- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 84 โอเบลิสก์!
ตอนที่ 84 โอเบลิสก์!
ตอนที่ 84 โอเบลิสก์!
ตอนที่ 84 โอเบลิสก์!
เขาพบอะไร? แน่นอนว่ามันต้องเป็นกราวิโทเนียม!
ด้วยการใช้ทรัพยากรดาวเทียมทั้งหมดของชีลด์ พลังประมวลผลซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของปัญญาประดิษฐ์ฟิวเจอร์ และแรงสั่นสะเทือนที่เอริคสร้างขึ้นเองการค้นหา กราวิโทเนียม จึงเป็นเรื่องง่ายดายทันที!
แต่ของล้ำค่าขนาดนี้ถ้าถามว่าเขาจะบอกคนที่ขี้เหนียวอย่างฟิวรี่หรือไม่นั้น? แน่นอนว่าไม่มีทาง!
เอริคกดแป้นพิมพ์สองสามครั้งเปิดภาพถ่ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้า และยิ้มเล็กน้อย “ฟิวรี่ ฉันพบตำนานแห่งอเมริกาแล้ว!”
เมื่อฟิวรี่เห็นภาพเครื่องบินแปลกประหลาดที่ถูกแช่แข็ง เขาก็เบิกตากว้างทันที “เครื่องบินของเรดสกัลล์ กัปตันอเมริกา!?”
“ใช่แล้ว และฉันบอกได้อย่างมั่นใจเลยว่าเขายังมีชีวิตอยู่!”
“เป็นไปไม่ได้! เขาถูกแช่แข็งมานานกว่า 60 ปีแล้ว!” ฟิวรี่ตะโกนด้วยความไม่อยากเชื่อ
“แต่เขาได้รับการฉีดยาเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์! มันทำให้ร่างกายของเขาเหนือมนุษย์!”
ฟิวรี่สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ “นี่เรื่องจริงเหรอ?”
“จริงสิ นายควรไปบอกโคลสันนะ ไอดอลของเขาถูกเจอตัวแล้ว เขาคงดีใจมากแน่ ๆ” ทุกคนในชีลด์รู้ดีว่าโคลสันสะสมการ์ดกัปตันอเมริกา และแน่นอนว่าเอริคก็รู้ด้วยเช่นกัน
“ฉันคิดว่าเรายังไม่ควรบอกเขา” ฟิวรี่หรี่ตาเล็กน้อยแล้วพูดเสียงต่ำ
เอริคชะงัก ก่อนส่ายหัวอย่างหมดหวัง “นายมันเก็บความลับเก่งจริง ๆ แม้แต่ลูกน้องที่ไว้ใจก็ยังต้องระวัง”
“เอริค นายพาตำนานของเรากลับมาได้ไหม?”
“นายพูดว่าอะไรนะ? ฟิวรี่! นายสับสนหรือไง?” เอริคหัวเราะ “ฉันเป็นยิว! ฉันสัญชาติโปแลนด์! นั่นคือตำนานของพวกนาย ไม่ใช่ของฉัน!”
ใบหน้าของฟิวรี่ซีดลงทันที . . .
เดี๋ยวนะ? ทำไมมันถึงดูซีดได้? เอริคโน้มตัวเข้าไปดูใบหน้าของฟิวรี่ใกล้ ๆ อ้อ!! จริง ๆ แล้วมันดำจนสะท้อนแสงต่างหาก
“นายจะไม่ช่วยจริง ๆ เหรอ? ถ้าใช้ เทสเซอร์แร็ค แค่นายดีดนิ้วก็เสร็จแล้ว”
“ฟิวรี่ การใช้พลังใด ๆ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย โดยแต่ละครั้งนั้นมันมีราคาที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งก็ราคาสูง บางครั้งก็ราคาต่ำ และบางครั้งราคามันก็จับต้องไม่ได้” เอริคส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าเขาทำอะไรไม่ได้
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ฟิวรี่ก็ถามด้วยความสงสัยว่า “ถ้านายไม่คิดจะช่วยแล้วนายตามหาเขาทำไม?”
“สกายจะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์กัปตันอเมริกาสุดสัปดาห์หน้า แต่ฉันคิดว่าดูคนจริง ๆ มันน่าสนใจกว่าดูหุ่นขี้ผึ้งเยอะ”
“ดังนั้นนายก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อขอใช้ดาวเทียมของชีลด์ และระดมดาวเทียมไปทั่วโลก เพียงเพราะอยากให้ลูกสาวมีความสุข?”
“นายคิดว่าชีลด์เป็นอะไร? ห้างสรรพสินค้าหรือไง?”
“นายคิดว่าฉัน นิค ฟิวรี่ เป็นใคร? พนักงานขาย?”
“เชื่อไหมว่าฉันสามารถพลิกโต๊ะได้เดี๋ยวนี้เลย (╯‵□′)╯︵┻━┻”
“พลิกโต๊ะ? เอาสิ ฉันอยากเห็น!” เอริคเคาะโต๊ะทดลองเบา ๆ “โต๊ะนี่ทำมาจากโลหะผสม หนักอย่างน้อยสองตัน เร็วเข้า! ช่วยโชว์ให้ฉันดูหน่อย!”
“ก็ได้ ฉันจะส่งคนไปจัดการเอง ส่วนนายก็ช่วยออกแบบตัวสะท้อนแสงให้เสร็จเร็ว ๆ ก็พอ”
. . .
เมื่อมองฟิวรี่ที่เดินจากไป เอริคก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลชีลด์อีกครั้ง คราวนี้เขาค้นหาคำว่า โอเบลิสก์
ทันใดนั้นผลลัพธ์ก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว และสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลระดับ 6 ก็มากพอที่จะให้เขาเข้าถึงได้
โอเบลิสก์ อันที่จริงแล้วไม่ได้เป็นของชีลด์ หรือแม้แต่ไฮดราสาขาของอเล็กซานเดอร์ แต่มันเคยเป็นของไวท์ฮอลล์ หนึ่งในสมาชิกไฮดราสาขาอื่น
และย้อนเวลากลับไปอีก โอเบลิสก์อันนี้ก็ไม่ใช่ของไวท์ฮอลล์ แต่เป็นของ เจียหยิง แม่แท้ ๆ ของสกาย ซึ่งเป็นอินฮิวแมน ผู้ที่สามารถทำให้ตัวเองเป็นอมตะได้โดยการดูดซับพลังชีวิตของผู้อื่น
ในปี 1945 ไวท์ฮอลล์ถูกจับกุมในออสเตรีย และโอเบลิสก์ที่เขาขโมยมาจากเจียหยิงก็ตกอยู่ในมือของชีลด์
ซึ่งเจ้าสิ่งนี้มันแปลกประหลาดมาก ถ้าหากผู้ที่สัมผัสมันมีสายเลือด อินฮิวแมน มันจะไม่มีปัญหาใด ๆ แต่ถ้าผู้ที่สัมผัสมันไม่มีสายเลือดอินฮิวแมน ร่างกายของพวกเขาจะกลายเป็นเศษหินในทันที
หลังจากที่ชีลด์ได้โอเบลิสก์มาพวกเขาก็เริ่มทำการทดลองและศึกษามันอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่คุ้มค่าเลย นอกจากเพิ่มจำนวนนักวิจัยที่กลายเป็นหินไปอีกสองสามคน ในที่สุดพวกเขาก็ต้องยอมเก็บมันไว้ในคลังอย่างไร้ความสนใจ
ซึ่งนี่ถือว่าเป็นโชคดีของเอริคมาก เพราะเขารู้ดีว่าอะไรซ่อนอยู่ในโอเบลิสก์ . . .
หมอกเทริเจนท์!
สิ่งที่จะปลุกสายเลือดของสกายให้ตื่นขึ้นมา! ไม่ว่าจะเพื่อสกายหรือเพื่อตัวเขาเอง เอริคต้องหาวิธีนำมันมาให้ได้
“S.S.R-084? เฮอะ คนตั้งชื่อนี่ขี้เกียจจริง ๆ!” เอริคบ่นเบา ๆ ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วหันไปปรับปรุงอุปกรณ์ป้องกันรังสียูวี
อุปกรณ์ตัวนี้ถูกออกแบบโดยเขาเอง และไม่มีใครรู้โครงสร้างภายในดีกว่าเขา เพราะเพียงแค่เขาดึงชิปออกมาใส่ในเครื่องอ่าน-เขียนพิเศษ ปรับโปรแกรมเล็กน้อย เติมชิ้นส่วนอีกหนึ่งหรือสองชิ้น อุปกรณ์พรางตัวที่ทำงานบนหลักการหักเหแสงก็จะถือกำเนิดขึ้น
ซึ่งทั้งกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ!
. . .
เช้าวันรุ่งขึ้นเอริคก็บอกลาฟิวรี่ เพราะจุดประสงค์หลักของเขาในการมาที่ชีลด์ได้บรรลุผลแล้ว แถมทั้งสองสิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็เริ่มมีเบาะแส ดังนั้นการอยู่ต่อจึงไม่มีความหมายอะไร
“เอริค นายแน่ใจนะว่าไอ้นี่ใช้ได้จริง?” ฟิวรี่ถามอย่างสงสัย พลางถืออุปกรณ์ขนาดเท่าที่จุดไฟ
“แน่นอน ฉันอธิบายไว้ชัดเจนแล้ว แค่เชื่อมมันไว้ใต้เรือของนาย แต่ละอุปกรณ์สามารถครอบคลุมพื้นที่ 10 ตารางเมตรได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นติดเพิ่มอีกสักสองสามตัวก็เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนั้น ‘ของเล่นชิ้นใหญ่’ ของนายก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย”
ภารกิจที่ชีลด์มอบหมายให้เขาเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนเรื่องปืนแม่เหล็กไฟฟ้า? ไปซื้อจากสกาย อินดัสตรีส์เอาเองเถอะ! จะมาขอฟรี? ไม่มีทาง!
ฟิวรี่ถึงกับกัดฟันแน่น และรู้สึกเหมือนจะน้ำตาซึม แต่เอริคก็ยังคงยืนกรานไม่ลดละ แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ของคนตระหนี่ในระดับตำนาน จนฟิวรี่โกรธแทบอกระเบิด
การติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งลำบนเรือบรรทุกเครื่องบินไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ฟิวรี่ทำได้แค่กอดกระเป๋าสตางค์ไว้แน่นแล้วร้องไห้เงียบ ๆ
“ฉันเคยเป็นฝ่ายที่ขโมยเงินคนอื่นมาโดยตลอด แต่วันนี้ . . . ฉันกับโดนบ้างแล้วงั้นเหรอ . . .”
ก่อนจากไปเอริคก็ได้เจอโคลสันอีกครั้ง ซึ่งโคลสันในตอนนี้ดูตื่นเต้นมากพิเศษ เพราะเขากำลังจะขึ้นเครื่องบินไปยังขั้วโลกเหนือเพื่อทำภารกิจอันทรงเกียรติในการค้นหา กัปตันอเมริกา ไอดอลของเขา!!
“ฟิวรี่ ไม่ค่อยมีคนชอบเขาเท่าไหร่ก็เลยมีเจ้าหน้าที่เก่ง ๆ อยู่เพียงไม่กี่คนเอง” เอริคหัวเราะเบา ๆ “แต่ก็คงโทษเขาไม่ได้ เพราะที่เหลือดูเหมือนจะเป็นพวกไฮดรา . . . ฮ่า ๆ!”
หลังจากออกจากชีลด์ เอริคก็รีบตรงไปยังโกดังลับของชีลด์ ที่นั่นเขาพบกล่องโลหะที่มีข้อความเขียนว่า ‘S.S.R-084’ วางเอาไว้อยู่
เอริคโบกมือเบา ๆ พร้อมกับฝากล่องที่เปิดออกเผยให้เห็นคริสตัลสีน้ำเงินที่ตกลงบนพื้น
เอริคชี้นิ้วไปที่คริสตัล และควบคุมมันให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
หมอกเทริเจนท์ เป็นผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีของพวกครี ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่รู้จักและไม่รู้จักจำนวนมาก รวมถึงองค์ประกอบโลหะหลากหลายชนิด
หลังจากห่อมันด้วยกล่องโลหะอีกครั้งเอริคก็เก็บโอเบลิสก์ไว้ในอกเสื้อ
“เป้าหมายต่อไปคือกราวิโทเนียม!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …