เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 94 ความหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์!

ตอนที่ 94 ความหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์!

ตอนที่ 94 ความหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์!


ตอนที่ 94 ความหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์!

เอริคไม่รู้เลยว่าอะโพคาลิปส์ได้ล่วงรู้ถึงดาวเคราะห์ดวงนี้แล้ว ในขณะที่เขาก็ยังคงพยายามดึงพลังงานสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์เข้ามาในร่างอย่างสุดความสามารถ

ในความรู้สึกของเขา อะโพคาลิปส์อาจจะต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายมิติอีกเพียงห้าครั้งเท่านั้นเพื่อค้นหาตำแหน่งของเขา ซึ่งเวลาแค่นี้มันไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ที่ต้องการสำเร็จอย่างแน่นอน!

เอริคเร่งดูดพลังงานอย่างเต็มกำลัง พลังงานสนามแม่เหล็กมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะถูกแปลงเป็นพลังพิเศษ โดยพลังงานใหม่นั้นดันพลังเก่ากลับเข้ามาและบีบอัดเอาไว้ ทำให้ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขากลับดูเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับพลังงานของดาวเคราะห์ทั้งดวง และมีโอกาสที่เขาอาจจะระเบิดตัวเองตายได้ทุกเมื่อ!

หยาดเหงื่อหลั่งไหลลงมาตามใบหน้า เส้นเลือดที่ใบหน้าโป่งพองราวกับจะระเบิด ดวงตาของเอริคเรริ่มแดงก่ำเพราะเลือดคั่ง ขณะที่ฟันของเขากัดกันแน่นจนเกิดเสียงดังกึกกัก ความเจ็บปวดนี้รุนแรงกว่าการฉีดเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์หลายสิบเท่า!

“ข้าเจอเจ้าแล้ว!” อะโพคาลิปส์ปรากฏตัวเร็วกว่าที่เอริคคาดไว้ แต่ตอนนี้เอริคไม่มีเวลาจะสนใจใคร เพราะนี่คือช่วงเวลาสำคัญ ถ้าหากเขาควบคุมพลังงานไม่ได้ เขาก็อาจจะระเบิดตัวเองตายได้ทุกเมื่อ

ส่วนอะโพคาลิปส์นั้นเพียงแค่มองเอริคแวบเดียวเขาก็เข้าใจทันทีในสิ่งที่เอริคกำลังทำ ซึ่งเขาไม่มีทางปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน! อะโพคาลิปส์ยิ้มอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะโบกมือควบคุมก้อนหินที่เอริคซ่อนตัวอยู่ให้พุ่งโจมตีใส่เอริค

เอริคเหลือบมองอะโพคาลิปส์ พร้อมกับปลายนิ้วสะบัดเล็กน้อย ทันใดนั้นแรงโน้มถ่วงของก้อนหินก็หายไปทันที ก่อนที่จะมีแรงผลักดันพุ่งขึ้นมาแทนที่ ทำให้ก้อนหินขนาดยักษ์ลอยขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว แรงเสียดทานกับอากาศทำให้เกิดเปลวไฟลุกโชนรอบ ๆ

จากนั้นเอริคกดมือไปทางอะโพคาลิปส์อีกครั้ง

ตูม!!

เสียงระเบิดดังสนั่น แรงกดทับมหาศาลพุ่งกระแทกใส่อะโพคาลิปส์อย่างรุนแรง ทำให้พื้นดินรอบตัวอะโพคาลิปส์ยุบตัวลึกหลายเมตร ราวกับมีมือยักษ์ที่มองไม่เห็นตบลงมาอย่างแรง

แต่อะโพคาลิปส์ที่อยู่ตรงศูนย์กลางของแรงโน้มถ่วงนั้นกลับยืนหยัดอย่างภาคภูมิ โดยไม่แม้แต่จะก้มหน้า

“แรงโน้มถ่วงอีกแล้วเหรอ? กลเม็ดเด็ก ๆ!” อะโพคาลิปส์ยิ้มอย่างเย้ยหยันก่อนจะก้าวเดินไปหาเอริคอย่างมั่นคง

เอริคไม่ตอบ แต่โบกมืออีกครั้ง คราวนี้แรงโน้มถ่วงที่กดอะโพคาลิปส์กลับกลายเป็นแรงผลักดัน ทำให้อะโพคาลิปส์ถูกส่งพุ่งขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วราวกับกระสุน และหายลับไปในพริบตา

ในขณะเดียวกันเอริคก็รีบฉวยโอกาสนี้เร่งดูดพลังงานสนามแม่เหล็กให้เร็วขึ้นอีก และตั้งสมาธิควบคุมพลังงาน

ไม่นานนักเสียงคำรามก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของอะโพคาลิปส์ที่ตกลงมาจากบนท้องฟ้าตรงจุดที่เอริคอยู่ โดยที่คราวนี้อะโพคาลิปส์ได้เรียนรู้จากบทเรียนก่อนหน้าแล้ว ทำให้ห่อหุ้มตัวเองด้วยพลังงานลึกลับที่ช่วยลดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงเอาไว้ล่วงหน้า

“เกือบแล้ว!” เอริคคำรามลั่น ก่อนจะยืนขึ้นชูแขนทั้งสองข้างขึ้นสูง สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดัน พลังสนามแม่เหล็กรอบตัวเขาราวกับจะปะทุออกมาทุกขณะ เส้นเลือดฝอยบนผิวหนังเริ่มแตกกระจายจนเลือดซึมผ่านเสื้อผ้าย้อมมันเป็นสีแดงฉาน

พลังสนามแม่เหล็กมหาศาลก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นพลังหมุนวนล้อมรอบตัวเอริคเอาไว้ สายฟ้าฟาดเริ่มปรากฏทั่วท้องฟ้าราวท้องฟ้าพิโรศ แต่อะโพคาลิปส์ที่อยู่มาหลายพันปีก็ยังคงยืนหยัดด้วยความมั่นใจ

แต่เมื่ออะโพคาลิปส์เกือบจะเข้าถึงตัวเอริคจู่ ๆ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเล็กน้อย เพราะตอนนี้มือทั้งสองข้างของเอริคกำลังทำท่าเหมือนฉีกท้องฟ้าออกจากกัน ทันใดนั้นรอยแยกที่เปล่งแสงสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นใต้อะโพคาลิปส์ พร้อมกับพลังงานมิติอันมหาศาลที่เริ่มปั่นป่วน

แต่อะโพคาลิปส์ที่เห็นเช่นนั้นก็เพียงยิ้มเย้ยอย่างสงบ ก่อนที่ทันใดนั้นรอยแยกจะขยายตัวออก ราวกับปากยักษ์ที่พยายามจะกลืนกินเขา ทำให้อะโพคาลิปส์ที่เห็นเช่นนั้นก็ปลดปล่อยพลังงานสีม่วงจากร่างกายต้านทานและยึดรอยแยกไว้ ก่อนจะบีบมันให้ปิดสนิทแล้วโยนกลับไปหาเอริค

ท่ามกลางทะเลสายฟ้าที่เดือดพล่าน รอยแยกหายไปในพริบตา พร้อมกับสายตาที่ระมัดระวังของอะโพคาลิปส์ที่เฝ้ามองเอริค

“ขอโทษที่ต้องให้รอนาน!” เอริคยิ้มอย่างเย็นชาก่อนจะกวาดมือกลับ รวบรวมพลังสายฟ้าทั้งหมดไว้ในมือ จนเหลือเพียงจุดแสงเล็ก ๆ ที่ส่องประกายอยู่บนฝ่ามือ ขณะที่เขาค่อย ๆ ก้าวเดินไปหาอะโพคาลิปส์ด้วยออร่าอันทรงพลัง หมวกไวเบรเนียมของเขาเรืองแสงด้วยลวดลายสายฟ้า ส่วนผ้าคลุมก็พลิ้วไหวไร้ลมเป่าพร้อมเสียงคำรามของฟ้าผ่า

“เจ้านี่มันพิเศษจริงๆ!” อะโพคาลิปส์ลอยอยู่กลางอากาศ มองลงมายังเอริคด้วยสายตาจริงจังไม่มีแววเยาะเย้ยหรือประมาทอีกต่อไป แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่กล้าฟันธงผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้

“แกคือคนที่สองที่บอกว่าฉันพิเศษ โอ้ . . . ไม่สิ ขอโทษที ต้องบอกว่าคนแรก เพราะคนก่อนหน้านั้นน่ะ ไม่นับว่าเป็น ‘คน’!” เอริคหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในพริบตา

แม้อะโพคาลิปส์จะจดจ่อเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของศัตรู แต่เขากลับไม่ทันเห็นว่าเอริคหายไปได้อย่างไร สิ่งเดียวที่สัมผัสได้คือภัยคุกคามมหาศาลที่กำลังใกล้เข้ามา ทว่ากลับไม่อาจหาตำแหน่งที่แน่ชัดของมันได้

ด้วยความหวาดระแวง อะโพคาลิปส์จึงเร่งเสริมพลังเกราะพลังงานรอบตัว เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจมาถึงทุกเมื่อ

“ไร้ประโยชน์!” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูของอะโพคาลิปส์ ทำให้เขาสะดุ้งทันทีและรีบปล่อยหมัดออกไปทางซ้าย แต่เขากลับถูกโจมตีอย่างรุนแรงที่ทางขวาแทน

หมัดนี้รุนแรงจนทำให้ร่างของอะโพคาลิปส์ลอยละลิ่วไปเหมือนดาวตก เสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนเกิดเปลวไฟรอบตัว ความเจ็บปวดที่รุนแรงทำให้อะโพคาลิปส์ถึงกับบิดร่างไม่ตรง และต้องใช้เวลาหลายวินาทีให้พลังฟื้นฟูอันทรงพลังซ่อมแซมความเสียหายบริเวณช่วงเอว ก่อนจะกลับมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง

แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว มันก็มีกำปั้นหนึ่งฟาดลงมาจากบนหัวกระแทกเขาลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง

ตูม!!

เสียงกระแทกดังสนั่น ร่างของอะโพคาลิปส์ถูกอัดลงกับพื้นดินจนแตกร้าวเป็นวงกว้างหลายไมล์เหมือนใยแมงมุม ก่อนที่ในวินาทีถัดมาเสียงระเบิดจะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของอะโพคาลิปส์ที่ถูกซัดกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า

ตูม! ตูม! ตูม!

หมัดแล้วหมัดเล่า ทำให้ร่างของอะโพคาลิปส์ถูกโจมตีกลับไปกลับมาราวกับลูกปิงปอง โดยการโจมตีแต่ละครั้งถึงแม้จะเป็นเพียงการทำร้ายทางกายภาพ แต่แรงปะทะมหาศาลก็ทำให้ร่างกายของอะโพคาลิปส์ยากที่จะฟื้นฟูได้ในทันที

ในขณะเดียวกันเอริคในตอนนี้กลับยืนนิ่งอยู่กับที่!

ใช่แล้ว เขาไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย! เขาเพียงแต่ยกหมัดกลับมาแนบเอวและปล่อยหมัดออกไปอย่างแรง เพราะทุกครั้งที่เขาออกหมัดจะมีประตูมิติขนาดเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้า และอีกฝั่งของประตูมิตินั้นก็คือผิวสีน้ำเงินเทาอันแข็งแกร่งของอะโพคาลิปส์

ซึ่งระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นดูเหมือนใกล้กันมากจนเอริคสามารถมองเห็นเส้นขนทุกเส้นบนร่างของอะโพคาลิปส์ได้อย่างชัดเจน!

อะโพคาลิปส์เริ่มสูญเสียการควบคุมร่างกายไปอย่างสิ้นเชิง พลังฟื้นฟูที่เขาภูมิใจนักหนากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อซ่อมแซมความเสียหาย แต่ความเร็วในการฟื้นฟูกลับไม่ทันกับความเร็วในการพลังทำลายล้างของเอริค ทำให้หลังจากนั้นไม่นานนัก แขนข้างหนึ่งของอะโพคาลิปส์ก็ถูกทำลายจนเหลือเพียงผงธุลี!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 94 ความหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์!

คัดลอกลิงก์แล้ว