เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 - สวนแฟรี่ (2)

บทที่ 69 - สวนแฟรี่ (2)

บทที่ 69 - สวนแฟรี่ (2)


บทที่ 69 - สวนแฟรี่ (2)

หลังจากการที่เหตุการณ์ดันเจี้ยนได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน ประเทศเล็กๆที่ไม่มีผู้ใช้พลังที่เพียงพอซึ่งทำให้ผู้ใช้พลังคนต่างๆได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ พวกเขาสามารถจะที่จะล่ามอนสเตอร์ในพื้นที่ดันเจี้ยนได้อย่างปลอดภัยกว่าพื้นที่ข้างนอกและพวกเขาก็จะได้รับเงินจากประเทศเล็กๆนั้นอีกด้วย มันเป็นวิธีการสร้างเงินอย่างชาญฉลาด ในหลายๆประเทศพวกปีกแห่งเสรีก็ได้ใช้ข้ออ้างนี้ในการปราบปรามพื้นที่ดันเจี้ยนเช่นเดียวกัน

ปัญหาก็คือดันเจี้ยนที่มีระดับที่สูงๆ ระดับ B+ ที่ญี่ปุ่น 'เกียรติยศของแม่ทัพ' และ ระดับ A+ ที่อยู่ในประเทศอังกฤษ 'สุสานเหลือทะเลสาบ' มันเป็นที่ที่น่าเป็นห่วงมากเพราะว่ามันมีขนาดพื้นที่ๆใหญ่ จำนวนมอนสเตอร์มีชื่อที่สูง และสติปัญญาที่ไม่ธรรมดาของพวกมัน

และอย่างสุดท้ายที่รัฐแอริโซนาซึ่งที่เคยเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามได้กลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวหลังจากที่กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยนระดับ S รังไวเวิร์น สามดันเจี้ยนเหล่านี้มันเป็นที่ๆมีปัญหาในการปราบปราม

[ฉันรำคาญมันมาก ชายคนนั้นมากวนฉันอย่างน้อยทุกๆชั่วโมงเลย!]

"ก็แค่เผาเขาซะสิ"

[โอ้ ฉันพยายามแล้ว เมื่อฉันบอกกับเขาก่อนที่ฉันจะเผาผมเขาทั้งหมดไป เขาก็ทำเพียงแค่หัวเราะและพูดออกมาว่า 'เป็นลูกแมวน้อยที่น่ารักอะไรแบบนี้ ฉันจะกลับมาใหม่นะเมื่อเธอรู้สึกดีขึ้น']

"เธอแน่ใจเลยสิน่ะว่ามันลำบากที่จะต้องเคลียร์ดันเจี้ยนพร้อมกันกับเขา..."

ที่สุสานเหนือทะเลสาบซึ่งมีสองผู้ใช้พลังระดับ SS ฮวาหยาและโจชัว บริทส์แมน พร้อมทั้งผู้ใช้พลังระดับ S อีก 4 คน พวกเขาเหล่านี้กำลังทำการสำรวจดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีพื้นที่กว่า 16 ตารางกิโลเมตร เนื่องจากว่ามันเป็นระดับ A มันจึงดูเหมือนจะต้องใช้เวลาในการสำรวจในพื้นที่นี้เป็นเวลานานกว่าจะสำเร็จ ตามที่ฮวาหยาได้บอกมา พวกเธอได้ล่องเรือที่ปรับแต่งมาในการสำรวจนี้

"ฟังดูน่าสนุกนี่ ฉันก็อยากจะไปนั่งรับลมบนเรือสำราญเหมือนกันนะ"

[หลังจากที่มันได้กลายเป็นดันเจี้ยนแล้ว ที่นี่มันไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีเลย...นายไม่รรู้หรอว่ามีกี่คนกันที่เศร้ากับเรื่องนี้ นอกจากนี้เพราะว่ามันระดับสูง ผู้ใช้พลังธรรมดาๆเลยไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าพื้นที่ดันเจี้ยนมันจะไม่หายไปไม่ว่าจะถูกเคลีลร์ไปแล้วก็ตามอีกด้วย ฉันกังวลว่ามันจะกลับมาหลังจากที่ฉันเคลียร์มันไปแล้วครั้งหนึ่ง]

"มันไม่มีคนที่โทษเธอหรอ?เพราะว่าทั้งหมดนั้นเธอมีอิทธิพลอย่างมากในการตัดสินใจให้ประเทศปล่อยเหตุการณ์ดันเจี้ยนเอาไว้"

[มันเป็นเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดกับประเทศจีนก็เลยไม่มีใครที่จะมาตำหนิฉัน]

"อา...นั่นมันดีแล้วล่ะ"

แม้ว่าฮวาหยาอาจจะรู้สึกขอบคุณที่ประเทศจีนได้จัดการความกังวลของเธอไป แต่ฉันก็ไม่อยากจะยอมรับในเหตุการนั้นที่ส่งผลต่อชีวิตของใครหลายๆคนอยู่ดี

"ไม่ใช่ว่าวันนี้เธอส่งข้อความมาหาฉันบ่อยไปหรอ?"

[มันเป็นเพราะว่าฉันเครียด....ถ้านายได้เจอแบบฉันละก็นายก็จะไม่พ้นสภาพแบบฉันหรอก]

"มองไปที่ทะเลสายที่สวยงามและเพิ่มกำลังใขเธอซะนะ"

[อ่า เจ้าทูน่านั่นมาอีกแล้ว]

"....โชคดี"

ฉันเริ่มมีความสุขอย่างแม้จริงที่มันไม่ได้มีดันเจี้ยนอื่นใดในเกาหลีอีก เมื่อฉันได้จบการสนทนากับเธอ ที่ด้านหน้าของฉันก็คือหลินที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่อย่างเสมอ

"นายกำลังจู่โจมบอสและพูดคุยกับเพื่อนเป็นสิ่งที่นายแค่นั้นเองหรอ? นายไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับหัวใจที่อับเชาของฉันหลังจากที่ถูกหลอกให้พนันกับนายเลยหรอ?"

"หลิน ตั๋วเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยมันจะหายไปไหมเมื่อใช้มันครั้งหนึ่ง?"

"ถ้าเผ่ามังกรบอกอะไรนาย ก็ต้องฟังเขา!"

หลินได้ขยี้บุหรี่และโยนเข้ามาหาฉันอย่างหงุดหงิด ฉันได้เหวี้ยงหอกและเหวี้ยงขี้เถ้ากลับไปหาเขา

"ฉันถามนายก็เพื่อที่จะให้ฉันมีสิ่งอื่นที่จะทำ"

"อย่าพึ่งนอกเรื่องนะ!...เอาเถอะ อะไรนะ? พื้นที่พักอาศัยหรอ? นายได้ตั๋วมาแล้วฦ"

"ใช่สิ"

หลินได้พ่นควันออกมาหลังจากคิดอยู่ครู่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็อธิบายออกมาอย่างประหลาดใจ

"แน่นอนสิตั๋วมันจะหายไปเมื่อใช้งาน แต่ว่าถ้านายได้จัดการซื้อที่พักอาศัยในพื้นที่นั้น นายก็จะสามารถไปกลับได้ตามที่นายต้องการ นายเพียงแค่จะต้องติดตั้งหินมานาและรับสิทธิ์"

"เดี๋ยวก่อนนะ นายช่วยพูดในส่วนของหินมานาอีกทีสิ?"

"นายไม่รู้หรอว่าหินมานาคืออะไร? นายรู้มั๊ยว่ามันเป็นสิ่งที่จะออกมาจากหัวของมอนสเตอร์? มันเป็นเหตุผลสำหรับความแข็งแกร่งและแปลกประประหลาดของมอนสเตอร์ทางชีวภาพ เหตุผลที่มันแตกต่างจากมนุษย์ ความแตกต่างนี้ก็คือความสามารถในการควบคุมมานาหรือถูกควบคุมโดยมานา"

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ฉันก็นึกได้ถึงบางอย่าง เรื่องราวเมื่อนานมาแล้วที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับนักสำรวจดันเจี้ยนเป็นครั้งแรกจากพ่อ

[ในดันเจี้ยนมันมีสิ่งล้ำค่ามากมาย หินมานา อาวุธวิเศษ ...เยอะแยะ แถมออร์คที่มีผิวที่เป็นวัสดุใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลก...]

นั่นไง หินมานา! ตอนนี้ฉันจำได้แล้ว! แต่ว่าในตอนที่ฉันคิดเกี่ยวกับมัน ฉันก็ไม่เคยเห็นหินมานามาก่อนเลยแม้ว่าฉันจะมาถึงชั้นที่ 30 แล้วก็ตาม สำหรับอาวุธเวทย์ หน้าไม้เงินอัตโนมัติที่อยู่ในกระเป๋าฉันก็สามารถจะนับเป็นหนึ่งในนั้นได้เช่นกัน ฉันมีเพียงแค่อันเดียวเท่านั้นเมื่อมาถึงชั้นที่ 30! ไม่วต้องพูดถึงผิวของออร์คที่เป็นแค่วัสดุขยะแทนที่จะเป็นสิ่งแปลกใหม่เลย! ถ้าฉันไปหลายมันทีไหนก็ตาม ฉันจะต้องได้ไปเจอกับคุณตำรวจแน่นอน

ฉันไม่สามารถที่จะหยุดอากาศสั่นได้ในขณะที่คิดถึงสิ่งที่ผ่านมาในอดีต ฉันได้กลายมาเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนหลังจากถูกหลอกโดยพ่อ! แน่นอนว่าฉันไม่ได้เสียใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าฉันก็ไม่พอใจที่พ่อได้หลอกลวงฉันเกี่ยวกับเรื่องหินมานาที่พ่อไม่เคยจะได้รับมาเลยหรือแม้แต่ไอเทมเวทย์ด้วย ฉันได้สาบานเลยว่าจะแก้แค้นเขา

"ฉันไม่เคยเห็นหินมานามาก่อน"

"ฮะ? เอาล่ะ นั่นก็ถูกแล้วมอนสเตอร์ที่อยู่ต่ำกว่าชั้นที่ 20 ของดันเจี้ยนที่หนึ่งจะอ่อนแอทำให้ไม่มีหินมานา และจากชั้นที่ 20 ไปจนถึงชั้นที่ 40 มอนสเตอร์ทั้งหมดนั้นเป็นอันเดต พวกมันก็เลยไม่มีหินมานา นายจะได้รับมันจากชั้นที่ 41"

"กึ๊ก..."

"ไม่ต้องกังวล ถ้าหากว่านายไปที่ตลาดในพื้นที่พักอาศัย นายก็จะพบกับนักสำรวจคนอื่นๆขายมันได้บ้าง เพียงแค่สุ่มซื้อมันมาซักอันและซื้อบ้านแบบสุ่มๆเหมือนกัน เมื่อนายสามารถจะติดตั้งหินมานาไว้ที่บ้านและผ่านกระบวนการรับสิทธิ์ นายก็สามารถที่จะไปกลับระหว่างบ้านและดันเจี้ยนได้อย่างอิสระ เช่นเดียวกันกับที่นายสามารถจะไปกลับระหว่างดันเจี้ยนกับโลกได้"

"นั่น...ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในดันเจี้ยนได้โดยไม่ต้องกลับไปโลกได้"

เมื่อฉันได้พูดสิ่งที่คิดออกไป หลินก็ได้หัวเราะเยาะอยู่พักหนึ่ง เมื่อฉันสังเกตุมัน เขาได้เปลื่ยนท่าทางออกมาเป็นยิ้มกว้าง สำหรับผู้ชาย เขามีเสน่ห์ของผู้หญิงมากๆซึ่งนั่นมันได้ทำให้ฉันต้องถอยกลับไปก้าวหนึ่ง มันมีเสน่ห์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่ว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกหนาวสั่น

"แน่นอน นั่นมันเป็นไปได้นะฮีโร่จากโลก"

"..."

"นายจะพบเองเมื่อนายไปที่นั่น แต่ฉันจะบอกนายล่วงหน้าว่าคำว่า 'หลบหนี' เป็นสิ่งสิ่งที่ต้องห้าม ถ้านายไม่ต้องการจะเป็นศัตรูกับคนที่อยู่ในพื้นพักอาศัย นายก็อย่าได้พูดคำแนวนั้นออกมา

"หลบหนีหรอ...?"

"ฉันบอกว่ามันเป็นสิ่งต้องห้าม เข้าใจนะ?"

"อะ อื้อ"

"ฟู่..."

เขาได้หยิบบุหรี่อีกอันออกมาและยกขึ้นสูบในขณะที่เรืองแสงขึ้น เมื่อฉันมองไปที่เขาอย่างระมัดระวัง เขาก็ยิ้มและให้คำแนะนำฉัน

"แต่ยังไงก็ตามเพราะว่าพื้นที่พักอาศัยมันมีราคาที่แพงเกินไปที่จะซื้อสำหรับนักสำรวจเพียงคนเดียว นายไม่สามารถจะทำอะไรได้แม้ว่านายจะไปที่นั้น นายจะจบลงด้วยการสูญเสียตั๋วที่พยายามหามาอย่างยากลำบากไปโดยที่ไม่ได้อะไรเลย"

เพราะเขาได้ให้คำแนะนำแก่ฉันตามตรง ฉันเลยได้ตัดสินใจที่จะบอกความจริงกับเขา

"เพราะว่าความสำเร็จบางอย่างที่ฉันได้ทำมันได้ทำให้ฉันได้รับบัตรซื้อคฤหาสน์พิเศษแบบฟรีน่ะ"

"นาย....ทำให้ฉันโกรธ..!"

ขณะที่ฉันคิดว่าการแสดงท่าทางโกรธนั้นแหละที่เหมาะกับเขามากที่สุด! ตั้งแต่ที่ฉันรู้ว่าฉันสามารถเดินไปกลับระหว่างสองสถานที่ได้ในทันทีที่ฉันติดตั้งหินมานา ฉนก็จะต้องไปที่นั่นและซื้อมันซะ! ฉันได้ตื่นเต้นในขณะที่ใช้ตั๋วเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย

"อา เดี๋ยวก่อน! ถ้ามันเป็นคฤหาสน์แบบพิเศษ นายก็จะต้องใช้หินมานาที่ตรงกับลักษณะของมัน...!"

เพราะว่าฉันได้ใช้ตั๋วไปแล้ว ฉันก็เลยไม่ได้ยินเสียงของหลินได้อีก เหมือนกับในตอนที่ฉันได้เข้ามาสู่เหตุการณ์ดันเจี้ยน สภาพแวดล้อมรอบๆได้เริ่มละลายไป มันเหมือนกับสนิมที่กำลังไหลออกไปอย่างจากๆ

จากนั้นโลกใบใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉัน

[คุณได้เข้าสู่พื้นที่พักอาศัย]

"อ๊ากกก ฉันตายอีกแล้วที่ชั้นที่ 55"

"คุคุคุ ชั้นที่ 55 มันยากที่จะผ่าน ฉันรู้เรื่องนี้ดีเลยล่ะ มาดื่มกันดีกว่าน่า"

"เว้ยเอ้ย ราชาจะต้องพูดอะไรบางอย่างอีกแน่"

ในขณะที่ฉันกำลังทึ่งกับการเปลื่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ชายวัยกลางคนสองคนก็ได้เดินกระแทกฉันไป อย่างแรกฉันได้ถอยห่างออกมาจากพวกเขาและพยายามเอามือไปจับหอกที่อยู่ด้านหลัง

"ฉันจะไม่พูดอะไรมาก ดังนั้นไปดื่มกันซะ"

"กึก ฉันคิดว่านายเป็นเด็กใหม่นะ แต่ว่านายค่อนข้างจะมีทักษะทีเดียว เอาล่ะพวกเราจะไปแล้ว ถือว่ามันเป็นการต้อนรับละกันนะ"

สำหรับการเล็งอาวุธมา เขาโชคดีจริงๆที่ฉันไม่ได้ตัดข้อมือของพวกเขา

เนื่องจากฉันรู้ว่าการจะต่อสู้กันระหว่างนักสำรวจเป็นสิ่งต้องห้าม ฉันได้พูดออกไปหลังจากที่ได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับชั้นที่ 55 แม้ว่าจะเป็นนักสำรวจชั้นที่ 55 แต่พวกเขาก็ดูจะอ่อนแอเกินไป

พวกเขาดูเหมือนกับพวกขี้โกหก เพราะว่าฉันยืนอยู่ท่ามกลางความงุนงงในครั้งแรกที่มาพื้นที่พักอาศัย พวกเขาก็ได้พยายามจะเหยียบย่ำจิตวิญญาณของฉันด้วยการพูดถึงชั้นที่ 55 และขโมยอาวุธของฉันไป ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่ในความงุนงงก็ตาม แต่การฝึกของฉันมันไม่ได้หละหลวมไปจนที่ฉันจะไม่สามารถจะเกตุเห็นคนที่จะเอาอาวุธไปจากร่างกายฉันได้

หลังจากที่ยืนยันว่านักสำรวจทั้งสองคนออกไปแล้ว ฉันก็ได้มองไปรอบๆ ฉันรู้ได้ทันทีเลยว่าจะอธิบายฉากนี้ยังไง มันเป็นเหมือนกับถนนที่เต็มไปด้วยสีสันของยุคกลางในยุโรป อาคารที่สร้างขึ้นด้วยอิฐที่มีสีสันสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อในขณะที่หินที่ปูพื้นก็สวยงามสะอาดปราศจากช่องว่าง

มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ค่อยจะเข้าใจนัก มันก็คือสถานที่แห่งนี้ซึ่งมันควรจะอยู่ในดันเจี้ยนด้วยหรอ? มันมีท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ

นอกเหนือจากความลึกลับแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็ยังยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน ได้มีนักสำรวจดันเจี้ยนจำนวนมากเดินไปรอบๆด้วยอาวุธของพวกเขานี่มันเหมือนกับความฝันที่มันเข้ากันอย่างดีกับสถานที่เลย

"เฮ้ นายรูปหล่อคนนั้นน่ะ! นายต้องการ 'โดราโกนู' ซึ่งเป็นผลที่อร่อยที่สุดในทวีปไซรอนมั๊ย? ตั้งแต่ที่ทวีปไซรอนถูกทำลายไปแล้ว นายไม่สามารถจะหาโดรากานูได้อีกแล้วนะ!"

สถานที่นี้มีคนที่ขายผลไม้ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน...

"หอกนั่นมันดูไม่ดีเท่าไหร่นะ นายต้องการที่จะไปรอบๆโลกด้วยอาวุธระดับสูงของเปเซียมั๊ย?"

มีร้านอาวุธมามายที่ขายอาวุธจากโลกที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

"มันพึ่งจะเที่ยงเองนะและนายก็กำลังดื่มอยู่ นายเป็นผู้แพ้! ถ้านายถูกเตะออกจากดันเจี้ยน ก็กลับไปที่โลกของนายอย่างเงียบๆซะสิ!"

"โลกนั่นมันได้ถูกทำลายไปแล้ว!"

แม้กระทั่งหญิงงามที่ปากจัดก็ได้วุ่นวายไปกับการเซิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสาปส่งลูกค้าของเธอ

"อืม มันไม่ได้ใหญ่นัก มันอาจจะมีขนาดพอๆกับเมืองเล็กๆ"

ที่เมืองนี้มันไม่มีที่พักของนักสำรวจ มันเป็นพื้นที่สาธารณะที่สร้างขึ้นมาให้สำหรับนักสำรวจดันเจี้นได้พบปะกัน บางทีการที่ฉันพูดว่ามันเล็กมันอาจจะเป็นการหยาบคายก็ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับฉันที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของเกาหลีมาตลอดสถานที่นี้มันเล็กจริงๆเมื่อเทียบกัน

แต่ถึงฉันจะพูดแบบนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้ไม่ชอบสถานที่ที่เต็มไปด้วยนักสำรวจที่มีชีวิตชีวานี้ มันเป็นความสนุกที่กำลังมองหาที่ร้านค้าแต่ละแห่งที่นักสำรวจกำลังวิ่งอยู่ และพลาซ่าน้ำพุที่ฉันได้เดินไปดูมันสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ

เอาล่ะ จากนั้นต่อไปก็สถานที่ๆฉันจะสามารถซื้อคฤหาสน์พิเศษก็คือ... ไม่สิ เดี๋ยวก่อน มีคนที่บอกให้ฉันติดต่อไปเมื่อฉันมาถึงพื้นที่พักอาศัยอยู่

"เพลรูเดีย เธออยู่ในดันเจี้ยนมั๊ย?"

[...คังชินหรอ?]

"ใช่แล้วฉันเอง เธอบอกให้ฉันติดต่อเธอเมื่อฉันมาถึงพื้นที่พักอาศัยนี่ จำได้มั๊ย?"

[..ดะ...เดี๋ยวก่อน ระ รอแปปนึงนะ]

จากนั้นในเวลาสามชั่วโมงฉันก็ได้เดินไปรอบๆพื้นที่พักอาศัย ฉันไม่ได้รับข้อความใดๆจากเพลรูเดียอีกเลย คำพูดของผู้หญิงนี่จริงๆแล้วไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสามารถไว้วางใจได้

จบบทที่ บทที่ 69 - สวนแฟรี่ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว