เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)

บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)

บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)


บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)

[คุณกำลังถูกเคลื่อนย้าย]

มันเกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกับในตอนที่ฉันมาถึงพื้นที่พักอาศัยขึ้น เมื่อฉันได้หลับตาลงและเปิดขึ้นหลังจากนั้นพักหนึ่ง มันก็มีบ้านสองชั้นปรากฏอยู่เบื้องหน้าของฉัน มันเป็นบ้านธรรมดาที่หลังคาทำมาจากอิฐสีแดง มีป้ายที่เขียนเอาไว้ด้วยว่าบ้านเกรดสองและฉันก็หินบ้านอื่นๆในแถวนี้เช่นกัน เมื่อฉันได้พยายามจะเดินเข้าไปทางนั้น ฉันก็พบว่าตัวฉันได้อยู่ในที่เดียวกับจุดเริ่มต้น ดูเหมือนฉันจะไม่สามารถไปที่บ้านหลังอื่นได้

"เพลรูเดีย?"

[ขะ เข้ามาสิ!]

ฉันได้เปิดประตูหน้าและเดินเข้าไป บ้านนี้มันถูกสร้างขึ้นโดยอิฐบล็อคมี่ดูธรรมดามากๆและด้านในก็สะอาดอย่างน่าเหลือเชื่อ ในความจริงแล้วที่นี่มันไม่ใช่ที่ๆผู้หญิงจะสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

เพลรูเดียเธอไม่ได้สวมชุดนักบวชตามปกติของเธอแต่กลับเป็นชุดกระโปรงสีฟ้าแทน ซึ่งมันเหมาะกับแขนและขาที่เพรียวบางของเธอมา ฉันได้ตกตะลึงไปกับความงามนี้ของเธออยู่ครู่หนึ่ง นอกจากนี้...หืม? บางสิ่งบางอย่างมันดูแต่ต่างออกไป มันคืออะไรนะ? อ่า ฉันสามารถจะได้กลิ่นน้ำหอม!

"นะ นายมา!"

"อา ขอบคุณสำหรับคำเชิญ"

แม้ว่าฉันจะไม่รู้เหตุผลที่เธอเรียกฉันมาก็ตามที

"นายอยากจะดื่มอะไรมั๊ย? ชะ ใช่แล้ว! ชา"

"...."

ทั้งเสื้อผ้าและน้ำหอมของเธอ มันเห็นได้ชัดเลยว่าเธอทำตัวแปลกๆ การเคลื่อนไหวที่ซุ่มซ่ามของเธอมัน...น่ารัก แต่ว่านั่นไม่ใช่ส่วนสำคัญ

"ฉันนั่งได้มั๊ย?"

"ได้เลย! บนโต๊ะนั่น!"

เธออาจจะหมายถึงเก้าอี้ข้างๆโต๊ะ ด้วยเหตุนี้ฉันเลยนั่งลงไปที่เก้าอี้ข้างๆโต๊ะทานข้าว จากนั้นฉันก็มองดูเพลรูเดียเตรียมชา ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่ลักษณะการเคลื่อนไหวของเธอมันดูน่าอึดอัด เช่นแขนขาที่ขยับไปในทิศทางเดียวกันหรือการสั่นเล็กน้อยของมือเธอ

จากนั้นมันก็ใช้เวลา 20 นาทีสำหรับให้เพลรูเดียสงบลงและชงชาเสร็จสิ้น และใช้เวลาอีก 10 นาทีให้เธอนั่งลงและดื่มชากับฉัน เมื่อกำลังดื่มชาแดงอุ่นๆ ฉันก็ถามเพลรูเดีย

"แล้วเธอช่วยฉันมาที่นี่ทำไมหรอ?"

"...น่าทึ่ง ใช่มั๊ย? ฉันมีบ้านเกรดสองแล้ว!"

"อา มันน่าตกใจจริงๆ"

'เธอกำลังเปลื่ยนเรื่อง!'

"แน่นอนว่านี้มันไม่ใช่พลังของฉันเพียงลำพัง คนจำนวนมากได้ให้การสนับสนุนฉันด้วยทองของพวกเขา นายอาจจะไม่รู้ แต่ฉันเทียบเท่าได้กับตัวแทนของทวีปเลยนะ!"

"อ่า ใช่แล้ว ยินดีด้วยนะเพลรูเดีย"

สำหรับสภาพจิตใจของเธอ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะไม่บอกเธอเกี่ยวกับคฤหาสน์พิเศษของฉัน

"เรียกฉันว่ารูเดีย! นะ นั่นมันคือสิ่งที่ทุกๆคนเรียกฉัน"

"นั่นมัน...? โอเค รูเดีย"

ชูน่ากก็เรียกเธอว่ารูเดียเช่นกัน ฉันคิดว่านั่นเป็นชื่อเล่นระหว่างเพื่อนสนิทซะอีกนะ หรือว่าเพลรูเดียได้คิดว่าฉันเป็นเพื่อนของเธอแล้ว? เพราะว่าฉันไม่คิดว่าเราจะได้มาเป็นเพื่อนสนิท ฉันจึงค่อนข้างจะสับสน

อย่างไรก็ตามความสับสนจริงๆมันพึ่งเริ่มขึ้น

"ถ้างั้น...หะ..เหตุผลที่ฉันเรียกนายมา"

เพลรูเดีย ไม่สิใบหน้าของรูเดียได้กลายมาเป็นสีแดงอย่างมาก หลังจากที่ดื่มชาแดงแล้วเธอก็แทบจะไม่สามารถพูดต่อได้

"มี...สิ่งหนึ่งที่ฉันต้องการจะอธิบายนาย..."

"ว่าไง?"

"คะ ครอบครับของฉัน ปะ เป็นครอบครัวราชวงศ์"

"อ่าห๊ะ"

ฉันจะไม่มีวันลืมคำพูดนี้ของเธอที่ตามฉันมาตลอดช่วงชีวิต

"พะ...พวกเราเกิดมาพร้อมกับดวงตาที่สามารถมองเห็นคู่ชีวิตของเราได้ ฉัน ฉันหมายถึงถ้าฉันแต่งงานและมีลูกกับคนนี้ ครอบครัวราชวงศ์ของฉันก็จะถูกลิขิตให้รุ่งโรจน์ขึ้น"

"...ใช่"

ความรู้สึกเย็นวาบได้ผ่านมาที่หลังของฉัน

"เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นเพราะว่าเลือดของฉัน... เลือดของบรรพบุรุษของฉันที่มีเผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนผสมอยู่..."

"หืม...?"

"มะ เมื่อพวกเราพบกันครั้งแรก"

สำหรับบางเหตุผลมันทำให้ฉันไม่อยากจะฟังในสิ่งที่เธอพูด

"จำได้เป็นเมื่อฉันได้..หมายถึง...กับนาย?"

"ชะ...ใช่"

ฉันหวังว่ามันจะไม่ใช่ความจริงนะ

"ฉันได้รู้เมื่อฉันได้เห็นนาย"

...จริงดิ? หญิงสาวสวยคนนี้กับฉันหรอ? แม้ว่าฉันจะต้องการบอกเธอว่าไม่ให้ข้อเล่นและหัวเราะออกไป แต่ว่าการแสดงออกของรูเดียมันจริงจังเกินไป

"จริงๆแล้วฉันไม่ชอบมัน ทำไมฉันถึงจะต้องแต่งงานกับชายที่ฉันไม่แม้แต่จะรู้จักผู้ที่มาจากโลกอื่นอีกด้วย? นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบนาย...ฉันไม่ได้คิดว่านายเป็นออร์ค! ฉันคิดว่านายน่ะมีร่างกายที่น่าชื่มชมของผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้ ฉันไม่ได้เกลียดนาย"

ขณะที่เธอพูดเสียงของเธอก็ได้สงบลงไป เธอได้ใจเย็นมากยิ่งๆขึน

"ฉันเกลียดสายตาของฉัน ฉันเกลียดในสายเลือกของราชวงศ์ ฉันเกลียดที่ฉันจะต้องแต่งงานกับคนที่ถูกเลือกมาโดยที่ฉันไม่รู้ ฉันเกลียดที่ฉันจะต้องใช้ชิวิตกับคนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตกับฉันได้ในโลกของฉัน! นั่นน่ะเลยเป็นเหตุผลที่ฉันยังคงอยู่เงียบๆ แต่ว่าฉันไม่ได้เกลียดนาย! นายช่วยฉันถึงสองครั้ง! นายช่วยฉันแม้ว่าเมื่อฉันทำแบบนั้นกับนาย ความจริงแล้วฉันเมื่อตอนที่ฉันบอกว่าฉันไม่ชอบคนแบนาย มันเป็นเรื่องโกหก!"

"ฉันรู้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงเพิ่มฉันในรายชื่อเพื่อนสินะ"

"...ใช่แล้ว ฉันไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน แต่ว่าฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพวกเราขาดกัน บางทีกลับกัน ฉันอาจจะทำไปแล้ว...มะ ไม่สิ ฉันจะทำให้มันดำเนินต่อไป"

เธอได้กระแอ่มไอออกมาและจากนั้นก็ถามฉันด้วยเสียงเงียบๆ

"...ชินะ เกล็น อีเทอร์ นายรู้จักเธอมั๊ย?"

ฉันรู้จักนะ

"ฉันรู้ว่าชินะ อา ชินะ เกล็น อีเทอร์ ฉันรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของเธอ"

"ใช่แล้ว เธอเป็นเจ้าหญิงลำดับที่สอง แต่แม้ว่าเธอจะเป็นเจ้าหญิง เธอก็เป็นคนที่กล้าหาญต่อสู้อยู่ในแนวหน้าของสนามรบในฐานะอัศวิน"

"แต่นั่นมันก็เหมือนกับเธอนี่"

"ฉะ ฉันหรอ!? ฉันเป็นนักบวช! ดังนั้นฉันจึงไม่ได้เป็นอันตราย"

"ชะ ใช่แล้ว"

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะสามารถจะทำอะไรได้บ้างเลย แม้ว่าเธอจะดูสงบ แต่เธอก็ไม่ได้สงบไปทั้งหมด ถ้าเธอเริ่มตกใจเมื่อฉันพูดอะไรก็ตามออกมา และโทนเสียงของเธอก็จะเปลื่ยนไปอย่างสุ่มๆในขณะที่เธอพูด เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นกังวลอย่างมา ฉันเข้าใจแล้ว ฉันก็รู้สึกกังวลมากเหมือนกัน

"เธอ..เธอบอกว่าเธอจะแต่งงานกับนาย ดังนั้นฉันก็เลยกลัว"

"ฮะ?"

นี่มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินเรื่องนี้ วันนี้มันมีหลายสิ่งหลายอย่างมากที่ฉันได้ยินมันเป็นครั้งแรก

"เธอยังบอกอีกว่าเธอมีโชคชะตาเป็นคู่ชีวิตกับนาย! เธอยังคงโม้เกี่ยวกับความใกล้ชิดของเธอกับนายจนมันเกือบราวจะยั่วยุฉัน!"

คิ้วของฉันได้สั่นเทา น่ากลัว! ถึงแม้ว่าเราจะพูดคุยทักทายกันเป็นครั้งคราว ฉันก็ไม่เคยจินตนาการเลยว่าชินะจะคิดแบบนั้น

"แม้ว่าถ้าฉันตาย ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ชินะได้...ฉันหมายถึงแบบนั้นแหละ! ฉันคิดว่าฉันควรจะมาพบกับนายเพราะปัญหานี้ ฉันไม่ได้มีแรงจูงใจซ่อนเร้นนะ! ฉันเพียงแค่คิดว่ามันแปลกที่พี่สาวน้องสาวเลือกคนๆเดียวกันที่มีชะตาเป็นคู่ชีวิต ฉันเพียงแค่ต้องการจะยืนยัน แต่ว่าแม่ของฉันพบมันและ..."

