เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ลงทุนในเคนยา!

ตอนที่ 17 ลงทุนในเคนยา!

ตอนที่ 17 ลงทุนในเคนยา!


ตอนที่ 17 ลงทุนในเคนยา!

สามวันต่อมา เอริคก็เดินทางมาถึงเคนยาพร้อมกับคลอว์และเด็กชายที่เขาเรียกว่า ‘เอ็นจาด้าก้าตัวน้อย’ อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งคนร่วมเดินทางไปด้วย

หลังจากที่เขาได้รับมรดกทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงจาก ‘พ่อชาร์ลส์’ เอริคก็กลายเป็นที่จับตามองในฐานะบุคคลสำคัญ ซึ่งในสหรัฐอเมริกาเขายังพอเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่เมื่อเขาก้าวเท้าออกนอกประเทศเมื่อไหร่ ความสนใจจากองค์กรต่าง ๆ อย่าง ไฮดรา หรือ ชีลด์ จะจับตามองมาที่เขาทันที ดังนั้นเขาจึงเลือกเดินทางแบบเปิดเผยแทนที่จะเสี่ยงเดินทางแบบลับ ๆ

ไม่นาน เครื่องบินของพวกเขาก็ลงจอดในเคนยา โดยใช้ข้ออ้างว่าเป็นการเดินทางเพื่อสำรวจธุรกิจในต่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้เองการมาถึงของมหาเศรษฐีผู้มีสายเลือดยุโรปในดินแดนเล็ก ๆ อย่างเคนยาจึงดึงดูดความสนใจจากรัฐบาลท้องถิ่นเป็นอย่างมาก และทำการส่งตัวแทนหลากหลายตำแหน่งมาต้อนรับด้วยความยินดี

เอริควางตัวเป็นเหมือนเพลย์บอยผู้ไร้กังวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าเจนนิเฟอร์ที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเอริคกลับไม่ปลื้มกับท่าทีเช่นนี้ของเขาเลย เธอมีงานล้นมืออยู่แล้วในบริษัท และการต้องมาแอฟริกาในเวลานี้มันก็ยิ่งทำให้เธอไม่พอใจเข้าไปใหญ่

เขาไม่รู้หรือไงว่าแสงแดดของแอฟริกามันเป็นพิษต่อผิวของผู้หญิงแค่ไหน?!

“คุณเอริคคะ คุณช่วยอธิบายได้ไหมว่าจุดประสงค์ของการเดินทางมาที่นี่คืออะไร?” เจนนิเฟอร์ถามด้วยใบหน้าจริงจังทันทีที่พวกเขากลับมาถึงโรงแรม ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าเธอจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา แต่นั่นมันก็ทำไปเพื่อมารยาทเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเธอกลับมาถึงโรงแรมใบหน้าของเธอก็ปราศจากรอยยิ้มอย่างสิ้นเชิง

“เจนนิเฟอร์ที่รัก ผมเห็นว่าคุณทำงานหนักเกินไป ผมก็เลยพาคุณมาพักผ่อน คุณไม่ดีใจเลยหรอ? น่าเศร้าจัง!” เอริคแสร้งทำหน้าเศร้า และใช้มือปาดน้ำตาจอมปลอมบนใบหน้าของเขา

“หึ!!!” เจนนิเฟอร์สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน

“โอเค ผมจริงจังล่ะ คุณฟังผมนะ เคนยาเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดของมนุษยชาติ ประวัติศาสตร์ของที่นี่น่าทึ่งมาก เพราะงั้นพรุ่งนี้เราไปสำรวจซากปรักหักพังยุคก่อนประวัติศาสตร์กันดีไหม?”

“คุณเอริค! ตอนนี้รางทดลองของแม็กเลฟสร้างเสร็จแล้ว รถไฟทดลองวิ่งผ่านไปด้วยดี ข้อมูลก็พร้อมส่งรายงานไปยังกรมรถไฟ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราอาจจะได้รับออเดอร์แรกทันที! เราไม่มีเวลามาสำรวจซากปรักหักพังนะคะ!” เจนนิเฟอร์พูดโพล่งออกมาด้วยความโกรธ ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะหมดความอดทนแล้ว

เอริคหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “แน่นอนว่าผมรู้ แต่เจนนิเฟอร์ คุณจะต้องมองให้ไกลกว่านั้น”

เอริคลุกขึ้น และเดินไปหยิบแก้วไวน์ส่งให้เจนนิเฟอร์ “เทคโนโลยีแม็กเลฟของเราเป็นที่สุดในโลก ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิห้องของเราก็ไร้คู่แข่ง เราเป็นหนึ่งเดียวในโลก และไม่มีใครเทียบได้!”

“แน่นอนว่าเรา . . .”

“ฟังผมพูดให้จบก่อนสิ” เอริคยกมือขึ้นขัดจังหวะเจนนิเฟอร์ “รถไฟแม็กเลฟ คือโครงการแห่งอนาคต ทุกประเทศต้องการมัน และไม่มีใครปฏิเสธมันได้!”

เอริคกางมือข้างหนึ่งออกและพูดว่า “เราไม่มีคู่แข่ง!”

จากนั้นเขาก็กางมืออีกข้างและพูดว่า “และรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเราอย่างแน่นอน!”

ทันใดนั้นเอริคก็นำมือทั้งสองมาประกบกันและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “แล้วคุณคิดว่าอนาคตของเราต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?”

“เราจะครอบครองอุตสาหกรรมรถไฟทั่วโลก!” เจนนิเฟอร์ตอบด้วยดวงตาเป็นประกาย ตอนนี้เธอจินตนาการถึงอนาคตข้างหน้าได้อย่างชัดเจน!

“ไม่!” เอริคส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม และกางมือออกอีกครั้ง “เราจะพังพินาศ!”

“ทำไมละคะ?” เจนนิเฟอร์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“เพราะเรายังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะรับมือกับความยิ่งใหญ่ของโปรเจกต์นี้ และเราโลภเกินไป สุดท้ายเราจะล้มเหลวเพราะขาดทรัพยากรที่สำคัญ . . .”

“ตอนนี้ที่อเมริกามีบริษัทรถไฟมากกว่า 6,000 แห่งในอเมริกา! แต่หลังจากการรวมกิจการครั้งใหญ่ มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดเกือบทั้งหมดได้ โดยเฉพาะ UP และ BNSF ซึ่งควบคุมธุรกิจรถไฟกว่า 80% ของประเทศ เราต่างรู้ดีว่าการแข่งขันในตลาดที่ผูกขาดเช่นนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทเรา”

“ใช่ค่ะ แต่ว่าเทคโนโลยีของเรา . . .”

“แน่นอนว่าเทคโนโลยีของเราอาจจะก้าวหน้ากว่าคู่แข่งหลายขุม และต้นทุนการผลิตก็ต่ำกว่า แต่เราขาดการเชื่อมต่อที่เพียงพอที่จะกระจายสินค้าไปยังลูกค้าได้อย่างทั่วถึง” เอริคถอนหายใจเล็กน้อย และพูดต่อว่า “รัฐบาลสหรัฐฯ อาจจะให้ความร่วมมือกับเราในบางเรื่อง แต่การควบคุมทรัพยากรสำคัญอย่างวัตถุดิบยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะวัตถุดิบพิเศษของเรา . . .”

“เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง เป็นวัสดุพื้นฐานที่เราสามารถหาได้ทั่วไป แต่สำหรับวัสดุพิเศษของเรานั้นค่อนข้างหาได้ยากและมีคุณสมบัติเฉพาะตัว”

เอริคหยิบลูกบอลเหล็กสีเทาเล็ก ๆ ออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่ลูกบอลเหล็กจะเริ่มเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงแดด “นี่คือไนโอเบียม!”

“ไนโอเบียม?” เจนนิเฟอร์หยิบลูกบอลเหล็กอันเล็ก ๆ ขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง “นี่คือรูปร่างหน้าตาของไนโอเบียมอย่างนั้นหรอ? ฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย แต่ฉันเคยได้ยินคนในแผนกบอกว่ามันมีราคาถูกมาก และเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสังเคราะห์ที่สำคัญมากสำหรับแลนเซอร์ No.1”

“ใช่ ไนโอเบียมเป็นส่วนประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ในการผลิต แลนเซอร์ No. 1 หรือจะเรียกว่าเป็นวัตถุดิบที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ แม้ว่าราคาของมันจะไม่แพงมากนัก แต่ความหายากและความต้องการที่สูง ทำให้ไนโอเบียมกลายเป็นทรัพยากรที่จำกัด และมีเพียงไม่กี่บริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ผลิตวัตถุดิบชนิดนี้”

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ควรรีบสั่งซื้อเพิ่มเอาไว้ก่อนเลยสิคะ” เจนนิเฟอร์พูดด้วยความตกใจ และรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรออก

“เปล่าประโยชน์ ถึงแม้เราจะสั่งซื้อไนโอเบียมมาสำรองเอาไว้ แต่มันก็ยังไม่พอต่อความต้องการในอนาคตของเรา” เอริคกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “และต่อให้เรายอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นหลายเท่า ปริมาณที่ได้รับก็ยังไม่มากพอ และอย่าลืมว่าไนโอเบียมไม่ใช่วัตถุดิบเดียวที่เราต้องใช้!”

“แล้วเราควรทำยังไงดีคะ?” เจนนิเฟอร์ถามด้วยความกังวล ใบหน้าสวยหวานของเธอแสดงออกถึงความเคร่งเครียดจนดูหมองลงเล็กน้อย

เอริคหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่าง “ดูสิ ที่ที่เรายืนอยู่ตอนนี้คือโอกาสสำคัญ มองไปทางนั้นสิ ภูเขามุริมะ ที่นั่นมีเหมืองไนโอเบียมอยู่มากมาย แต่เทคโนโลยีการทำเหมืองที่นี่ล้าสมัยเกินไป เหมือนยังติดอยู่ในยุคเมื่อสี่สิบปีก่อน!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเอริค ดวงตาของเจนนิเฟอร์ก็เป็นประกายทันที ก่อนที่เธอจะรีบเดินไปที่หน้าต่างมองไปยังทิศทางที่เอริคชี้นิ้วอยู่

เอริคเดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอ และชี้ไปอีกทิศทางหนึ่ง “ดูทางนั้นสิ ทาโมตะ แหล่งสำคัญของแร่แบไรต์ และนั่นกิลกิล หนึ่งในเหมืองไดอะตอมไมต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนั่น . . .”

นิ้วของเอริคเคลื่อนไหวไปมาพร้อมกับอธิบายสถานที่แต่ละแห่งให้เจนนิเฟอร์ฟัง ทำให้เจนนิเฟอร์ที่มองตามทุกทิศทางที่เอริคชี้เริ่มมองเห็นภาพอนาคตที่กำลังถูกวาดขึ้น

ดวงตาของเจนนิเฟอร์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความตั้งใจ ขณะที่แก้มของเธอเริ่มแดงระเรื่อเล็กน้อย ซึ่งไม่แน่ว่ามันเป็นเพราะคำพูดของเอริค หรือเพราะความใกล้ชิดในขณะนั้นของเธอและเขากันแน่

. . .

เช้าวันรุ่งขึ้น

เจนนิเฟอร์ที่ได้รับคำสั่งจากเอริคก็เดินทางไปสำรวจเหมืองและสถานที่สำคัญในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ในขณะที่เอริคออกเดินทางไปอีกทิศทางหนึ่งพร้อมกับ ‘บอดี้การ์ด’ อย่างคลอว์ และ ‘ผู้ช่วย’ อย่างเอ็นจาด้าก้าตัวน้อยของเขา

นอกจากนี้เพื่อไม่ให้การเดินทางของเขาถูกจับตามอง เอริคจึงลงทุนซื้อรถออฟโรดในราคาสูง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เพื่อตรวจสอบซากปรักหักพังอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เขาให้ความสนใจมาโดยตลอด . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 17 ลงทุนในเคนยา!

คัดลอกลิงก์แล้ว