เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 71 เรดสกัลล์!

ตอนที่ 71 เรดสกัลล์!

ตอนที่ 71 เรดสกัลล์!


ตอนที่ 71 เรดสกัลล์!

เทสเซอร์แร็ค หรือ อัญมณีอวกาศ หนึ่งในอัญมณีอินฟินิตี้ มีพลังอันยิ่งใหญ่ในการควบคุมพื้นที่ หากใช้อย่างถูกต้อง อัญมณีนี้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ใช้ไปยังที่ใดก็ได้ในจักรวาล กล่าวได้ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ยังเหนือกว่าที่ไฮดราดูดพลังงานออกมาจากมันเสียอีก

ซึ่งผู้ใช้หลายคนที่เคยสัมผัสกับ อัญมณีอวกาศ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโลกิ ธานอส หรือเรดสกัลล์ ชมิดต์

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กัปตันอเมริกาได้ทำลายฐานไฮดราจำนวนมาก ก่อนจะปะทะกับเรดสกัลล์บนเครื่องบิน โดยเรดสกัลล์ได้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้และหยิบเทสเซอร์แร็คขึ้นมาด้วยมือเปล่า ส่งผลให้เขาถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อันห่างไกลโดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง

โดยที่กัปตันอเมริกาไม่รู้เลยว่าเรดสกัลล์ได้ถูกเคลื่อนย้ายหายไป เพราะเขาเห็นเพียงแค่เรดสกัลล์หายตัวไปกับตา จึงเข้าใจว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แต่ความจริงคือเขาถูกส่งไปยังดาวเคราะห์ที่ห่างไกลชื่อว่า วอร์เมียร์

          ซึ่งดาวเคราะห์ดวงนี้ก็คือ ‘บ้านใหม่ในอนาคต’ ที่เอริคเตรียมไว้สำหรับชาวสกรัลล์

เอริคค่อย ๆ ใช้พลังจิตอันมหาศาลผ่านสนามแม่เหล็กเชื่อมต่อกับเทสเซอร์แร็คอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบร่องรอยเล็ก ๆ บนเทสเซอร์แร็ค นั่นก็คือร่องรอยที่ผู้ใช้ก่อนหน้าได้ทิ้งไว้ ซึ่งไม่สามารถลบเลือนได้

หลังจากวิเคราะห์ความแตกต่างของร่องรอยเหล่านั้น เอริคก็พบร่องรอยที่เกิดขึ้นล่าสุดในบรรดาหลายร่องรอย

ทันใดนั้นเขาก็เติมพลังงานลงในพิกัดที่ตรงกับร่องรอยนั้น พร้อมกับกลุ่มหมอกสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า หมอกนั้นหมุนวนและพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

ในขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็เริ่มถอยหลังอย่างระแวดระวัง ในขณะที่แครอลกลับก้าวออกมาขวางข้างหน้าเอาไว้

เอริคโบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่มีอันตราย แล้วเดินเข้าไปในหมอกนั้นอย่างช้า ๆ

. . .

นี่คือดาวเคราะห์ที่แปลกประหลาด มันดูเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างมาก แต่กลับรกร้างว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต

ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำอยู่ตลอดเวลา และแสงจากดวงดาวสะท้อนเมฆจนเกิดสีสันหลากหลาย แต่บนพื้นดินกับมีแต่ซากปรักหักพัง แสดงให้เห็นว่าเคยมีอารยธรรมบางอย่างอยู่ที่นี่

บนภูเขาไกลออกไปมีสิ่งก่อสร้างแปลกประหลาดตั้งตระหง่าน คล้ายเสาสองต้นที่พุ่งแทงฟ้า

“ใช่แล้ว ที่นี่แหละ!” เอริคไม่ได้เดินหน้าต่อ แต่ถอยกลับไปยังกลุ่มหมอก แล้วกลับมายังโลกอีกครั้ง

ทันใดนั้นทุกคนก็มองเอริคด้วยความประหม่า พวกเขาต่างคาดเดาว่าเอริคกำลังหาบ้านใหม่ให้ชาวสกรัลล์ แต่สิ่งที่เขาทำตอนนี้มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

“เป็นยังไงบ้าง?” แครอลถามด้วยความร้อนใจ

“ตามฉันมา!” เอริคโบกมือเรียก ยอน ร็อกก์ที่หมดสติอยู่ แล้วกลับไปยังวอร์เมียร์อีกครั้ง โดยมีแครอลที่ตามมาไม่ห่าง

. . .

“นี่เหรอที่นายบอกว่าเหมาะสำหรับอยู่อาศัย?” แครอลมองรอบตัวด้วยสีหน้าที่มืดมนลงเรื่อย ๆ

ไม่ต้องพูดถึงสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ เพราะด้วยพลังงานประหลาดที่เธอสัมผัสได้ทันทีเมื่อมาถึงที่นี่มันก็ทำให้เธอไม่สบายใจแล้ว แถมพลังงานนี้ยังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งดิน ฟ้า อาคาร และอากาศ

แครอลมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อพลังงานมาก และพลังงานนี้ก็เต็มไปด้วยความเย็นเยียบ เปลี่ยวร้าง ลางร้าย ชั่วร้าย และมีกลิ่นอายแห่งความตาย ไม่มีความรู้สึกเชิงบวกเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ต้องกังวล นี่เป็นปัญหาเล็กน้อย” เอริคลอยตัวขึ้นช้า ๆ พร้อมกับยอน ร็อกก์ที่หมดสติ และบินไปยังภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป “ที่นี่มีสมบัติซ่อนอยู่ แค่เอาสมบัติออกไป สภาพแวดล้อมก็จะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติเอง”

“สมบัติ? สมบัติอะไร?” แครอลบินตามเอริคไป และอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย

“ฮ่า ๆ มองไปก็ไร้ประโยชน์ เธอไม่มีทางเห็นหรอก มันคือมณี!” เอริคหัวเราะเบา ๆ พร้อมมองแครอลด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่ ฉันขอถามตรง ๆ นะเธอรู้สึกอะไรกับยอน ร็อกก์บ้างไหม?”

แครอลสะอึกทันที และหันไปมองยอน ร็อกก์ที่ยังหมดสติ พร้อมกับภาพความทรงจำระหว่างเธอกับเขาที่เริ่มผุดขึ้นมาในหัว . . .

แครอลอาศัยอยู่ในดาวครีถึงหกปี ในช่วงเวลานั้น ทั้งสองได้ฝึกฝนและต่อสู้ร่วมกัน ยอน ร็อกก์มอบความใส่ใจและความอบอุ่นให้เธอในช่วงเวลาที่เธอหมดหนทางที่สุดหลังจากสูญเสียความทรงจำไป ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใด ยอน ร็อกก์ก็ใส่ใจแครอลอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ในการฝึกหรือการต่อสู้ แต่รวมถึงชีวิตประจำวันด้วย

ทำให้หลังจากอยู่ร่วมกันมาหกปี จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกใด ๆ ก็คงเป็นเรื่องโกหก! ถ้าหากไม่มีความรู้สึกใด ๆ เธอจะไปหายอน ร็อกก์เพื่อต่อสู้และระบายอารมณ์ทุกครั้งที่เธอฝันร้ายได้อย่างไร?

เอริคมองเห็นสีหน้าของแครอลก็พอจะคาดเดาคำตอบได้ในใจแล้ว ดังนั้นเขาจึงยิ้มพลางเร่งความเร็วขึ้น

“เดี๋ยวสิ!” แครอลรีบตามเอริคให้ทัน ก่อนที่เธอจะหันไปถามกับเอริคเสียงเข้มว่า “นายคิดจะทำอะไร? อยากจีบฉันเหรอ? บอกไว้ก่อนเลยนะ ตั้งแต่ฉันได้ความทรงจำกลับมาและรู้ว่ายอน ร็อกก์หลอกฉัน ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีวันรักผู้ชายคนไหนอีกในชีวิตนี้!”

พูดจบแครอลก็หันกลับและเร่งความเร็วทิ้งเอริคให้มองตามแผ่นหลังเธออย่างงงงวย

เอริคอ้าปากค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “เพราะอย่างนี้สินะ เธอถึงได้เป็นหัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์ . . .”

. . .

พวกเขาทั้งสองบินขึ้นไปถึงยอดเขาอย่างรวดเร็ว และถ้ามองจากระยะไกลตอนนี้พวกเขาสามารถมองเห็นร่างหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศในท่านั่งไขว่ห้างในชุดคลุมสีดำขาดรุ่งริ่งที่ปลิวไสวแม้ไร้ลมได้อย่างชัดเจน . . .

ช่างดูโอ้อวดเสียเหลือเกิน!!

เมื่อเห็นคนทั้งสองคนที่ร่อนลงมา ร่างนั้นก็ค่อย ๆ ถอดฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้ากะโหลกสีแดง

“เรดสกัลล์!” เอริคไขว้มือเอาไว้ข้างหลัง และเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสงบ

“ยินดีต้อนรับ เจ้าคือ . . .” แสงสีเหลืองวาบผ่านดวงตาของเรดสกัลล์ แต่เมื่อมองเอริค เขากลับชะงัก และพูดไม่ออกอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงกับพื้นอย่างน่าอับอาย พร้อมกับชี้นิ้วมาทางเอริคด้วยความตกใจ

“เจ้า . . . เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมข้ามองไม่เห็นต้นกำเนิดของเจ้าได้!”

“โอ้? นายมองเห็นต้นกำเนิดของคนอื่นได้ด้วยเหรอ?” แครอลเดินเข้าไปหาคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ และจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย

แครอลคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “นายนี่เอง เรดสกัลล์แห่งไฮดรา! คนที่กัปตันอเมริกาจัดการ! ฉันเคยเห็นหุ่นขี้ผึ้งของนายในอนุสรณ์สถานของกัปตันอเมริกา”

เมื่อได้ยินชื่อกัปตันอเมริกา เรดสกัลล์ก็จ้องมองแครอลลึก ๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไร “ข้าถูกสาปให้รู้จักผู้มาเยือนทุกคน เช่นเจ้า แครอล แดนเวอร์ส เกิดที่แมสซาชูเซตส์ มีพี่ชายสองคน ชื่อสตีเฟนและโจเซฟ จูเนียร์ . . .”

“นายมองไม่เห็นต้นกำเนิดของฉันจริง ๆ?” เอริคยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “บางทีเจ้านายของนายอาจจะไม่อยากให้นายรู้ก็ได้!”

คำพูดของเอริคทำให้เรดสกัลล์ชะงัก ก่อนจะฉลาดพอที่จะปิดปากเงียบ ไม่สนใจคำประชดของเอริค

ทำให้เอริคที่เห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัวเบา ๆ “ดูเหมือนว่าเรดสกัลล์ที่เคยต่อสู้กับกัปตันอเมริกาจะตายไปแล้ว”

“ฮ่าฮ่าฮ่า การรออยู่ที่นี่นับสิบปี ความรู้สึกต่าง ๆ ก็ถูกหายไปตามกาลเวลา!” เรดสกัลล์ยกมือขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย

“แต่ความเกลียดชังไม่มีวันหายไป!” เอริคก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเรดสกัลล์ จ้องลึกเข้าไปในเบ้าตาที่ว่างเปล่าของเขา “แม้นายจะเหลือแค่จิตวิญญาณ นายก็ยังเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ใช่หรือไม่?”

“ความเกลียดชังคือสิ่งที่ทำให้นายยังอยู่รอด!”

เอริคแค่นเสียงเย็น และเดินอ้อมเรดสกัลล์ไปยังยอดเขา “พาฉันไปเอามณี!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 71 เรดสกัลล์!

คัดลอกลิงก์แล้ว