- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 88 งั้นนี่ก็เป็นความผิดของฉันอีกแล้วเหรอ?!
ตอนที่ 88 งั้นนี่ก็เป็นความผิดของฉันอีกแล้วเหรอ?!
ตอนที่ 88 งั้นนี่ก็เป็นความผิดของฉันอีกแล้วเหรอ?!
ตอนที่ 88 งั้นนี่ก็เป็นความผิดของฉันอีกแล้วเหรอ?!
เอริค : ว่าไงนะ! ฉันมีพ่อในจักรวาลนี้ด้วยหรอ?
ผู้เขียน : แน่นอนว่ามีสิ
เอริค : ใครล่ะ?
ผู้เขียน : ลืมไปแล้วเหรอว่านายได้สืบทอดตําแหน่งจากใคร?
เอริค : ชาร์ลส์ . . .
- - - - - -
“คุณเอริค! ศาสตราจารย์ถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!” เสียงร้อนรนของแฮงก์ดังขึ้นจากปลายสาย
หมายความว่ายังไง? ในมาร์เวลมีมอนสเตอร์ด้วยเหรอ? แล้วชาร์ลส์ที่เก่งขนาดนั้นยังโดนจับไปได้? นี่ฉันต้องไปสู้กับมอนสเตอร์ตัวนั้นเพื่อช่วยเขาใช่ไหมเนี้ย?
ภายใต้การซักถามอย่างหนักของเอริค แฮงก์ที่พูดจาไม่รู้เรื่องในตอนแรกก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง
“วันนี้ ศาสตราจารย์ . . .”
เดี๋ยวนะ . . . ตอนนี้คนที่สร้างประตูมิติได้มันมีเยอะแยะขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันเพิ่งเรียนรู้วิธีสร้างมันขึ้นมาได้เอง แต่ตอนนี้กับมีคนเอามาใช้สร้างปัญหาอีกแล้ว?
เอริคที่เริ่มไม่สบอารมณ์ก็เริ่มซักถามข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง
จากคำอธิบายของแฮงก์ เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ดูจากภาพกล้องวงจรปิด และพบว่าคนที่จับตัวศาสตราจารย์เอ็กซ์ไปเป็นชายประหลาดผิวเทาอมฟ้า
“ผิวเทาอมฟ้า? ธานอสมาเยือนโลกหรอ?” เอริคเริ่มหน้าเคร่งเครียด
“ธานอส? ใครหรอครับ? เขาดังมากเหรอ?” แฮงก์ถามกลับด้วยความงุนงง “นอกจากนี้คนประหลาดนั่นไม่ได้มาคนเดียว ยังมีคนติดตามอีกสี่คน รวมถึงแม็กด้วย!”
แม็ก? แม็กนีโตตัวจริงในจักรวาลนี้หรอ? เอริคเริ่มตระหนักว่ามอนสเตอร์ตัวนี้น่าจะไม่ใช่ธานอส เพราะมีแม็กนีโตมาเกี่ยวข้องด้วย
จากจำนวนสี่คน และความสามารถในการเคลื่อนย้ายผ่านมิติ ผิวเทาอมฟ้า . . . คำตอบเดียวที่ปรากฏในหัวของเขาในตอนนี้ก็คือ อะโพคาลิปส์!
อะโพคาลิปส์ หรือ เอน ซาบาห์ นูร์ เป็นมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลก เกิดในยุคอียิปต์ราชวงศ์แรก มีผิวสีเทาอมฟ้า และถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยพลังอันมหาศาลที่เกิดมากับเขา และอุปกรณ์ที่ได้รับในเวลาต่อมา ทำให้เขาสามารถดูดพลังจากคนอื่นมาใช้ได้
อะโพคาลิปส์มีพลังนับไม่ถ้วน ทั้งร่างกายที่แข็งแกร่ง จิตใจที่ทรงพลัง ควบคุมทรายและหิน รักษาตัวเอง เคลื่อนย้ายผ่านมิติ ดูดพลังงาน ปล่อยพลังงาน และเพิ่มขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์กลายพันธุ์ . . .
เรียกได้ว่าเขาคือหนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่ง!
เมื่อครั้งธานอสครองจักรวาล อะโพคาลิปส์ก็เคยดึงแม็กนีโตมาเป็นหนึ่งในสี่อัศวิน และเพิ่มพลังให้แม็กนีโตอย่างมหาศาล
โดยในเวลานั้นอะโพคาลิปส์ต้องการจับศาสตราจารย์เอ็กซ์ และขโมยร่างของชาร์ลส์มาเป็นของตัวเอง ซึ่งในจักรวาลนี้ก็คงไม่ต่างกัน
ดังนั้นการที่เอริคต้องเผชิญหน้ากับอะโพคาลิปส์อีกครั้งหลังจากข้ามมายังจักรวาลนี้มันจึงทำให้เขาคาดไม่ถึงเล็กน้อย
“จีนอยู่ที่ไหน?” เอริคถามกับแฮงก์ เพราะพลังฟีนิกซ์ของจีน เกรย์ น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการรับมือกับอะโพคาลิปส์
“จีน เกรย์? คุณพูดถึงเธอทำไม? ศาสตราจารย์เพิ่งรับเธอเข้าโรงเรียนเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้เธออายุแค่ 15 ปีเอง!”
คำตอบนี้ทำเอาเอริคอยากเอาหัวโขกกำแพง นี่คือความแตกต่างของจักรวาลคู่ขนาน ในจักรวาลเก่าของเขา จีนเป็นสมาชิก เอ็กซ์-เม็น ตั้งแต่ศาสตราจารย์ยังหนุ่ม แต่ในจักรวาลนี้ศาสตราจารย์หัวล้านไปแล้ว แต่จีนยังเป็นเด็กสาวอยู่เลย . . .
‘แล้วจะทำยังไงดี?’ เอริคถอนหายใจ ‘ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากบุกลุยเข้าไปตรง ๆ เลย!’
ทันใดนั้นแฮงก์ก็พูดเสริมขึ้นมาอีกครั้งว่า “คุณเอริค เขายังจับตัวเรเวนไปด้วย . . .”
“เรเวน?” ทันใดนั้นภาพของผู้หญิงผิวสีน้ำเงินผู้กล้าหาญที่เคยต่อสู้เพื่อเขา ผ่านภูเขาไฟและท้องทะเลก็ผุดขึ้นในหัวทันที เธอคือ มิสทีค คนที่เอริคเคยปล่อยให้เผชิญชะตากรรมในจักรวาลธานอสเพียงลำพัง
“ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
. . .
เพื่อเตรียมรับมือกับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง เอริคจึงดึงพลังงานจากอัญมณีอวกาศออกมาเติมเต็มพลังงานที่ใช้ไปในระหว่างทดลอง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนเซเวียร์โดยไม่กล้าใช้ประตูมิติในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
เอริคเก็บเทสเซอร์แร็คไว้ในกระเป๋ามิติเพื่อความสะดวกในการดึงพลังงานโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาขโมย นอกจากนี้พลังงานที่กระจายออกมายังช่วยขยายกระเป๋ามิติให้กว้างขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่า ‘ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว!’
เมื่อเอริคมาถึงโรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ แฮงก์และกลุ่มนักเรียนก็ได้สวมชุดรบเตรียมพร้อมที่จะออกไปช่วยศาสตราจารย์เอ็กซ์เรียบร้อยแล้ว
เมื่อมองไปรอบ ๆ เอริคก็สามารถมองเห็นจีน เกรย์ สาวน้อยลุคโลลิ และไซคลอปส์ สก็อต ซัมเมอร์ส เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่สวมแว่นตาควอตซ์อยู่ท่ามกลางฝูงชนได้อย่างชัดเจน
แต่เมื่อเขามองผ่านไซคลอปส์ไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองอีกฝ่ายอีกครั้ง ไซคลอปส์ ความสามารถของเขาคือการปล่อยลำแสงพลังงานออกจากดวงตา แต่ความจริงแล้ว ความสามารถของเขาไม่ได้สร้างพลังงานเอง ดวงตาของเขาเป็นเหมือน ‘ประตู’ ที่เชื่อมไปยังมิติพิเศษที่เต็มไปด้วยพลังงานรุนแรง พูดง่าย ๆ ก็คือ ดวงตาของเขาคือช่องทางปล่อยพลังงาน และหากใช้พลังนี้นานเกินไป ดวงตาของเขาก็จะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันอันมหาศาลของมันได้
ไซคลอปส์นั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ระดับโอเมก้าที่ทรงพลัง และสิ่งที่ทำให้เขาน่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือสายเลือดของเขา! พ่อของเขาเป็นกัปตันโจรสลัดอวกาศ น้องชายคนรอง ช็อกเวฟ ก็มีความสามารถคล้ายเขา และก็เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ระดับโอเมกาเช่นกัน ในขณะที่น้องชายคนเล็ก วัลแคน หรือ ‘เทพแห่งเพลิง’ เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่เกินระดับโอเมกา ผู้เคยทำลายจักรวรรดิชีอาร์ หนึ่งในสามจักรวรรดิใหญ่ในจักรวาล และกลายเป็นจักรพรรดิด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ไซคลอปส์ยังมีลูกชายที่ทรงพลังที่ชื่อว่า เคเบิล ซึ่งเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ระดับโอเมกาที่มีความสามารถไม่ธรรมดาเช่นกัน
“คุณเอริค ไปกันเถอะ!” แฮงก์ตะโกนเรียกเมื่อเห็นเอริคบินเข้ามาใกล้ ตอนนี้เขาดูร้อนรนจนอยากออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย
“เดี๋ยวก่อนแฮงก์ นายจะพากลุ่มเด็ก ๆ ไปช่วยชาร์ลส์จริงเหรอ?” เอริคถามกลับอย่างไม่เชื่อสายตา
“พวกเขาอยากไป ผมห้ามไม่ได้” แฮงก์ตอบเสียงเบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับสายตาที่พยายามหลบเลี่ยง ความจริงแล้วแฮงก์มีอิทธิพลและความน่าเกรงขามในหมู่นักเรียนสูงมาก ถ้าเขาต้องการจริง ๆ เขาสามารถห้ามพวกเด็ก ๆ ได้ แต่ในใจลึก ๆ เขาเชื่อว่าการมีคนไปมากขึ้น ก็ย่อมเพิ่มโอกาสช่วยศาสตราจารย์เอ็กซ์ได้มากขึ้นเท่านั้น
เมื่อได้ยินคำถามของเอริค นักเรียนหลายคนต่างพยายามแสดงความสามารถของตัวเองและยืนยันว่าพวกเขาเคารพรักศาสตราจารย์แค่ไหน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกจนกลายเป็นความวุ่นวาย
เอริคทำหน้าเหนื่อยใจ ยังไม่ทันได้ออกสนามรบ พวกนายก็วุ่นวายกันขนาดนี้ แล้วจะไปรบกันยังไง?
ทันใดนั้นเอริคก็ปล่อยพัลส์แม่เหล็กไฟฟ้าเข้าใส่ ทำให้ทุกคนล้มลงกับพื้นจนหมดยกเว้นจีนและไซคลอปส์ “พวกนายสองคนไปกับฉันได้ ที่เหลือรออยู่ที่นี่!”
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปยังลานด้านหลังเพื่อเรียก จักเกอร์นอท มาร์โก ที่กำลังนอนอาบแดดอย่างสบายใจมาเสริมทีม ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดห้าคนจะขึ้นเครื่องบินออกเดินทาง
“แฮงก์ นายรู้หรือเปล่าว่าชาร์ลส์อยู่ที่ไหน?” เอริคเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ถามปลายทางของภารกิจครั้งนี้เลย
“ในอียิปต์! ศาสตราจารย์ใช้พลังจิตติดต่อมาหาผมเพื่อบอกว่าพวกเขาอยู่ที่นั่น” แฮงก์อธิบายข้อมูลที่ได้รับจากศาสตราจารย์ขณะควบคุมเครื่องบิน
ศัตรูในครั้งนี้คือ กลุ่มอัศวินสี่คน ที่อะโพคาลิปส์รวบรวมมา โดยคนที่อายุมากที่สุดและเป็นชายเพียงคนเดียวก็คือ แม็กนีโต ตัวตนคู่ขนานของเอริคในจักรวาลนี้ และเป็นคนที่เอริคพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
ส่วนคนที่อายุน้อยที่สุดก็คือเจ้าหญิงตัวน้อยในอนาคตจากวาคานด้า สตอร์ม โอโร่โร่ มอนโร
และอีกสองคนที่เหลือก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน ได้แก่ มิสทีค เรเวน และมนุษย์กลายพันธุ์หญิงที่มีโค้ทเนม ไซล็อค
“แปลก ทำไมอยู่ดี ๆ อะโพคาลิปส์ถึงปรากฏตัวออกมา?” เอริครู้สึกสับสนเมื่อคิดถึงเหตุผลที่ศัตรูในตำนานคนนี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
“ศาสตราจารย์บอกว่าอะโพคาลิปส์เหมือนจะหลับอยู่ใต้ดินในอียิปต์ แต่เมื่อเดือนที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ทำให้อะโพคาลิปส์ตื่นขึ้นมา” แฮงก์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“. . .” เอริคถึงกับเงียบไปครู่ใหญ่
งั้นนี่ก็เป็นความผิดของฉันอีกแล้วเหรอ?
โปรดติดตามตอนต่อไป …