เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91 ประเมินสินค้า!

ตอนที่ 91 ประเมินสินค้า!

ตอนที่ 91 ประเมินสินค้า!


ตอนที่ 91 ประเมินสินค้า!

“ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้!” ใบหน้าของเอริคเปลี่ยนเป็นสีเขียว

ในฐานะแม็กนีโตจากจักรวาลอื่น เขารู้ดีว่าตัวเขาในจักรวาลนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ในจักรวาลมาร์เวล พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของแม็กนีโตคืออะไร? การควบคุมแม่เหล็กใช่ไหม? ไม่เลย! แต่มันคือความสามารถในการสร้างลูกต่างหาก . . .

ลอร์นา โพลาริส, วันด้า สการ์เล็ตวิทช์, เปโตร ควิกซิลเวอร์ และอัญญา ผู้ที่เสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่เกิด รวมถึงลูกชายที่ชื่อแม็กนัสซึ่งเกิดจากการบิดเบือนของกาลเวลาและอวกาศ . . .

แม็กนีโตมีลูกนับไม่ถ้วน หนี้รักนับไม่ถ้วน ทำให้แม้แต่ตัวแม็กนีโตเองยังไม่รู้ว่าเขามีลูกกี่คน!

ดังนั้นเมื่อแม็กนีโตเห็นเอริคและรู้สึกถึงสายเลือดอันลึกซึ้ง ลมหายใจที่คุ้นเคย และพลังพิเศษที่เหมือนกันในตัวเขา มันคงจะแปลกมากถ้าเขาไม่คิดอะไร!

แม้แต่ตัวเอริคเอง ถ้าเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่าย ก็ต้องคิดแบบเดียวกันแน่

อย่างไรก็ตามถึงจะเข้าใจก็เถอะ แต่ความโกรธนี้มันยอมไม่ได้!

“ฉันเป็นลุงของนาย!” เอริคตะโกนลั่นพร้อมพุ่งเข้าใส่แม็กนีโตอย่างเกรี้ยวกราด เขาเหวี่ยงมีดยาวในมือไปทางแม็กนีโตอย่างรวดเร็ว

เมื่อแม็กนีโตเห็นดังนั้นเขาก็รุ้ทันทีว่าตัวเองเข้าใจผิด ก่อนที่เขาจะมองดูมีดโลหะที่กำลังพุ่งมาตรงหน้าอย่างดูถูกพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะยกมือขึ้นบีบแน่น แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทันใดนั้นสีหน้าของแม็กนีโตก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พลังแม่เหล็กเริ่มแผ่ซ่านรอบตัว เขาใช้พลังทั้งหมดของเขาพยายามหยุดมีดอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่ได้ผล!

เมื่อมีดเข้าใกล้จะเจาะหัวใจ สีหน้าของแม็กนีโตก็เปลี่ยนไปในที่สุด ราวกับว่าเขามองเห็นภาพตัวเองถูกแทงตายด้วยมีดเหล็ก แม็กนีโตถูกฆ่าโดยมีดเหล็ก ช่างเป็นจุดจบที่น่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก!

ในขณะที่มีดกำลังอยู่ห่างเพียงหนึ่งฟุตจากการเจาะหัวใจของแม็กนีโต ทันใดนั้นอโพคาลิปส์ขยับนิ้วเล็กน้อย พร้อมกับก้อนทรายก้อนหนึ่งที่ก่อตัวขึ้นที่ตัวแม็กนีโตป้องกันไม่ให้มีดแทงทะลุหัวใจของเขา แน่นอนว่าเอริคไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ ดังนั้นเมื่อเห็นการโจมตีของอะโพคาลิปส์ เขาก็หยุดใช้พลัง และมีดยาวนั้นก็กลายเป็นผงโลหะร่วงลงสู่พื้นอีกครั้ง

“แม่ทัพสู้กับแม่ทัพ ทหารสู้กับทหาร!” อโพคาลิปส์ยื่นมือไปทางเอริค และกวักชี้นิ้วเบา ๆ ราวกับเรียกเอริคให้เข้ามา จากนั้นโล่แสงสีม่วงก็ครอบตัวอโพคาลิปส์ก่อนที่ร่างของเขาจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

เอริครู้สึกได้ถึงความผันผวนของมิติที่อโพคาลิปส์หายไปอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงยกมือขึ้นและเปิดประตูมิติขึ้นมาตรงหน้า ทว่าเอริคก็ลังเลอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันและก้าวเข้าไปในมิติพร้อมโล่แม่เหล็กของเขา

เมื่อเห็นหัวหน้าของตัวเองจากไปแล้ว พวกเขาที่เหลืออีกแปดคนก็หันไปมองหน้ากันราวกับจะสงบศึกกันชั่วคราว

มีเพียงจักเกอร์นอท เด็กที่หัวสมองไม่ค่อยปกติเท่านั้นที่ยังจำคำสั่งของเอริคได้ดี เขารับเงินเดือนสูงจากเอริคมาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดังนั้นในจิตใจอันเรียบง่ายของเขา จักเกอร์นอทจึงรู้สึกว่าเขาติดค้างเอริคมาตลอด และคราวนี้เขาก็เมื่อมีโอกาสทำประโยชน์ เพราะงั้นเขาจะต้องใส่ไม่ยั้ง!

จักเกอร์นอทคำรามพร้อมวิ่งเหมือนกระทิงคลั่งพุ่งเข้าใส่แม็กนีโตอย่างบ้าคลั่ง

“หลบไป!” ในฐานะอดีตหัวหน้าของจักเกอร์นอท แม็กนีโตรู้จักเขาดี และรู้ว่าไม่มีอะไรหยุดเขาได้ ดังนั้นเขาจึงคว้ามิสทีคโยนขึ้นไปด้านบน ไซล็อคก็กระโดดหลบได้อย่างง่ายดาย ส่วนสตอร์มตัวน้อยที่หลบช้าที่สุดจนเกือบถูกจักเกอร์นอทชน เธอก็ควบคุมลมให้พัดตัวเองขึ้นไปบนท้องฟ้า

แฮงก์และคนอื่น ๆ อีกสองคนมองหน้ากันแล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ในเมื่อมีตัวเปิดแล้ว งั้นก็มาสู้กันเถอะ!

. . .

อีกด้านหนึ่ง เอริคก้าวออกมาจากประตูมิติ พยายามสงบสติอารมณ์และระงับความไม่สบายจากการวาร์ป ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังแม่เหล็กตรวจจับไปรอบ ๆ และจ้องมองด้วยความระมัดระวัง

“ทะเลทรายซาฮารา ถิ่นกำเนิดของข้า” ไม่ไกลจากนั้น อโพคาลิปส์ยืนหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์พร้อมยกแขนขึ้น ราวกับกำลังโอบกอดดวงอาทิตย์ “ข้าถูกทอดทิ้งที่นี่และได้รับการเลี้ยงดูที่นี่ ที่นี่คือบ้านของข้าและต้นกำเนิดของข้า”

เอริคไม่มีเวลาสนใจคำพูดเหล่านั้น เขาจ้องมองอะโพคาลิปส์ด้วยสายตาเคร่งขรึม มือทั้งสองข้างจับพื้นดิน สกัดเอาอนุภาคโลหะขนาดเล็กที่ผสมอยู่ในทรายขึ้นมาเป็นลูกเหล็กให้วนรอบแขนของเขาและลอยอยู่เหนือศีรษะ

เมื่อเห็นเอริคไม่สนใจ อโพคาลิปส์ก็เหลือบมอง และส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหน้า ทันใดนั้นก้อนทรายหลายก้อนก็ลอยขึ้นจากพื้นและก่อตัวเป็นหินแหลมยาวหนึ่งฟุตพุ่งเข้าใส่เอริคอย่างรวดเร็ว

เอริคยกฝ่ามือขึ้นอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นลูกเหล็กที่เพิ่งรวมตัวกันก็มีประกายสายฟ้าแผ่ซ่านและพุ่งตัวออกไปบดขยี้หินแหลมอย่างแม่นยำ จากนั้นก็พุ่งไปยังอะโพคาลิปส์โดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ

อะโพคาลิปส์สะบัดมือเบา ๆ พร้อมกับแผ่นศิลาสีดำขนาดมหึมาพุ่งขึ้นจากพื้น ทำให้การโจมตีด้วยปืนแม่เหล็กไฟฟ้าของเอริคพุ่งเข้าชนแผ่นศิลานั้น แต่แผ่นศิลากับไม่มีรอยขีดข่วนอะไรนอกจากควันและฝุ่นฟุ้งขึ้นเล็กน้อย

“แผ่นศิลาแห่งชีวิตและกาลเวลา!” เอริคเพ่งมองข้อความบนแผ่นศิลาด้วยดวงตาที่หดแคบลงด้วยความตกใจ แต่เขาก็ตั้งสติได้ในทันที “ไม่ . . . ไม่ใช่! นี่เป็นเพียงแผ่นศิลาที่อะโพคาลิปส์สร้างขึ้นด้วยพลังของตัวเองเท่านั้น แต่ . . .”

ไม่ว่าแผ่นศิลาจะเป็นอะไรก็ตาม แต่มันแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานแม้แต่ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ให้ทำลายมันได้

ทันใดนั้นอะโพคาลิปส์ก็ใช้สองมือควบคุมแผ่นศิลาให้ลอยขึ้นและพุ่งเข้าหาเอริคเหมือนภูเขาทั้งลูก

แน่นอนว่าเอริคการต่อสู้ครั้งนี้เอริคก็เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงสกัดพลังงานเพียงเล็กน้อยออกมาจากอัญมณีอวกาศในกระเป๋ามิติ รวมกับสนามแม่เหล็กจำนวนมหาศาล และห่อหุ้มด้วยลูกบอลสายฟ้าเพื่อพรางตัว จากนั้นเขาขว้างมันใส่แผ่นศิลา

ลูกบอลสายฟ้าพุ่งชนแผ่นศิลาอย่างจัง ก่อนที่สายฟ้าบนลูกบอลจะสลายหายไป แต่พลังงานมิติในนั้นกับซึมลึกเข้าไปในแผ่นศิลาเหมือนงูวิญญาณ ทันใดนั้นก็เอริคปรบมือเบา ๆ เพื่อเปิดประตูมิติภายในแผ่นศิลา

ทันใดนั้นพลังมิติก็เริ่มพุ่งพล่านออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้แผ่นศิลาแตกสลายและถูกดูดเข้าไปในประตูมิติทันที ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมาจะเหลือเพียงเศษซากบนพื้น โดยที่แผ่นศิลาได้หายไปโดยสิ้นเชิง!

ครืน!!! ครืน!!!

อะโพคาลิปส์ไม่ได้กังวลกับแผ่นศิลาที่แตกสลายแม้แต่น้อย เขาสะบัดมืออีกครั้ง พร้อมกับทะเลทรายด้านหลังเขาที่เริ่มเดือดพล่าน เสียงเริ่มดังกึกก้องเหมือนแผ่นดินไหว และพื้นที่สูงต่ำก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพริบตา แมงป่องขนาดเท่าคนก็โผล่ออกมา

แมงป่องเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากทรายและกรวด แต่ดูเหมือนจริงเป็นอย่างมาก พวกมันมีกรงเล็บที่แวววาวเป็นประกายแหลมคม หางรูปทรงเหมือนหนามแหลม และพุ่งเข้าหาเอริคด้วยขาหินที่แข็งแรงทั้งหกข้าง

“พวกนี้มันของเหลือเดนทั้งนั้น!” เอริคส่ายหัวด้วยความดูถูกต่อแมงป่องที่พุ่งเข้ามา เขายกมือขึ้นเบา ๆ ควบคุมผงโลหะสีดำจำนวนมากให้ลอยขึ้นจากพื้น

ผงโลหะเหล่านี้รวมตัวกันรอบตัวเอริคและกลายเป็นลูกเหล็กขนาดมหึมากลิ้งทับใส่กองทัพแมงป่อง

บดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า!

แน่นอนว่าไม่มีแมงป่องตัวใดต้านทานลูกเหล็กได้ ทำให้พวกมันถูกบดจนแบนเรียบ โดยที่ลูกเหล็กยังคงกลิ้งต่อไปยังอะโพคาลิปส์

แต่สิ่งนี้ก็ไม่อาจทำอันตรายอะโพคาลิปส์ได้เช่นกัน เพียงแค่เขาโบกมือเบา ๆ กลุ่มทรายก็เริ่มลอยขึ้นมาห่อหุ้มลูกเหล็กไว้อย่างรวดเร็ว และบีบอัดกันจนลูกเหล็กหลายลูกกลายเป็นลูกหินไม่ได้อยู่ในอำนาจควบคุมของเอริคอีกต่อไป

หลังจากนั้นลูกหินก็ถูกอะโพคาลิปส์โยนทิ้งออกไป พร้อมกับแสงสีม่วงที่ปรากฏขึ้นในมือ อะโพคาลิปส์เหลือบมองเอริคก่อนปล่อยลำแสงพลังงานสีม่วงพุ่งออกจากฝ่ามือเข้าหาเอริค

เอริคโบกมือเปิดประตูมิติตรงหน้า แต่ปลายทางของประตูมิตินั้นเปิดอยู่ด้านหลังอะโพคาลิปส์ ทำให้ลำแสงพลังงานที่พุ่งมาด้วยความเร็วแสงพุ่งเข้าไปในประตูมิติและออกมาจากอีกด้านหนึ่งกระแทกเข้ากับหลังอะโพคาลิปส์อย่างแม่นยำ

ตูม!!!

อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้ทำให้อะโพคาลิปส์บาดเจ็บอะไร อะโพคาลิปส์เพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า และยิ้มกว้างให้เอริค

“เอาจริงหน่อยสิ!” อะโพคาลิปส์สะบัดมือเรียกเอริคให้โจมตีต่อ

แต่เอริคไม่ได้โง่ที่จะโจมตีตามคำสั่ง เพราะรู้ว่าอะโพคาลิปส์กำลังลองเชิงเขาอยู่!

“ไม่ใช่แค่ลองเชิง แต่ข้ากำลังประเมินสินค้าของข้าอยู่ด้วย!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 91 ประเมินสินค้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว