- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 98 นิค ฟิวรี่ผิวขาว!
ตอนที่ 98 นิค ฟิวรี่ผิวขาว!
ตอนที่ 98 นิค ฟิวรี่ผิวขาว!
ตอนที่ 98 นิค ฟิวรี่ผิวขาว!
“ฟิวเจอร์ ค้นหาคำว่า นิค ฟิวรี่ ในฐานข้อมูลของชีลด์”
เอริคได้ได้เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของชีลด์ โดยสั่งให้ฟิวเจอร์เริ่มทำการแฮกระบบรักษาความปลอดภัยของ ชีลด์ และเริ่มการค้นหาโดยไม่มีใครสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ เอริคก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นมากขึ้นเท่านั้น เพราะข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ามีเพียงนิค ฟิวรี่คนเดียวเท่านั้น และนั่นก็คือผู้อำนวยการคนปัจจุบันของชีลด์ตั้งแต่เกิดจนถึงเข้ารับตำแหน่ง ข้อมูลของนิค ฟิวรี่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบไร้ข้อบกพร่อง
หรือว่ากัปตันอเมริกาโกหก? เป็นไปไม่ได้! อย่าว่าแต่เรื่องลักษณะนิสัยของกัปตันเลย เขาเพิ่งฟื้นขึ้นมาหลังจากถูกแช่แข็งนานกว่า 50 ปี จะโกหกเรื่องนี้ไปทำไม?
“ฟิวเจอร์ ค้นหาคำว่า หน่วยคอมมานโดคำราม ฉันต้องการประวัติของสมาชิกทุกคน”
ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกของ หน่วยคอมมานโดคำราม หลายสิบคนเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นำโดยกัปตันอเมริกา บัคกี้ บาร์นส์ วินเทอร์โซลเยอร์ และคนอื่น ๆ โดยตั้งแต่ต้นจนจบ เอริคก็ไม่พบชื่อ นิค ฟิวรี่ เลย
“งั้นก็เหลือเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น!” เอริคครุ่นคิด และพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองดวงจันทร์นอกหน้าต่าง “ฟิวเจอร์ ค้นหาคำว่า ผู้พิทักษ์กำแพง!”
ทันใดนั้นข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ฐานข้อมูลของชีลด์ถูกค้นหาอย่างละเอียดโดยฟิวเจอรร์ แต่แล้วทันใดนั้นเองจู่ ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็บิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน ทำให้เอริคที่เห็นเช่นนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลงทันที “ฟิวเจอร์!”
“นายท่าน . . . มีคนแฮกระบบ และดูซอร์ดโค้ดของฉันค่ะ” เสียงที่ไม่สมบูรณ์ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอสีน้ำเงินที่กระพริบไปมา
“ฟิวเจอร์ ตอบฉัน!” เอริครีบดึงสายเคเบิลเครือข่ายออกอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานหน้าจอก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“นายท่าน อีกฝ่ายได้ทิ้งข้อความเอาไว้ให้ท่านค่ะ”
“ข้อความอะไร?”
“มันเป็นพิกัดค่ะ ฉันคำนวนแล้วตำแหน่งของมันอยู่บนดวงจันทร์ค่ะ”
ตัวเลขพิกัดเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมภาพไอคอนดวงจันทร์ขนาดใหญ่ที่มีจุดสีแดงกะพริบอยู่
เอริคจ้องจุดแดงนั้นอยู่นาน ก่อนจะหยิบเทสเซอร์แร็คขึ้นมา “ฟิวเจอร์ ลบประวัติการค้นหาทั้งหมด และรอฉันกลับมา”
จากนั้นร่างของเอริคก็ส่องแสงสีฟ้าสว่างวาบ และหายตัวไปทันที . . .
. . .
พิกัดที่ได้มานั้นชี้ไปยังหลุมอุกกาบาตด้านมืดของดวงจันทร์ ทำให้เมื่อเอริคก้าวลงบนพื้นดวงจันทร์ เขาก็มองเห็นช่องมืดลึกที่ฐานของหลุมอุกกาบาตที่ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปสำรวจอยู่
“นิค ฟิวรี่ ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่านายกำลังวางแผนทำอะไรอยู่!” เอริคยิ้มอย่างลึกลับ พลางสร้างเกราะแม่เหล็กขึ้นเพื่อป้องกันตัว ก่อนจะก้าวเข้าสู่ช่องลึกนั้น
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป เอริคก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนกลับด้าน และสนามแม่เหล็กของเขาก็ไม่ตอบสนองอีกต่อไป!
“บ้าเอ๊ย! เครื่องสะกดยีน X มีคนวางแผนเอาไว้แล้ว!” เอริคล้มลงกระแทกพื้นทันที ก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง แต่สิ่งที่เขาเห็นกับมีเพียงกำแพงโลหะสูงยาว และไฟบนเพดานไม่กี่ดวงที่ส่องแสงขาวสะท้อนโลหะ ทำให้ดูพร่าและเวิ้งว้างชอบกล
เอริคลองใช้พลังของตัวเองไปที่กำแพงแต่มันก็ไร้ผล ทำให้เขายิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่เขาจะเริ่มตรวจสอบตัวเองอย่างละเอียด แต่ยิ่งตรวจสอบเท่าไหร่เขาก็ยิ่งพบว่ามันแย่กว่าที่คิดเอาไว้มาก
ยีน X ของเขากำลังถูกสะกดเอาไว้ ทำให้พลังควบคุมสนามแม่เหล็กที่เป็นพื้นฐานที่สุดไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป อีกทั้งยังมีคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่ทำให้พื้นที่นี้สั่นสะเทือนในลักษณะพิเศษ ทำให้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วงที่เขาเพิ่งได้มาก็ถูกทำลาย แถมยังไม่สามารถเปิดกระเป๋ามิติได้ และไม่สามารถใช้แรงดึงดูดหรือแรงผลักดันได้เลย
“โชคดีที่ไวเบรเนียมในมือขวายังอยู่ นี่ถือเป็นข่าวดีเดียวที่มี” เอริคหัวเราะเยาะตัวเองด้วยความขมขื่น ก่อนจะกำหมัดแน่น ทันใดนั้นไวเบรเนียมที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังของเขาก็ได้กลายเป็นอาวุธลับที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ของเขา
ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัว จู่ ๆ มันก็มีประตูสีดำปรากฏขึ้นจากกำแพงโลหะที่ดูเหมือนเรียบสนิทอย่างกะทันหัน
“พวกแกเล่นอะไรอีก! ฉันไม่ยอมให้หลอกอีกแล้ว!” เอริคตะโกนลั่น ขณะยืนนิ่งในที่เดิมด้วยความระแวง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะคิดผิด เพราะประตูสีดำสนิทที่เปิดขึ้นมันไม่ได้ต้องการให้เขาเข้าไปเลย แต่มีบางสิ่งออกมาแทน
เอ่อ . . . ดูเหมือนว่าจะเป็นคนด้วย?
ชายคนนี้สูงอย่างน้อยสามเมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม และมีอาวุธหลากหลายชนิดติดอยู่ทั่วตัว ใบหน้าของเขาคล้ายกับนิค ฟิวรี่มาก . . . หัวล้าน ตาข้างเดียว และผิวดำเช่นเดียวกัน แต่ที่ต่างคือ ดวงตาที่เสียไปไม่ได้ใส่ที่ปิดตาเอาไว้ แต่มันกำลังส่องแสงสีแดงวูบวาบแทน
“ฟิวรี่?” เอริครู้สึกไม่สบายใจที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมสนามแม่เหล็ก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสัมผัสสนามแม่เหล็กของร่างกายมนุษย์ได้ จึงยากที่จะตัดสินว่าคนตรงหน้าเป็นมนุษย์หรือตัวอะไรกันแน่
นิค ฟิวรี่เวอร์ชันยักษ์ไม่ได้พูดอะไรเลย เขาก้าวออกจากประตูมองเอริคอย่างนิ่งเงียบ และเมื่อได้ยินคำถามนั้น เขาก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้ฝ่ามือใหญ่ตบที่เอวแล้วหยิบปืนลูกโม่ขนาดใหญ่ที่ดูหนาและหนักขึ้นออกมา และยกขึ้นยิงทันที
“ไอ้เวรเอ้ย!” เอริครีบกระโดดหลบอย่างว่องไว แต่สิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่กับคือห่ากระสุน
หลังจากยิงปืนลูกโม่จนหมด นิค ฟิวรี่เวอร์ชันยักษ์ก็ดึงปืนกลทอมป์สันขนาดยักษ์ออกมาจากด้านหลัง และยิงกราดใส่เอริคต่ออย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีสิ่งกีดขวางอะไร และค่อนข้างขว้าง ทำให้เอริคสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อหลบกระสุนพายุห่าฝนเหล่านี้ได้
โชคดีที่ร่างกายของเขาก่อนหน้านี้ได้รับการเสริมแกร่งมาหลายครั้งจนเกินขีดความสามารถของกัปตันอเมริกาไปหลายเท่า ทั้งสายตาและความเร็วในการตอบสนองของเขาก็พัฒนาขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เขาก็ไม่มีเวลาคิดถึงสิ่งอื่น และจดจ่ออยู่กับการจับทิศทางปากกระบอกปืนและขยับหลบไปก่อนกระสุนจะลั่นไก
แต่ดูเหมือนว่านิค ฟิวรี่เวอร์ชันยักษ์จะไม่อยากปล่อยเขาไปง่าย ๆ และใช้มืออีกข้างหยิบปืนทอมป์สันอีกกระบอกออกมายิง
“ไอ้เวรฟิวรี่! นายจะเอาชีวิตฉันจริง ๆ ใช่ไหมเนี้ย?!” เอริคสบถด้วยความโมโห ก่อนจะหาจังหวะระหว่างหลบกระสุนปืน เก็บกระสุนบางส่วนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วขว้างออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี
พลังงานจลน์จากแรงขว้างมหาศาลทำให้กระสุนพุ่งเข้าใส่จมูกของนิค ฟิวรี่เวอร์ชันยักษ์อย่างจัง จนทำให้เขาหลับตาไปชั่วขณะ
โอกาสนี้ล่ะ!
ทันใดนั้นเอริคก็ฉวยจังหวะนั้นพลิกตัวไปอยู่ด้านหลังของฟิวรี่ร่างยักษ์ และก่อนที่ฟิวรี่จะหันกลับมา เอริคก็ซัดหมัดหนักใส่แผ่นหลังของฟิวรี่ทันที
หลังจากนั้นเอริคก็มองไปที่เอวของฟิวรี่ ก่อนจะกระโดดหมุนตัวเตะไปที่เอวของฟิวรี่อย่างรุนแรง
ปัง!
แรงอันมหาศาลจากการเตะทำให้ฟิวรี่ยักษ์พุ่งกระเด็นไปไกลและล้มลงหน้าไถลไปกับพื้น แน่นอนว่าเอริคก็ไม่ปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดลอยไปเช่นกัน เขารีบวิ่งตามไปซ้ำฟิวรี่ด้วยหมัดอีกหลายครั้ง โดยการต่อยใส่ทั้งใบหน้าและเอวไม่หยุดหย่อน . . .
“จุดอ่อนของมันคือดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ เพียงหมัดเดียวของนายก็สามารถระเบิดดวงตานั้นได้แล้ว!” ทันใดนั้นเสียงชายแก่คนหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหูของเอริค ทำให้เขาชะงักมือและรีบหันไปมองด้านหลังทันที
“นี่มันวันอะไรของฉันกันวะเนี้ย? ไข่ต้มอีกลูก? เรื่องนี้มันจะจบลงเมื่อไหร่?”
ชายคนนี้ต่างจากฟิวรี่ร่างยักษ์ที่ต่อสู้เมื่อกี้นี้ เพราะเขาคนนี้คือไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้ว . . .
ใช่แล้ว นิค ฟิวรี่ผิวขาว!
โปรดติดตามตอนต่อไป …