- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 92 ยอมมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าเสียเถิด!
ตอนที่ 92 ยอมมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าเสียเถิด!
ตอนที่ 92 ยอมมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าเสียเถิด!
ตอนที่ 92 ยอมมอบร่างกายของเจ้ามาให้ข้าเสียเถิด!
ประเมินสินค้างั้นเหรอ? ดูเหมือนแกจะเห็นฉันเป็นสมบัติล้ำค่าสินะ!
เอริคหัวเราะเยาะโบกมือเปิดกระเป๋ามิติวงกลมขึ้นมากลางอากาศ ก่อนที่ผงโลหะสีเงินจะลอยออกมาเป็นสายรวมตัวกันอยู่ด้านหลังเขา และค่อย ๆ กลายเป็นผ้าคลุมสีเงิน
จากนั้นหมวกเหล็กและชุดเกราะก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แสงเงินวาววับในตอนนี้ทำให้เอริคดูเหมือนอัศวินแห่งยุโรปในยุคกลางไม่มีผิด
ทันใดนั้นเอริคก็ดีดนิ้วเบา ๆ เปลี่ยนชุดเกราะเปลี่ยนเป็นสีดำในทันที ตอนนี้เขาได้คืนรูปลักษณ์ของ ‘แมกนีโต’ อันเป็นเอกลักษณ์อีกครั้ง!
อะโพคาลิปส์มองชุดของเอริค และคิดในใจว่าเอริคในตอนนี้ดูเหมือนอัศวินคนใหม่ของเขาไม่มีผิด ดังนั้นเขาจึงลองใช้พลังจิตโจมตี แต่กลับถูกหมวกเหล็กป้องกันไว้จนหมด!
“เจ้ารู้เรื่องพลังจิตด้วย?” อะโพคาลิปส์เอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“ฉันรู้มากกว่าที่นายคิดเสียอีก!” เอริคยิ้มกว้าง และโบกมือไปที่พื้น ทันใดนั้นผงโลหะจำนวนหนึ่งก็บินขึ้นจากทราย กลายเป็นรางปืนแม่เหล็กไฟฟ้ากว่าหนึ่งโหลที่ก่อตัวอยู่บนพื้น
“ปืนใหญ่? ฮึ! อาวุธของมนุษย์ไม่มีผลกับข้า!” อะโพคาลิปส์ดูเหมือนจะไม่เคยเห็นปืนแม่เหล็กไฟฟ้ามาก่อน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเป็นเพียงปืนใหญ่ธรรมดา
เอริคไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ชี้นิ้วไปที่อะโพคาลิปส์ ทันใดนั้นสายฟ้าก็เริ่มแผดเสียงร้องดังก้อง พร้อมกับกระสุนปืนที่พุ่งตรงไปหาอะโพคาลิปส์ราวกับอุกกาบาต
เปรี้ยง!! ชัวะ!!
กระสุนนัดแรกทะลุหน้าท้องของอะโพคาลิปส์จนเป็นรู!
อะโพคาลิปส์เริ่มรู้สึกตัวทันทีว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นสร้างโล่พลังงานสีม่วงขึ้นด้านหน้าเพื่อป้องกันกระสุนทันที
ทันใดนั้นกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าก็กระแทกโล่พลังงานของอะโพคาลิปส์จนเกิดแสงสีม่วงระยิบระยับ แต่มันก็ไม่สามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันไปได้!
ในขณะเดียวกัน บาดแผลของอะโพคาลิปส์ก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยมีบาดแผลมาก่อน
“พลังนี้ใช้ได้เลย!” อะโพคาลิปส์ซ่อนตัวอยู่หลังโล่พลังงานด้วยสีหน้าสงบ ท่ามกลางกระสุนที่พุ่งเข้ามาเต็มท้องฟ้า “เจ้ารู้หรือไม่? ข้าใช้ความพยายามมากมายเพื่อตามหาเจ้า”
อะโพคาลิปส์ดูมั่นใจว่าตัวเองจะชนะแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเดินทอดน่องไปหาเอริคด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับคุยเรื่องสัพเพเหระ
“พายุสุริยะครั้งนั้นทำให้ข้าตื่นจากการหลับใหล ซึ่งตอนแรกข้าคิดว่ามันเป็นพลังของฟีนิกซ์ที่โกรธเกรี้ยว จึงหลับใหลไปอีกอีกครั้ง . . .”
เมื่อเห็นท่าทางหยิ่งผยองของอะโพคาลิปส์ใบหน้าของเอริคก็เริ่มมืดมนลง นี่มันช่างน่าหงุดหงิด! เสือไม่ส่งเสียงร้อง นายก็เลยคิดว่าเป็นแมวป่วยหรือไง?
ทันใดนั้นเอริคกระเป๋ามิติวงกลมขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง จากนั้นผงไวเบรเนียมก็เริ่มลอยออกมา กลายเป็นกระสุนปืนแม่เหล็กไฟฟ้าแทนลูกเหล็กธรรรมดา ทำให้เอริคที่มองไปยังกระสุนไวเบรเนียมที่กลมเกลี้ยงราวกับลูกแก้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย
“จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวเมื่อเดือนก่อน ข้าถึงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และรู้ว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิด”
อะโพคาลิปส์ยังพูดไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากเอริคเพียงสิบเมตร ซึ่งเป็นระยะที่เดินก้าวเดียวก็ถึง แต่เขากลับเลือกที่จะเดินอย่างช้า ๆ
“หลังจากสืบสวน ข้าก็พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนร่วมชาติที่ควบคุมสนามแม่เหล็กได้ ข้าจึงไปหาแม็กเป็นคนแรก แต่มันก็ไม่ใช่ฝีมือของเขา ดังนั้นข้าจึงตั้งใจที่จะฆ่าเขาทิ้ง แต่จู่ ๆ เขาก็บอกชื่อของคนที่ชื่อ ชาร์ลส์ กับข้าและบอกว่าชาร์ลส์คือระบบค้นหาคนที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นข้าจึงใช้เวลาแค่วันเดียวในการตามหาเจ้าจนเจอ!”
“นายพูดมากเกินไปแล้ว!” แสงเย็นวาบขึ้นในดวงตาของเอริค ทันใดนั้นกระสุนไวเบรเนียมก็พุ่งออกจากปากกระบอกปืนอย่างรวดเร็ว
กระสุนนัดแรกทำลายโล่พลังงานของอะโพคาลิปส์ นัดที่สองทำลายครึ่งหนึ่งของศีรษะเขา นัดที่สามเจาะทะลุหัวใจเขาจนเป็นรูโปร่งใส นัดที่สี่ . . . นัดที่ห้า . . .
อะโพคาลิปส์ที่เพิ่งโอ้อวดเมื่อครู่ ถูกกระหน่ำโจมตีจนร่างแหลกเหลว ไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์
แต่เอริครู้ดีว่าการโจมตีแค่นี้ของเขายังไม่สามารถฆ่าอะโพคาลิปส์ได้
กระสุนไวเบรเนียมที่เพิ่งยิงออกไปถูกดึงกลับมาอีกครั้งภายใต้การควบคุมของเอริค และกลายเป็นเส้นด้ายบาง ๆ ที่ทะลุผ่านร่างของอะโพคาลิปส์ ทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ร่างของอะโพคาลิปส์ในตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นดายไวเบรเนียม
อะโพคาลิปส์ดูสับสนกับเหตุการณ์ที่พลิกผันนี้ จนกระทั่งเขาถูกมัดแน่นเหมือนปูด้วยเส้นดายไวเบรเนียม เขาถึงได้สติอีกครั้ง “ไวเบรเนียม?”
เอริคไม่ตอบ และยิ้มเยาะชี้มือทั้งสองไปยังอะโพคาลิปส์ ทันใดนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็พุ่งเข้าเกาะเส้นดายไวเบรเนียมจนเริ่มร้อนและปล่อยความร้อนออกมาอย่างมหาศาล ในขณะเดียวกันสายฟ้าที่เกิดขึ้นในร่างของอะโพคาลิปส์ก็กำลังปล่อยความร้อนออกมาอีกเช่นกัน . . .
“ต้มนึ่งปูด้วยเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าแกจะทนได้นานแค่ไหน!” เอริคยังคงควบคุมสนามแม่เหล็กอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็คอยจับตาดูสภาพของอะโพคาลิปส์
ในช่วงแรก อะโพคาลิปส์แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าของเขากลับสงบนิ่งไร้ความรู้สึก “เจ้าทำให้ข้าโกรธแล้ว”
หลังจากพูดจบร่างกายของอะโพคาลิปส์ก็เกิดคลื่นพลังประหลาดขึ้นชั่ววูบ จากนั้นเอริคก็พบว่าเขาไม่สามารถควบคุมไวเบรเนียมที่อยู่บนร่างอะโพคาลิปส์ได้อีกต่อไป
เมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าของเอริคก็เปลี่ยนไปทันที เพราะเมื่อกี้นี้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเส้นดายไวเบรเนียมบนตัวอะโพคาลิปส์นั้นจู่ ๆ ก็แปรสภาพกลายเป็นทรายในพริบตา และไหลออกจากร่างของอะโพคาลิปส์
ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงโมเลกุล! อะโพคาลิปส์เปลี่ยนโมเลกุลของไวเบรเนียมในระดับจุลภาคโดยตรง ทำให้ไวเบรเนียมกลายเป็นทราย!
อะโพคาลิปส์เคยใช้พลังนี้สร้างหมวกเหล็กให้แมกนีโตจากทรายมาก่อน แต่ครั้งนี้เขาเพียงแค่พลิกกระบวนการกลับด้านเท่านั้น
ใบหน้าของอะโพคาลิปส์เริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง ร่างกายของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รัศมีพลังสีม่วงจะเริ่มส่องประกายขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่หายไปจากสายตาของเอริคในพริบตา
เอริคที่คอยระวังตัวตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ อะโพคาลิปส์ก็หายไป ผ้าคลุมไวเบรเนียมที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ขยับมามาปกป้องจุดบอดของเขาโดยอัตโนมัติทันที
ปัง!
อะโพคาลิปส์ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเอริคและโจมตีอย่างรุนแรงจนทำให้โล่แม่เหล็กของเอริคแตกสลายแทบจะในทันที แม้ว่าผ้าคลุมไวเบรเนียมจะสามารถป้องกันหมัดสุดท้ายของอะโพคาลิปส์ได้ แต่ส่วนใหญ่ของมันก็ถูกแปรสภาพเป็นทราย
ทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแรงผลักดันลึกลับที่เกิดขึ้นกะทันหัน แยกเอริคและอะโพคาลิปส์ออกจากกันอย่างรวดเร็ว
‘มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะสู้ระยะประชิดกับคนที่มีพลังแปลกประหลาดอย่างเจ้านี่!’ เอริคสบถในใจ พลางขมวดคิ้วมองส่วนที่กลายเป็นทรายของผ้าคลุม
พลังของอะโพคาลิปส์นั้นเหนือความคาดของเขามาก เพียงแค่ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลก็ทำให้แผนการของเขาพังไปครึ่งหนึ่งแล้ว แถมเขายังไม่กล้าสู้ระยะประชิดอีก เพราะถ้าหากอะโพคาลิปส์ทำอะไรแย่ ๆ เช่น เปลี่ยนส่วนหนึ่งของร่างเขาให้กลายเป็นหินล่ะ? แม้ว่าการ ‘แข็งตัว’ ตลอดเวลาอาจจะมีข้อดีบ้าง แต่เขาไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์ในตอนนี้ . . .
เพราะงั้นห้ามสู้ระยะประชิดเด็ดขาด! ไวเบรเนียมก็ใช้ไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะที่เขามีอยู่ก็เหลืออยู่น้อยนิดแล้ว ดังนั้นจะให้อะโพคาลิปส์แปรสภาพเล่นอีกไม่ได้!
ในเมื่อการโจมตีทางกายภาพไร้ประโยชน์ สงสัยคงต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นจอมเวทย์ซะแล้ว!
ทันใดนั้นร่างของเอริคก็เริ่มปล่อยประกายสายฟ้าออกมา พร้อมกับเขาที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น
อะโพคาลิปส์มองเอริคด้วยสายตาเย้ยหยัน ก่อนจะลอยขึ้นตามไปอย่างไม่เร่งรีบ
ดวงตาของเอริคเปล่งแสงสีขาว ขณะที่สายฟ้าเริ่มพลิ้วไหวในเส้นผม ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงจากไฟฟ้า ทำให้ตอนนี้เขาดูราวกับเทพสายฟ้าในตำนานไม่มีผิด
สายฟ้าขนาดเท่าถังน้ำเริ่มก่อตัวขึ้นในมือของเอริค ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงมันไปยังอะโพคาลิปส์ ทำให้อะโพคาลิปส์ที่เห็นเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นเบา ๆ สร้างโล่พลังงานสีม่วงขึ้นมาเบื้องหน้า ทำให้ไม่ว่าสายฟ้าจะรุนแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถเจาะผ่านการป้องกันของเขาได้!
“อย่าเปลืองพลังของเจ้าเลย! ข้ารู้จักความสามารถของเจ้าดีแล้ว เจ้าไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้ ยอมมอบร่างของเจ้ามาให้ข้าเสียเถิด!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …