เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!

ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!

ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!


ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!

หลังเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า แฮงก์ก็ปรับเครื่องเข้าสู่โหมดขับอัตโนมัติ

จีน เกรย์ นั่งตัวแข็งอยู่บนที่นั่ง มือเล็ก ๆ ของเธอขยำมุมเสื้อของตัวเองด้วยความกังวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดเผยให้เห็นถึงความไม่มั่นใจอย่างชัดเจน

ข้าง ๆ เธอ ไซคลอปส์ สก็อต ซัมเมอร์ส เด็กหนุ่มรูปหล่อพยายามปลอบเธอด้วยเสียงกระซิบ ทว่าในดวงตาของเขาก็มีแววสับสนไม่แพ้กัน เขาดูเหมือนจะมีใจให้จีน เกรย์ และมีหลายครั้งที่เขายกมือขึ้นเหมือนจะจับมือจีน แต่สุดท้ายเขาก็ชะงักและเก็บมือลงทุกครั้ง

ส่วนจักเกอร์นอท มาร์โก ทันทีที่ขึ้นเครื่องก็หลับสนิทในทันที และเมื่อเอริคลองตรวจดูคร่าว ๆ เขาก็พบว่าสาเหตุมันมาจากพลังเวทสีแดงของ ซิตโตแร็ค ที่กำลังถูกดึงกลับคืน ทำให้พลังของเขาลดลงและส่งผลข้างเคียงทำให้เขาง่วงตลอดเวลา

ในขณะเดียวกันเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แฮงก์ก็ใช้ซอฟต์แวร์แฮ็กที่เขาเขียนขึ้นเองเพื่อเจาะข้อมูลจากแหล่งลับต่าง ๆ และค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับ อะโพคาลิปส์

“อะโพคาลิปส์เกิดในยุคอียิปต์ราชวงศ์แรก อายุของเขาน่าจะราว 5,000 ปี เขาปรากฏตัวในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติมาตลอด และมักก่อสงครามไปทั่ว . . .”

แต่ก่อนที่แฮงก์จะพูดจบ เอริคก็มีสีหน้าเปลี่ยนทันที เพราะประวัติของอะโพคาลิปส์ในโลกนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับที่เขารู้มาก่อน!

เอริคคว้าคอมพิวเตอร์ของแฮงก์มา และต่อเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ ฟิวเจอร์ ผ่านสัญญาณดาวเทียม ก่อนจะสั่งให้ค้นหาข้อมูลจากทั่วทั้งเครือข่าย บวกกับความสามารถของฟิวเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นไฟร์วอลล์หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใด ๆ ก็เป็นเหมือนขยะไร้ค่าทันที ทำให้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ข้อมูลจากทุกแหล่งในโลกที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็ถูกรวบรวม คัดกรอง และสรุปส่งตรงถึงเอริค

“เมื่อกี้มันอะไรน่ะครับ?” แฮงก์ที่อยู่ด้านหลังพูดเสียงสั่น พร้อมกับดวงตาเบิกกว้างขึ้น เขาเป็นนักเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มีไอคิวสูงมาก ดังนั้นเขาจึงรู้ทันทีว่าก่อนหน้านี้มันคืออะไร แถมสิ่งนี้มันดันเกินความเชื่อของเขาไปไกลมาก

“นายไม่ได้ตาฝาดหรอก” เอริคพูดโดยไม่หันกลับมา “รู้แค่คนเดียวพอ อย่าบอกใคร”

“ตกลง ผมสัญญา!” แฮงก์กลืนน้ำลายด้วยความลำบาก ก่อนที่ดวงตาจะเต็มไปด้วยความหลงใหล “คุณเอริค คุณจะให้ผมดูมันหน่อยได้ไหม . . .”

เอริคหันมามองแฮงก์ด้วยรอยยิ้ม “นายคิดว่ายังไงล่ะ?”

“โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว” แฮงก์ตอบด้วยน้ำเสียงผิดหวัง เพราะเขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ปัญญาประดิษฐ์ระดับนี้มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก จะให้เขาดูอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร?

เอริคส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนหันกลับไปตรวจสอบข้อมูลที่ได้มา

ซึ่งข้อมูลนั้นน่าตกใจมาก เพราะมันไม่ตรงกับสิ่งที่เขารู้จากจักรวาลของจักรพรรดิธานอสเลย

ในจักรวาลจักรพรรดิธานอส อะโพคาลิปส์ในยุคอียิปต์โบราณถูกกลุ่มกบฏขัดขวางพิธีเปลี่ยนแปลงร่างและถูกผนึกไว้ใต้ดินนาน 5,000 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบและตื่นขึ้นมาในยุคปัจจุบันพร้อมความสามารถฟื้นฟูร่างกาย

แต่ในโลกนี้ อะโพคาลิปส์กลับมีประวัติแตกต่างออกไป เขาเป็นเด็กทารกกำพร้า ถูกกลุ่มชนพเนจรในทะเลทรายรับไปเลี้ยงดูโดยปลูกฝังความคิดเรื่อง ‘การอยู่รอดของผู้เหมาะสม’ ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาในสนามรบที่โหดร้าย และเมื่อโตขึ้นเขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าเพราะพลังมหาศาลของเขา

นอกจากนี้แทนที่จะถูกบังคับให้หลับไหล เขากลับเลือกที่จะหลับเป็นช่วง ๆ ด้วยตัวเอง โดยพิจารณาจากจำนวนมนุษย์กลายพันธุ์ในโลก เมื่อจำนวนมนุษย์กลายพันธุ์ถึงจุดสูงสุด เขาจะตื่นขึ้นเพื่อก่อกวน และเมื่อจำนวนลดลงถึงจุดต่ำสุด เขาจะเข้าสู่การหลับไหลอีกครั้ง

โดยบันทึกล่าสุดของมนุษย์ที่เกี่ยวกับเขาก็คือเมื่อกว่าร้อยปีก่อนในยุควิกตอเรียในอังกฤษ ในตอนนั้น ชาร์ลส์ ดาร์วิน เพิ่งนำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งอะโพคาลิปส์คิดว่าความคิดของดาร์วินสอดคล้องกับแนวคิดของเขาและพยายามจะดึงดาร์วินมาเป็นหนึ่งในอัศวินทั้งสี่ แต่เขากลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

ในเวลาเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษอีกคนหนึ่งก็ได้นำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการที่รุนแรงกว่า โดยอ้างว่าในอนาคตจะมีมนุษย์กลายพันธุ์จำนวนมากปรากฏบนโลก แต่เขากลับถูกวงการวิชาการปฏิเสธอย่างโหดร้าย

แต่อะโพคาลิปส์กับคิดว่าทฤษฎีนี้เข้ากับรสนิยมของเขามากกว่า เขาจึงติดต่อชายคนนี้และดัดแปลงพันธุกรรมของเขา ทำให้เขามีอายุยืนยาวขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนนี้มีชื่อว่า นาธาเนียล เอสเซกซ์ และหลังจากได้รับการดัดแปลงจากอะโพคาลิปส์ เขาก็ขนานนามตัวเองว่า มิสเตอร์ซินิสเตอร์

โดยข้อมูลนี้นั้นได้มาจากใบประกาศจับในศตวรรษที่ 19 ซึ่งระบุว่ามิสเตอร์ซินิสเตอร์ใช้มนุษย์เป็นหนูทดลองในการทดลองที่ผิดศีลธรรม และถูกรัฐบาลอังกฤษออกหมายจับ โดยบนใบประกาศจับนั้นมีการระบุถึงอะโพคาลิปส์ด้วย

“มิสเตอร์ซินิสเตอร์ . . .” เอริคขมวดคิ้วและครุ่นคิด

เขาจำได้ว่าตอนที่เขาเจอกับศาสตราจารย์เอ็กซ์ครั้งแรกในโลกนี้ ศาสตราจารย์เคยสงสัยว่าเอริคเป็นโคลนของแม็กนีโต และบอกว่าเขาพบใครบางคนที่กำลังศึกษาเส้นทางชีวิตของมนุษย์กลายพันธุ์อย่างลับ ๆ เพื่อสร้างร่างโคลนมนุษย์กลายพันธุ์ขึ้นมา

ตอนนี้ดูเหมือนว่าบุคคลที่กล่าวถึงจะเป็น มิสเตอร์ซินิสเตอร์ อย่างแน่นอน!

ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้ในหน้าประวัติศาสตร์ ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาก็คือการโคลน แมเดอลีน ไพรเออร์ ซึ่งเป็นร่างโคลนของ จีน เกรย์ และยังเป็นมารดาของ เคเบิล ลูกชายที่เกิดจากแมเดอลีนและไซคลอปส์อีกด้วย

เคเบิล ถือเป็นหนึ่งในสองนักเดินทางข้ามเวลาที่มีชื่อเสียงที่สุดในจักรวาลมาร์เวล และเขาเป็นบุคคลที่เอริคให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น เอริคจึงคิดว่าตอนนี้ยังไม่ควรแตะต้องมิสเตอร์ซินิสเตอร์ อย่างน้อยจนกว่าเคเบิลจะถือกำเนิดขึ้น

‘มันยังไกลเกินไป ไกลมากจริง ๆ ตอนนี้เราควรคิดหาวิธีจัดการกับอะโพคาลิปส์ก่อน!’ เอริคตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสมาธิกลับมาสู่ปัญหาตรงหน้า

จากข้อมูลที่ได้ อะโพคาลิปส์ในยุควิกตอเรีย น่าจะเข้าสู่การหลับไหลหลังจากดัดแปลงพันธุกรรมของมิสเตอร์ซินิสเตอร์ รอคอยยุคที่มนุษย์กลายพันธุ์จะปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมากตามที่มิสเตอร์ซินิสเตอร์เคยกล่าวไว้ จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวที่เอริคสร้างขึ้นระหว่างค้นหา กราวิโทเนียม ทำให้เขาตื่นขึ้นมา

นอกจากนี้ จุดประสงค์ของอะโพคาลิปส์ในการจับตัวศาสตราจารย์เอ็กซ์ในครั้งนี้อาจจะแตกต่างจากอะโพคาลิปส์ในอีกจักรวาลหนึ่ง และไม่ใช่เพื่อเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการปกครองโลก

ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เขาจับตัวศาสตราจารย์เอ็กซ์ไปจนถึงตอนนี้ก็เกือบสิบชั่วโมงแล้ว แต่เขายังไม่ได้ควบคุมกองทัพของโลกเพื่อยิงนิวเคลียร์ขึ้นสู่อวกาศ หรือใช้พลังจิตของศาสตราจารย์เอ็กซ์ในการกล่าวปราศรัยปลุกเร้าจิตใจมนุษย์ทั่วโลกเลย

เมื่อเปรียบเทียบอะโพคาลิปส์ระหว่างสองจักรวาลนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะอ้างตัวว่าเป็นเทพเจ้า แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก

อะโพคาลิปส์ในจักรวาลจักรพรรดิธานอส เติบโตในยุคอียิปต์โบราณที่เต็มไปด้วยความไม่รู้ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า และยึดถือความเชื่อนั้นอย่างฝังแน่น และเมื่อเขาตื่นขึ้นในยุคปัจจุบัน ความคิดของเขาก็ยังคงติดอยู่ในยุคโบราณ และมองว่ามนุษย์ควรยอมรับการปกครองของเขา เพราะนั่นคือเกียรติสูงสุด

นี่คือตัวอย่างของผู้ป่วย จูนิเบียว ขั้นรุนแรง

แต่ อะโพคาลิปส์ในจักรวาลนี้ แตกต่างออกไป เขาใช้เวลานับพันปีเดินทางอยู่ในโลก ยอมรับแนวคิดจากยุคสมัยต่าง ๆ สร้างความปั่นป่วน และสังเกตการณ์มนุษย์จากมุมมองของเทพเจ้า แต่เขาก็รู้จักอดทน เมื่อใดที่พลังของมนุษย์กลายพันธุ์ลดน้อยลง เขาก็เลือกที่จะหลับไหล รอคอยโอกาสครั้งใหม่ที่จะมาถึง

เพียงแค่จุดนี้ก็ทำให้เขาเหนือกว่าอะโพคาลิปส์ในจักรวาลอื่นอย่างมหาศาลแล้ว!

“แล้วอะโพคาลิปส์จับตัวชาร์ลส์ไปทำไม?” เอริคพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!” จู่ ๆ แฮงก์ก็หัวเราะแปลก ๆ พร้อมกับดวงตาของเขาที่เปลี่ยนเป็นสีเทา และเอียงศีรษะมองเอริคด้วยท่าทางประหลาด . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 89 ก็เพื่อตามหาเจ้ายังไงล่ะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว