เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?!

ตอนที่ 70 ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?!

ตอนที่ 70 ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?!


ตอนที่ 70 ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?!

“ผู้หญิงใช้สุรุ่ยสุร่าย!”

เอริคสบถออกมาด้วยความขุ่นเคือง ใบหน้าแทบจะชิดกระจกของยานบิน

เขามองแครอลที่ทำลายยานบินของชาวครีไปถึงสามลำติด ๆ กัน ตอนนี้หัวใจของเขาราวกับถูกบีบจนเลือดไหล . . .

เอริคไม่ได้สนใจทรัพย์สินบนโลกนัก เพราะถ้าเขาอยากได้ เขาสามารถขุดทองทั้งหมดจากพื้นโลกมาได้อยู่แล้ว แต่คราวนี้มันต่างออกไป นั่นเป็นยานบินของชาวครี! ตอนที่เขาเข้ามาในยานลำนี้เขาต้องระมัดระวังอย่างยิ่งด้วยการเปิดช่องทางเล็ก ๆ กว้างเพียงสองเมตรและเลือกตำแหน่งที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุดอย่างตั้งใจ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับทำลายยานบินถึงสามลำในพริบตา . . .

อย่างไรก็ตาม การด่าออกไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะแครอลกำลังอยู่ในโหมดระเบิดพลังเต็มที่ ไม่มีใครหยุดเธอได้ในตอนนี้ เอริคเองก็ไม่อาจออกไปทะเลาะกับเธอเพราะยานบินไม่กี่ลำที่พังไปได้เช่นกัน

“ก็แค่ยานบินเก่า ๆ ใช่ ยานบินเก่า ๆ ใช่แล้ว ฉันยังมีเหลืออีกลำนึง . . .” เอริคยกมือกุมอกพยายามปลอบใจตัวเองอย่างเงียบ ๆ แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างของแครอลที่เปล่งแสงสีแดงกำลังพุ่งตรงมาหาเขา . . .

“แครอล . . .”

“เอริค?” แครอลก็เห็นเอริคเช่นกัน ทำให้เธอหยุดอยู่หน้ากระจกของยานบินเอียงศีรษะมองโรแนนที่ถูกแขวนอยู่กลางอากาศ ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ แล้วพบช่องโหว่ที่ใต้ท้องยาน เธอจึงบินเข้าไปทางนั้นทันที

“แครอล! ยานบินของฉัน!” ทันทีที่พบกันเอริคตะโกนใส่แครอลด้วยความโกรธ

แครอลปลดโหมดระเบิดพลังแล้วพูดด้วยความงุนงง “ยานบินของนาย? หมายความว่ายังไง?”

เอริคชี้นิ้วอย่างสั่นเทาไปที่ซากยานบินสามลำด้านนอก ก่อนจะชี้ที่ตัวเองและพูดด้วยเสียงที่เจือไปด้วยความสะอื้น “ของฉัน . . . ของฉัน . . .”

แครอลกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย “เอริค นั่นยานบินของชาวครี! พวกเขากำลังจะโจมตีโลกนะ!”

“ฉันควบคุมพวกมันไว้แล้ว! ขีปนาวุธพวกนั้นยิงออกมาไม่ได้หรอก!”

“ควบคุม? นายควบคุมยังไง?” แครอลทำหน้าไม่เชื่อในคำพูดของเขา

“ควบคุมยังไง? ก็แบบนี้ไง!” เอริคยื่นมือไปที่กระจก ทันใดนั้นแครอลรู้สึกว่ายานบินใต้เท้าสั่นสะเทือน ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนทิศทางตามการเคลื่อนไหวของมือเอริค

เมื่อเอริคขยับมือไปทางซ้าย ยานบินก็ลอยไปทางซ้าย เมื่อเขาเคลื่อนมือไปทางขวา ยานบินก็ลอยไปทางขวา และเมื่อเขาผลักมือไปข้างหน้า ยานบินก็ลอยไปข้างหน้า

“นี่คือความสามารถของนายเหรอ? ควบคุมวัตถุ?” แครอลนึกถึงตอนที่เขาควบคุมสกรัลล์ที่ปลอมตัวเป็นมาเรียบนโลก

“ไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นสนามแม่เหล็ก! แถมฉันยังทำให้ตัวเองเปล่งแสงเหมือนเธอได้ด้วยนะ!” พูดจบ สนามแม่เหล็กรอบ ๆ เอริคก็เริ่มปั่นป่วน ประกายไฟฟ้าขนาดเล็กปรากฏขึ้นจากอากาศ ก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นสายฟ้าขนาดใหญ่

สายฟ้าเริ่มล้อมรอบตัวเอริค พร้อมกับอากาศรอบ ๆ ที่ถูกไอออไนซ์และก่อตัวเป็นพลาสม่าสีฟ้าสว่าง

ทำให้ถ้ามองจากมุมมองไกล ๆ ในตอนนี้เอริคดูเหมือนกับเทพสายฟ้าที่ปรากฏออกมาจากในตำนานไม่ผิด เพราะตอนนี้เขามีสายฟ้าสว่างพุ่งจากหัว และหมอกบาง ๆ ลอยอยู่ใต้เท้าของเขา

ถึงแม้ว่าแครอลจะประทับใจกับพลังของเอริค แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยใจกับพฤติกรรมเหมือนเด็กของเขา ทำให้เธอได้แต่ส่ายหัวก่อนจะหันหลังเตรียมตัวจากไป

“เฮ้ จะไปไหน?” เอริครีบเรียกเมื่อเห็นแครอลกำลังจะจากไป

“กลับไปที่ห้องวิจัย ฟิวรี่กับคนอื่น . . .” สีหน้าของแครอลเริ่มหม่นหมองลงเมื่อคิดว่าฟิวรี่อาจจะไม่รอด

“ฉันช่วยพวกเขาแล้ว ตอนนี้พวกเขาน่าจะถึงโลกแล้วล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็กลับโลกเถอะ ฉันยังต้องสะสางอะไรบางอย่าง!” แครอลดูฮึกเหิมขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าฟิวรี่กับคนอื่นปลอดภัย

“อ้อ เธอจะไปหา ยอน-ร็อกก์ ใช่ไหม? ฉันจับเขาไว้แล้ว ตอนนี้เขานอนสลบอยู่ในสวนหลังบ้านของฉัน”

“. . .” แครอล

พี่ชาย นายทำทุกอย่างแทนฉันหมดแล้ว แล้วต่อไปฉันจะทำอะไรล่ะ?

เอริคทำหน้าใสซื่อ “ยังมีอะไรอีกไหม?”

“ไม่มี กลับโลกกันเถอะ . . .”

“งั้นไปกันเถอะ แต่ฉันขอชี้แจ้งให้เข้าใจตรงกันก่อนว่ายานบินลำนี้เป็นของฉัน! แล้วก็ห้องวิจัยของดร.เวนดี้ ลอว์สัน นั่นก็ของฉันด้วย!”

ความโลภของเอริคทำให้แครอลขมวดคิ้ว “เอริค ฉันขอโทษนะ แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะพาสกรัลล์ไปหาบ้านใหม่ ฉันต้องใช้ยานของดร.เวนดี้ ลอว์สัน”

“ฉันก็พูดตั้งแต่แรกแล้วนะ ยานหนึ่งลำแลกกับหนึ่งดาวเคราะห์! นี่เป็นข้อเสนอที่ฉันขาดทุนสุด ๆ แล้ว ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปล่ะก็ จะไม่มีอีกแล้วนะ!” เอริคพูดพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมยกนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วส่ายไปมาอย่างยียวน

“ดาวเคราะห์? นายมีดาวเคราะห์เป็นของตัวเองจริง ๆ เหรอ?” แครอลมองเอริคด้วยสายตาสงสัย เพราะไม่ว่าจะดูยังไง เขาก็ไม่เหมือนเศรษฐีเจ้าของดาวเคราะห์ส่วนตัวเลย

“ไม่ใช่ว่าฉันเป็นเจ้าของ แต่ฉันบังเอิญรู้ตำแหน่งของดาวเคราะห์ที่ไม่มีเจ้าของอยู่ จะแลกไหมล่ะ?”

“ดาวเคราะห์ไม่มีเจ้าของ?” แครอลขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ฉันต้องไปดูดาวเคราะห์นั้นก่อน แล้วก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากพวกสกรัลล์ด้วย”

“งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ? รีบกลับโลกกันเถอะ!” พูดจบเอริคก็เตรียมตัวบินออกจากช่องแยกของยาน แต่บินไปได้ไม่กี่เมตร เขาก็หยุดกึกแล้วกลับไปที่คอนโซลของยานเพื่อเปิดโหมดล่องหน

“นายอ่านภาษา ครี ออกด้วยเหรอ?”

เอริคยิ้มอย่างมีเลศนัย “ฉันเป็นคู่ปรับของพวกมันมานานแล้ว!”

. . .

เมื่อกลับมาถึงโลก พวกเขาทั้งสองก็ตามหาฟิวรี่และกลุ่มของเขาที่บ้านของมาเรียจนเจออย่างรวดเร็ว

“เฮ้ เพื่อนตาเป็นอะไรน่ะ?” เอริคถามพลางมองรอยข่วนที่ตาของฟิวรี่ทั้งที่รู้อยู่แล้ว

“เรื่องเล็กน่า เดี๋ยวก็หายเอง” ฟิวรี่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แสดงออกว่าในฐานะสายลับที่ผ่านศึกมาโชกโชน แค่นี้ไม่สะเทือนเขาหรอก

เอริคส่ายหัวแต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เขารู้ดีว่าแผลจากการติดเชื้อของแบคทีเรียที่มาจาก เจ้าแมวส้ม อาจถึงขั้นที่แม้แต่วาคานด้าก็ไม่อาจรักษาได้ บางทีนี่อาจเป็นชะตากรรม ทำให้ไข่ต้มคนนี้ต้องกลายเป็นไข่ต้มตาเดียวไปตลอดชีวิต

“แล้วแกนพลังงานอยู่ไหน?”

“อยู่ในท้องของเจ้าหนูนี่ไง” ฟิวรี่ตอบเสียงเรียบ ราวกับลืมความเจ็บปวดไปแล้ว ถึงแม้เจ้าแมวตัวนี้จะเพิ่งข่วนตาเขา แต่เขาก็ยังอุ้มมันขึ้นมาแล้วลูบไล้แก้มตัวเองอย่างรักใคร่

“เอ่อ มันกินเข้าไปจริง ๆ เหรอ?” เอริคอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะเขาต้องการมันด่วนมาก

“ถ้านายรีบจริง ๆ ก็ลองทำให้มันอาเจียนออกมาสิ แบบที่เห็นในทีวีไง” ทาลอสที่กำลังนั่งดูทีวีกับลูก ๆ บนโซฟาเสนอไอเดียขึ้นมา

เอริคทำตาเป็นประกาย แต่ฟิวรี่กลับดูร้อนรน เขากอดแมวสีส้มแน่นแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว คล้ายจะปกป้องเจ้านายของตัวเอง

แต่เจ้าแมวไม่สนใจมันกระโดดลงจากอ้อมแขนของฟิวรี่ และเดินตรงมาที่เอริค

เอริคมองมันด้วยความระแวง คอยจับตาดูว่ามันจะอ้าปากปล่อยหนวดออกมาหรือเปล่า

เจ้าแมวส้มนั่งลงยอง ๆ ตรงหน้าของเอริค และเอียงคอจ้องมองเล็กน้อย ก่อนที่คอของมันจะขยับขึ้นลงและคายลูกบาศก์สีฟ้าออกมา

เทสเซอร์แร็ค!

อัญมณีอวกาศ!

เอริคไม่สนว่ามันสกปรกแค่ไหน และรีบหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะสะบัดเมือกที่ติดอยู่ และถือขึ้นมาดูใกล้ ๆ ด้วยความตั้งใจ

แครอลและมาเรียที่กำลังคุยกันอยู่ไม่ไกลก็หันมามองแสงสีฟ้าที่ส่องประกายออกมาจากเทสเซอร์แร็คเช่นกัน พวกเธอกำลังสงสัยว่าเอริคจะทำอะไรต่อไป

เอริคจ้องเทสเซอร์แร็คอยู่นาน ก่อนจะหลับตาลง ทันใดนั้นพลังเหนือธรรมชาติของเขาก็ส่องประกายเปลี่ยนรูปร่างไปมาหลายร้อยครั้ง หลังจากนั้นเอริคก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

“ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 70 ทุกคน สนใจไปเที่ยวดาวเคราะห์ต่างดาวกันหน่อยไหม?!

คัดลอกลิงก์แล้ว