เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)

บทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)

บทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)


บทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)

ใน่ช่วงเวลานั้น ฉันได้เดินอย่างสบายๆไปรอบๆบริเวณตลาดของที่พักอาศัยและตรวจสอบมูลค่าของไอเทมที่อยู่ในตลาด ร้านค้าอะไรอยู่ที่ไหน แถมฉันก็ยังได้พบกับคนอีกสองคนที่พยายามจะขโมยอาวุธของฉัน

หนึ่งก็คือชายแก่ที่ได้ทำตัวอ่อนแอและร้องขอเงินของฉัน จากนั้นก็ได้พยายามที่จะหยิบหอกและวิ่งออกไป ฉันได้คว้าแขนของเขาและล็อคขาไว้ได้ คนต่อมาก็คือนักสำรวจหญิงที่แต่งกายเปิดเผยยั่วยวน เธอได้เข้ามาหาฉันด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรและในขณะที่ฉันอายที่จะตอบเธอ เธอก็ได้พยายามที่จะแอบจับหอกของฉันและวิ่งหนึ่งไปด้วยทักษะซ่อนตัว

แน่นอนว่าเธอไม่สามารถจะหลอกสัมผัสของฉันไป ฉันได้บิดข้อมือของเธอและเอาหอกกลับมา จากนั้นก็ได้จับเธอมาและเหวี่ยงเธอออกไปไกลจากนั้นเธอก็วิ่งหนีไป

นั่นมันทำให้ฉันได้รู้ว่าหอกดินดำของฉันมันดูเหมือนจะเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนอื่นๆ ฉันเลยได้หยุดที่จะเดินไปรอบๆแบบโง่เขลา ปกติแล้วฉันจะเก็บหอกเอาไว้ในช่องเก็บของ แต่ว่ามันเป็นเพราะว่าช่วงที่ก่อนที่เข้ามาฉันมัวแต่วุ่นกับการคุยกับหลินทำให้ไม่ได้เก็บมันไป

จากนั้นในที่สุดฉันก็ได้พบกันที่ๆสามารถจะซื้อที่พักอาศัยได้ สถานที่ๆฉันมานึ่งนั้นหลังจากที่ได้ถามหลายๆคนแล้วมันถูกเรียกว่า 'ศูนย์กลางสำนักงานแลกเปลื่ยนดันเจี้ยนที่หนึ่ง' นอกจากนี้ยังมีการเรียกอีกอย่างว่า 'ตลาด' มันเป็นสถานที่ๆสำหรับนักสำรวจมาประมูลสิ้นค้าที่ได้พบในดันเจี้ยน ซื้อบ้านหรือแม้แต่ตั๋วเข้าเหตุการณ์ดันเจี้ยน

ผู้จัดการของศูนย์กลางแลกเปลื่ยนนี้ไม่ใช่มนุษย์ เมื่อฉันได้เห็นเขา เขาก็ได้เห็นฉันเช่นกัน เขาได้พูดออกมาอย่างรวดเร็ว

"ฉันจะพูดก่อนเลยน่ะ อย่าได้เอาอาวุธของนายออกมา พวกเราทั้งคู่จะเหนื่อย"

"...ฮ็อบก็อบลิน ใช่มั๊ย?"

แทนที่ฉันจะหยิบอาวุธออกมา ฉันได้คาดเดาไปถึงตัวตนของเขาแทน ผิวหนังสีเขียวฮ็อบก็อบลิน เขากำลังนั่งอยู่บนเกาอี้ที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร เขาได้ปรบมือหลังจากที่ได้ยินการคาดเดาของฉัน เครื่องแบบสีดำของเขาก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าถุงมือผ้าไหมสีขาวที่เขาใส่อยู่นั้นไม่เหมาะกับเขาที่สุด

"เจ้ารู้ได้ยังไงกัน? น่าทึ่งมาก!"

"ปกติแล้วก็อบลินจะไม่สูงแบบนาย แล้วก็ไม่ฉลาดนัก"

คำพูดของฉันได้ทำให้ใบหน้าของฮ็อบก็อบลินยู่ลง ความจริงแล้วเขาดูจะโง่มาก เอลฟ์ ฮ็อบก็อบลิน และแฟรี่ พวกนี้มีเผ่าพันที่เหมือนกัน แต่ว่ามันมีความแตกต่างกันแบบนี้ได้ยังไง...?

"อืม ดีๆ มันเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ที่ฉันได้เห็นผู้มาใหม่จะมาด้วยสามัญสำนึกแบบนี้ เจ้าต้องการจะทำธุรกรรมอะไรล่ะ? มาลองประมูลสินค้างั้นหรอ? เอาล่ะแม้ว่ามันจะมีค่าธรรมเนียม 10% แต่เราจะทำให้มันเป็น 5% เพราะว่านี้มันเป็นครั้งแรกของเจ้า เจ้าเพียงแค่จะต้องกรอกแบบฟอร์มนี้ด้วยระยะเวลาลงประมูล ราคาต่ำสุด และคำอธิบายไอเทม..."

"อ่า ไม่ๆ ฉันกำลังจะมาอ้างสิทธิ์ของบ้านนะ"

"บ้าน?"

ฉันนั้นฮ็อบก็อบลินก็ได้มองประเมินฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าและทำท่าทางประหลาดใจ

"เซ็ตอัศวินลิซาร์ดแมน ใช่มั๊ย?"

"ใช่แล้ว"

"น่าทึ่งนี่ ข้าไม่คิดจะมีนักสำรวจที่รวมเซ็ตครบในปัจจุบันนี้ ข้ารู้สึกดีใจนะที่ได้พบกับเด็กหนุ่มที่มีอนาคตที่สดใสแบบนาย ชื่อของข้าก็เมลาเดล เจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่ได้"

สัมผัสของฉันได้รู้สึกว่าระยะห่างได้สั้นลงไป

"ฉันคังชิน ฝากตัวด้วยนะเมลาเดล"

"ชิ มันยากที่จะเรียกข้าว่าพี่งั้นหรอ? เอาเถอะ ยังไงก็ตามคัวชิน ฉันเข้าใจถึงความสามารถของนายอย่างเต็มที่แล้ว เริ่มจากการที่นายสามารถจะเอาชนะบอสประจำชั้นได้ด้วยตนเอง นายก็ควรจะภูมิใจนะ แต่ว่ายังไงก็ตาม..."

เขาได้ปั้มเอกสารเขาต่อไปและโดยที่เอาตราปั้มออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้

"ในพื้นที่พักอาศัยนี้ ที่พักอาศัยมันมีความสำคัญอยากมาก สถานที่แห่งนี้มันได้เต็มไปด้วยผู้คนที่ต้องการจะหลบหนีจากโลกของพวกเขาที่ล่มสลายและรักษาพื้นที่ๆปลอดภัยสำหรับตัวเองไว้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างขององค์กรมากมายผ่านกิลอีกด้วย ไม่ต้องพูดถึงพวกทหารรับจ้างมิติที่จะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในที่พักอาศัยอีกด้วยนะ"

เมื่อฉันได้ยินคำพูดดของเมลาเดล ฉันก็ได้เข้าใจว่าหลินนั่นหมายถึงอะไร ถ้าฉันเข้าใจสิ่งที่เมลาเดลเข้าใจถูกต้องน่ะนะ

"หลบหนีจากโลกของพวกเขาที่กำลำมุ่งสู่การล่มสลาย...นายหมายถึง ถ้าหมายมีดันเจี้ยน นายก็ไม่จำเป็นจะต้องกลับไปที่โลกของตัวเองงั้นหรอ?"

"ใช่แล้ว หลังจากที่นายได้ติดตั้งหินมานาและยืนยันสิทธิ์ แม้ว่าพลังชีวิตของนายจะกลายเป็น 0 ในระหว่างที่อยู่ในดันเจี้ยนนายจะกลับมาที่พื้นที่พักอาศัยแทนที่จะเป็นโลกที่จากมา แน่นอนว่านายก็จะยังคงไม่สามารถที่จะสำรวจดันเจี้ยนได้อีกเป็นเวลา 1 สัปดาห์เช่นเดิม"

"...เข้าใจแล้ว"

นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาถูกเรียกว่า 'ผู้หลบหนี' สิน่ะ มันเป็นสิ่งที่ลงตัวจริงๆ โลกของนักสำรวจดันเจี้ยนทุกคนจะอยู่ในปัญหาที่ร้ายแรงหรือยิ่งใหญ่ ทวีปลูก้าก็มีเผ่าปีศาจและทวีปอีเดียวก็มีผู้บุกรุก แม้ว่าเร็นจะไม่ได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในทวีปพาแนน แต่มันก็ดูเหมือนจะสิ้นหวังมากกว่าโลกอื่นๆซะอีก

ถ้าแบบนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่มีคนที่ต้องการที่จะหลบหนีมาจากโลกของพวกเขา พวกเขาสามารถจะตายได้ทุกเมื่อถ้ายังอยู่ต่อสู้กับสิ่งที่อันตรายในโลกของพวกเขา ดังั้นการที่วิ่งหนีมาที่ดันเจี้ยนนั้นเป็นตัวเลือกที่ชัดเจน

ฉันยังเข้าใจอีกด้วยว่าทำไมคำว่า 'หลบหนี' ถึงเป็นคำต้องห้ามสำหรับพวกเขา คนที่ได้ละทิ้งโลกของเขามาไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะยังมีความรู้สึกผิดอยู่ในใจของพวกเขา ไม่ว่าจะถูกเลือกโดยดันเจี้ยนหรือนักสำรวจ พวกเขาก็จะต้องได้รับความคาดหวังบางอย่างแน่นอนจากการได้กลายมาเป็นนักสำรวจ เป็นผู้ที่จะต้องช่วยโลกของพวกเขาต่อสู้กับสิ่งที่เป็นอันตราย

อย่างไรก็ตามพวกเราก็ได้วิ่งหนีไปเมื่อได้เผชิญหน้ากับอันตรายในโลกของพวกเขา พวกเขาได้แต่สั่นไปด้วยความความกลัวและหนีออกไป หรือไม่พวกเขาก็ได้รับความหวังของคนบนโลกมาบนบ่าจนมากเกินไป

...ฉันไม่สามารถจะตำหนิพวกเขาได้ ฉันไม่ต้องการที่จะเรียกพวกเขาว่าผู้หลบหนีอีกด้วย คนที่ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับอันตรายที่จริงจังหรือร้ายแรงใดๆและไม่มีความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองว่าเป็นผู้ใช้พลังบนโลก ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น

ดังนั้นฉันจึงหยุดความคิดนี้และถามเมลาเดลเกี่ยวกับคำถามที่ฉันได้ยินมาในก่อนหน้านี้

"ทหารรับจ้างมิติคืออะไรหรอ?"

"พวกเขาเป็นทหารรับจ้างที่จะออกไปช่วยโลกอื่นๆ เมื่อมีคำขอของนักสำรวจพวกเขาก็จะสามารถเดินทางไปยังมิตินั่นๆได้ พวกเขาเป็นนักสำรวจที่มีงานหลักๆก็คือการทำตามคำขอและรับรางวัล พวกเขานั้นแข็งแกร่งกันอย่างมาก ไม่มีใครเลยในหมู่พวกเขาที่อ่อนแอ ความต้องการที่จะกลายมาเป็นทหารรับจ้างมิตินั้นก็ยังซับซ้อนเช่นกัน คุณจะต้องมีทักษะย้อนกลับที่สูงพอสมควรซึ่งนั่นมันอาจจะได้รับมันผ่านทางวิธีที่พิเศษเท่านั้น ทักษะเดินทางมิติซึ่งจะทำช่วยให้คุณสามารถจะเดินทางไปยังโลกอื่นๆได้ และเนื่องจากว่าพวกเจาไม่สามารถจะผูกติดกับโลกได้ พวกเขาจึงจะต้องมีบ้านเป็นของตัวเองในพื้นที่พักอาศัย"

ว้่ง นั่นมันฟังดูจะเจ๋งมากๆ แสดงว่าพวกเขาเป็นพวกที่พิเศษแม้แต่ในหมู่ของนักสำรวจ มันยังดูเหมือนว่าจะมีวิธีได้รับทักษะย้อนกลับนอกเหนือไปจากชั้นที่ 15 อีกด้วย

นั่นมันคือความประทับใจของฉัน

"แต่ว่าน่าเสียดายนักที่จำนวนของบ้านในพื้นที่พักอาศัยมีจำกัด 5 คฤหาสน์พิเศษ 20 คฤหาสน์เกรดหนึ่ง 200 คฤหาสน์เกรดสอง 500 บ้านเกรดหนึ่ง 2000 บ้านเกรดสอง 5000 บ้านเกรดสาม และสุดท้ายตึกแถวจำนวน 500 ซึ่งแต่ละแห่งมีความจุอยู่ที่สิบครอบครัว นายเข้าใจแล้วนะ?"

ฮ็อบก็อบลินได้กล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง

"และเพื่อที่จะซื้อตึกแถวนายจะต้องมีเงิน... 10 ล้านทอง! นายต้องมีเงินอยู่ 10 ล้านทองเพื่อที่จะซื้อห้องในตึกแถว"

"แล้วมันมีห้องที่ว่างอยู่มั๊ย?"

แม้ว่า 10 ล้านทองมันจะเป็นจำนวนมหาศาล แต่ฉันก็ถามเมลาเดลไปด้วยความคิดว่ามันคงจะไม่ใช่เวลานานนักในการเก็บสะสม จากนั้นเมลาเดลก็ยิ้มและอธิบายออกมา

"ไม่ ด้วยจำนวนนักสำรวจดันเจี้ยนที่อยู่รอบๆนี้ นายคิดว่ามันจะมีห้องว่างอยู่หรอ? สิ่งที่ฉันหมายถึงก็คืออาจจะมีนักสำรวจที่จะยอมทิ้งห้องของพวกเขาในราคา 10 ล้านทอง"

"พวกเขาจะโยนบ้านของพวกเขาในราคา 10 ล้านทองหรอ?"

"พวกเขาสามารถจะเข้ากิลด์แทนได้"

มันดูเหมือนว่าฉันจะต้องคุยกับเมลาเดลอีกซักพักนึง

"ฉันขอถามอีกหน่อยได้มั๊ย? ฉันรู้ว่านายยุ่งนะ แต่ว่าฉันก็อยากจะรู้ว่ากิลด์คืออะไร"

"เวลาเป็นเงินเป็นทองนะ และอย่างที่นายพูดเลยฉันกำลังยุ่งอยู่ แต่ว่านายเป็นนักสำรวจที่มีอนาคตสดใส และสัญญาณระดับทองของฮ็อบก็อบลินกำลังบอกฉันว่าให้สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนายมันจะเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อสำหรับฉัน นอกจากนี้ฉันก็เป็นฮ็อบก็อบลินที่ยอดเยี่ยมที่สามารถจะทำงานได้ในขณะที่พูดคุยกับคนอื่นๆ"

ถ้าหากมีสิ่งหนึ่งที่ฉันจะเข้าใจก็คือเข้าเป็นคนที่มีถ้อยคำที่ไพเราะและมีความมั่นใจในตัวเองอย่างสูง

"ฉันได้อธิบายไปก่อนหน้านี้นิดนึง แต่ว่ากิลนั้นก็หมายถึงองค์กรที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้นำที่แข็งแกร่งและนักสำรวจจากมิติอื่นๆที่มีเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน พกเขาจะอาศัยอยู่ด้วยกันในบางสิ่งที่เรียกว่าบ้านกิลด์ และสภาชิกก็อาจจะสร้างปาตี้เล็กๆเพื่อสำรวจไปด้วยกัน หรือไม่ก็เข้าไปในเหตุการณ์ดันเจี้ยนหรือเหตุการการจู่โจม และด้วยความเชื่อใจที่แข็งแกร่งระหว่างสมาชิก กิลด์ก็จะกลายเป็นแข็งแกร่ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักสำรวจจำนวนมากที่ต้องการจะเป็นกิลด์มาสเตอร์ "

"ฉันคิดว่ามันก็มีข้อกำหนดที่จำเป็นสำหรับกิลด์มาสเตอร์ด้วยใช่ปะ?"

"แน่นอน"

เมลาเดลได้ปั้มตราประทับลงไปแล้วหยิบปากกาขึ้นมา จากนั้นเขาก็เริ่มดำเนินการกรอกเอกเพิ่มต่อไป

"อย่างแรกเลยใครที่ต้องการจะเป็นกิลด์มาสเตอร์อย่างน้อยจะต้องเป็นระดับทองหรือก็คือกิลมาสเตอร์อย่างน้อยจะต้องเลเวล 50"

"เข้าใจแล้ว"

"เขายังจะต้องเป็นเจ้าของคฤหาสน์อีกด้วย บ้านปกติไม่สามารถจะใช้มาเป็นบ้านกิลด์ได้"

"อา ดังนั้นเขาก็จะต้องเป็นเจ้าของบ้านกิลด์เหมือนกันสินะ ดังนั้นอย่างน้อยก็จะต้องใช้คฤหาสน์เกรดสอง"

"นั่นมันถูกแล้ว หรือก็คือไม่ว่ายังไงดันเจี้ยนแรกก็ไม่สามารถจะมีได้มากกว่า 225 กิลด์ อย่างไรก็ตามคฤหาสน์ก็ไม่ใช่สิ่งที่นายจะซื้อมันได้ด้วยเงิน"

"เป็นความสำเร็จใช่มั๊ย?"

เขาได้ละสายตาออกมาจากกองเอกสารและมองมาที่ฉัน

"...ใช่แล้ว ความสำเร็จนั่นแหละ เขาคนนั้นจะต้องบรรลุความสำเร็จที่ทุกคนให้การยอมรับ ถ้าเขาทำมันได้ เขาคนนั้นก็จะสามารถได้รับสิทธิ์ในการซื้อคฤหาสน์ได้ คุณสมบัตินั้นมันเรียกว่าตั๋วซื้อ ซึ่งชนิดของคฤหาสน์และราคาจะแตกต่างออกไปมันจะขึ้นอยู่กับคุณภาพและประเภทของความสำเร็จที่เขาคนนั้นทำเสร็จสมบูรณ์ แม้ว่าสิ่งนี้มันจะฟังดูแปลกๆแต่มูลค่าของความสำเร็จมันจะเพิ่มขึ้นไปตามกลายเวลาที่ไม่ถูกเคลียร์ ความสำเร็จที่สูงที่สุดก็ความสำเร็จ 'ครั้งแรก' หรือก็คทอเป็นการทำความสำเร็จที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนเป็นครั้งแรก ความสำเร็จที่ไม่มีสำเร็จมาก่อนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของดันเจี้ยน..นายเข้าใจใช่มั๊ยว่ามันมีค่ามากแค่ไหน?"

เมื่อฉันได้ยินคำอธิบายนี้ในที่สุดฉันก็ได้เข้าใจดีเลยว่าทำไมความสำเร็จในการเอาชนะบอสในการท้าทายครั้งแรกมันเป็ฯความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ มันเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของดันเจี้ยน...ฉันได้ทำสิ่งนั้นประสบความสำเร็จ

"นั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคฤหาสน์ถึงได้เปิดกว้างกว่าเมื่อเทียบกับบ้าน มันยังมีคฤหาสน์เกรดสองที่ไม่มีเจ้าของอยู่เป็นจำนวนมาก และ 3 คฤหาสน์เกรดหนึ่งที่ยังไม่มีเจ้าของ หนึ่งในห้าคฤหาสน์พิเศษที่ยังไม่มีเจ้าของในพื้นที่พักอาศัย สวนแห่งมาเรียน่ากำลังรอคอยเจ้าของมาตลอดตั้งแต่ที่ดันเจี้ยนได้ปรากฏขึ้น มีนักสำรวจจำนวนมากที่สงสัยเกี่ยวกับคนที่จะกลายมาเป็นเจ้าของสวนแห่งมาเรียน่า"

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองมาที่ฉัน

"แต่ดูเหมือนว่าความสงสัยมันไม่ได้นานนักนะ คุณเห็นด้วยมั๊ยคุณเจ้าของ?"

"อย่างที่ฉันคิดเลย นายสังเกตุเห็นสินะ"

"ฮึ่ม ฉันได้สังเกตุมันเมื่อตอบที่นายบอกว่ามา 'เอาบ้าน' แทนที่จะเป็น 'ซื้อ' แม้ว่าฉันจะไม่คิดว่ามันเป็นคฤหาสน์พิเศษก็ตาม"

เขาเป็นคนที่ฉลาดจริงๆ ด้วยรอยยิ้มฉันได้หยิบเอาตั๋วซื้อคฤหาสน์พิเศษแบบฟรีออกมาและส่งไปให้เขา เขาได้หยิบเอาไปตรวจสอบอย่างรอบคอบ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจลึก

"ลอร์ด...ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ เอาล่ะขอแสดงความยินดีด้วย คังชินตั้งแต่วันนี้ไปนายจะเป็นเจ้าของของคฤหาสน์พิเศษสวนมาเรียน่า ฉันฮ็อบก็อบลินเมลาเดล ผู้อาวุโสแห่งสวนแฟรี่ขอให้การยอมรับมันด้วยชื่อของฉัน"

[คุณได้กลายเป็นเจ้าของคฤหาสน์พิเศษสวนมาเรียน่า]

[กุญแจเข้าสู่คฤหาสน์ได้ตกเป็นของท่าน ท่านสามารถจะค้นหามันได้ในช่องเก็บของ]

ฉันได้เปิดช่องเก็บของและตรวจสอบกุญแจ มันแตกต่างจากกุญแจคริตตัลสีฟ้าที่โรเล็ตต้าให้เล็กน้อย มันดููเหมือนจะแกะสลักมาจากอัญมณีห้าสี แม้ว่ามันจะมีลอยตัดน้อยกว่ากุญแจคริสตัล แต่มันก็มีความยิ่งใหญ่และสวยงามมากขึ้น เมื่อฉันได้ล้วงเขาไปในช่องเก็บของและหยิบมัน ฉันก็ได้รับข้อควา,

[เพื่อนของคุณเพลดูเดีย เกล็น อีเทอร์ ได้เชิญคุณไปที่พักของเธอ คุณจะยอมรับหรือไม่?]

"เป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะอะไรแบบนี้"

"หืม? มีอะไรหรือ?"

"อา เพื่อนของฉันได้เชิญฉันไปที่บ้านน่ะ เธอบอกให้ฉันติดต่อไปหาเธอ... ฉันคิดว่าเธอคงอยากจะเชิญฉันไปที่บ้านน่ะนะ ขอบใจมากนะ แต่ว่าตอนนี้ฉันจะไปก่อนนะ"

"...เธอเชิญนายไปที่บ้าน หือ อืม เข้าใจแล้ว"

เสียงของเมลาเดลได้สั่นเล็กน้อย เขาไปจงมาที่ฉันอย่างแน่วแน่ จากนั้นก็ปล่อยเสียงไอแห้งๆออกมา

"อะแฮ่ม...หญิงสาว ใช่มั๊ย?"

"ห๊ะ? ใช่แล้ว"

"ตายแล้ว"

"อะไร?"

"ไม่มีอะไรหรอ รีบๆไปได้แล้ว ถุ้ย"

ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงถ่มน้ำลายลงไปบนพื้น ฉันได้หันหลังให้กับฮ็อบก็อบลินและตอบกลับข้อความกลับไปในขณะที่เหลือบไปมองไอเทมที่วางขายอยู่และพลักงานของศูนย์การค้าวิ่งไปรอบๆ

"ฉันยอมรับ"

จบบทที่ บทที่ 70 - สวนแฟรี่ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว