- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 87 คุณเอริค! พ่อของคุณถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!
ตอนที่ 87 คุณเอริค! พ่อของคุณถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!
ตอนที่ 87 คุณเอริค! พ่อของคุณถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!
ตอนที่ 87 คุณเอริค! พ่อของคุณถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!
“ตอนนี้มันควรจะมีวายร้ายสักคนโผล่มาให้ฉันทดลองใช้พลังใหม่แล้วไม่ใช่หรอ?”
เอริคนอนเอนหลังอย่างเกียจคร้านบนโซฟา ดวงตาปรือเล็กน้อย มือแทบจะไม่ยอมขยับ กระป๋องโคล่าลอยอยู่ตรงหน้าค่อย ๆ รินใส่ปากของเขาเป็นครั้งคราว
หลังจากดูดซับพลังงานมิติจากอัญมณีอวกาศไปมากพอสมควร เอริคก็ได้สิ่งที่เขาปรารถนา—ความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วง หรือพลังแห่งมิติในขั้นต้น
ตอนนี้พลังของเขาไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่การควบคุมโลหะหรือสนามแม่เหล็กอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปถึงระดับที่กว้างขึ้น . . .
ทุกสสารใดที่มีน้ำหนักและสร้างสามารถสร้างแรงโน้มได้ เขาสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด!
ดังนั้นในทางทฤษฎีมันก็หมายความว่าเขาสามารถควบคุมสสารใด ๆ ก็ได้!
อย่างไรก็ตาม การควบคุมนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น เพราะเขาเพิ่งได้รับความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วงมาได้ไม่นาน ทำให้เมื่อเทียบกับพลังแม่เหล็กไฟฟ้า พลังแรงโน้มถ่วงยังเป็นเหมือน ‘น้องเล็ก’ ที่ต้องการเวลาในการเรียนรู้และพัฒนาอีกมาก
ซึ่งสิ่งที่ทำให้เอริคดีใจที่สุดไม่ใช่การเติบโตของพลัง แต่คือการที่เขาเข้าใจต้นกำเนิดของแรงโน้มถ่วง หรือพลังแห่งมิติได้บางส่วน
แรงโน้มถ่วงเป็นพลังพิเศษที่เกิดจากการที่แรงโน้มถ่วงของวัตถุกระทำต่ออวกาศ ทำให้โดยแก่นแท้แล้วมันก็คือพลังแห่งอวกาศ หรือมิติ
โดยมีพลังงานพิเศษจากกราวิโทเนียมเป็นตัวจุดชนวน พลังงานมิติจากอัญมณีอวกาศเป็นรากฐาน และพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้เอริคสามารถพัฒนาพลังแห่งมิติได้อย่างไม่คาดคิด
หลังจากครอบครองพลังแห่งมิติแล้ว เอริคก็สามารถใช้งานทักษะพิเศษที่หลายคนใฝ่ฝันได้ เช่น การเคลื่อนย้ายผ่านมิติ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งอัญมณีอวกาศอีกต่อไป ด้วยการสร้างสนามแรงโน้มถ่วงจากพลังงานของตัวเอง กระทำต่อมิติ และใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าเปิดช่องเล็ก ๆ เพื่อสร้างประตูมิติ
อย่างไรก็ตามประตูมิตินี้ก็ยังไม่ค่อยเสถียรนัก ทำให้หลังจากทดลองเป็นร้อยครั้ง เอริคจึงค่อย ๆ เข้าใจวิธีใช้งาน เขาเริ่มต้นด้วยสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น ขวดไวน์ โคล่า ไฟแช็ก ก่อนจะขยับไปถึงหม้อกระทะ . . .
หลังจากทำลายห้องครัวทั้งห้องเพื่อยืนยันความปลอดภัยของการเคลื่อนย้ายสิ่งของข้ามมิติ เขาก็เริ่มทดลองกับสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมงมุม หนู ก่อนจะเลื่อนมาเป็นแมวและสุนัข จนในที่สุดเขาก็กระโดดเข้าไปเอง
แน่นอนว่าประสบการณ์การเคลื่อนย้ายผ่านมิติครั้งแรกนั้นแย่มาก เหมือนถูกขังในเครื่องซักผ้าชนิดถังซัก แล้วเอาเครื่องนั้นไปติดบนรถไฟเหาะที่หมุนรอบตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้หลังจากครั้งแรกเอริคก็แทบไม่อยากจะลองอีกเลย . . .
ต้องปรับปรุงอีกเยอะ!
อย่างไรก็ตามนอกจากเคลื่อนย้ายผ่านมิติหรือเทเลพอร์ตแล้ว เขายังได้พัฒนาทักษะอีกอย่างสำเร็จ นั่นก็คือ กระเป๋ามิติ โดยใช้พลังงานมิติจากอัญมณีอวกาศ ขยายด้วยแรงโน้มถ่วง และเสริมความแข็งแกร่งด้วยสนามแม่เหล็ก เขาจึงสร้างมิติขนาดเล็กที่มีรัศมีประมาณสิบตารางเมตรขึ้นมาได้ในที่สุด
กระเป๋ามิตินี้เป็นพื้นที่ของเขาโดยเฉพาะ เต็มไปด้วยข้อมูลและร่องรอยพลังของเขาเอง โดยไม่มีสนามแม่เหล็กหรือแรงโน้มถ่วงอื่นใดแทรกแซง ทำให้คนอื่นเข้าถึงได้ยากมาก
แน่นอนว่ามันก็แค่ ‘ยาก’ เพราะอย่าลืมว่าในจักรวาลมาร์เวล มีสิ่งมีชีวิตระดับสูงมากมายที่สามารถใช้พลังมิติได้ และบางคนที่สามารถทำลายมิตินี้ได้เพียงเพื่อความสนุก
ในขณะเดียวกันภายในกระเป๋ามิตินั้นมีอากาศ แต่ขาดปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหลายอย่าง ทำให้ไม่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ได้เป็นเวลานาน แต่การเก็บไว้ช่วงสั้น ๆ นั้นไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ อัตราการไหลของเวลาในกระเป๋ามิติยังเหมือนกับโลกภายนอก ไม่มีปรากฏการณ์หยุดเวลาเหมือนในนิยายกำลังภายในที่เวลาภายในแหวนจะหยุดเดิน เพราะพลังของเอริคยังไม่สามารถแตะขอบเขตของกาลเวลาได้
แน่นอนว่าหลังจากได้รับพลังใหม่ เอริคก็เริ่มการทดลองอีกครั้ง การควบคุมแรงโน้มถ่วงนั้นคล้ายกับพลังแม่เหล็กไฟฟ้า เขาจึงไม่ได้สนใจจะทดลองมากนัก แต่เขาสนใจกับการเคลื่อนย้ายผ่านมิติและกระเป๋ามิติมากที่สุด
โดยการทดลองเคลื่อนย้ายครั้งแรกเอริคเลือก วาคานด้า เป็นสถานแรก เพระมันเป็นสถานที่แรกที่เขาเปิดเผยพลัง และเป็นที่ที่เขารู้สึกปลอดภัยที่สุด
วาคานด้าที่ลึกลับและไม่เปิดเผยตัวต่อโลกนั้นเปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของเขา!
เมื่อเห็นประตูมิติที่ถูกเปิดในพระราชวังของวาคานด้าอย่างกะทันหัน กษัตริย์ทีชาก้าที่สวมชุดแบล็คแพนเธอร์เต็มยศก็ยืนตั้งการ์ดป้องกันอย่างหวาดระแวง โดยที่ด้านหลังของเขามีบรรดาทหารองครักษ์หัวโล้นที่จ้องมองประตูมิติตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง ก่อนที่พวกเธอจะตั้งหอกเตรียมพร้อมที่จะโจมตีประตูมิติได้ทุกเมื่อ . . .
“อ้วกก!” ในขณะเดียวกันเอริคที่ทนไม่ไหวกับประสบการณ์การเคลื่อนย้ายที่โหดร้าย แม้เขาจะมีร่างกายที่แข็งแรงก็ตาม ทำให้เมื่อเขาโผล่ออกมาจากประตูมิติ เขาก็อาเจียนอาหารเมื่อคืนออกมาใส่พื้นหินใหม่เอี่ยมของวาคานด้าทันที
เมื่อทีชาก้าเห็นว่าเป็นเอริคที่คลานออกมาจากประตูมิติ เขาก็รีบกระโจนเข้าไปหาเอริคโดยไม่สนใจเศษอาเจียนที่น่าขยะแขยง และยกตัวเอริคขึ้นมาวิ่งไปหลบหลังทหารองครักษ์ จากนั้นเขาก็ส่งเอริคให้เหล่าทหารหญิงหัวโล้นดูแล ก่อนจะกลับมาประจำที่หน้าประตูมิติอีกครั้งเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
แต่หลังจากเฝ้ารออยู่นานมันก็ยังไม่มีศัตรูใด ๆ โผล่ออกมา ทำให้ทีชาก้าในชุดแบล็คแพนเธอร์เริ่มเหงื่อตกเพราะความกดดัน
ในหัวของเขาเริ่มคิดไปเองว่าก่อนหน้านี้เอริคต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากมาก่อนอย่างแน่นอน และถูกทุบตีจนต้องหนีตายผ่านประตูมิติมา ไม่งั้นเอริคคงไม่คลานออกมาแบบนั้น? แสดงว่าเอริคจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!
แต่ว่าการอ้วกเต็มพื้นแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามีอะไรผิดปกติในกระเพาะของเขาด้วยเหรอ?
‘เอริคแข็งแกร่งขนาดนั้น แล้วศัตรูที่เขาสู้ไม่ได้จะน่ากลัวขนาดไหน?’
ทีชาก้าเริ่มคิดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มวิตกไปต่าง ๆ นานา . . .
‘เอ็นจาด้าก้าดูเหมือนเจ้าชายมากกว่าลูกของข้าเสียอีก แล้วลูกชายข้าจะเสียบัลลังก์ในอนาคตไหม? ข้าควรเขียนพินัยกรรมไว้ก่อนดีไหมนะ? และซ่อนมันไว้หลังป้าย 'ธรรมะย่อมชนะอธรรม' ดีไหม? เอ๊ะ แต่วาคานด้าไม่มีป้ายแบบนั้น หรือควรหล่อป้ายใหม่ด้วยไวเบรเนียมเดี๋ยวนี้เลยดี?’
‘หรือข้าควรกินมื้อสุดท้ายให้อิ่มก่อนตายดีไหม? เคยได้ยินว่าทางตะวันออกมีความเชื่อว่าต้องกินให้อิ่มก่อนตาย จะได้ไม่อดตายในปรโลก . . . ลูกสาวข้ายังอายุแค่สองขวบ แต่ดูแล้วโตขึ้นคงสวยมากแน่ ๆ ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มที่ไหนจะมาแต่งกับนาง? ควรสอนวิธีจัดการพวกนั้นไว้ก่อนดีหรือเปล่านะ?”
. . .
ทีชาก้าเริ่มหลุดเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการส่วนตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนั่งยอง ๆ เพราะเฝ้าประตูมิติจนขาเริ่มชา แต่ศัตรูก็ยังไม่มา . . .
จนกระทั่งเมื่อประตูมิติหดเล็กลงเรื่อย ๆ และหายไปในที่สุด ทีชาก้าก็ยังไม่อยากเชื่อว่าทำไมศัตรูถึงยังไม่มา หรือว่าศัตรูกลัวข้า?
ในขณะทีชาก้ากำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เอริคที่ฟื้นตัวแล้วก็มองดูท่าทางของทีชาก้าด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะปิดประตูมิติอย่างเงียบ ๆ
หลังจากไล่ทหารองครักษ์กลับไป เอริคก็อธิบายถึงพลังใหม่ของเขาให้ทีชาก้าฟัง ซึ่งทำให้ทีชาก้าอิจฉาทันที “ถ้าหากข้ามีพลังนี้ ข้าคงเก็บไวเบรเนียมทั้งหมดในมิติส่วนตัว จะได้ไม่ต้องกลัวใครมาขโมยมันไป!”
ซึ่งความคิดนี้ก็ตรงกับเอริคพอดี เพราะเขาคือแม็กนีโต ผู้ควบคุมโลหะ ตราบใดที่มีโลหะ เขาก็ไม่เคยขาดอาวุธ แต่โลหะธรรมดายังไม่ทนทานเท่ากับไวเบรเนียม
ก่อนหน้านี้ไวเบรเนียมเคลื่อนย้ายลำบากมาก แต่ตอนนี้เขามีกระเป๋ามิติแล้ว ดังนั้นการเก็บมันเอาไว้ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปจริงไหม?
แน่นอนว่าทีชาก้าก็ไม่รอช้า ออกคำสั่งให้ทหารนำไวเบรเนียมที่สกัดแล้วมาเต็มรถบรรทุก ส่วนเหล่าทหารองครักษ์หญิงที่เคยเห็นเอริคช่วยวาคานด้าราวกับเทพเจ้า ต่างก็มองเขาด้วยสายตาชื่นชมและศรัทธา ราวกับเห็นงูขาวมองหาซูเซียน พวกเธอพร้อมทำทุกอย่างเพื่อเขา ส่วนเรื่องไวเบรเนียมหมด? ใรเขาสนใจกันเล่า!
เอริคเก็บไวเบรเนียมลงในกระเป๋ามิติด้วยเหงื่อซึมทั่วตัวภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเหล่าทหารหญิงหัวโล้น ก่อนที่เขาจะกล่าวลาอย่างรวดเร็วและเปิดประตูมิติหนีทันที
หลังจากนั้นเขาก็ทดลองความสามารถใหม่หลายสิบครั้งจนเหนื่อยล้า
“ตามสูตรแล้ว เวลาอัพเกรดพลังมันควรจะมีวายร้ายโผล่มาให้ปราบ แต่ครั้งนี้ไม่มีเลย? แปลกจริง!”
ในขณะที่เอริคกำลังครุ่นคิด ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และเมื่อเขารับสาย เสียงตะโกนด้วยความร้อนรนจากปลายสายก็ดังขึ้นทันที “คุณเอริค! พ่อของคุณถูกมอนสเตอร์จับตัวไปแล้ว!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …