เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!

ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!

ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!


ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!

ทันทีที่เอริคบ่นเสร็จเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กราวิโทเนียม ที่ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขามันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างดุดัน ราวกับงูยักษ์ที่กำลังแผ่ขยายอาณาเขตของมัน

แม้มันจะไม่ได้โจมตีร่างกายของเขาโดยตรง แต่มันกลับแสดงท่าทีอหังการ ราวกับแม่ทัพผู้ทรงอำนาจ กำลังบังคับไล่พลังสนามแม่เหล็กออกไปจากร่างกายของเขา ถึงแม้ว่ากราวิโทเนียมในตอนนี้จะอ่อนแอกว่าพลังสนามแม่เหล็กราวกับเด็กที่พยายามสู้กับผู้ใหญ่ แต่ด้วยความดื้อดึงและดุดันของมัน ในที่สุดมันสามารถผลักดันพลังสนามแม่เหล็กให้ถอยร่นไปได้

บางทีอาจเป็นเพราะการโจมตีอย่างกะทันหันทำให้พลังสนามแม่เหล็กไม่ทันตั้งตัวและตอบสนองไม่ทัน ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น พลังสนามแม่เหล็กก็เริ่มตอบโต้กลับอย่างรุนแรง บังคับให้การวิโทเนียมถอยกลับไปทีละน้อย จนกระทั่งถูกขับไล่ไปถึงปลายนิ้ว

เอริคถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยายามควบคุมพลังแม่เหล็กในร่างกายเพื่อเปิดทางให้กราวิโทเนียมแทรกซึมและหลอมรวมกับเขา หลังจากความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดกราวิโทเนียมก็สามารถครอบครองพื้นที่หนึ่งในร่างกายของเอริคและปักหลักอยู่ที่แขนข้างหนึ่งของเขา

บนแขนข้างนั้น พลังสนามแม่เหล็กทรงพลังที่เอริคเรียกว่า ตาข่ายพยัคฆ์มังกร ได้ปิดกั้นขวางเส้นทางการขยายตัวของกราวิโทเนียมเอาไว้ ทำให้ไม่ว่าเอริคจะพยายามปรับสมดุลเท่าใดมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย

เอริคยิ้มอย่างขมขื่น และพึมพำขึ้นมาว่า “กราวิโทเนียมยังมีน้อยเกินไป และมันดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรกับสนามแม่เหล็กโดยธรรมชาติ ทำให้ฉันในฐานะเจ้าของก็ทำอะไรไม่ได้มากเช่นกัน”

“แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี!” เอริคยกแขนขึ้นและเริ่มสำรวจความลี้ลับของมันอย่างละเอียด

ตอนนี้บนแขนของเขากำลังมีแสงสีเงินเทาแวบวาบเป็นระยะ ๆ ราวกับหนอนเรืองแสงที่กำลังเลื้อยผ่านผิวหนัง

เมื่อเอริคหลับตา เขาก็รับรู้ถึงสนามแรงโน้มถ่วงรอบตัวได้อย่างชัดเจนมากกว่าที่เคย ถ้าหากก่อนหน้านี้การใช้สนามแม่เหล็กในการตรวจจับแรงโน้มถ่วงนั้นคล้ายกับการพยายามมองแสงสลัว ๆ ในหมอก แต่ตอนนี้แรงโน้มถ่วงกลับเปิดเผยตัวเองอย่างหมดเปลือกต่อหน้าของเขาอย่างชัดเจน

“น่าเสียดายที่กราวิโทเนียมยังมีน้อยเกินไป ถ้าหากฉันมีมากกว่านี้ ฉันอาจสามารถควบคุมมันโดยตรงได้เลย และไม่ต้องมาเสียเวลาเรียนรู้แบบนี้” ดวงตาของเอริคเปล่งประกาย “ถ้าหากเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ฉันก็อาจจะรวมแรงโน้มถ่วงและแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าใจพลังแรงกระทำที่แข็งและอ่อน ทำให้ฉันเข้าใกล้การรวมพลังขั้นสูงสุด และเมื่อถึงตอนนั้น ฉันอาจจะท้าทายธานอสได้โดยไม่ต้องใช้พลังของมณีด้วยซ้ำ!”

หลังจากนั้นเอริคก็เริ่มคิดถึงตำแหน่งที่กราวิโทเนียมยังหลงเหลืออยู่ และพบว่าบริเวณใต้ดินของกรุงวอชิงตันนั้นมีปริมาณมากที่สุด

“บางทีฉันควรขุดที่นั่นก่อน แล้วค่อยไปหาที่อื่นต่อ”

. . .

แสงสีเงินเทาบนแขนของเอริคเริ่มส่องสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ความคิดในหัวของเขาก็เริ่มสับสนและบ้าคลั่ง ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ลอยขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมกับความคิดอันบ้าคลั่งเกี่ยวกับพลังแรงโน้มถ่วงที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

“ไม่! นี่มันไม่ถูกต้อง!” เอริคสะดุ้งตื่น พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นรอบตัวเขา พลังสนามแม่เหล็กถูกปลดปล่อยอย่างรุนแรงเกิดเป็นสายฟ้าสว่างจ้าในอากาศ

สายฟ้าฟาดลงบนหัวของเอริคซ้ำ ๆ แม้ว่ามันจะไม่สร้างความเสียหายใด ๆ แต่กลับช่วยให้จิตใจของเขาแจ่มใสขึ้น

เอริคมองแขนของตัวเองด้วยความหวาดกลัว หรืออาจจะพูดได้ว่า เขากำลังมองกราวิโทเนียมที่อยู่ในแขนของเขา

“สิ่งนี้มันแปลกเกินไป!”

กราวิโทเนียมมันดูเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง และพยายามมีอิทธิพลต่อเจ้าของด้วยการกระตุ้นให้เขาขุดหาแรงโน้มถ่วงที่เหลืออยู่บนโลก ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ กราวิตอน เสียสติในที่สุด และทำให้โลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ

เอริคพยายามเตือนสติตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเขาจะไม่หลอมรวมกราวิโทเนียมอีกต่อไป!

ด้วยการทดลองใช้พลังสั้น ๆ ในครั้งนี้ เอริคสังเกตเห็นว่ากราวิโทเนียมเป็นสสารที่ไม่รู้จักซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานประหลาด มันเป็นพลังงานที่มีอิทธิพลหรือควบคุมแรงโน้มถ่วงในฐานะพลังงานเสริม

“ทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ . . . ราวกับว่าฉันเคยสัมผัสพลังงานแบบนี้มาก่อนเลย?”

ประสบการณ์ที่ผ่านมาเริ่มแวบขึ้นมาในความคิดของเขา และในที่สุดเอริคก็พบคำตอบ ‘เทสเซอร์แร็ค!’ ใช่แล้ว พลังงานแบบนี้ก็อยู่ในเทสเซอร์แร็ค หรืออาจจะต้องเรียกว่าอัญมณีอวกาศ!

“แรงโน้มถ่วง . . . อวกาศ . . . คลื่นแรงโน้มถ่วง!” ดวงตาของเอริคเริ่มฉายแววความตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ “ใช่แล้ว! ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ แรงโน้มถ่วงคือพลังพิเศษที่เกิดจากมวลเมื่อมันส่งผลกระทบต่ออวกาศ ส่วนคลื่นแรงโน้มถ่วงคือระลอกของพลังนี้ที่แผ่กระจายออกไป เช่นเดียวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า!”

“แรงโน้มถ่วงคือพลังงานของอวกาศอย่างแท้จริง โดยมีมิติเป็นตัวจำกัดมุมมองของเรา ถ้ามองจากมิติที่สี่ อวกาศก็เหมือนแผ่นกระดาษแบน ๆ และถ้าหากวางลูกบอลเล็ก ๆ ไว้บนกระดาษนั้น กระดาษจะยุบลงไปตามน้ำหนักของลูกบอล และถ้าวางลูกบอลอีกลูกไว้ใกล้ ๆ มันก็จะกลิ้งลงไปในร่องที่ยุบ นี่แหละคือแรงโน้มถ่วง!”

ถึงแม้เสียงฟ้าผ่าจะดังสะท้อนอยู่ในหัว แต่มันกลับทำให้ความคิดของเอริคแจ่มชัดยิ่งขึ้นกว่าเดิม แรงโน้มถ่วงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ทว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะด้วยความรู้เกี่ยวกับพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่สั่งสมมาหลายปี เอริคสามารถเริ่มแก้ไขปริศนาของแรงโน้มถ่วงได้ทีละชั้นเหมือนการปอกหัวหอม

“ไม่ได้การ! พื้นฐานของฉันยังอ่อนเกินไป ฉันต้องการแรงกระตุ้นจากภายนอกเข้าช่วย!” เอริคสะบัดมือ พร้อมกับพื้นเหล็กของห้องใต้ดินที่บิดเบี้ยวกลายเป็นเกลี้ยว ก่อนที่เทสเซอร์แร็คที่เรืองแสงสีฟ้าจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นดิน

เทสเซอร์แร็ค ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้พื้นโลหะหนาหลายเมตรนับตั้งแต่ที่เอริคได้ครอบครองมัน บัดนี้ได้ปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้งแล้ว

“ลูกบาศก์นี้เป็นเหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มอัญมณีอวกาศเอาไว้ แล้วทำไมมันถึงมีพลังงานสองชนิดที่แตกต่างกัน?” เมื่อไขความลับบางส่วนของแรงโน้มถ่วงได้ การมองเทสเซอร์แร็คอีกครั้งก็ทำให้เอริคเริ่มเข้าใจความลับของมันได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“บางที เปลือกนี้อาจทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์แปลงพลังงาน หรือเป็นตัวกรองที่แปลงพลังงานมิติบริสุทธิ์ให้เป็นพลังงานระดับต่ำกว่า นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์อย่างดร.โซลา ฮาเวิร์ด สตาร์ค, และแอนตัน แวนโก สามารถศึกษามันได้!”

“แต่ฉันไม่ต้องการพลังงานที่ถูกลดระดับนี้ ฉันต้องการพลังงานมิติบริสุทธิ์ที่สุด งั้นฉันจะบดขยี้มันเลยดีไหมนะ?”

หลังจากลังเลชั่วครู่ เอริคก็ล้มเลิกความคิดนี้ แม้ว่าการทำลายลูกบาศก์จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาในตอนนี้ เพียงแค่ใช้ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าก็สามารถทำลายมันได้ แต่เขารู้ดีว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์

พลังงานมิติที่ถูกลดระดับของลูกบาศก์ยังคงมีประโยชน์อย่างมากต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เช่น อาวุธพลังงานของไฮดรา เครื่องปฏิกรณ์อาร์ค และธาตุใหม่ที่ฮาเวิร์ดคิดค้น ล้วนมาจากพลังงานมิติที่ถูกลดระดับลง ดังนั้นถ้าหากต้องศึกษาพลังงานมิติบริสุทธิ์โดยตรง ความสำเร็จเหล่านี้ก็อาจไม่มีทางเกิดขึ้น

ในเมื่อยังไม่สามารถทำลายมันได้ เอริคจึงเริ่มมองหาวิธีอื่น . . .

ถึงแม้ว่าอัญมณีอวกาศจะถูกห่อหุ้มด้วยเปลือก แต่เปลือกนี้ไม่ได้ป้องกันพลังงานมิติทั้งหมดจากการแผ่กระจาย ซึ่งหมายความว่า พลังงานบางส่วนยังสามารถเล็ดลอดออกมาได้!

เอริคเปิดใช้งานลูกบาศก์อีกครั้งอย่างระมัดระวังเพื่อสัมผัสถึงความแตกต่าง และทดลองซ้ำหลายครั้ง จนในที่สุดเขาก็พบวิธีที่เหมาะสม

ด้วยการซ้อนทับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแรงโน้มถ่วง เขาก็สามารถสร้างสนามพลังแบบหมุนวนที่สามารถทะลุผ่านลูกบาศก์ และดูดซับพลังงานมิติบริสุทธิ์จากอัญมณีอวกาศได้โดยตรง

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 86 ความลับของแรงโน้มถ่วง และเทสเซอร์แร็ค!

คัดลอกลิงก์แล้ว