- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!
ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!
ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!
ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!
ทันทีที่เอริคบ่นเสร็จเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กราวิโทเนียม ที่ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขามันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างดุดัน ราวกับงูยักษ์ที่กำลังแผ่ขยายอาณาเขตของมัน
แม้มันจะไม่ได้โจมตีร่างกายของเขาโดยตรง แต่มันกลับแสดงท่าทีอหังการ ราวกับแม่ทัพผู้ทรงอำนาจ กำลังบังคับไล่พลังสนามแม่เหล็กออกไปจากร่างกายของเขา ถึงแม้ว่ากราวิโทเนียมในตอนนี้จะอ่อนแอกว่าพลังสนามแม่เหล็กราวกับเด็กที่พยายามสู้กับผู้ใหญ่ แต่ด้วยความดื้อดึงและดุดันของมัน ในที่สุดมันสามารถผลักดันพลังสนามแม่เหล็กให้ถอยร่นไปได้
บางทีอาจเป็นเพราะการโจมตีอย่างกะทันหันทำให้พลังสนามแม่เหล็กไม่ทันตั้งตัวและตอบสนองไม่ทัน ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น พลังสนามแม่เหล็กก็เริ่มตอบโต้กลับอย่างรุนแรง บังคับให้การวิโทเนียมถอยกลับไปทีละน้อย จนกระทั่งถูกขับไล่ไปถึงปลายนิ้ว
เอริคถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยายามควบคุมพลังแม่เหล็กในร่างกายเพื่อเปิดทางให้กราวิโทเนียมแทรกซึมและหลอมรวมกับเขา หลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดกราวิโทเนียมก็สามารถครอบครองพื้นที่หนึ่งในร่างกายของเอริคและปักหลักอยู่ที่แขนข้างหนึ่งของเขา
บนแขนข้างนั้น พลังสนามแม่เหล็กทรงพลังที่เอริคเรียกว่า ตาข่ายพยัคฆ์มังกร ได้ปิดกั้นขวางเส้นทางการขยายตัวของกราวิโทเนียมเอาไว้ ทำให้ไม่ว่าเอริคจะพยายามปรับสมดุลเท่าใดมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย
เอริคยิ้มอย่างขมขื่น และพึมพำขึ้นมาว่า “กราวิโทเนียมยังมีน้อยเกินไป และมันดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรกับสนามแม่เหล็กโดยธรรมชาติ ทำให้ฉันในฐานะเจ้าของก็ทำอะไรไม่ได้มากเช่นกัน”
“แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี!” เอริคยกแขนขึ้นและเริ่มสำรวจความลี้ลับของมันอย่างละเอียด
ตอนนี้บนแขนของเขากำลังมีแสงสีเงินเทาแวบวาบเป็นระยะ ๆ ราวกับหนอนเรืองแสงที่กำลังเลื้อยผ่านผิวหนัง
เมื่อเอริคหลับตา เขาก็รับรู้ถึงสนามแรงโน้มถ่วงรอบตัวได้อย่างชัดเจนมากกว่าที่เคย ถ้าหากก่อนหน้านี้การใช้สนามแม่เหล็กในการตรวจจับแรงโน้มถ่วงนั้นคล้ายกับการพยายามมองแสงสลัว ๆ ในหมอก แต่ตอนนี้แรงโน้มถ่วงกลับเปิดเผยตัวเองอย่างหมดเปลือกต่อหน้าของเขาอย่างชัดเจน
“น่าเสียดายที่กราวิโทเนียมยังมีน้อยเกินไป ถ้าหากฉันมีมากกว่านี้ ฉันอาจสามารถควบคุมมันโดยตรงได้เลย และไม่ต้องมาเสียเวลาเรียนรู้แบบนี้” ดวงตาของเอริคเปล่งประกาย “ถ้าหากเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ฉันก็อาจจะรวมแรงโน้มถ่วงและแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าใจพลังแรงกระทำที่แข็งและอ่อน ทำให้ฉันเข้าใกล้การรวมพลังขั้นสูงสุด และเมื่อถึงตอนนั้น ฉันอาจจะท้าทายธานอสได้โดยไม่ต้องใช้พลังของมณีด้วยซ้ำ!”
หลังจากนั้นเอริคก็เริ่มคิดถึงตำแหน่งที่กราวิโทเนียมยังหลงเหลืออยู่ และพบว่าบริเวณใต้ดินของกรุงวอชิงตันนั้นมีปริมาณมากที่สุด
“บางทีฉันควรขุดที่นั่นก่อน แล้วค่อยไปหาที่อื่นต่อ”
. . .
แสงสีเงินเทาบนแขนของเอริคเริ่มส่องสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ความคิดในหัวของเขาก็เริ่มสับสนและบ้าคลั่ง ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ลอยขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมกับความคิดอันบ้าคลั่งเกี่ยวกับพลังแรงโน้มถ่วงที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง
“ไม่! นี่มันไม่ถูกต้อง!” เอริคสะดุ้งตื่น พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นรอบตัวเขา พลังสนามแม่เหล็กถูกปลดปล่อยอย่างรุนแรงเกิดเป็นสายฟ้าสว่างจ้าในอากาศ
สายฟ้าฟาดลงบนหัวของเอริคซ้ำ ๆ แม้ว่ามันจะไม่สร้างความเสียหายใด ๆ แต่กลับช่วยให้จิตใจของเขาแจ่มใสขึ้น
เอริคมองแขนของตัวเองด้วยความหวาดกลัว หรืออาจจะพูดได้ว่า เขากำลังมองกราวิโทเนียมที่อยู่ในแขนของเขา
“สิ่งนี้มันแปลกเกินไป!”
กราวิโทเนียมมันดูเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง และพยายามมีอิทธิพลต่อเจ้าของด้วยการกระตุ้นให้เขาขุดหาแรงโน้มถ่วงที่เหลืออยู่บนโลก ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ กราวิตอน เสียสติในที่สุด และทำให้โลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เอริคพยายามเตือนสติตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเขาจะไม่หลอมรวมกราวิโทเนียมอีกต่อไป!
ด้วยการทดลองใช้พลังสั้น ๆ ในครั้งนี้ เอริคสังเกตเห็นว่ากราวิโทเนียมเป็นสสารที่ไม่รู้จักซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานประหลาด มันเป็นพลังงานที่มีอิทธิพลหรือควบคุมแรงโน้มถ่วงในฐานะพลังงานเสริม
“ทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ . . . ราวกับว่าฉันเคยสัมผัสพลังงานแบบนี้มาก่อนเลย?”
ประสบการณ์ที่ผ่านมาเริ่มแวบขึ้นมาในความคิดของเขา และในที่สุดเอริคก็พบคำตอบ ‘เทสเซอร์แร็ค!’ ใช่แล้ว พลังงานแบบนี้ก็อยู่ในเทสเซอร์แร็ค หรืออาจจะต้องเรียกว่าอัญมณีอวกาศ!
“แรงโน้มถ่วง . . . อวกาศ . . . คลื่นแรงโน้มถ่วง!” ดวงตาของเอริคเริ่มฉายแววความตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ “ใช่แล้ว! ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ แรงโน้มถ่วงคือพลังพิเศษที่เกิดจากมวลเมื่อมันส่งผลกระทบต่ออวกาศ ส่วนคลื่นแรงโน้มถ่วงคือระลอกของพลังนี้ที่แผ่กระจายออกไป เช่นเดียวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า!”
“แรงโน้มถ่วงคือพลังงานของอวกาศอย่างแท้จริง โดยมีมิติเป็นตัวจำกัดมุมมองของเรา ถ้ามองจากมิติที่สี่ อวกาศก็เหมือนแผ่นกระดาษแบน ๆ และถ้าหากวางลูกบอลเล็ก ๆ ไว้บนกระดาษนั้น กระดาษจะยุบลงไปตามน้ำหนักของลูกบอล และถ้าวางลูกบอลอีกลูกไว้ใกล้ ๆ มันก็จะกลิ้งลงไปในร่องที่ยุบ นี่แหละคือแรงโน้มถ่วง!”
ถึงแม้เสียงฟ้าผ่าจะดังสะท้อนอยู่ในหัว แต่มันกลับทำให้ความคิดของเอริคแจ่มชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม แรงโน้มถ่วงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะด้วยความรู้เกี่ยวกับพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่สั่งสมมาหลายปี เอริคสามารถเริ่มแก้ไขปริศนาของแรงโน้มถ่วงได้ทีละชั้นเหมือนการปอกหัวหอม
“ไม่ได้การ! พื้นฐานของฉันยังอ่อนเกินไป ฉันต้องการแรงกระตุ้นจากภายนอกเข้าช่วย!” เอริคสะบัดมือ พร้อมกับพื้นเหล็กของห้องใต้ดินที่บิดเบี้ยวกลายเป็นเกลี้ยว ก่อนที่เทสเซอร์แร็คที่เรืองแสงสีฟ้าจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นดิน
เทสเซอร์แร็ค ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้พื้นโลหะหนาหลายเมตรนับตั้งแต่ที่เอริคได้ครอบครองมัน บัดนี้ได้ปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้งแล้ว
“ลูกบาศก์นี้เป็นเหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มอัญมณีอวกาศเอาไว้ แล้วทำไมมันถึงมีพลังงานสองชนิดที่แตกต่างกัน?” เมื่อไขความลับบางส่วนของแรงโน้มถ่วงได้ การมองเทสเซอร์แร็คอีกครั้งก็ทำให้เอริคเริ่มเข้าใจความลับของมันได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“บางที เปลือกนี้อาจทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์แปลงพลังงาน หรือเป็นตัวกรองที่แปลงพลังงานมิติบริสุทธิ์ให้เป็นพลังงานระดับต่ำกว่า นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์อย่างดร.โซลา ฮาเวิร์ด สตาร์ค, และแอนตัน แวนโก สามารถศึกษามันได้!”
“แต่ฉันไม่ต้องการพลังงานที่ถูกลดระดับนี้ ฉันต้องการพลังงานมิติบริสุทธิ์ที่สุด งั้นฉันจะบดขยี้มันเลยดีไหมนะ?”
หลังจากลังเลชั่วครู่ เอริคก็ล้มเลิกความคิดนี้ แม้ว่าการทำลายลูกบาศก์จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาในตอนนี้ เพียงแค่ใช้ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าก็สามารถทำลายมันได้ แต่เขารู้ดีว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์
พลังงานมิติที่ถูกลดระดับของลูกบาศก์ยังคงมีประโยชน์อย่างมากต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เช่น อาวุธพลังงานของไฮดรา เครื่องปฏิกรณ์อาร์ค และธาตุใหม่ที่ฮาเวิร์ดคิดค้น ล้วนมาจากพลังงานมิติที่ถูกลดระดับลง ดังนั้นถ้าหากต้องศึกษาพลังงานมิติบริสุทธิ์โดยตรง ความสำเร็จเหล่านี้ก็อาจไม่มีทางเกิดขึ้น
ในเมื่อยังไม่สามารถทำลายมันได้ เอริคจึงเริ่มมองหาวิธีอื่น . . .
ถึงแม้ว่าอัญมณีอวกาศจะถูกห่อหุ้มด้วยเปลือก แต่เปลือกนี้ไม่ได้ป้องกันพลังงานมิติทั้งหมดจากการแผ่กระจาย ซึ่งหมายความว่า พลังงานบางส่วนยังสามารถเล็ดลอดออกมาได้!
เอริคเปิดใช้งานลูกบาศก์อีกครั้งอย่างระมัดระวังเพื่อสัมผัสถึงความแตกต่าง และทดลองซ้ำหลายครั้ง จนในที่สุดเขาก็พบวิธีที่เหมาะสม
ด้วยการซ้อนทับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแรงโน้มถ่วง เขาก็สามารถสร้างสนามพลังแบบหมุนวนที่สามารถทะลุผ่านลูกบาศก์ และดูดซับพลังงานมิติบริสุทธิ์จากอัญมณีอวกาศได้โดยตรง
โปรดติดตามตอนต่อไป …