- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 90 นายเป็นลูกชายของฉันหรือเปล่า?!
ตอนที่ 90 นายเป็นลูกชายของฉันหรือเปล่า?!
ตอนที่ 90 นายเป็นลูกชายของฉันหรือเปล่า?!
ตอนที่ 90 นายเป็นลูกชายของฉันหรือเปล่า?!
“แฮงก์! คุณเป็นอะไรไป!” ไซคลอปส์อุทานออกมา พลางยกมือขึ้นจับแว่นควอตซ์ของตัวเอง เตรียมพร้อมที่จะโจมตีทันทีที่ ส่วนจีน เกรย์ ก็สลัดความกลัวและกังวลออกชั่วคราว รวบรวมความกล้าใช้พลังจิตที่ยังไม่สมบูรณ์แบบของเธอพุ่งเข้าใส่แฮงก์
“คร่อก . . . ฟี่ . . .”
ส่วนจักเกอร์นอทก็ยังคงหลับสนิทฝันหวานเหมือนเดิม . . .
แฮงก์หันหน้ามามองจีน เกรย์ ด้วยดวงตาว่างเปล่าในลักษณะที่น่าขนลุก ทันใดนั้นจีนก็สำลักเลือดออกมาและล้มลงกับพื้น “เขา . . . เขาแข็งแกร่งมาก! แข็งแกร่งยิ่งกว่าศาสตราจารย์เสียอีก!”
ตอนนี้ทุกคนยกเว้นจักเกอร์นอทที่ยังคงหลับลึกต่างนึกถึงชื่อเดียวกันขึ้นมาในใจกันอย่างพร้อมเพียง . . .
อะโพคาลิปส์!
อะโพคาลิปส์กำลังควบคุมแฮงก์อยู่!
แน่นอนว่าเอริคไม่รอช้าโบกมือสร้างชั้นป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าหลายร้อยชั้น พร้อมทั้งกำแพงแรงโน้มถ่วงซ้อนอีกหลายชั้น ก่อนที่จะเขาจะเพ่งจิตไปในกระเป๋ามิติที่พกไว้ และควบคุมเบรเนียมให้พร้อมกลายเป็นกระสุนพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ
“เจ้าอย่าตื่นตระหนกไปเลย ข้าแค่ใช้ร่างนี้ชั่วคราวเพื่อดูร่างใหม่ของข้าล่วงหน้าเท่านั้น” แฮงก์พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาดและรอยยิ้มฝืน ๆ ที่ดูแข็งทื่อ
“โอ้โห เทพเจ้าอะโพคาลิปส์ผู้ยิ่งใหญ่ สนใจร่างกายของฉันซะด้วย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” เอริคพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แต่ในใจนั้นกำลังหวาดระแวดเต็มที่
“ข้าไม่เคยเลยว่าจะมีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ควบคุมพายุสุริยะได้ แต่ยังทำให้เกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกได้อีก!” แฮงก์ หรืออะโพคาลิปส์ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนชื่นชม ขณะมองเอริคราวกับกำลังชมงานศิลปะชิ้นเอก
“ฮ่าฮ่า ยังมีอีกหลายอย่างที่นายคาดไม่ถึง!” เอริคหัวเราะเยาะ และเตรียมพร้อมที่จะโจมตี
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้าแค่ยืมร่างนี้มาชั่วคราว อีกเดี๋ยวข้าก็จะไปแล้ว!” อะโพคาลิปส์ยิ้มแข็ง ๆ อีกครั้ง “เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของข้า ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าที่ทรงพลังขนาดนี้ ถึงเลือกที่จะซ่อนตัวตนของตัวเองเอาไว้?”
ขณะที่พูดอะโพคาลิปส์ก็ส่งพลังงานประหลาดที่ทะลุผ่านชั้นป้องกันมากมายตรงมายังเอริค พลังงานนี้ราวกับจะเปิดเผยยีน X ที่เขาใช้ความพยายามซ่อนเอาไว้มาตลอด
เอริคพยายามหลบหลีกหลายครั้ง แต่พลังงานนี้ก็ยังคงไล่ตามเขาไม่ลดละ ทำให้เมื่อรู้ว่าหลบไม่ได้ เขาก็เปิดประตูมิติขนาดเล็กส่งพลังงานนั้นไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จัก
อะโพคาลิปส์แปลกใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอีกครั้ง “ดูเหมือนเจ้าจะรู้อะไรมากกว่าที่ข้าคิด ข้าจะตั้งตารอที่จะได้พบกับเจ้าอย่างเป็นทางการอีกครั้ง!”
พูดจบร่างของแฮงก์ก็ล้มลงกับพื้น ทำให้ไซคลอปส์รีบเข้าไปช่วยประคองทันที ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน แฮงก์จะลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง “เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรกันเหรอ?”
เอริคเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าอะโพคาลิปส์คนนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ทำให้ความตื่นเต้นที่เพิ่งได้พลังใหม่มาหายจนหมดสิ้นทันที
ในขณะเดียวกันแฮงก์ที่ได้ฟังเหตุการณ์จากไซคลอปส์ก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัวที่จะถูกควบคุมอีกครั้ง “คุณเอริค ผมควรทำอย่างไรดี?”
“จีนล่ะ เธอยังสู้ไหวไหม?” เอริคไม่ได้ตอบคำถามแฮงก์ เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์มันยากลำบากขนาดไหน
จีนพยายามลุกขึ้นยืน แม้จะดูอ่อนแรง แต่เธอก็ส่ายหัวดื้อรั้นว่าเธอไหว ทำให้เอริคพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้จีนแค่โดนพลังจิตของอะโพคาลิปส์โจมตีจนตกใจ แต่ด้วยพลังฟีนิกซ์ในตัวเธอ เธอจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้า
“แฮงก์ ใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึง?”
“อีกครึ่งชั่วโมง”
“ดี งั้นฉันจะจัดการบางอย่างก่อน”
เอริคมองไปรอบ ๆ และเห็นทั้งสามคนกำลังจ้องมองมาที่เขา ส่วนจักเกอร์นอทก็ยังคงหลับสนิท ทำให้เขากลอกตาและเตะขาของจักเกอร์นอทอย่างแรง
แรงเตะนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการเกาหัวให้นักสู้ร่างยักษ์คนนี้ ส่วนขาของเอริคนั้นกลับชาไปหมด อย่างไรก็ตามจักเกอร์นอทก็ตื่นขึ้นในที่สุด
“อาหารเย็นพร้อมแล้วหรือยัง?” จักเกอร์นอทถามอย่างสะลึมสะลือ
“เจ้าดีแต่กินเอ๊ย!” เอริคตบหน้าผากตัวเอง “มาร์โก มีศึกใหญ่ นายลุกขึ้นได้แล้ว!”
“ศึกเหรอ!” ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ศึก’ จักเกอร์นอทก็ตื่นเต็มตาทันที ก่อนจะกระโดดขึ้นมายืนมองหาศัตรูอย่างกระตือรือร้น “ศัตรูอยู่ไหน?”
“อีกไม่นานจะถึงแล้ว นายต้องจัดการกับแม็กนีโต!” เอริคมอบหมายหน้าที่ให้จักเกอร์นอท พร้อมเตรียมเข้าสู่สนามรบที่กำลังจะมาถึง
เมื่อจักเกอร์นอทได้ยินคำสั่งก็หดคอลงเล็กน้อย เขาเคยร่วมงานกับแม็กนีโตมาช่วงหนึ่ง จึงมีความรู้สึกบางอย่างต่อเขา ถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นการใช้ชีวิตกับเอริคง่ายดายกว่ามาก—แค่นอนหลับ กินอาหาร แล้วก็ได้เงิน ต่างจากตอนอยู่กับแม็กนีโตที่ต้องทำงานหนักแทบทุกวัน
“แฮงก์ นายไปจัดการเรเวน” เอริคออกคำสั่งต่อ ซึ่งแฮงก์และเรเวนนั้นถือว่าเป็นคู่ที่หลายคนคาดหวังให้ลงเอยกัน ดังนั้นเอริคจึงจัดให้พวกเขาได้รักและทะเลาะกันตามสบายใจในครั้งนี้
“จีน รับมือกับโอโร่โร่ มอนโร แต่ระวังอย่าทำร้ายเธอหนักเกินไปล่ะ พ่อตาและแม่ยายของเธอเป็นเพื่อนของฉัน แค่ควบคุมเธอไว้ก็พอ”
สตอร์มยังเด็ก และความชำนาญในเวทมนตร์ของเธอยังไม่ลึกซึ้งนัก น่าจะต้านทานพลังจิตของจีนได้ยาก
“ส่วนสก็อตต์ ไซล็อกจะเป็นหน้าที่ของนาย ระวังตัวด้วย อย่าฆ่าเธอ! พี่ชายของเธอแข็งแกร่งมาก และสามารถฆ่าพวกเราทั้งหมดได้ในดาบเดียว”
“. . .”
สก็อตต์ได้แต่กลอกตาอย่างไร้คำพูด ทำไมผู้หญิงที่ฉันเจอถึงไม่ธรรมดากันทุกคนเลย? แม้แต่คู่ต่อสู้ก็ยังมีคนหนุนหลังแข็งแกร่งขนาดนี้? หรือฉันจะเข้ากับผู้หญิงไม่ได้? หรือฉันควรจะหาผู้ชายแทน . . . แหวะ!
หลังจากแบ่งหน้าที่กันเสร็จ อะโพคาลิปส์ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมตกเป็นหน้าที่ของเอริคโดยปริยาย และไม่มีใครคิดจะแย่งงานนี้กับเขาด้วย (เอริค : พูดเหมือนฉันเลือกได้งั้นแหละ . . .)
ไม่นานนัก เครื่องบินก็ลงจอดตรงหน้าพีระมิดที่เงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวา ถ้ามองจากระยะไกลพวกเขาสามารถมองเห็นร่างสีน้ำเงิน-เทาของอะโพคาลิปส์ที่ยืนอยู่พร้อมกับเหล่าขุนพลทั้งสี่ของเขา โดยที่เท้าของเขามีศาสตราจารย์เอ็กซ์กำลังนอนหมดสติอยู่
“ยินดีต้อนรับร่างใหม่ของข้า!” อะโพคาลิปส์กางแขนออก เหมือนต้อนรับเพื่อนเก่า ขณะที่เรเวนและไซล็อกยังคงแสดงสีหน้าไร้อารมณ์ ส่วนสตอร์มพยายมนั้นก้มหน้าเลี่ยงสายตาของเอริคอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนแม็กนีโต ตั้งแต่เอริคปรากฏตัว สายตาของเขาก็ไม่เคยละไปจากเอริคเลย เขารู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งพิเศษเชื่อมโยงระหว่างเขากับเอริคเอาไว้ . . .
ความใกล้ชิด ความคล้ายคลึง ความแปลกประหลาด และความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์เล็กน้อย ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“โอ้ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับเช่นกัน ของรางวัลใหม่ของฉัน!” เอริคโต้กลับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันไปมองขุนพลทั้งสี่ของอะโพคาลิปส์ ก่อนจะหันกลับมามองกลุ่มของตัวเอง และหันไปพูดกับอะโพคาลิปส์ว่า “จะสู้กันตรงนี้เลยไหม?”
“นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ” อะโพคาลิปส์ยิ้มและชี้ไปที่ศาสตราจารย์เอ็กซ์ที่เท้าของเขา “ถ้าข้าชนะ ร่างกายของเจ้าจะเป็นของข้า แต่ถ้าเจ้าชนะ ชาร์ลส์จะเป็นของเจ้า!”
“นายนี่เก่งเรื่องทำธุรกิจจริง ๆ” เอริคแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ทำกำไรโดยไม่ขาดทุนเลยสินะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า มาสู้กันเถอะ!” อะโพคาลิปส์หัวเราะเบา ๆ และโบกมือรวมเม็ดทรายให้กลายเป็นหอกยาว
“จัดให้ตามคำขอ!” ทันใดนั้นเอริคก็ดึงโลหะผงขึ้นมาจากพื้นดินสร้างเป็นดาบยาว
พวกเขาทั้งสองจ้องมองหน้ากัน พร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานมหาศาลเริ่มมารวมตัวกัน ทำให้เมฆบนท้องฟ้าเริ่มควบแน่นจนดูเหมือนฝนตกหนักกำลังจะมาตกลงมา
“เอ่อ ขอโทษที ฉันขอขัดจังหวะแปปหนึ่ง” แม็กนีโตพูดขึ้นขัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้การประชันพลังกันระหว่างพวกเขาทั้งสองคนหยุดชะงักทันที
“ฉันรู้สึกได้ถึงอะไรรบางอย่างจากนาย นายเป็นลูกชายของฉันหรือเปล่า?”
โปรดติดตามตอนต่อไป …