"พบว่า?"

"ธะ เธอพบว่านายเป็นฮีโร่ของอีกโลกหนึ่ง..."

ใบหน้าของเธอได้แดงขึ้นมาในขณะเธอก้มหัวลงไปและโบกมือไปมา แม้ว่ามันจะดูน่ารัก แต่ว่าฉันก็เข้าใจในสิ่งที่เธอหมายถึงได้ในทันที

"รูเดีย บะ บ้านนี้..?"

"...ใช่แล้ว พ่อกับแม่ฉันได้เตรียมไว้"

จักพรรดิและจักพรรดินีทำมัน!

....ราวกับเป็นของขวัญแต่งงาน!

"ขะ ขอบคุณสำหรับชา"

"เฮ้!"

เมื่อฉันได้พยายามที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งรูเดียได้รีบเข้ามาคว้าแขนฉันไว้

"ฉันกำลังพูดอยู่นะ! อย่ารีบข้ามไปสู่บทสรุปสิ อะไร นายกำลังกังวลกับสิ่งที่ฉันจะเสนอให้นาย? นายไม่ได้เป็นคนที่หลงตัวเองสินะ?"

"ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นใจเย็นนะเพลรูเดีย"

"ฉันบอกว่าให้เรียกฉันว่ารูเดีย!"

"โอเค รูเดีย หายใจเข้า หายใจออก"

"ฮู่ ฮ่า"

เธอได้เชื่อฟังคำพูดของฉันและสูดหายใจเข้าออก แม้ว่าในขณะที่เธอทำอย่างนี้ มันก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เธอดูน่ารั...อึก! ฉันจะต้องสงบลงด้วย!

หลังจากที่ทบทวนตัวเองแล้ว เธอก็ได้มองมาที่ฉันทั้งน้ำตาและพูดออกมา

"ฉันสงบลงแล้ เข้าใจนะ?"

"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว อืม นี่คือความคิดของฉันการแต่งงานมันควรจะทำจากความรักของคนสองคนใช่มั๊ย? ความสามารถที่จะบอกว่ามีคนที่มีชะตาเป็นคู่ชีวติ มันไม่มีอะไรรับประกันว่ามันถูกต้อง 100% หรอกนะ ดังนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลหรอกรูเดีย"

"...โง่ นายมันหัวทึบ"

"หืม?"

"ไม่มีอะไรหรอก!"

ฉันสงสัยมากว่าทำไมกัน เธอนั่นดูเหมือนจะสงบ แต่ก็ยังคล้ายๆจะโกรธด้วย ฉันไม่สามารถจะเขาใจได้เลยทำไม อา ฉันรู้สึกปวดหัวแหะ ความจริงแล้วรูเดียเธอเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดที่ฉันนได้พบ แม้ว่าฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะลดภาพลักษณ์ของเธอด้วยการคิดถึงความที่เธอออายุน้อยกว่าฉัน แต่ฉันก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยว่าเธอสวยมาก

แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง

รูเดียนั้นเชื่อใจฉันและบอกเรื่องนี้ด้วยความจรริง แม้ว่าฉันจะไม่สามารถทำอย่างสง่าผ่าเผยได้ แต่อย่างน้อยฉันก็จะต้องลดภาระของเธอให้ได้

"ฉันต้องการที่จะให้เธอได้พบกับคนที่ชอบและมีความสุขด้วยกันกับเขา เธอไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องชะตาคู่ชีวิตหรอกนะ"

"...แล้วนายล่ะ? นายไม่สนใจเลยหรอ? ไม่แม้แต่นิดเดียว?"

รูเดียได้ตอบกลับมาด้วยคำเธอ ดวงตาของเธอได้เต็มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ ฉันรู้สึกเหมือนว่าไม่สามารถจะปล่อยแบบนี้ได้และตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มขม

"โทษนะ ฉันไม่ควรจะคิดหรอก แต่ว่าที่ฉันแรกฉันคิดมัน มากด้วย เธอเป็นคนที่สวยอย่างไม่น่าเชื่อและแม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงออกมา แต่ฉันก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่จิตใจดี ถ้าผู้หญิงแบบนี้มาบอกว่ามีชะตาเป็นคู่ชีวิตกับฉัน...แน่นอนเลยว่าหัวใจของฉันจะต้องเต้นแรง ขอโทษนะ ฉันรู้ว่ามันไม่ควร แต่ว่า..."

"...ใช่แล้ว!"

"หืม?"

"ก็อย่างที่ฉันพูดไปมันไม่มีอะไร!"

รูเดียไรโบกมือไปมาอย่างร้อนรน แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอยู่ด้วยเหมือนอารมณ์ของเธอจะดูสดใสขึ้นมาก ด้วยใบหน้าของเธอที่แทบจะหุบยิ้มที่มุมปากไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดี

"ดัง อืมม อย่าไปฟังชินะไม่ว่าเธอจะพูดอะไร โอเคนะ? จงสลักคำนี้เอาไว้ในใจ!"

มันดูเหมือนว่าเธอได้พูดทุกอย่างที่วางแผนเอาไว้ออกมาแล้ว ในขณะที่กำลังจิบชา ฉันก็แต่กับไป

"โอเค แน่นอนเลย"

"แม้ว่าถ้าชินะบอกกับนายให้แต่งงานกับเธอเพราะนายเป็นชะตาคู่ชีวิตของเธอ นายก็อย่างไปฟังเธอนะ! ผู้หญิงคนนั้นชอบนายเพราะว่านายแข็งแกร่ง ดังนั้นอย่างไปคิดว่าเธอชอบตัวนายจริงๆ เข้าใจนะคังชิน?"

"ใช่ เข้าใจแล้ว"

"และ!"

"หืม"

ฉันได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เธอได้วางชาลงบนโต๊ะและหัวเราะเงียบๆ

"ติดต่อฉันบ่อยๆ...ฉันจะลืมเสียงของนาย"

"โอ้ โอเค"

"นายสามารถจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้เหมือนกัน ปกติฉันมักจะเบื่อนะ"

"โอเค"

"ตอนนี้นายก็ไปได้แล้ว ฉันจะไปพักผ่อน"

"เอาล่ะ วันนี้สนุกมาก"

หลังจากที่ได้กล่าวอำลารูเดีย ฉันก็ได้ออกมาจากบ้านของเธอ แม้ว่าฉันจะได้ยินเสียงรูเดียแปลกๆออกมาและล้มลงไป ฉันก็ตัดสินใจไม่สนใจมัน อย่างไรก็ตามเธอก็ต้องมีความคิดอะไรมากมายก่อนที่จะมาบอกฉัน

ฉันมีความสุขมากที่ได้แก้ไขคำถามหลายๆอย่างที่เกียวกับรูเดีย เมื่อคิดว่าฉันสามารถจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอได้มุมปากของฉันก็ยกขึ้น

'เอาล่ะ ตอนนี้ไปดูบ้านของฉันกันดีกว่า!'

เมื่อฉันได้แตะไปที่กุญแจในช่องเก็บของ และจากนั้นเสียงข้อความก็ดังขึ้น

[คุณต้องการจะเคลื่อนย้ายไปที่สวนมาเรียน่าหรือไม่?]

"ใช่"

เมื่อฉันได้ปิดตาและเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็ได้มาอยู่ข้างหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่

"มันใหญ่มาก..."

มันมีสวนอยู่ที่ด้านหน้าประตูที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสดใจและที่ด้านหลังก็เป็นต้นไม้หลากหลายต้นที่มีทิศทัศน์สวยงาม ฉันได้เดินผ่านประตูเหล็กที่เปิดอย่างช้าๆตอบสนองต่อกุญแจของฉัน และเดินไปตามทางหินในขณะที่มองไปรอบๆพื้นที่คฤหาสน์

จริงๆมันมีขนาดที่ใหญ่มาก นอกจากนี้มันยังมีผลไม้ของต้นไม้หลากหลายชนิดที่ให้กลิ่นหอมหวานและละเอียดอ่อนออกมา เมื่อฉันได้เด็ดออกมาและกัดไปคำหนึ่งความหวานและสดชื่นได้ท่วมท้นอยู่ในปากของฉัน ห่างออกไปเล็กน้อยจากทางหิน ระหว่างแนวต้นไม้ ฉันได้เห็นที่ๆเหมือนกับมีฤดูใบไม้ผลิอยู่ แต่ว่าสำหรับตอนนี้ฉันยังไม่สนใจมัน

"คฤหาสน์...อ่า ฉันเข้าใจมันแล้วในตอนนี้"

คฤหาสน์หลังนี้ใหญ่โตมาก มันมีหลังคาสีน้ำเงินและทำมาจากอิฐสีงาช้าง หากพูดไม่เกินจริงมันมีขนาดที่ใหญ่เกือบๆกับหมูป่าเหล็กยักษ์ ขนาดของมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยแล้ว ใช่แล้วที่เบื้องหน้าของคฤหาสน์ก็ยังมีน้ำพุและพื้นที่กว้างรอบๆอีกด้วย

ใช่แล้ว! ฉันสามารถจะวางหมูป่าเหล็กยักษ์ไว้ที่นี่ได้! ในอนาคตเมื่อต้องจัดการชำแหละหมูป่า ฉันก็สามารถจะทำมันได้ที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันยังมีน้ำที่ใช้ดื่มและล้างได้อีกด้วย

หลังจากที่มองไปรอบๆน้ำพุและพื้นที่โล่ง ฉันก็ได้หันไปสนใจที่คฤหาสน์ ฉันได้ขึ้นมันไดไปและมีประตูอื่นปรากฏขึ้นมาซึ่งมันตอบสนองต่อกุญแจที่ฉันมีอยู่และเปิดขึ้น

[คุณได้เข้าสู่สวนมาเรียน่า]

[หินมานาที่จำเป็นสำหรับยืนยันสิทธิ์ได้รับการยืนยันแล้ว คุณต้องการจะยอมรับสิทธิ์เป็นเจ้าของของคฤหาสน์แห่งนี้หรือไม่?]

ในขณะที่ฉันได้ถูกครอบงำไปจากห้องโถงที่กว้างใหญ่หลังจากผ่านประตูเข้ามา ข้อความมันก็ได้ดังขึ้น ฉันไม่สามารถที่จะหยุดตัวเองไม่ให้สับสนได้เลย หินมานา? เมื่อไหร่กันที่ฉันได้รับหินมานา?

แต่ว่าเนื่องจากว่ามันได้ยืนยันสิทธิ์แล้ว มันก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะปฏิเสธมัน เมื่อฉันได้ยอมรับข้อเสนอจากข้อความนี้ ทันใดนั้นช่องเก็บของของฉันก็เปิดขึ้นกลางอากาศ

"อะ อะไรน่ะ?"

เมื่อไหร่กันที่ฉันเปิดช่องเก็บของ? ในขณะที่ฉันกำลังสับสน บางสิ่งบางอย่างก็ได้หล่นออกมาจากช่องเก็บของของฉัน

มันเป็นจมูกของหมูป่าเหล็กยักษ์


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <

จบบทที่ บทที่ 71 - สวนแฟรี่ (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว