- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 96 เพื่อนรัก!
ตอนที่ 96 เพื่อนรัก!
ตอนที่ 96 เพื่อนรัก!
ตอนที่ 96 เพื่อนรัก!
หลังจากจัดการลูกสมุนทั้งสามของอะโพคาลิปส์เสร็จ เอริคก็ปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปเผชิญหน้ากับ ‘ร่างคู่ขนาน’ ของตัวเอง
แน่นอนว่าจักเกอร์นอทไม่มีทางสู้กับแม็กนีโตได้อยู่แล้ว และเอริคก็รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ดี ส่วนเหตุผลที่เขาส่งจักเกอร์นอทไปจัดการแม็กนีโตนั้นก็เพราะความอึดของเขาล้วน ๆ เขาต้องการให้จักเกอร์ถ่วงเวลาแม็กนีโตเอาไว้ และรอจนกว่าเขาจะกลับมา
เช่นเดียวกับตอนนี้ ในขณะที่แม็กนีโตบินอยู่บนฟ้า ถ้าหากแม็กนีโตคิดจะหนี จักเกอร์นอทก็จะวิ่งหาก้อนหินมาปาใส่หินเพื่อขัดขวาง และถ้าหากสุดท้ายยังขวางเอาไว้ไม่ได้ จักเกอร์นอทก็ยังมี ‘แผนสำรอง’ ที่เอริคเตรียมเอาไว้ให้เขาเก็บเอาไว้อยู่
แต่จากที่เห็นตอนนี้ ดูเหมือนว่าแผนสำรองนี้จะไม่ได้ใช้อีกต่อไป
“ในที่สุดนายก็กลับมา ฉันมีคำถามบางอย่างที่อยากให้นายตอบพอดี” แม็กนีโตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แสดงความแปลกใจที่เห็นเอริคกลับมาเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายให้มากความ!” เอริคบินขึ้นไปยืนเผชิญหน้ากับแม็กนีโต เขามองดูชายชราผู้มีพลังยิ่งใหญ่ แล้วชี้มือส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่บรรจุข้อมูลจำนวนมากเข้าไปในสมองของอีกฝ่าย
แม็กนีโตยอมรับข้อมูลนั้นและจดจ่อกับมันด้วยสมาธิทันที ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานท่าทางของเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นตกตะลึง “นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ?”
“มันเป็นความจริง!” เอริคยกมือขึ้นและยิ้มเล็กน้อย
“แล้วอนาคตของมนุษย์กลายพันธุ์ล่ะ?” แม็กนีโตถามทันที ราวกับลืมเรื่องส่วนตัวไปจนหมดสิ้น นี่คือตัวตนของผู้นำกลุ่มบราเธอร์ฮู้ดออฟมิวเทนตส์ ผู้พร้อมจะเป็นศัตรูกับโลกเพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์ตัวเอง
“แม็ก นายต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์กลายพันธุ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมนุษยชาติเท่านั้น!” เอริคถอนหายใจ “มนุษย์กลายพันธุ์คือผลจากการทดลองของเทพเจ้ากับมนุษย์ และมนุษย์คือรากฐานของมนุษย์กลายพันธุ์!”
“ไม่! มนุษย์กลายพันธุ์คือการวิวัฒนาการ! พวกเราคืออนาคตของมนุษยชาติ!” คำพูดของเอริคได้สั่นคลอนความเชื่อที่แม็กนีโตยึดถือมาตลอดชีวิต ทำให้เขาแทบจะตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
“แม็ก อย่าหลอกตัวเองอีกต่อไปเลย นายน่าจะสังเกตได้นานแล้วว่าการเกิดของมนุษย์กลายพันธุ์นั้นเป็นเหมือนกับวงจร ตอนนี้หรือเมื่อสิบกว่าปีก่อน คือจุดสูงสุดของการเกิดมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การตื่นของยีน X นั้นยากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีในอีกไม่กี่สิบปีหรือร้อยปีต่อจากนี้ ถ้าหากไม่มีอิทธิพลภายนอก มนุษย์กลายพันธุ์ก็อาจไม่ถือกำเนิดขึ้นอีกเลย”
“เป็นไปไม่ได้!” แม็กนีโตคำรามขึ้นมาเสียงดัง พลังสนามแม่เหล็กโดยรอบปั่นป่วน โลหะจำนวนมากลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้เอริคที่เห็นเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นโบกเบาๆ เพื่อทำให้สนามแม่เหล็กที่ปั่นป่วนสงบลง ก่อนจะยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อใส่แม็กนีโตเพื่อปรบสติอารมณ์ของเขา
“เมื่อกว่าร้อยปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ นาธาเนียล เอสเซ็กซ์ เคยเสนอทฤษฎีนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะคิดถูก” เอริคเดินเข้าไปตบไหล่แม็กนีโตเบา ๆ และพาเขาลงสู่พื้นดิน
“มนุษย์กลายพันธุ์ . . . ไม่มีอนาคตจริง ๆ เหรอ?” แม็กนีโตหลับตาลง ราวกับว่าอายุของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบปีในชั่วพริบตา
“ยุคทองของมนุษย์กลายพันธุ์มีเพียงร้อยปีเท่านั้น แม้ในตอนนี้มนุษย์กลายพันธุ์จะปกครองมนุษยชาติทั้งหมด อีกไม่กี่สิบปีพวกเขาก็จะกลับไปเป็นมนุษย์ดังเดิมอีกครั้ง!”
“สิบปีอย่างนั้นเหรอ? งั้นฉันต้องการสิบปีนี้!” แม็กนีโตจ้องมองเอริค พร้อมกับพลังของเขาที่ประทุขึ้นอีกครั้ง “ฉันไม่สนว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ฉันต้องการสิบปีนี้!”
เอริคยิ้มออกมาเล็กน้อย นี่แหละแม็กนีโต ไม่ว่าสิ่งใดจะขวางทางเขา เขาก็ไม่มีวันยอมแพ้ เพราะแม็กนีโตไม่ใช่แค่บุคคล แต่เป็นจิตวิญญาณ!
“ตกลง งั้นฉันจะช่วยนายเอง!”
. . .
หลังปล่อยให้แม็กนีโตและศาสตราจารย์เอ็กซ์รำลึกความหลัง เอริคก็เดินเข้าไปในพีระมิดที่อะโพคาลิปส์เพิ่งสร้างขึ้นเพียงลำพัง โดยข้างในนั้นมีเครื่องมือแปลงพลังที่ซับซ้อนเป็นอย่างมากตั้งอยู่
เครื่องนี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้อะโพคาลิปส์สามารถขโมยพลังของมนุษย์กลายพันธุ์คนอื่นได้!
โดยนักออกแบบของเครื่องมือนี้มีชื่อว่า อิมโฮเทป บุรุษผู้สมบูรณ์แบบด้านพิธีกรรมของอียิปต์ ผู้สร้างพีระมิดแห่งแรก และผู้ก่อตั้งบราเธอร์ฮูดออฟชีลด์
อิมโฮเทปนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็น เทพเจ้าแห่งการแพทย์และปัญญา จากชาวอียิปต์ เขาเคยนำชาวอียิปต์โบราณขจัดภัยคุกคามจากแมลงต่างดาว บรูด โดยที่ตอนนั้นอะโพคาลิปส์ยังเป็นเพียงหนึ่งในลูกน้องของเขา
ซึ่งองค์กรที่เขาก่อตั้งยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน และมีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์หลายคนเป็นสมาชิก เช่น ไมเคิล แองเจโล, จังเหิง, กาลิเลโอ, เลโอนาร์โด ดาวินชี, นิวตัน, เทสลา และฮาเวิร์ด สตาร์ค
ชื่อเหล่านี้ประกอบขึ้นเป็นองค์กรที่ลึกลับและทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แม้ไม่เป็นที่รู้จัก แต่มันก็สามารถส่งผลต่อประวัติศาสตร์อย่างใหญ่หลวง
นอกจากนี้ชีลด์และไฮดราในปัจจุบันก็คือผลจากการแตกแยกของบราเธอร์ฮูดออฟชีลด์ โลโก้รูปอินทรีของ ชีลด์ก็มีที่มาจากสัญลักษณ์อินทรีบนโล่ของอิมโฮเทป
เรียกได้ว่าชีลด์และไฮดราคือสองด้านของเหรียญเดียวกัน
เอริคกระจานคลื่นแม่เหล็กสัมผัสโครงสร้างโลหะซับซ้อนภายในพีระมิด ก่อนที่จะมองทะลุผ่านตัวพีระมิดอันมหึมาไปยังยอดแหลมทองคำบริสุทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดสุดของหอคอย
‘ช่างเป็นการออกแบบที่อัจฉริยะอะไรขนาดนี้! บราเธอร์ฮูดออฟชีลด์ล้ำหน้าสังคมมนุษย์ไปกี่ปีแล้วกันนะ? น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันตรวจดูแค่บันทึกเกี่ยวกับเทสเซอร์แร็คเท่านั้น’
เอริคคิดในใจด้วยความเสียดาย เมื่อครั้งตอนที่อยู่ในจักรวาลของธานอส เขาเคยพยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าร่วมกับบราเธอร์ฮูดออฟชีลด์เพื่อหาวิธีทำลายขอบเขตจักรวาล ซึ่งที่นั่นเองที่เขาได้พบแนวคิดเกี่ยวกับวิธีนี้และชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเทสเซอร์แร็ค
‘ถ้าฉันขอเข้าร่วมบราเธอร์ฮูดออฟชีดในจักรวาลนี้พวกเขาจะยอมรับฉันไหมนะ?’ เอริคคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ขณะที่โบกดึงโลหะทั้งหมดจากพีระมิดมารวมกันก่อนจะฝังมันลงไปใต้ดิน
วัสดุที่ใช้สร้างอุปกรณ์นี้ไม่ได้พิเศษอะไร ส่วนใหญ่เป็นเพียงทองคำธรรมดา เพราะสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ก็คือรูปแบบที่ซับซ้อนภายในพีระมิด ซึ่งเอริคได้จดจำเอาไว้หมดแล้ว ดังนั้นทองคำที่เหลือจากการสร้างของอะโพคาลิปส์จึงไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาอีกต่อไป
. . .
อะโพคาลิปส์ถูกกำจัดไปแล้ว ส่วนผู้ติดตามสี่คนของเขาก็ไม่สมกับชื่อ ‘สี่จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก’ เท่าไหร่นัก เพราะเดิมที่พวกเขาก็ไม่ได้มีความเกลียดชังชัดเจนกับเอริคและคนอื่น ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อพวกเขารู้ว่าอะโพคาลิปส์ตายแล้ว พวกเขาก็ละทิ้งอดีตเจ้านายอย่างง่ายดายและขึ้นเครื่องบินของแฮงก์บินกลับด้วยกันราวกับเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แม็กนีโตกับมิสทีคติดตามอะโพคาลิปส์เพื่ออนาคตของมนุษย์กลายพันธุ์ ส่วนสตอร์มและไซล็อกทำไปเพื่อแสวงหาอำนาจ ขณะที่แฮงก์และคนอื่น ๆ มาที่นี่เพื่อช่วยศาสตราจารย์เอ็กซ์ผู้ถูกเพื่อนรักทรยศ
เป้าหมายของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้สิ่งที่ต้องการ พวกเขาจึงดูมีความสุขร่วมกัน ระหว่างเดินทางกลับ และพูดคุยกันด้วยเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จนไม่เหมือนกลุ่มคนที่เพิ่งต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเลยสักนิด
“แฮงค์ นายคิดยังไงถึงได้โทรหาฉันเป็นคนแรกหลังจากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น?” เอริคนั่งลงตรงกลางระหว่างแฮงก์และมิสทีค ทำตัวเหมือนหลอดไฟดวงใหญ่ที่ส่องสว่างจนทุกคนอึดอัด
“เอ่อ คุณเอริค . . .” เมื่อเห็นว่าช่วงเวลาแห่งความสุขของตัวเองถูกขัดจังหวะโดยคำถามของเอริค แฮงก์ก็ดูเก้อเขินเล็กน้อย “ก็เพราะชื่อคุณขึ้นต้นด้วยตัวเอง A ในรายชื่อโทรศัพท์ของผม ผมก็เลยโทรหาคุณก่อนเป็นคนแรก”
ทันใดนั้นสีหน้าของเอริคก็เปลี่ยนไปทันที “น้องชาย นายเป็นหนึ่งในคนที่ฉลาดที่สุดในโลก! แต่นายทำพลาดแบบนี้ได้ยังไง? ชื่อฉันคือ เอริค (Erik) ไม่ใช่ อาริค (Arik)!”
“อ๊ะ ขอโทษทีครับ ดูเหมือนว่าตอนนั้นผมจะตกใจมากเกินไปหน่อยเลยไม่ได้ดูดี ๆ” แฮงก์รีบขอโทษ พร้อมกับขนสีฟ้าบนใบหน้าที่ไหวไปมาอย่างตื่นตระหนก
“แล้วใครเป็นคนบันทึกเบอร์ฉันในรายชื่อโทรศัพท์?”
เมื่อได้ยินคำถามแฮงก็ชี้ไปที่จักเกอร์นอทที่กำลังนอนหลับอยู่ “มาร์โกเป็นคนบันทึก”
เอริคถึงกับเอามือตีหน้าผากอย่างพูดไม่ออกทันที การให้เจ้าเด็กที่ดีแต่กินนี่มาบันทึกรายชื่อลงโทรศัพท์ แฮงก์ . . . นายช่างใจกว้างจริง ๆ!
ทันใดนั้นเองแม็กนีโตก็เดินเข้ามาหาเอริค และตบไหล่เบา ๆ “นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันเปลี่ยนชื่อกลับไปเป็นแม็ก”
“อ้อ? แล้วสมุดบัญชีรายชื่อโทรศัพท์เล่มก่อนของสถาบันนี่ ใครเป็นคนบันทึก?”
“ไม่ใช่มาร์โกหรอก แต่เป็นชาร์ลส์ เขาจงใจเขียนชื่อลำดับผิดเพื่อให้ชื่อของเขาอยู่ก่อน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เอริคก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองศาสตราจารย์เอ็กซ์ที่กำลังนั่งยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกขนลุกเล็กน้อย
สมแล้วที่เป็นเพื่อนรักตลอดชีวิตคนเดียวของฉัน . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …