เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 93 ดาวเซน-โวเบรี่!

ตอนที่ 93 ดาวเซน-โวเบรี่!

ตอนที่ 93 ดาวเซน-โวเบรี่!


ตอนที่ 93 ดาวเซน-โวเบรี่!

ตาแก่โรคจิต! ฉันก็แค่อยากสู้กับนาย แต่นายกลับอยากได้ร่างของฉัน!

ใบหน้าของเอริคเปลี่ยนสีแทบจะทันที สลับไปมาระหว่างสีเขียวเข้มและสีม่วงคล้ำด้วยความโกรธ

แต่อะโพคาลิปส์ไม่สนใจว่าเอริคจะคิดเช่นไร เขาเดินหน้าโจมตีต่อโดยมีเป้าหมายชัดเจนคือร่างกายของเอริค! เพราะด้วยความสามาถในการฟื้นฟูตัวเองของเขา ถ้าหากส่วนสำคัญไม่เสียหายจนหมดสิ้น เขาก็สามารถรักษาตัวได้ทันที

ลำแสงพลังงานพุ่งออกจากฝ่ามือของอะโพคาลิปส์ พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังงานหลากหลายธาตุออกมาอย่างไม่ขาดสาย บางครั้งเผาไหม้ด้วยเปลวไฟ บางครั้งเย็นยะเยือกด้วยน้ำแข็ง บางครั้งดำสนิทราวกับหมึก และบางครั้งที่ขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ

ในช่วงแรก เอริคยังสามารถใช้พลังงานจากมิติเพื่อเปิดประตูมิติและหลบหนีการโจมตีได้ แต่เมื่อพลังงานเหล่านี้เริ่มปั่นป่วนกันเอง มันกลับรบกวนการควบคุมพลังงานมิติของเขา ทำให้ประตูมิติที่เปิดขึ้นบางครั้งพาเขากลับมาใกล้จุดเดิมจนเขาไม่กล้าใช้อีกต่อไป ดังนั้นเอริคจึงต้องพึ่งพาโล่แม่เหล็กและชุดเกราะไวเบรเนียมเพื่อป้องกันตัว

“แบบนี้ไปต่อไม่ได้แน่!” เอริคซ่อนตัวอยู่หลังโล่แม่เหล็ก พลางขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ

พลังของอะโพคาลิปส์มีมากเกินไป! คนส่วนใหญ่ที่มีพลังหลากหลายมักไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ทุกด้าน แต่จะเลือกมุ่งเน้นในบางพลังที่แข็งแกร่งกว่า ทว่ากรณีของอะโพคาลิปส์นั้นต่างออกไป เขามีทั้งเวลาอันยาวนานและชีวิตที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้เขาสามารถเชี่ยวชาญทุกพลังที่มีได้อย่างไม่ยากเย็น

ไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การป้องกัน การเปลี่ยนแปลงโมเลกุล หรือการเคลื่อนย้ายผ่านมิติ อะโพคาลิปส์สามารถใช้พลังทั้งหมดได้อย่างลื่นไหลและทรงพลังในทุกด้าน อีกทั้งยังสามารถใช้พลังหลายอย่างพร้อมกันได้อีกด้วย

‘ดูเหมือนฉันจะต้องใช้วิธีเดิมที่จัดการกับแครอล!’

ถ้าถามว่าวิธีอะไรน่ะเหรอ? แน่นอนว่าคือการดึงสนามแม่เหล็กของทั้งดาวเคราะห์มาใช้! เขาไม่เชื่อว่าอะโพคาลิปส์จะต้านทานพลังของทั้งดาวเคราะห์ได้!

เมื่อคิดได้ดังนี้เอริคก็ลงมือทันที!

เขายกมือขึ้น ขยายขอบเขตของโล่แม่เหล็ก ก่อนจะเปิดประตูมิติแล้วกระโดดเข้าไป

ในขณะเดียวกันโล่แม่เหล็กที่ขาดพลังสนับสนุนจากเอริคก็ถูกทำลายในทันที พลังงานหลากหลายพุ่งชนเข้าหากันก่อให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรง เสาเพลิงผสมกับพลังงานหลากสีปกคลุมทั่วท้องฟ้าบดบังร่องรอยของเอริคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อะโพคาลิปส์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการโจมตีเล็ก ๆ น้อย ๆ จะทำลายร่างของเอริคจนสิ้นซาก หรือว่าเอริคจะยอมทำลายตัวเองเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้หรือไม่?

แต่ในขณะที่อะโพคาลิปส์กำลังครุ่นคิด เอริคก็ปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับมังกรโลหะขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ด้านหลัง

เมื่ออะโพคาลิปส์เห็นเอริคกลับมาอีกครั้ง เขาก็แสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดทันที “เจ้าน่าจะหนีไปให้ไกล!”

“การหนีไม่ใช่สไตล์ของฉัน! เอ่อ . . . อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้!” เอริคหดคอเล็กน้อยด้วยความละอาย ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังอีกครั้ง เขาชี้นิ้วออกไปด้านหน้าสั่งให้มังกรโลหะพุ่งโจมตีอะโพคาลิปส์ และดึงโลหะขึ้นมาโจมตีอีกละลอกหนึ่ง

“ไร้ประโยชน์!” อะโพคาลิปส์หัวเราะเยาะ พร้อมกับโล่พลังงานสีม่วงส่องแสงเจิดจ้าป้องกันการโจมตีของมังกรโลหะเอาไว้ได้ทั้งหมด

ส่วนโลหะจำนวนมากที่ชนเข้ากับโล่พลังงานถูกบดขยี้จนแตกกระจาย ก่อนจะถูกพลังงานทำลายจนระเหยกลายเป็นไออย่างสมบูรณ์ ทำให้ควันไฟและละอองไอขาวล้อมรอบโล่พลังงานเอาไว้

เอริคเพิ่มพลังเข้าไปอีก ส่งผลให้โลหะจำนวนมหาศาลถูกดึงขึ้นมาจากใต้ดินอีกครั้งกลายเป็นกระแสน้ำโลหะถาโถมเข้าใส่โล่พลังงานอย่างต่อเนื่อง

“คงได้ผลแล้วมั้ง?” เอริคมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพลางพยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนจะเปิดกระเป๋ามิติ และหยิบเทสเซอร์แร็คออกมา

การควบคุมพลังมิติของเขายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น หากต้องการเดินทางออกสู่อวกาศ เขาต้องพึ่งพลังของมณีอันนี้!

เอริคถือเทสเซอร์แร็คเอาไว้ในมือ และเดินตรงมาที่ด้านล่างของอะโพคาลิปส์ที่กำลังบินอยู่บนฟ้า ก่อนที่เขาจะเลือกพิกัดในอวกาศแบบสุ่มแล้วเปิดใช้งาน

ทันใดนั้นหมอกควันสีน้ำเงินก็พวยพุ่งขึ้นมาที่ใต้ร่างของอะโพคาลิปส์ พร้อมกับเอริคที่เปลี่ยนพลังจากสนามแม่เหล็กเป็นแรงโน้มถ่วงทันที

“ตาแก่! ลงมาเดี๋ยวนี้!”

ทันใดนั้นแรงโน้มถ่วงระหว่างอะโพคาลิปส์กับพื้นโลกก็เพิ่มขึ้นเป็นพันเท่า! แม้แต่อะโพคาลิปส์ก็ไม่อาจต้านทานแรงนี้ได้ในทันที ทำให้ร่างของเขาร่วงลงตรงเข้าสู่หมอกควันสีน้ำเงินและหายไปทันที

ในขณะเดียวกันเอริคก็รีบปิดเทสเซอร์แร็ค และเปิดมันอีกครั้งที่พิกัดที่ต่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดตามเข้าไป

ทันทีที่เคลื่อนย้ายข้ามมิติ เอริคก็รู้สึกได้ถึงพลังจิตอันมหาศาลที่ปกคลุมอยู่ในอากาศ ซึ่งทันที่เขารับรู้ถึงพลังนี้เขาก็สัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่ไร้ขอบเขตของอะโพคาลิปส์ทันที!

เอริครีบซ่อนตัวอยู่หลังหินก้อนใหญ่ด้วยการใช้พลังแห่งมิติเพื่อปกปิดตัวตน พร้อมทั้งสร้างสนามแม่เหล็กป้องกันสนามแม่เหล็กของตัวเอง และบิดเบือนแสงที่ตามองเห็น จากนั้นเขาก็นั่งเงียบ ๆ พลางเชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กโลกและค่อย ๆ สัมผัสตำแหน่งของอะโพคาลิปส์อย่างระมัดระวัง

แต่ทันทีที่เปิดความสามารถในการรับรู้สนามแม่เหล็ก สีหน้าของเอริคก็เปลี่ยนไปทันที บนดาวดวงนี้มีร่องรอยของอารยธรรม!

นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาตั้งใจจะค้นหา! เขาไม่อาจทำลายอารยธรรมหนึ่งเพื่อจัดการกับอะโพคาลิปส์ได้

แต่ยิ่งเขาสัมผัสมากขึ้นเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกมากขึ้นเท่านั้น เพราะบนดาวดวงนี้มีอารยธรรมแน่นอน แต่เขากลับไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาได้เลย

เขาตรวจพบสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มีรถยนต์หรือยานพาหนะที่คล้ายกัน และยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างอาวุธเลเซอร์และยานอวกาศอีกด้วย นี่แสดงให้เห็นว่าอารยธรรมนี้เคยก้าวข้ามขอบเขตดาวเคราะห์ของตัวเองแล้ว และมีระดับอารยธรรมที่สูงกว่ามนุษย์โลก

อย่างไรก็ตามทุกสิ่งในตอนนี้กลับถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาแน่น ทำให้เอริคไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาอื่น ๆ ยกเว้นแต่สัตว์ป่าที่ไร้สติปัญญาเลย

“ดูเหมือนว่าอารยธรรมของดาวดวงนี้จะถูกทำลายไปแล้ว และมันคงเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้!” ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ยานพาหนะ หรืออาวุธ ล้วนมีร่องรอยของสงครามปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าอุปกรณ์บางอย่างภายในอาคารจะยังคงทำงานอยู่ แต่เจ้าของของมันได้ตายไปหมดแล้ว

“นี่แหละคือจักรวาล! จักรวาลที่โหดร้าย!” เอริคส่ายศีรษะด้วยความเสียใจ ก่อนจะตั้งสมาธิเชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กโลก ทำให้ด้วยพลังของสนามแม่เหล็กโลกเขาจึงสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอะโพคาลิปส์กำลังเคลื่อนย้ายไปตามจุดต่าง ๆ บนดาวดวงนี้อย่างรวดเร็วเพื่อตามหาเขาอยู่

แน่นอนว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ และมีผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย ดังนั้นแม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างอะโพคาลิปส์ก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมากเกินไป

แต่เมื่อเห็นว่าขอบเขตการค้นหาของอะโพคาลิปส์เริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เอริคก็รู้ทันทีว่าเขามีเวลาไม่มากนัก

ในขณะเดียวกัน อะโพคาลิปส์ที่เพิ่งถูกเอริคส่งตัวมายังดาวดวงนี้ก็กำลังโกรธจัด เขาคิดว่าเอริคพยายามเนรเทศเขาไปนอกโลก ซึ่งเป็นกลวิธีที่เหล่าจอมเวทย์บนโลกมักใช้กันบ่อยครั้ง แม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธ แต่ก็ไม่ได้วิตกกังวลนัก เพราะเขามั่นใจว่าเขาสามารถใช้พลังของตัวเองเพื่อกลับไปยังโลกได้

แต่ไม่นานนัก อะโพคาลิปส์ก็สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนของมิติอีกครั้ง ทำให้เขารู้ทันทีว่าเอริคกำลังพยายามที่จะกักขังเขาเอาไว้บนดาวดวงนี้ตลอดกาล!

“ฮ่า ๆ ความคิดโง่เง่าสิ้นดี!” อะโพคาลิปส์หัวเราะเยาะขณะที่ค้นหาเอริคไปพร้อมกับแสดงความดูถูกในความพยายามของเอริค

อะโพคาลิปส์เองก็สังเกตเห็นตั้งนานแล้วว่าอารยธรรมบนดาวดวงนี้ถูกทำลายไปเมื่อไม่นานมานี้ คาดว่าน่าจะไม่เกินสิบปี อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ใส่ใจมันนัก เพราะเรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกวันในจักรวาล ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยออกจากโลก แต่ความรู้เกี่ยวกับจักรวาลของเขานั้นล้ำหน้าผู้คนส่วนใหญ่บนโลกอย่างมาก

ถ้าดูจากซากปรักหักพังที่อยู่รอบตัว อะโพคาลิปส์ก็ค่อย ๆ เดาได้ว่าที่นี่คือดาวดวงใด

ดาวเซน-โบวเบรี! บ้านเกิดของเผ่าพันธุ์เซโฮเบเรย์ . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 93 ดาวเซน-โวเบรี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว