- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!
ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!
ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!
ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!
หลังเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า แฮงก์ก็ปรับเครื่องเข้าสู่โหมดขับอัตโนมัติ
จีน เกรย์ นั่งตัวแข็งอยู่บนที่นั่ง มือเล็ก ๆ ของเธอขยำมุมเสื้อของตัวเองด้วยความกังวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดเผยให้เห็นถึงความไม่มั่นใจอย่างชัดเจน
ข้าง ๆ เธอ ไซคลอปส์ สก็อต ซัมเมอร์ส เด็กหนุ่มรูปหล่อพยายามปลอบเธอด้วยเสียงกระซิบ ทว่าในดวงตาของเขาก็มีแววสับสนไม่แพ้กัน เขาดูเหมือนจะมีใจให้จีน เกรย์ และมีหลายครั้งที่เขายกมือขึ้นเหมือนจะจับมือจีน แต่สุดท้ายเขาก็ชะงักและเก็บมือลงทุกครั้ง
ส่วนจักเกอร์นอท มาร์โก ทันทีที่ขึ้นเครื่องก็หลับสนิทในทันที และเมื่อเอริคลองตรวจดูคร่าว ๆ เขาก็พบว่าสาเหตุมันมาจากพลังเวทสีแดงของ ซิตโตแร็ค ที่กำลังถูกดึงกลับคืน ทำให้พลังของเขาลดลงและส่งผลข้างเคียงทำให้เขาง่วงตลอดเวลา
ในขณะเดียวกันเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แฮงก์ก็ใช้ซอฟต์แวร์แฮ็กที่เขาเขียนขึ้นเองเพื่อเจาะข้อมูลจากแหล่งลับต่าง ๆ และค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับ อะโพคาลิปส์
“อะโพคาลิปส์เกิดในยุคอียิปต์ราชวงศ์แรก อายุของเขาน่าจะราว 5,000 ปี เขาปรากฏตัวในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติมาตลอด และมักก่อสงครามไปทั่ว . . .”
แต่ก่อนที่แฮงก์จะพูดจบ เอริคก็มีสีหน้าเปลี่ยนทันที เพราะประวัติของอะโพคาลิปส์ในโลกนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับที่เขารู้มาก่อน!
เอริคคว้าคอมพิวเตอร์ของแฮงก์มา และต่อเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ ฟิวเจอร์ ผ่านสัญญาณดาวเทียม ก่อนจะสั่งให้ค้นหาข้อมูลจากทั่วทั้งเครือข่าย บวกกับความสามารถของฟิวเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นไฟร์วอลล์หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใด ๆ ก็เป็นเหมือนขยะไร้ค่าทันที ทำให้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ข้อมูลจากทุกแหล่งในโลกที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็ถูกรวบรวม คัดกรอง และสรุปส่งตรงถึงเอริค
“เมื่อกี้มันอะไรน่ะครับ?” แฮงก์ที่อยู่ด้านหลังพูดเสียงสั่น พร้อมกับดวงตาเบิกกว้างขึ้น เขาเป็นนักเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มีไอคิวสูงมาก ดังนั้นเขาจึงรู้ทันทีว่าก่อนหน้านี้มันคืออะไร แถมสิ่งนี้มันดันเกินความเชื่อของเขาไปไกลมาก
“นายไม่ได้ตาฝาดหรอก” เอริคพูดโดยไม่หันกลับมา “รู้แค่คนเดียวพอ อย่าบอกใคร”
“ตกลง ผมสัญญา!” แฮงก์กลืนน้ำลายด้วยความลำบาก ก่อนที่ดวงตาจะเต็มไปด้วยความหลงใหล “คุณเอริค คุณจะให้ผมดูมันหน่อยได้ไหม . . .”
เอริคหันมามองแฮงก์ด้วยรอยยิ้ม “นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
“โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว” แฮงก์ตอบด้วยน้ำเสียงผิดหวัง เพราะเขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ปัญญาประดิษฐ์ระดับนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก จะให้เขาดูอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร?
เอริคส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนหันกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่ได้มา
ซึ่งข้อมูลนั้นน่าตกใจมาก เพราะมันไม่ตรงกับสิ่งที่เขารู้จากจักรวาลของจักรพรรดิธานอสเลย
ในจักรวาลจักรพรรดิธานอส อะโพคาลิปส์ในยุคอียิปต์โบราณถูกกลุ่มกบฏขัดขวางพิธีเปลี่ยนแปลงร่างและถูกผนึกไว้ใต้ดินนาน 5,000 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบและตื่นขึ้นมาในยุคปัจจุบันพร้อมความสามารถฟื้นฟูร่างกาย
แต่ในโลกนี้ อะโพคาลิปส์กลับมีประวัติแตกต่างออกไป เขาเป็นเด็กทารกกำพร้า ถูกกลุ่มชนพเนจรในทะเลทรายรับไปเลี้ยงดูโดยปลูกฝังความคิดเรื่อง ‘การอยู่รอดของผู้เหมาะสม’ ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาในสนามรบที่โหดร้าย และเมื่อโตขึ้นเขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าเพราะพลังมหาศาลของเขา
นอกจากนี้แทนที่จะถูกบังคับให้หลับไหล เขากลับเลือกที่จะหลับเป็นช่วง ๆ ด้วยตัวเอง โดยพิจารณาจากจำนวนมนุษย์กลายพันธุ์ในโลก เมื่อจำนวนมนุษย์กลายพันธุ์ถึงจุดสูงสุด เขาจะตื่นขึ้นเพื่อก่อกวน และเมื่อจำนวนลดลงถึงจุดต่ำสุด เขาจะเข้าสู่การหลับไหลอีกครั้ง
โดยบันทึกล่าสุดของมนุษย์ที่เกี่ยวกับเขาก็คือเมื่อกว่าร้อยปีก่อนในยุควิกตอเรียในอังกฤษ ในตอนนั้น ชาร์ลส์ ดาร์วิน เพิ่งนำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งอะโพคาลิปส์คิดว่าความคิดของดาร์วินสอดคล้องกับแนวคิดของเขาและพยายามจะดึงดาร์วินมาเป็นหนึ่งในอัศวินทั้งสี่ แต่เขากลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
ในเวลาเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษอีกคนหนึ่งก็ได้นำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการที่รุนแรงกว่า โดยอ้างว่าในอนาคตจะมีมนุษย์กลายพันธุ์จำนวนมากปรากฏบนโลก แต่เขากลับถูกวงการวิชาการปฏิเสธอย่างโหดร้าย
แต่อะโพคาลิปส์กับคิดว่าทฤษฎีนี้เข้ากับรสนิยมของเขามากกว่า เขาจึงติดต่อชายคนนี้และดัดแปลงพันธุกรรมของเขา ทำให้เขามีอายุยืนยาวขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนนี้มีชื่อว่า นาธาเนียล เอสเซกซ์ และหลังจากได้รับการดัดแปลงจากอะโพคาลิปส์ เขาก็ขนานนามตัวเองว่า มิสเตอร์ซินิสเตอร์
โดยข้อมูลนี้นั้นได้มาจากใบประกาศจับในศตวรรษที่ 19 ซึ่งระบุว่ามิสเตอร์ซินิสเตอร์ใช้มนุษย์เป็นหนูทดลองในการทดลองที่ผิดศีลธรรม และถูกรัฐบาลอังกฤษออกหมายจับ โดยบนใบประกาศจับนั้นมีการระบุถึงอะโพคาลิปส์ด้วย
“มิสเตอร์ซินิสเตอร์ . . .” เอริคขมวดคิ้วและครุ่นคิด
เขาจำได้ว่าตอนที่เขาเจอกับศาสตราจารย์เอ็กซ์ครั้งแรกในโลกนี้ ศาสตราจารย์เคยสงสัยว่าเอริคเป็นโคลนของแม็กนีโต และบอกว่าเขาพบใครบางคนที่กำลังศึกษาเส้นทางชีวิตของมนุษย์กลายพันธุ์อย่างลับ ๆ เพื่อสร้างร่างโคลนมนุษย์กลายพันธุ์ขึ้นมา
ตอนนี้ดูเหมือนว่าบุคคลที่กล่าวถึงจะเป็น มิสเตอร์ซินิสเตอร์ อย่างแน่นอน!
ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้ในหน้าประวัติศาสตร์ ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาก็คือการโคลน แมเดอลีน ไพรเออร์ ซึ่งเป็นร่างโคลนของ จีน เกรย์ และยังเป็นมารดาของ เคเบิล ลูกชายที่เกิดจากแมเดอลีนและไซคลอปส์อีกด้วย
เคเบิล ถือเป็นหนึ่งในสองนักเดินทางข้ามเวลาที่มีชื่อเสียงที่สุดในจักรวาลมาร์เวล และเขาเป็นบุคคลที่เอริคให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น เอริคจึงคิดว่าตอนนี้ยังไม่ควรแตะต้องมิสเตอร์ซินิสเตอร์ อย่างน้อยจนกว่าเคเบิลจะถือกำเนิดขึ้น
‘มันยังไกลเกินไป ไกลมากจริง ๆ ตอนนี้เราควรคิดหาวิธีจัดการกับอะโพคาลิปส์ก่อน!’ เอริคตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสมาธิกลับมาสู่ปัญหาตรงหน้า
จากข้อมูลที่ได้ อะโพคาลิปส์ในยุควิกตอเรีย น่าจะเข้าสู่การหลับไหลหลังจากดัดแปลงพันธุกรรมของมิสเตอร์ซินิสเตอร์ รอคอยยุคที่มนุษย์กลายพันธุ์จะปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมากตามที่มิสเตอร์ซินิสเตอร์เคยกล่าวไว้ จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวที่เอริคสร้างขึ้นระหว่างค้นหา กราวิโทเนียม ทำให้เขาตื่นขึ้นมา
นอกจากนี้ จุดประสงค์ของอะโพคาลิปส์ในการจับตัวศาสตราจารย์เอ็กซ์ในครั้งนี้อาจจะแตกต่างจากอะโพคาลิปส์ในอีกจักรวาลหนึ่ง และไม่ใช่เพื่อเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการปกครองโลก
ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เขาจับตัวศาสตราจารย์เอ็กซ์ไปจนถึงตอนนี้ก็เกือบสิบชั่วโมงแล้ว แต่เขายังไม่ได้ควบคุมกองทัพของโลกเพื่อยิงนิวเคลียร์ขึ้นสู่อวกาศ หรือใช้พลังจิตของศาสตราจารย์เอ็กซ์ในการกล่าวปราศรัยปลุกเร้าจิตใจมนุษย์ทั่วโลกเลย
เมื่อเปรียบเทียบอะโพคาลิปส์ระหว่างสองจักรวาลนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะอ้างตัวว่าเป็นเทพเจ้า แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก
อะโพคาลิปส์ในจักรวาลจักรพรรดิธานอส เติบโตในยุคอียิปต์โบราณที่เต็มไปด้วยความไม่รู้ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า และยึดถือความเชื่อนั้นอย่างฝังแน่น และเมื่อเขาตื่นขึ้นในยุคปัจจุบัน ความคิดของเขาก็ยังคงติดอยู่ในยุคโบราณ และมองว่ามนุษย์ควรยอมรับการปกครองของเขา เพราะนั่นคือเกียรติสูงสุด
นี่คือตัวอย่างของผู้ป่วย จูนิเบียว ขั้นรุนแรง
แต่ อะโพคาลิปส์ในจักรวาลนี้ แตกต่างออกไป เขาใช้เวลานับพันปีเดินทางอยู่ในโลก ยอมรับแนวคิดจากยุคสมัยต่าง ๆ สร้างความปั่นป่วน และสังเกตการณ์มนุษย์จากมุมมองของเทพเจ้า แต่เขาก็รู้จักอดทน เมื่อใดที่พลังของมนุษย์กลายพันธุ์ลดน้อยลง เขาก็เลือกที่จะหลับไหล รอคอยโอกาสครั้งใหม่ที่จะมาถึง
เพียงแค่จุดนี้ก็ทำให้เขาเหนือกว่าอะโพคาลิปส์ในจักรวาลอื่นอย่างมหาศาลแล้ว!
“แล้วอะโพคาลิปส์จับตัวชาร์ลส์ไปทำไม?” เอริคพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!” จู่ ๆ แฮงก์ก็หัวเราะแปลก ๆ พร้อมกับดวงตาของเขาที่เปลี่ยนเป็นสีเทา และเอียงศีรษะมองเอริคด้วยท่าทางประหลาด . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …