เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 - สวนแฟรี่ (1)

บทที่ 68 - สวนแฟรี่ (1)

บทที่ 68 - สวนแฟรี่ (1)


บทที่ 68 - สวนแฟรี่ (1)

ทักษะของอันเดตคำรามของอัศวินโครงกระดูกนั้นมันน่ารำคาญมาก แม้ว่าฉันจะแก้ไขมันได้ด้วยทักษะวอคลายแต่ว่ามันก็ใช้ได้แค่วันละครั้งเท่านั้น

แน่นอนว่ามีฉันสามารถจะใช้ระเบิดสายฟ้าทมิฬได้ อัศวินโครงกระดูกมันไม่สามารถจะหลบระเบิดสายฟ้าทมิฬได้ในระยะใกล้ๆแน่นอน

แม้ว่าระเบิดสายฟ้าทมิฬมันจะไม่สามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพราะว่ามันมีร่างกายเป็นกระดูกก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็จะต้องเป็นอัมพาตในช่วงระยะเวลานั้น

และก็เนื่องด้วยระเบิดสายฟ้าทมิฬก็สามารถจะใช้ได้วันละครั้งเช่นเดียวกัน ในครั้งที่สามฉันก็เลยได้ใช้ทักษะผิวมังกร ฉันสามารถจะใช้มันได้จนหมดระยะเวลาทักษะอันเดตคำรามของมันได้ ไม่ว่ามันจะโจมตีฉันยังไงก็ตามอย่างน้อยฉันก็จะไม่มีทางตาย

ถ้ามันเป็นไปได้ ฉันก็อยากที่จะเอาชนะมันได้โดยที่ไม่ใช้ทักษะของบอส แต่อย่างไรก็ตามถ้าฉันไม่เอานักบวชมาร่ายเวทย์ป้ิองกันสถานะ ฉันก็ไม่สามารถจะคิดวิธีต่อต้านทักษะมันได้

ฉันได้พยายามที่จะถามหลิน แต่ว่าเขาก็ได้บอกว่าไอเทมที่สามารถจะใช้ป้องกันทักษะอันเดตคำรามมีอยู่แค่ชั้นที่ 60 ขึ้นไปเท่านั้น แม้ว่าฉันจะไม่ควรที่จะพูดแบบนี้ แต่ว่าทักษะของบอสประจำชั้นมันโกงจริงๆเลย

[ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าอัศวินที่แท้จริงเขาเป็นกันยังไง!]

อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของอัศวินโครงกระดูกในครั้งนี้ค่อนข้างน่าสนใจ

"บุคลิกของบอสสามารถจะเปลื่ยนไปได้ด้วยเหมือนกันหรอ?"

บอสจนถึงตอนนี้นั้นจะมีบุคลิกที่เรียบง่ายยและโหดร้าย มันจึงไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจในเรื่องนี้ แต่ว่าที่นี่คือบอสชั้นที่ 30 มันได้เปลื่ยนแปลงบุคลิกภาพของตัวเองและลูกน้องอย่างชัดเจน

[ทุกคนเข้าไป! ทำให้ผู้ที่บุรุกมาต้องจ่ายด้วยชีวิตของมัน!]

"คุฮ่าๆๆ ฉันจะเปลื่ยนหัวกระโหลกของฉันในวันนี้!"

"กระดูกสันหลังของเขาเป็นของฉัน!"

"ชุดเกราะนั่นดูดีนี่ มันจะต้องเป็นของฉัน!"

พวกลูกน้องครงกระดูต่างก็คิดที่จะเอาชิ้นส่วนของฉันไปอย่างชัดเจนราวกับว่าเป็นโจรค้าอวัยวะ

"ดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าครั้งที่แล้วนะ ไพก้า!"

[ศรสายฟ้า]

เวทย์ธาตุของไพก้าได้ทำงานออกมาและจอมเวทย์โครงกระดูกก็ได้ใช้เวทย์ป้องกันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกกระดูกระยะประชิดก็วิ่งเข้ามาพร้อมๆกับอัศวินโครงกระดูก น่าแปลกใจมากศรสายฟ้ากว่าครึ่งได้หายไปโดยที่ไม่สามารถจะเจาะการป้องกันได้ แน่นอนว่าอีกครึ่งที่เหลือก็ได้เจาะเข้าไปในตัวของโครงกระดูกจอมเวทย์อย่างสวยงาม

[นายท่านอีกรอบมั๊ย?]

"ไม่ต้อง มันไม่เป็นไรแล้วพวกนักธนูมันไม่อันตรายเท่ากับจอมเวทย์"

แม้ว่าฉันจะกินมานาโพชั่นลงไปได้แต่ว่ามันก็จะต้องคูลดาวล์ ซึ่งมันอาจจะทำให้ฉันไม่สามารถจะใช้เวทย์ธาตุได้อย่างอิสระ ฉันได้โคจรวงจรเพรูต้าไปอย่างช้าๆในขณะที่แทงหอกออกไปข้างหน้า

ฉันกำลังเผชิญหน้ากับทหารโครงกระดูกที่มากกว่า 200 ตัว แม้ว่ามันจะดูแตกต่างไปจากการจู่โจมครั้งแรกที่ไม่เป็นระเบียบ แต่ว่าฉันก็ชอบแบบที่มันตั้งค่ายากมากกว่าง่าย

"พวกแกทั้งหมดเข้ามา!"

[คุณได้ใช้ทักษะยั่วยุ! ศัตรูทั้งหมดจะเข้ามาโจมตีคุณด้วยความเกลียดชัง]

"ก๊าซซซซ!"

"เราจะเหยียบย่ำมัน! และเอากระดูกของมันมา!"

"เอาหัวกระโหลกมา!"

ฝีเท้าของเหล่าโครงกระดูกได้เร็วมากขึ้น ด้วยรอยยิ้มกว้างฉันได้แทงหอกออกไป กระแสมานาของฉันได้หมุนวนจากหอกและพุ่งทะลวงฉีกกระชากเหล่าโครงกระดูก

"เท็มเพรส"

[ติดคริติคอล]

"อ๊ากกก!"

"ก๊าซซซซ!"

พวกโครงกระดูกและลูกธนูที่ยิงออกมาได้กระเด็นกลับไปด้วยแรงจากเท็มเพรส การโต้คืนความตายนั้ได้ทำให้เพิมพลังโจมตี 50% และนักทำลายกระโหลกก็เพิ่มอัตราคริติคอลอีดเวย มันทำให้พวกโครงกระดูกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและตายไป

[นักทำลายกระโหลกเจ้าเป็นผู้ใช้ธาตุ]

อัศวินโครงกระดูกได้กลายมาเป็นโกรธขึ้นและพุ่งมาทางฉันด้วยการขี่ม้า รูปลักษณ์นี้ของมันดูน่าสะพรึ่งกลัวและดาบใหญ่ที่ให้บรรยากาศที่น่าอัศจรรย์ มันน่าพอใจอย่างมาที่เป็นแบบนี้ ฉันได้ตะโกนออกไปในขณะที่วิ่งเข้าไปหามัน

"ขอโทษด้วยนะ แต่ว่านั่นมันไม่ใช่เวทย์ธาตุ"

[ย๊ากกกก!]

ดาบของมันได้เหวี่ยงออกมาในทิศทางแปลกๆ และมุ่งตรงมาที่คอของฉัน แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะหลบเมื่อรู้ว่ามันเล็งมาจากที่ไหน ฉันได้แทงไปที่ขาของม้าโครงกระดูกด้วยหอกในมือ เมื่อม้าโครงกระดูกมันได้เสียสมดุลไป ดาบยักษ์ที่พุ่งเข้ามาก็พลาดเป้าไปเช่นกัน

[เจ้านักทำลายกระโหลก]

"ใช่แล้ว ฉันจะขยี้หัวของนายซะ! ก่อนอื่นก็ม้าเท่ๆของนายนี่แหละ"

ให้ตายสิ ม้าโครงกระดูกนี่มันเท่จริงๆเลย เสียงตะโกนของฉันมันได้เต็มไปด้วยความอิจฉาในขณะนั้นมันก็โจมตีกลับมา แต่ก่อนที่จะทำแบบนั้นสำเร็จฉันก็ได้ฟาดเข้าไปที่ขาของม้าโครงกระดูกและทำให้มันเสียสมดุลไป อัศวินโครงกระดูกได้โกรธอย่างมากและตะโกนออกมา

[ฆ่านักทำลายกระโหลก!]

"ทุกคนเข้าไป!"

"กระดูกสันหลังซีกที่เจ็ดคือของข้า!"

หยุดพูดเกี่ยวกับกระดูกสันหลังทีได้มั๊ย!

[คุณได้รับ 50000 ทอง]

[รางวัลจะแจกตามลำดับผลงาน]

[คงชินมีส่วนร่วมมากที่สุด เลือกรางวัลของคุณ]

[1.อิลิกเซอร์เสริมแกร่งกระดูก (ขอย่อนะครับ)

2.หมวกอัศวินโครงกระดูก]

นี่ไงอิลิกเซอร์เสริมแกร่งกระดูก! ฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างต่อเนื่องจาากรางวัลที่ได้รับมา ตามที่คาดเอาไว้จากบอสชั้นที่ 30 เลย มันได้ดรอปอิลิกเซอร์เสริมแกร่งกระดูกออกมา ทั้งหมดนี้จากโครงกระดูกที่มันเริ่มปรากฏตัวจากชั้นที่ 26! ฉันได้เลือกอิลิเซอร์มาและดื่มมันลงไปในทันที

[กระดูกของคุณได้เปลื่ยนไปกลายเป็นทนทานและแข็งแกร่งขึ้น ความแข็งแกร่งและความทนทานของคุณเพิ่มขึ้นอย่างละ 1]

"โอ้วววววว!"

ความแข็งแกร่งของฉันได้เพิ่มขึ้นตามที่คาด แต่ว่าความแข็งแรงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน! ฉัยได้กระโดดโลดเต้นขึ้นไปและสนุกสนานไปกับความสุกนี้ ครู่หนึ่งฉันก็ตั้งสติได้ เมื่อฉันกำลังจะเดินออกไปฉันก็ได้รับข้อความ มันมาจากฮวาหยานั่นเอง

[ยวน ฮวาวู]

"ว่าไง มัส...ฮวาหยา มีอะไรหรอ?"

[ทีวี...นายกำลังดูทีวีอยู่มั๊ย?]

"ฉันอยู่ในดันเจี้ยน ทำไม?"

จากนั้นฉันก็ได้รับข้อควมเข้ามา เมื่อฉันได้เปิดดูมันก็เป็นภาที่พ่อได้ส่งมาให้ฉัน

เมื่อฉันได้เปิดดูภาพฉันก็คิดขึ้น

'...ตั้งแจ่เมื่อไหร่กันที่ปราสาทโอซาก้ามันได้ปกคลุมไปด้วยเมฆสีแดงเข้ม?'

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ถูกเคลียร์มันได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน]

ฮวาหยาได้ตอบคำถามในหัวของฉันออกมาอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ฉันก็ฉันกำลังคิดถึงมัน ก็ได้มีข้อความดังขึ้นมาเป็นพรวนในระหว่างที่ฉันกำลังต่อสู้ ฉัยได้ให้ระบบนำข้อความพวกนี้ไปไว้ในบันทึกข้อความอย่างรวดเร็ว

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย S 'รังไวเวิร์น' ได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน! เมื่อบอสขอมอนสเตอร์ไม่ได้ถูกจัดการระยะเวลาหนึ่ง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็อาจจะแตกออกมาได้]

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย B+ 'เกียรติยศของแม่ทัพ' ได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน! เมื่อบอสขอมอนสเตอร์ไม่ได้ถูกจัดการระยะเวลาหนึ่ง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็อาจจะแตกออกมาได้]

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย A+ 'สุสานเหนือทะเลสาบ' ได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน! เมื่อบอสขอมอนสเตอร์ไม่ได้ถูกจัดการระยะเวลาหนึ่ง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็อาจจะแตกออกมาได้]

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย B 'สถานที่พักผ่อนเหล่ากูล' ได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน! เมื่อบอสขอมอนสเตอร์ไม่ได้ถูกจัดการระยะเวลาหนึ่ง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็อาจจะแตกออกมาได้]

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย D 'ถ้ำก็อบลิน' ได้กลายมาเป็นพื้นที่ดันเจี้ยน! เมื่อบอสขอมอนสเตอร์ไม่ได้ถูกจัดการระยะเวลาหนึ่ง มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็อาจจะแตกออกมาได้]

[เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดัย C+ ....]

"ฮวาหยา เธอรู้มั๊ยว่าพื้นที่ดันเจี้ยนมันคืออะไร?"

[ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าดันเจี้ยนที่มันอยู่ภายในเกตมันได้ย้ายไปอยู่ที่โลกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่า...มันดูเหมือนจะไม่หายไปแม้ว่านายจะเคลียร์มันอีกด้วย]

"ฉันแน่ใจว่ามีบางคนที่มีความสุขกับเรื่องแบบนี้แน่นอน"

แน่นอนว่าโลกเต็มไปด้วยเหล่ามอนสเตอร์อยู่แล้ว เมืองที่ที่ทำลายไปด้วยมอนสเตอร์ก็จะต้องกลายไปเป็นรังของพวกมัน และสถานที่ที่พิเศษสำหรับเหล่ามอนสเตอร์ แม้แต่หมู่บ้านเล็กๆตามภูเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ทุกๆคนจะต้องล่าพวกมันให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามกลุ่มมอนสเตอร์พวกนี้มันก็มีความอันตรายอย่างมาก ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันจะออกมาจากที่ไหน แม้แต่ดาวเทียมก็ไม่สามารถที่จะระบุตำแหน่งของพวกมันได้ มอนสเตอร์พวกนี้มันเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและเติบโตเต็มที่ในช่วงเวลาที่ไม่คาดฝัน มันจึงเป็นเหตุผลที่มีกลุ่มผู้พิทักษฺและปีกแห่งเสรีเดินเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ความจริงแล้วมันก็ยังก่อให้เกิดอัตราการตายอย่างสูงกับพวกอิสระ

ในทางกลับกันดันเจี้ยนนั้นก็จะทำให้เกิดพวกมอนสเตอร์เหมือนๆกันออกมามากมาย เมื่อการสำรวจครั้งแรกเสร็จสิ้น มันก็สามารถจะจัดระดับความอันตรายได้ นอกจากนี้มันก็ยังมีพื้นที่ที่จำกัดอีกด้วย มันทำให้เป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพของนักสำรวจที่เข้าไป โดยรวมแล้วการล่าในดันเจี้ยนมันง่ายยิ่งกว่าในป่า

[ใช่แล้ว สำหรับดันเจี้ยนที่มีระดับความยากที่ไม่สูงมากนักล่าก็จะมารวมตัวกัน ดังนั้นมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับพวกเรา อย่างไรก็ตามสำหรับดันเจี้ยนระดับ A หรือสูงกว่า...]

"กลุ่มผู้พิทักษ์ผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องชาวเมืองก็จะตาย"

[กลุ่มผู้พิทักษ์ก็จะต้องขอความช่วยเหลือจากปีกแห่งเสรีแน่นอน พวกเขาไม่สามารถจะเมินเฉยกับการเรียกร้องของชาวเมืองได้]

"ฮวาหยา เธอจะไม่เป็นไรใช่มั๊ย? เธอเป็นกลุ่มผู้พิทักษ์จากอังกฤษนี่!"

[ฉันน่ะไม่หรอก นายก็รู้นี่ใช่มั๊ยหละ? เหตุการณ์ดันเจี้ยนระดับ A ที่ได้กลายเป็นพื้นที่ดันเจี้ยนระดับ A ผู้พิทักษ์ระดับ S และผู้ที่สูงกว่าจะถูกเรียกตัวไปเพื่อที่จะประเมินความอันตราย]

"เธอเป็นพวกทนอยู่แล้วนี่ เอาเถอะ ถ้ามันเป็นเธอล่ะก็นะ เธอจะไม่เป็นไร"

[ขอบคุณสำหรับคำชมน่ะ แต่ว่า... หึ ...]

เสียงของฮวาหยาได้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด อย่างแรกฉันได้ออกมาจากห้องของบอสและออกมาจากดันเจี้ยน ฉันจะต้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกด้วยตาของฉันเอง

"แกอยู่นี่เองไอลูกชาย"

"พ่อยังไม่ได้เปลื่ยนช่องใช่มั๊ย? ผมขอดูหน่อยW

"มาดูสิ อืม นีมันเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้จัดการดันเจี้ยนที่ประเทศเกาหลีไปอย่างรวดเร็ว"

"จริง"

พ่อกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในชุดลำลองขณะที่กินป็อบคอนไปดูทีวีไป ดูเหมือนว่าพ่อจะไม่ได้สนในปัญหาของประเทศอื่นมากนัก ถึงแม่ว่าเขาจะเป็นพ่อของฉัน แต่ฉันก็อิจฉาในความคิดทางแบบง่ายๆของเขา ในขณะนั้นฉันก็ยังคงสนทนากับฮวาหยาต่อไป

[นายก็รู้ว่าที่อังกฤษมีผู้ใช้พลังระดับ SS อีกคนนอกจากฉันใช่มั๊ย?]

"ฉันแล้ว ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นผู้ชาย"

[โจชัว บริทส์แมน เขาเป็ชายที่ทนทายาดที่สุดในโลก]

"โจชัว บริทส์แมน หือ เอ๊ะ? ฉันเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"

[เขาเป็นนักลงทุนในเกาหลี เจ้าของร้านขายเสื้อที่มีชื่อเสียง]

นักลงทุนกลายมาเป็นผู้ใช้พลังระดับ SS? ทำไมฉันรู้สึกว่ามันเป็นการโกงกันนะ? อย่างไรก็ตามการเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนของฉันก็โกงเช่นกัน ฉันไม่สามารถจะบ่นอะไรได้

[เขาอายุ 37 ในปีนี้]

"เขาอายุสามสิบปลายๆสินะ"

[เขาได้มาขอแต่งงานกับฉันด้วย]

"นั่นมันน่าแสดงความยินดีนี่ เขาจะไม่กลายเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยหรอ?"

[แต่ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว เขาอาจจะมีผู้หญิงในสต็อกอีกหลายคนเช่นกัน]

โอ้ งั้นเขาก็คือไอชั่วสิน่ะ

[ฉันแทบอยากจะตายเลยล่ะ กับนายเสแสร้งนั่น! นายก็ด้วยอย่ามาแสดงความยินดีกับเรื่องนี่นะ! ฉันกำลังกังวลอยู่]

"อา เอาล่ะ ใช่แล้ว ฉันก็กังวล เธอนั่นปฏิเสธใช่มั๊ย?"

[แน่นอน ฉันได้ถ่มน้ำลายในคำขอแต่งงานของเขาด้วยซ้ำ แต่ว่าเขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ที่ฉันหนีมาที่เกาหลีก็เพราะว่าฉันไม่ต้องการจะเจอกับเขานี่แหละ แต่ว่าฉันจะต้องพบกับเขาเมื่อกับไป...ฟู่]

แม้ว่าฉันจะไม่ให้หน้าเธอจากการคุยแบบนี้ แต่ฉันก็สามารถจะจินตนาการได้เลยจากการที่เธอถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ถึงแม้ว่าฉันจะเกือบหัวเราะออกมา ฉันก็ได้หยุดเอาไว้

"ไม่ต้องกังวล มันเป็นปกติที่ผู้ชายจะเข้าหาสาวสวยแบบเธอ แต่เพราะว่าเธอแข็งแกร่ง เธอก็น่าจะจัดการเขาได้นะ"

[...พูดอีกครั้ง]

"หืม? เพราะเธอแข็งแกร่ง เธอก็น่าจะสามารถจัดการเขาได้...?"

[ก่อนหน้านั้น]

"...สาวสวยแบบเธอ"

[อืมม... โอเค ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด]

"ฉันไม่รู้ว่าส่วนไหนมันทำให้เธอดีขึ้นเลยนะ"

[ทันทีที่ฉันจัดการกับปัญหาเสร็จ ฉันจะชวนนายเข้ามาที่อังกฤษ นายยังไม่เคยมาใช่มั๊ยล่ะ? มาเเที่ยวที่นี่พร้อมกันกับสุมิเระและคุณลุงยงอูกัน]

ฉันยินดีเลยล่ะถ้าได้รับคำเชิญให้ไปที่นั่น ฉันอยากจะเห็นสถานที่ต่างๆที่นั่นมาซักพักแล้ว แม้ว่าในขณะที่ฉันฝึกอยู่กับพ่อเราก็ไม่เคยที่จะไปที่อังกฤษมาก่อน การเปลื่ยนแปลงอย่าฉับพลัยของฮวาหยาทำให้ฉันงงเล็กน้อย แต่ว่ามันก็สายเกินไปที่จะถามเธอแล้วในตอนนี้

"พวกเราไม่จำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวไหนคราวนี้ มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วยที่เราจะต้องไปจัดการและปล่อยให้พวกผู้ใช้พลังของประเทศนั้นๆจัดการกันเองไป"

"แน่นอน แต่ว่าโอกาสของเหตุการณ์การจู่โจมที่จะเกิดขึ้นจากพื้นที่ดันเจี้ยนมันทำให้ฉันลำคาญ"

"เอาหล่ะ เอาไว้ไปจัดการเมื่อถึงเวลาล่ะกัน"

เมื่อฉันได้ตอบกลับความคิดเห็นของพ่อไปอย่างเป็นธรรมชาติและเหลือบไปมองพอ พ่อก็ยังคงนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจนัก จากนั้นเองพ่อก็หันมาหาฉันและประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการนัก

"นี่ พ่อกำลังอยู่ในช่วงกลางของการทะลวงผ่านชั้นที่ 37 นะ"

"ใช่ ใช่ ผมพนันได้เลยว่าพ่อกำลังรู้สึกต้องการที่จะโม้สินะ"

ไม่เหมือนกับพ่อ ฉันต้องการจะเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันได้ทำเอาไว้! พ่อจะต้องกลัวที่จะพ่ายแพ้แน่ๆ พ่อก็เลยไม่ได้แม้แต่จะถามฉันออกมา!

จบบทที่ บทที่ 68 - สวนแฟรี่ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว