- หน้าแรก
- ฉันก็แค่แม็กนีโตที่อยากเป็นคนดี
- ตอนที่ 83 นายเจออะไร?!
ตอนที่ 83 นายเจออะไร?!
ตอนที่ 83 นายเจออะไร?!
ตอนที่ 83 นายเจออะไร?!
ทันใดนั้นเอกสารที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ โดยเอกสารชิ้นแรกสุดคือบทความวิชาการที่มีสมมติฐานเกี่ยวกับการค้นพบกราวิโทเนียม
บทความดังกล่าวได้อธิบายไว้ว่าบนโลกอาจมีธาตุหายากที่มีเลขอะตอมสูงมาก ซึ่งสามารถทำให้มนุษย์ควบคุมแรงโน้มถ่วงได้ ทว่าสิ่งที่บทความนำเสนอเป็นเพียงสมมติฐานและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบว่า กราวิโทเนียม มีอยู่จริงหรือไม่ หรืออยู่ที่ไหน
โดยบทความนี้ได้ลงชื่อโดยแฟรงคลิน ฮอลล์ และเอียน ควินน์ สองนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
เอริคเคยอ่านบทความนี้หลายครั้งแล้ว รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลในบทความอย่างละเอียดจนรู้แน่ว่า กราวิโทเนียม มีอยู่จริง เพราะในจักรวาล จักรพรรดิธานอส แฟรงคลิน ฮอลล์ เคยรวมตัวกับ กราวิโทเนียม และกลายเป็นราชาแห่งพลังทั้งหมดที่ควบคุมแรงโน้มถ่วงได้
ดังนั้น กราวิโทเนียม จึงเป็นหนทางที่ตรงที่สุดสำหรับเอริคในการควบคุมแรงโน้มถ่วง
แต่กราวิโทเนียมอยู่ที่ไหน? ไม่มีใครรู้ และต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 15-16 ปีกว่าที่จะมีการค้นพบครั้งแรก
“ฟิวเจอร์ หน่วยชีลด์มีข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของกราวิโทเนียมบ้างไหม?” ถึงแม้จะรู้ว่าความหวังน้อยนิด แต่เอริคก็ยังถามขึ้นมา เพราะเนื้อหาของเอกสารยาวเหยียดใต้หัวข้อบทความนั้นดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก
แถบไฟส่องสว่างปรากฏบนหน้าจอ พร้อมกับรายชื่อเอกสารที่ถูกเลื่อนลงไปทีละไฟล์ และเมื่อเลื่อนไฟล์ผ่านไป ชื่อไฟล์จะเปลี่ยนเป็นสีเทา
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เอกสารทั้งหมดก็กลายเป็นสีเทา “เสียใจค่ะนายท่าน ไม่มีข้อมูลตำแหน่งของกราวิโทเนียมในไฟล์ของชีลด์ สิ่งที่พบทั้งหมดเป็นเพียงการอภิปรายและการวิจัยเกี่ยวกับบทความที่หน่วยชีลด์เก็บรวบรวมเอาไว้ค่ะ”
“คิดเอาไว้แล้วเชียว!” เอริคเบ้ปาก “ฟิวเจอร์ จัดการรดาวเทียมตรวจจับทั้งหมด ระวังอย่าให้หน่วยชีลด์สงสัยล่ะ”
“รับทราบค่ะท่าน ต้องใช้เวลาสามนาทียี่สิบเอ็ดวินาทีในการจัดดาวเทียมให้อยู่ในตำแหน่ง”
เอริคมองตัวนับเวลาบนหน้าจอและสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อสงบความตื่นเต้น
แรงโน้มถ่วงและแรงแม่เหล็กไฟฟ้าคือสองในสี่แรงพื้นฐานของจักรวาล ซึ่งเป็นแรงที่รู้จักกันดีในหมู่มนุษย์
การควบคุมแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นความถนัดของเขา แต่สำหรับอีกสามแรงพื้นฐาน เอริคยอมรับว่ายังเข้าใจไม่มากพอ แม้เขาจะมีไอคิวสูง แต่เขาก็ยังขาดความรู้ในด้านนี้
“ในเมื่อเข้าใจเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก ไม่มีอะไรน่าอาย! และ อนุภาคแรงโน้มถ่วง คือผู้ช่วยที่ดีที่สุด”
. . .
“นายท่าน ดาวเทียมเข้าตำแหน่งที่กำหนดแล้วค่ะ สามารถเริ่มได้ตลอดเวลาค่ะ”
“เรียกใช้อัลกอริทึมที่เราเขียนไว้ ใช้พลังการคำนวณทั้งหมด จับตาดูการเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วงทั่วโลกอย่างใกล้ชิด” ดวงตาของเอริคเปล่งประกายด้วยมุ่งมั่น ก่อนจะนั่งสมาธิลงกับพื้น
“รับทราบค่ะ นายท่าน”
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเอริคก็วางมือลงบนพื้น ที่นี่คือฐานลับใต้ดินของชีลด์ ดังนั้นการเชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กโลกในใต้ดินจึงง่ายกว่าบนพื้นดินมาก
สนามแม่เหล็กเริ่มแผ่ขยายลงไปและเชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กโลกที่หนาแน่น ทันใดนั้นเสียงชีพจรของโลกก็ดังก้องในจิตของเอริค เหมือนเสียงเต้นของหัวใจ . . . หัวใจของโลก!
เอริคสัมผัสสนามแม่เหล็กโลกอย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกันจังหวะชีพจรของโลกก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบลงในไม่นาน
ในขณะเดียวกันที่ศูนย์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวแห่งหนึ่งในยุโรป จู่ ๆ ข้อมูลกราฟบนหน้าจอก็พุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เจ้าหน้าที่รีบเรียกข้อมูลขึ้นมาตรวจสอบทันที “เกิดแผ่นดินไหวในเมืองเล็ก ๆ ที่โฟเลแกนดรอส ประเทศกรีซ ความลึก 10 กิโลเมตร ขนาด 3.5 ริกเตอร์ . . .”
“ฟิวเจอร์ เป็นยังไงบ้าง?”
“ยังไม่พบความผิดปกติค่ะ การรวบรวมข้อมูลสำเร็จไปแล้ว 0.14%”
“งั้นทำต่อไป!”
ที่สำนักงานแผ่นดินไหวแห่งหนึ่งในเอเชีย “เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.6 ในกรุงจาการ์ตา ความลึกจุดโฟกัส . . .”
สำนักงานสำรวจแผ่นดินไหวในสหรัฐฯ “เกิดแผ่นดินไหวในนิวยอร์ก . . .”
. . .
“นายท่าน พบพื้นที่ผิดปกติค่ะ มีพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่ และดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้น”
“อย่าไปสนใจ พวกมันก็แค่พวกมนุษย์ใต้ดิน พวกกลุ่มทหารไร้ค่า ไม่ต้องสนใจ จัดการต่อได้เลย” เอริคเหลือบมองหน้าจอด้วยสีหน้าดูแคลนก่อนส่ายหัว
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนเกี่ยวกับแผ่นดินไหวก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง . . .
ในขณะเดียวกันข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวก็แพร่กระจายไปทั่วโลก ตอนแรกคนทั่วไปคิดว่ามันเป็นเพียงการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกตามปกติและไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ทำให้สื่อมวลชนเพียงรายงานข่าวเล็ก ๆ ในมุมหนึ่งของหน้าจอ
เพราะแผ่นดินไหวขนาดเล็กเช่นนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวัน เพียงแต่บางครั้งถูกตรวจพบ และบางครั้งไม่พบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยและแทบไม่มีผลกระทบต่อสังคมมนุษย์
แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากข่าวออกอากาศ ข้อมูลแผ่นดินไหวจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม และครอบครองหน้าจอของสื่อหลักทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มขึ้นหลายสิบชิ้นต่อวินาทีจนหน้าจอเลื่อนเร็วเกินไป ทำให้คอมพิวเตอร์ของสื่อต่าง ๆ ค้างไปตาม ๆ กัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“วันสิ้นโลกมาถึงแล้วเหรอ?”
“นี่คือแผนการสมคบคิดของรัฐบาลอเมริกา!”
“เอเลี่ยนกำลังมา! พวกมันกำลังจะบุกโลก!”
“ไม่ใช่เอเลี่ยนหรอก แต่เป็นก็อดซิลล่าที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน . . .”
“นี่คือการลงโทษจากพระเจ้า! อัลเลาะห์กำลังลงโทษเรา . . .”
“นะโมตัสสะ . . .”
. . .
ข่าวลือและความเชื่อผิด ๆ กระจายไปในสังคมมนุษย์อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีเอเลี่ยน ทฤษฎีสัตว์ประหลาดใต้โลก ทฤษฎีวันสิ้นโลก หรือทฤษฎีสมคบคิด
แต่ละคนต่างมีความคิดเห็นของตัวเอง เสมือนเหล่าปีศาจที่กำลังลอยฟ้ากระจายไปทั่วโลก
รัฐบาลและองค์กรพิเศษต่าง ๆ เริ่มการสืบสวนอย่างลับ ๆ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด พวกเขาก็ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้
ทางด้านของชีลด์เองก็ราวกับมดที่โดนไฟลน พวกเขาอ้างว่าเป็นโล่ปกป้องมนุษยชาติ แต่ตอนนี้พวกเขากลับมืดแปดด้านในช่วงเวลาสำคัญ
“โคลสัน! ดาวเทียมของเราหายไปไหน ทำไมฉันถึงไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย!” ฟิวรี่โกรธจนทุบคีย์บอร์ดไปหลายอัน
“ผู้อำนวยการ ด้วยเหตุผลบางประการ ดาวเทียมของเราถูกย้ายไปยังขั้วโลกเหนือทั้งหมดครับ เจ้าหน้าที่ของเราพยายามจะเรียกดาวเทียมกลับมา แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีสิทธิ์เพียงพอ” โคลสันตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง แม้ในสถานการณ์ที่กดดัน
“ไม่มีสิทธิ์เพียงพอ? เป็นไปได้ยังไง? สิทธิ์ของนายคือ . . .” เสียงของฟิวรี่เบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเงียบไปในที่สุด ทันใดนั้นเขาก็ตบหน้าตัวเองเบา ๆ และเดินออกไปทิ้งเหล่าเจ้าหน้าที่ที่งุนงงไว้เบื้องหลัง
ฟิวรี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยให้สิทธิ์เอริคใช้ดาวเทียม และแน่นอนว่าสิทธิ์ของเขาในฐานะผู้อำนวยการไม่สามารถลบล้างสิทธิ์ที่เขาให้กับเอริคได้
ฟิวรี่รีบวิ่งตรงไปยังห้องทดลองของเอริคอย่างไม่รอช้า ในขณะเดียวกันเอริคที่เพิ่งเก็บคอมพิวเตอร์ของเขาเสร็จก็เหลือบมองฟิวรี่ที่พังประตูเข้ามาด้วยสีหน้าสงสัย
“ฟิวรี่ นายดูร้อนรนเหมือนยายแก่ที่บ้านกำลังคลอดลูกเลยนะ?”
“เอริค นายย้ายดาวเทียมทั้งหมดของชีลด์ไปที่ขั้วโลกเหนือใช่ไหม? นายกำลังตามหาอะไร?” เมื่อเห็นหน้าเอริค ฟิวรี่ก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย เพราะเขารู้ดีว่าเอริคคือคนที่สร้างปาฏิหาริย์ได้ และถ้าหากต้องการเขาก็อาจใช้ เทสเซอร์แร็ค เปิดประตูมิติส่งมนุษย์ทั้งโลกไปดาวอื่นได้เลย
“แน่นอนว่าฉันกำลังมองหาของดี!” เอริคยิ้มอย่างลึกลับ “อยากดูไหม?”
ฟิวรี่กลอกตาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะก้มหน้ามองเอริคด้วยสายตาสำรวจ
“นายเจออะไร?”
โปรดติดตามตอนต่อไป …