน

[เอ๊ะ ข้าไม่สามารถจะดึงมันมาได้!]

[เขาแข็งแกร่งเกินไป!]

[ผ้าพันแผลที่ล้ำค่าของข้า!]

พวกนายไม่ควรจะยิงมันออกมาทั้งหมดในทางเดียวกันนะ! ฉันไดึงหอกที่พันไว้ด้วยผ้าทั้งเก้า และมัมมี่ที่อยู่ใกล้ๆก็ไม่สามารถจะยืดผ้าได้อีกต่อไป ด้วยการเฝ้าดูนี้ฉันได้ตระหนักว่าฉันได้รับความแข็งแกร่งมามากแค่ไหน ฉันสามารถจะสู้กับมอนสเตอร์ในเลเวลเดียวกันกับฉันด้วยแรงเพียวๆเลย แม้ว่าฉันจะไม่ใช่เผ่ามนุษย์สัตว์ก็ตาม

"ไพก้า!"

[โซ่สายฟ้า!]

เมื่อฉันปล่อยมานาลงไปในหอกและตะโกนชื่อของไพก้า เธอก็ได้ใช้เวทย์ที่ฉันคิด พลังงานสายฟ้าได้เริ่มไหลออกจากหอกของฉันไปตามผ้าและปรุงมัมมี่ทั้งสามจนสุก

[สวรรค์..กำลังพิโรธ!]

[ข้าจะกลับไปที่สวรรค์...!]

[และข้าควรจะบอกว่ามันเป็ฯสิ่งที่สวยงาม...!]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 35 คุณมีคุณสมบัติในการท้าทายบอสประจำชั้นที่ 35]

[คุณได้รับโบนัสสเตตัส 5 แต้ม]

"บ้าจริงๆ นายนี้มันเป็นไอบ้าจริงๆ นายทำได้ยังไงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่คนอื่นๆในแบบเต็มปาตี้จะต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือน นายทำได้ยังไง?"

"หลิน ฉันก็เคยมีความคิดคล้ายๆกันเมื่อเร็วๆนี้ แม้ว่าในตอนแรกฉันจะคิดว่านักสำรวจคนอื่นๆต่างก็ช้าและแม้แต่ตายในชั้นที่ง่ายๆแม้นี้"

เมื่อฉันได้ตรวจสอบเวลาหลังจากที่มาถึงร้านขายของในชั้นที่ 34 มันก็เป็นเวลา 6 โมงเช้าแล้ว ฉันได้ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการปีนขึ้นมาสองชั้นจากชั้นที่ 32 อย่างไรก็ตามฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นๆถึงได้ใช้เวลาถึงสองหรือสามเดือนในการทำสิ่งแบบเดียวกัน แม้ว่าฉันจะเอาบัพทั้งหมดของอิลิกเซอร์ออกไป เอาฉายาต่างๆที่เหนือกว่าคนอื่นออกไป...ฉันก็ยังไม่คิดว่ามันจะใช้เวลานานขนาดนั้น

แล้วก็ไม่ว่ายังไงคนที่มีทักษะพอที่จะปีนมาที่ชั้นที่ 30 ด้วยตัวเองได้ก็น่าจะรวบรวมฉายาและทักษะเฉพาะตัวมาในด้วยนะ อย่างนี้สมมติฐานของฉันมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

"หลินนายบอกว่านายจะทำอะไรนะถ้าหากว่าฉันผ่านชั้นที่ 35 ใน 1 ปี?"

"นายยังไม่ได้ผ่านชั้นที่ 35 มาเลยและนายยังไม่ได้เอาชนะบอสประจำชั้นอีกด้วย นายอาจจะแพ้บอสประจำชั้นก็ได้ นายไม่คิดแบบนั้นหรอ?"

หลินได้สูบบุหรี่ของเขาในขณะที่โต้ันมาด้วยท่าทางไม่พอใจ ฉันได้ยิ้มกว้างยืดเส้นหลังจากที่ฉันได้จัดการสเตตัสของฉันหลังจากที่เลเวลอัพเพราะว่าฉันได้ขี่ริยูมาเป็นเวลา 6 ชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพักเลยและประชันแรงกับมัมมี่ทำให้ร่างกายของฉันมีความเมื่อยล้าเกิดขึ้น ฉันได้ซื้อน้ำผลไม้ฟื้นฟูความเมื่อยล้ามาและพูดกับหลิน

"ฉันจะเห็นนายในอีก 3 ชม."

"ฉันคิดว่านายหมายถึง 1 สัปดาห์"

"บู๋ว พวกเราจะได้รู้กัน"

[บู๋ว!]

[บู๋ว! บู๋ว!]

ฉันได้ทำเสียงล้อเลียนหลินและหันหลังกลับไป ไพก้าและริยูก็ทำเสียงล้อเลียนหลินเชช่นกัน แต่ว่าน่าเสียดายที่ไพก้าไม่ได้อยู่ในรูปแบบรูปธรรม หลินเลยไม่สามารถเห็นรูปลักษณ์ที่น่ารักของเธอได้

"เฮ้ เจ้าหมานี้...ฉันหมายถึงภูติธาตุนะ มันยังมาทำเสียงล้อเลียนฉันอีกหรอ?"

ฉันไม่ได้ตอบเขาไป ตอนนี้ในหัวของฉันได้เต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับบอสประจำชั้นที่ 35 ผู้ซึ่งกำลังรอคอยฉันอยู่ในชั้นถัดไป

"เฮ้ ฉันถามนายว่ามันกำลังล้อเลียนฉันนะ! เฮ้ เฮ้!"

ฉันไม่ได้ยินเสีงของหลินเลย ไม่เลยแม้แต่นิด ฉันได้ยกมือขึ้นและโบกมือลาเขาไปในขณะหันหลัง หัวใจของฉันได้เต้นในขณะที่คิดเกี่ยวกับการต่อสู้กับบอสประจำชั้นที่ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

"เฮ้ เฮ้! ภูติธาตุไม่ควรจะเมินชนเผ่ามังกรนะ!"

จบบทที่ บทที่ 79 - ภายใต้ดวงจันทร์ทั้งสอง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว