- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 97 ฟิวรี่สองคน?!
ตอนที่ 97 ฟิวรี่สองคน?!
ตอนที่ 97 ฟิวรี่สองคน?!
ตอนที่ 97 ฟิวรี่สองคน?!
หลังจากส่งศาสตราจารย์เอ็กซ์กลับไปที่โรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ เอริคก็ใช้เวลาทั้งคืนในการพูดคุยกับแม็กนีโตเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือมนุษย์กลายพันธุ์ ทำให้แม็กนีโตที่ชั่งน้ำหนักจากข้อดีและข้อเสียจึงทำการเปลี่ยนแปลงแผนบางอย่างจากมุมมองของเขาเอง ก่อนที่เขาจะจากไปพร้อมกับมิสทีค
แน่นอนว่าแฮงเองก็รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ต้องลาจากเทพธิดาในดวงใจของเขา ดังนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาจึงมุ่งมั่นพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มที่ เพราะหลังจากได้เห็นปัญญาประดิษฐ์ของอีริค แม้เขาจะไม่ได้เห็นโค้ดต้นฉบับ แต่เขาก็ได้รับแรงบันดาลใจมากมาย
บางทีวิกฤตปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม เอ็กซ์-เม็น อาจจะถือกำเนิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ . . .
ส่วนทางด้านของศาสตราจารย์เอ็กซ์ตอนนี้เขาไม่ได้รู้เลยว่าแม็กนีโตทั้งสองคนกำลังวางแผนอะไรอยู่ และเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอริค ก็คือแม็กนีโตเช่นกัน เพราะตอนนี้เขามีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องการจัดการ นั่นก็คือ มาสเตอร์ออฟอีวิล กลุ่มวายร้ายที่เขาสืบสวนมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ได้ถูกเปิดเผยตัวขึ้นมาภายใต้ปัญญาประดิษฐ์ของเอริค
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ชื่อกลุ่มของพวกมัน แต่เขากับไม่รู้เลยว่าพวกเขามีจุดประสงค์ที่แท้จริงอะไรกันแน่ ไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน และมีผู้ร่วมงานมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องสืบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะมีอุปกรณ์ที่สามารถปิดกั้นพลังจิต และยังสามารถหลบเลี่ยงการค้นหาด้วยเครื่องขยายคลื่นสมองของเขาได้
ต่อมาคือมาร์โก หรือ จักเกอร์นอท หลังจากการมาถึงโรงเรียนเขาก็ตรงไปที่ห้องนอนเพื่อนอนหลับพักผ่อนต่อทันที บางทีซิตโตแรคที่ชอบการเก็บตัว อาจจะชอบมองเห็นความสิ้นหวังและความเจ็บปวดจากการสูญเสียพลังของผู้อื่น ดังนั้นเขาจึงดึงพลังของมาร์โกกลับไปอย่างช้า ๆ เพื่อคอยดูความสิ้นหวังของมาร์โกอย่างเยือกเย็น
ส่วนสตอร์มตัวน้อย เธอนั้นถูกอีริคทิ้งไว้ที่โรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ เพราะถ้าหากเธอต้องการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเรียนรู้ก็เป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุด เพราะแม้แต่อีริคเองก็ยังคงศึกษาเกี่ยวกับพลังพื้นฐานทั้งสี่อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
และสุดท้าย ไซล็อค คนที่ทำให้เอริคต้องประหลาดใจมากที่สุดสิ่งที่ทำให้อีริคประหลาดใจที่สุด เพราะแม่สาวเซ็กซี่คนนี้อยู่ดี ๆ เธอก็อยากมาเป็นลูกน้องของเขา โดยเป้าหมายของเธอนั้นเรียบง่ายมาก . . . เพื่อหาเงิน!
ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงานเพื่อแลกกับเงินให้กับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์มาก่อน ดังนั้นเมื่อเธอได้ยินจากจักเกอร์นอทว่า ‘บอสเอริค’ เป็นคนโง่ที่มีเงินเหลือเฟือ เธอจึงตัดสินใจทำงานให้เขาเพราะเขายอมจ่ายเงินเพียงเพื่อให้เธออยู่เฉย ๆ
แน่นอนว่าอีริคก็ยินดีต้อนรับเธออย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะหญิงสาวคนนี้มีดีทั้งหน้าตาดี หุ่น ความสามาร และภูมิหลัง เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่เธอจะกลายมาเป็นลูกน้องของเขา ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงทันที
ส่วนพี่ชายที่ยอดเยี่ยมของเธอ อีริคไม่ได้ถามอะไรเลย เพราะรู้ว่าถามไปก็ไร้ประโยชน์ พี่ชายของเธอนั้นเป็นสมาชิกสายตรงของกลุ่มเมอร์ลินเฒ่า แถมเขายังคงต่อสู้เพื่อป้องกันหายนะและกลายเป็นผู้พิทักษ์จักรวาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปแล้ว
. . .
เมื่อกลับมาที่นิวยอร์กพร้อมกับไซล็อก อีริคก็ได้รับคำเชิญจาก ‘ฟิวรี่’ ให้มาชมตำนานอเมริกันที่กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง . . .
กัปตันอเมริกาที่ถูกค้นพบล่วงหน้ากำลังจะตื่นขึ้นในไม่ช้า!
ซึ่งวัตถุประสงค์ของฟิวรี่นั้นชัดเจนมาก กัปตันอเมริกาเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนแรกของสหรัฐฯ ที่มี่ความสามารถที่แข็งแกร่งมาก แต่ในยุคปัจจุบันความหมายเชิงสัญลักษณ์ของเขาสำคัญยิ่งกว่าความสามารถของเขา
ดังนั้นในฐานะผู้อำนวยการของชีลด์ ฟิวรี่ไม่ต้องการให้กัปตันอเมริกาเกิดปัญหาใด ๆ หลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่าห้าสิบปี และไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่ากัปตันคนนี้จะยังเหมือนเดิมกับที่เคยเป็นหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงเรียกตัวอีริคมาเพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่คาดฝัน
“คุณอีริค ขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยหาเขาเจอ!” โคลสันจับมืออีริคแน่นและกล่าวขอบคุณด้วยความตื่นเต้นราวกับได้เจอเพื่อนเก่าจากอดีต
“เรื่องเล็กน้อย ฉันก็ชอบเขาเหมือนกัน” อีริคตอบพร้อมดึงมือโคลสันออกเบา ๆ เพราะกลัวจะเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากสายตาคนรอบข้างที่กำลังมองมาที่เขาอย่างสงสัย
“คุณก็เป็นแฟนคลับเขาเหมือนกันเหรอครับ? เพราะงี้นี่เองคุณถึงได้พยายามมากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ผมสะสมการ์ดกัปตันอเมริกาไว้มากมาย และมีหลายใบเป็นของหายาก เดี๋ยวขอให้เขาเซ็นให้ผมด้วยดีกว่า” โคลสันพูดพล่ามไม่หยุดขณะที่สีหน้าของอีริคเริ่มดูอึดอัดเล็กน้อย
“โคลสันเงียบได้แล้ว เรากำลังจะเริ่มกันแล้ว” ฟิวรี่เดินเข้ามาช่วยสถานการณ์ไว้ได้ทัน ส่วนอีริคก็สังเกตเห็นสายตาของฟิวรี่ที่ที่เหลือบมองมาทางเขาเล็กน้อย
บนหน้าจอมอนิเตอร์ พยาบาลสาวค่อย ๆ ฉีดยาหลอดสุดท้ายให้กัปตันอเมริกา ก่อนจะออกจากห้องไป รอคำสั่งอยู่ด้านนอก
ห้องนี้ถูกตกแต่งให้เหมือนยุค 1940 ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ประจำวันหรือของตกแต่งผนัง ทุกอย่างสมจริงยกเว้นเพียงเสียงบันทึกการแข่งขันเบสบอลจากวิทยุที่ไม่ค่อยเข้ากันกับบรรยากาศสักเท่าไหร่ ซึ่งอีริคไม่มีความคิดที่จะบอกเรื่องนี้กับฟิวรี่เช่นกัน
ถึงแม้ช่วงเวลาจะถูกเลื่อนมาเร็วกว่าตามเนื้อเรื่องเดิมถึงสิบปี แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม กัปตันอเมริกาตื่นขึ้นมาอย่างปลอดภัยแต่ยังคงระมัดระวังตัว เขาจับผิดข้อมูลการแข่งขันในวิทยุได้ ก่อนจะจัดการเจ้าหน้าที่ ชีลด์ และหลบหนีออกจาก ‘โรงพยาบาล’ ชั่วคราว . . .
แต่ครั้งนี้ต่างจากเรื่องเดิมนิดหน่อยตรงที่คนที่รอเขาอยู่คืออีริค!
“กัปตัน อย่าเพิ่งวู่วาม มานั่งคุยกันก่อนดีไหม?” อีริคกดกัปตันอเมริกาให้นอนราบกับพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว พร้อมรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า
“คุณเป็นใคร?” กัปตันยังคงพยายามดิ้นรนอย่างไม่ลดละเพื่อลุกขึ้นจากพื้น และเตรียมต่อสู้กับเอริคได้ทุกเมื่อ
“ต้องขอโทษด้วยสำหรับละครเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ทหาร” นิค ฟิวรี่ ปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังของเอริคในชุดเสื้อโค้ทสีดำ หัวล้านแวววาวพร้อมตาเดียวที่เต็มไปด้วยความลึกลับ “ก่อนอื่นฉันต้องขออธิบายรายละเอียดบางอย่างให้คุณทราบก่อน”
“รายละเอียดอะไร?” กัปตันอเมริกาหยุดต่อต้านและหันไปมองฟิวรี่ด้วยความสงสัย
“คุณหลับไปนานมากกัปตัน . . . เกือบหกสิบปีแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้กัปตันอเมริการู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง เขานอนนิ่งอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง หลังจากที่อีริคปล่อยมือไปแล้ว เขาก็ยังคงอยู่ในท่าทางเดิมอยู่นาน ก่อนจะลุกขึ้นอย่างช้า ๆ และพูดด้วยสีหน้าว่างเปล่า “ผมยังติดเต้นรำกับเธออีกหนึ่งเพลง”
อีริคส่ายหัวอย่างอ่อนใจ และอยากจะบอกกัปตันเหลือเกินว่าความหวังนั้นไม่มีอีกแล้ว เพราะตัวเขาในอนาคตได้ครอบครองเทพธิดาในใจของเขาไปเรียบร้อยแล้ว
นี่สินะรักสามเศร้า . . .
ต่อมา นิค ฟิวรี่มอบหมายให้อีริคเป็นผู้เล่าประวัติศาสตร์กว่า 50 ปีให้กัปตันฟังเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องพูดให้เมื่อยปาก
ทำให้อีริคที่ได้ยินคำสั่งของฟิวรี่จึงปิดประตูห้องต่อหน้าสายตาไม่พอใจของโคลสัน ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดในมุมห้อง และยกนิ้วกลางให้ฟิวรี่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังจอมอนิเตอร์ และหยิบอุปกรณ์คล้ายไฟแช็กขึ้นมาทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดภายในห้อง
“โอเค กัปตัน ตอนนี้พวกเขามองไม่เห็นเราแล้ว พอดีฉันไม่ชอบให้ใครมาจ้องมองเหมือนดูสัตว์ในกรงสักเท่าไหร่” อีริคโยนเอกสารกองหนาให้กัปตัน ก่อนเอนตัวลงบนเก้าอี้อย่างสบาย
กัปตันมองไปที่ท่าทางสบาย ๆ ของเอริค และหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ เขาพลิกดูทีละหน้าและถามคำถามเป็นระยะ แน่นอนว่าเรื่องที่เขาสนใจที่สุดคือ ‘คาร์เตอร์’
ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับคาร์เตอร์ในเอกสารก็ถูกค้นหามาอย่างละเอียดมากที่สุดเช่นกัน ทำให้เมื่อกัปตันรู้ว่าคาร์เตอร์แต่งงานแล้ว อีริคก็สังเกตเห็นน้ำตาสองหยดไหลลงจากหางตาของกัปตันทันที
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้อีริคช่วยอะไรไม่ได้ เขาทำได้เพียงยักไหล่อย่างจนใจ และมองดูชายคนหนึ่งที่กำลังเผยความรู้สึกในใจออกมาอย่างหมดเปลือก
หลังจากนั้นไม่นานเอกสารทั้งหมดก็ถูกอ่านจบอย่างรวดเร็ว โดยในส่วนครึ่งหลังของเอกสารนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกล่าวถึงที่มาของหน่วยชีลด์ และสถานการณ์ปัจจุบัน ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายเท่ ๆ ของนิค ฟิวรี่
กัปตันจ้องมองภาพนั้นอย่างครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะถามว่า “ชื่อเขาคือ นิค ฟิวรี่ ใช่ไหม?”
“ใช่ แต่คุณจะเรียกเขาว่า ไข่ต้ม ก็ได้นะ” อีริคตอบพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
กัปตันไม่ได้ตอบกลับคำหยอกล้อของเอริค และถามขึ้นด้วยความสงสัยต่อว่า “ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในหน่วย 'คอมมานโดคำราม' ของผมก็มีนิค ฟิวรี่เหมือนกัน เขาเป็นร้อยโท เป็นคนผิวสี และมีหน้าตาเหมือนคนนี้มาก”
เมื่อได้ยินคำพูดของกัปตันอีริคก็ชะงักไปทันที “กัปตัน คุณแน่ใจนะ?”
“แน่ใจสิ เขาเป็นพี่น้องร่วมรบที่เคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …