เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 85 ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!

ตอนที่ 85 ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!

ตอนที่ 85 ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!


ตอนที่ 85 ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!

การได้ กราวิโทเนียม นั้นง่ายกว่าการเอาโอเบลิสก์เสียอีก เพราะสิ่งนี้ในตอนนี้ไม่มีเจ้าของ และส่วนใหญ่ก็ถูกทิ้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ถ้าหากรู้ตำแหน่งที่แน่นอนแล้ว สิ่งที่เหลือก็แค่การขุดขึ้นมา และเมื่อพูดถึงการขุด มีใครบนโลกที่จะเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากกว่าเขาอีกเหรอ?

ทันใดนั้นสนามแม่เหล็กก็กระจายตัวออกอย่างรวดเร็วครอบคลุมพื้นที่หลายไมล์ ก่อนที่แสงจะเริ่มบิดเบี้ยว และร่างของเอริคก็หายไปในทันที

บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยผู้มีพลังพิเสษและเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย ดังนั้นมันจึงอาจมีบางสิ่งที่เขาไม่สามารถตรวจจับได้กำลังเฝ้าดูเขาอยู่ ซึ่งการขุดสิ่งสำคัญขนาดนี้เขาจึงจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

เศษไวเบรเนียมขนาดเท่าลูกฟุตบอลค่อย ๆ บินออกมาจากกระเป๋าของเอริค ทันใดนั้นก็เอริคแตะมันเบา ๆ พร้อมกับไวเบรเนียมที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นและบางลง ก่อนที่ในพริบตามันจะกลายเป็นแผ่นบางยาวนับสิบเมตร จากนั้นมันก็หมุนตัวในอากาศกลายเป็นกระบอกบาง ๆ คล้ายปล่องไฟ

เอริคชี้นิ้วลงพื้นควบคุมให้ไวเบรเนียมปล่องไฟตกลงสู่พื้นและเริ่มหมุนด้วยความเร็วสูงขุดหลุมเป็นวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายเมตรบนพื้น

หลังจากนั้นเอริคก็แบมือออกและกระแทกลงไปที่พื้นอย่างแรง ทำให้ปล่องไวเบรเนียมที่กำลังเจาะลึกลงไปกลายเป็นสว่านกลวงทันที

ครืน ครืน . . .

ผืนดินเริ่มสั่นสะเทือนราวกับกำลังส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด แต่ใบหน้าของเอริคกับเคร่งขรึมไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านใด ๆ เขาใช้พลังวิเศษของตัวเองอย่างเต็มที่ ขณะที่จับจังหวะการเจาะได้อย่างแม่นยำ

ที่นี่เป็นเหมืองร้างในแอฟริกา ไม่มีผู้คนอยู่บริเวณนี้เลย แม้แต่สัตว์ก็ยังหาได้ยาก ประกอบกับสนามแม่เหล็กที่หักเหแสง เอริคมั่นใจว่าถึงจะเกิดปรากฏการณ์ใหญ่แค่ไหนก็จะไม่มีใครพบเห็นอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นไม่นานการสั่นสะเทือนก็ค่อย ๆ หยุดลง เสียงรบกวนก็เบาลงเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะปล่องไวเบรเนียมหยุดทำงาน แต่เพราะมันเจาะลึกลงไปในพื้นดินเรื่อย ๆ ทำให้เสียงและแรงสั่นสะเทือนถูกชั้นดินหนาทึบปกปิดเอาไว้

ผ่านไปประมาณสิบห้านาที ใบหน้าเอริคก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้ปล่องไวเบรเนียมได้ถึงความลึกที่กำหนดเอาไว้แล้ว

“สูดด . . .” เอริคสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ  และยกมือขึ้นราวกับกำลังยกของหนักบางอย่าง

“ขึ้นมา!” เอริคตะโกนเสียงดัง มือทั้งสองข้างที่ดูเหมือนแบกรับน้ำหนักอันมหาศาลเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย

ตูม!!

เสาหินขนาดใหญ่ผุดขึ้นจากจุดที่ปล่องไวเบรเนียมขุดไว้ มันพุ่งสูงขึ้นรวดเร็วราวกับกระบองทองของหงอคงที่ยืดออก

ชั้นบนสุดเป็นดินบาง ๆ ส่วนล่างเป็นแร่หินหนาแน่นที่มีหินโปร่งแสงจุดประกายระยิบระยับอยู่ในนั้นภายใต้แสงอาทิตย์

นี่คือเพชร หนึ่งในสมบัติจากธรรมชาติ และเป็นหนึ่งในกลลวงทางการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ แม้จะมีค่ามาก แต่เอริคไม่ได้สนใจมันเลย

ด้านล่างลงไปเป็นชั้นหินหนาแน่นยิ่งขึ้น ประกอบด้วยหินทราย หินดินดาน และหินปูน . . .

หินหลากชนิดถูกตัดอย่างเป็นระเบียบเป็นทรงกระบอก ตั้งตรงสูงทะลุฟ้า พร้อมกับเสียงดังรัวไม่ขาดสายต่อเนื่องนานหลายนาที

ในที่สุดปล่องไวเบรเนียมก็ปรากฏอีกครั้ง มันเหมือนยักษ์ที่ทรงพลัง แบกเสาหินสูงเสียดฟ้าขึ้นมาอย่างมั่นคง

ทันใดนั้นสายตาเอริคก็ถูกดึงดูดด้วยสารลึกลับสีดำที่ไหลเวียนอยู่บนเสาหินนั้นทันที

มันเหมือนน้ำแต่ไม่ใช่น้ำ เหมือนทองแต่ไม่ใช่ทอง สารพิเศษคล้ายปรอทกลุ่มหนึ่งไหลเวียนไปมาระหว่างเสาหินราวกับมีชีวิต ดูแปลกประหลาดอย่างมาก

จนกระทั่งเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ เอริคจึงสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาของสนามแม่เหล็กที่อ่อนแอมาก

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่สนามแม่เหล็กโลกไม่สามารถตรวจจับมันได้ สนามแม่เหล็กของสิ่งนี้อ่อนกว่ากิ่งไม้ผุ ๆ เสียอีก!”

เอริครู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะโบกมือเบา ๆ ควบคุมให้ปล่องไวเบรเนียมห่อหุ้มเสาหินเอาไว้และควบคุมให้มันบินไปอยู่ด้านหลัง

ตูม!!

หลังจากนั้นเอริคก็ทำการปิดหลุมที่เขาขุดเอาไว้ โดยเหลือไว้เพียงรอยวงตื้น ๆ บนพื้นดินเท่านั้น

หลังจากจัดการหลุมเรียบร้อยเอริคก็มองไปรอบ ๆ และใช้พลังตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ ก่อนจะพา ‘ของรางวัล’ ของเขาจากไป

กราวิโทเนียม มีความสัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงของโลก และการนำมันออกมามากเกินไปอาจจะส่งผลเสีย เอริคนึกถึงจักรวาลคู่ขนานที่ กราวิตอน เคยดูดซับกราวิโทเนียมโดยไม่สนผลลัพธ์ จนกระทั่งโลกแตกเป็นเสี่ยง ๆ และลูกสาวบุญธรรมของเขา สกาย กลายเป็นแพะรับบาป และถูกขนานนามว่า ‘ผู้ทำลายโลก’

ด้วยเหตุนี้เอริคจึงเลือกขุดกราวิโทเนียมมาเพียงเพื่อควบคุมแรงโน้มถ่วงเท่านั้น เพราะมันเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่ช่วยให้เขาเข้าใจแรงโน้มถ่วงในขั้นเริ่มต้น และไม่มีความจำเป็นต้องขุดมันมากเกินไป

เพราะถ้าหากเขาดูดซับพลังของ กราวิโทเนียม โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์เหมือนที่ กราวิตอน เคยทำ เขาอาจจะกลายเป็นเพียงทาสของมัน และสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล

ดังที่เอริคเคยเตือนฟิวรี่เอาไว้ว่า การใช้พลังอันยิ่งใหญ่มันย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย . . .

. . .

เอริคใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือนเต็มกว่าจะเดินทางกลับมาถึงนิวยอร์ก เหตุผลหลักคือหินที่ขนกลับมามีขนาดใหญ่มาก มันมีความสูงถึง 20 เมตร ดังนั้นไม่เพียงแค่สร้างความยุ่งยากในการขนส่งเท่านั้น แต่ยังทำให้เขาดูน่าสงสัยอย่างยิ่ง

ลองคิดดูสิ ใครกันที่จะเดินทางไกลจากแอฟริกามาเพื่อเล่นกับเสาหินยักษ์แบบนี้ หากไม่มีอะไรทำหลังมื้ออาหาร . . .

หลังจากฝ่าความยุ่งยากจนมาถึงนิวยอร์กได้ เอริคก็นำเสาหินนั้นตรงไปยังห้องทดลองใต้ดินทันที โดยที่นี่นั้นมีทั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์และเตาปฏิกรณ์อาร์กขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ว่างเหลือไม่ถึง 100 ตารางเมตร และเมื่อยัดเสาหินขนาดมหึมาเข้าไป พื้นที่ก็ถูกบีบอัดจนแทบไม่มีที่เหลือให้เขาเดินอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม เอริคไม่ได้สนใจเรื่องพื้นที่ว่างที่มีอยู่อย่างน้อยนิด ก่อนที่เขาจะรีบนำเตียงฟื้นฟูออกมาด้วยความตื่นเต้น และวางแผนจะฉีดกราวิโทเนียมเข้าไปในเตียงฟื้นฟูเพื่อทำให้มันรวมเป็นหนึ่งกับเขา

“อืม . . . แล้วฉันจะเอาสิ่งนี้ลงไปในเตียงฟื้นฟูได้ยังไง?” เอริคพบปัญหาทันทีเมื่อมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เพราะกราวิโทเนียมดูเหมือนสิ่งมีชีวิต และมันก็ไม่ตอบสนองกับการควบคุมสนามแม่เหล็กของเขาเลย

จะใช้ช้อนตัก? ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนของเหลว แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ มันเป็นสสารที่อยู่ในสถานะพิเศษระหว่างของแข็งและของเหลว อีกทั้งกราวิโทเนียมรอบตัวมันยังทำตัวเหมือนเด็กซุกซน

ถ้าวางชามไว้ข้างบน กราวิโทเนียมก็จะลอยอยู่แค่ปากชามโดยไม่ตกลงมา แต่ถ้ายกชามออก มันจะว่ายหนีไปมาเหมือนปลาทอง

เอริคขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะสร้างลูกบอลกลวงเล็ก ๆ ด้วยไวเบรเนียมเพื่อพยายามห่อหุ้มกราวิโทเนียมเอาไว้ข้างใน แต่ทันทีที่ลูกบอลเริ่มเคลื่อนตัว เอริคก็ตกใจที่พบว่ากราวิโทเนียมสามารถไหลผ่านช่องว่างระหว่างโมเลกุลของไวเบรเนียมได้ราวกับมันอยู่ในมิติที่ต่างกัน! ทำให้ลูกบอลไวเบรเนียมไม่สามารถกักเก็บกราวิโทเนียมไว้ได้เลย

“ทำยังไงดี? คงไม่ต้องหลอมรวมเสาหินทั้งต้นหรอกใช่ไหม?” เอริคเอามือไขว้หลังเดินวนรอบเสาหินอย่างครุ่นคิด จนรองเท้าแทบจะสึกโดยไม่มีไอเดียอะไรใหม่ ๆ อะไรในหัว

“กราวิตอนทำยังไงกันนะ? ต้องสร้างตัวควบคุมกราวิโทเนียมด้วยไหม? แล้วจะสร้างยังไง? อะไรเนี่ย! ชิบหายแล้ว!”

ในขณะที่เอริคกำลังคิดอย่างสับสน เขาก็เผลอเดินเข้าไปใกล้เสาหินโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเมื่อเขารู้สึกตัวเขาก็อยู่ห่างจากเสาหินเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

และด้วยความผิดพลาดบางอย่าง เอริคจึงยื่นมือออกไปและแตะเบา ๆ ที่พื้นผิวกราวิโทเนียมโดยไม่ทันระวัง

ทันใดนั้น กราวิโทเนียมรอบตัวก็ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาทันที มันไหลทะลักเข้ามาที่ปลายนิ้วของเอริคอย่างรวดเร็ว และไม่กี่อึดใจต่อมา กราวิโทเนียมทั้งหมดก็หายไปจากเสาหิน เหลือเพียงก้อนกรวดร่วงหล่นลงมาที่พื้น

“อะไรกัน . . . ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ? แล้วฉันขนเสาหินกลับมาทำไม?” เอริคอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 85 ง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว