เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ซ่อนไวเบรเนียมเอาไว้ที่ไหน?!

ตอนที่ 16 ซ่อนไวเบรเนียมเอาไว้ที่ไหน?!

ตอนที่ 16 ซ่อนไวเบรเนียมเอาไว้ที่ไหน?!


ตอนที่ 16 ซ่อนไวเบรเนียมเอาไว้ที่ไหน?!

“นายมาเพื่อไวเบรเนียมใช่ไหม? ความจริงแล้วนายไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ ที่นี่ไม่มีไวเบรเนียม และฉันก็เป็นคนเดียวที่รู้ว่ามันถูกเก็บไว้ที่ไหน เรามานั่งคุยกันดี ๆ ดีกว่าไหม?!” คลอว์พยายามเจรจาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเขาเองก็ไม่อยากเป็นศัตรูกับมนุษย์กลายพันธุ์ผู้ทรงพลัง

“โอ้? งั้นก็แสดงว่านายมีไวเบรเนียมอยู่จริง ๆ สินะ?” เอริคทำทีเหมือนถูกโน้มน้าวใจ ก่อนที่เขาจะโบกมือเบา ๆ ให้ปืนที่ลอยค้างอยู่กลับคืนสู่สภาพเดิม ทำให้ทหารรับจ้างรอบตัวคลอว์ที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที

“แน่นอน! ถ้ามีเงินมากพอ ไม่ว่าอะไรฉันก็สามารถหาให้นายได้!” คลอว์เชิดหน้าด้วยท่าทีภาคภูมิใจ รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นฟันที่เหลืองจากการสูบบุหรี่ ทำให้เอริคอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย

ทันใดนั้นเอริคก็กวาดสายตามองสำรวจไปรอบ ๆ แต่เขาก็ไม่พบร่องรอยของไวเบรเนียมเลย แม้แต่เสื้อโค้ทของคลอว์ที่ทำจากไวเบรเนียม มันก็ยังมีส่วนผสมของไวเบรเนียมเพียงน้อยนิด

“อันที่จริงแล้ว ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อไวเบรเนียม . . . แต่ฉันมาที่นี่เพื่อจับตัวนายต่างหาก!” เอริคปลดปล่อยสนามแม่เหล็กรอบตัว และควบคุมร่างของตัวเองให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเคลื่อนตัวไปหาคลอว์อย่างช้า ๆ

คลอว์รีบยกแขนขึ้นพยายามเล็งปืนโซนิคไปที่เอริค แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเล็งไปทางเอริคเท่าไหร่แขนของเขามันก็ไม่ยอมขยับเลย

“ไอ้มนุษย์กลายพันธ์เวร!!” คลอว์ก่นด่าด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะสะบัดแขนอย่างแรงจนปืนโซนิคหลุดออก และหันหลังวิ่งหนีทันที

“จะรีบหนีไปไหน มานั่งคุยเป็นเพื่อนกันก่อน!” เอริคโบกมือเบา ๆ ทันใดนั้นเสื้อโค้ทไวเบรเนียมของคลอว์ก็ถูกแรงดึงดูดบางอย่างกระชากอย่างรุนแรงจนร่างของคลอว์ลอยมานั่งอยู่ตรงหน้าของเอริคอย่างกะทันหัน

“ถุย! มนุษย์กลายพันธุ์กลายเป็นสุนัขรับใช้ของวาคานด้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” คลอว์พูดขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน

“ผิดแล้ว จริง ๆ นายต่างหากที่จะเป็นบัตรผ่านของฉันเข้าสู่วาคานด้า” เอริคพูดเสียงเรียบก่อนจะยกนิ้วแตะหน้าผากของคลอว์อย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นประกายในดวงตาของคลอว์ก็จางหาย

“ซ่อนไวเบรเนียมไว้ที่ไหน?”

“ไม่มี” คลอว์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงว่างเปล่า ทำให้เอริคขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ  และคิดว่าการควบคุมของเขาล้มเหลว ดังนั้นเขาจึงลองใช้พลังอีกครั้ง แต่คำตอบก็ยังเหมือนเดิม

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ทีชัลก้ามาที่นี่ และฆ่าเอ็นโจบู และยึดไวเบรเนียมไปทั้งหมด” คลอว์ที่ถูกควบคุมเผยความจริงออกมาทั้งหมด

หลังจากนั้นเอริคก็เริ่มสอบถามเรื่องต่าง ๆ จากคลอว์ทันที และพบว่าเมื่อสองเดือนที่แล้ว เจ้าชายเอ็นโจบู แห่งวาคานด้าได้ช่วยคลอว์ขโมยไวเบรเนียมกว่า 250 กิโลกรัมออกจากวาคานด้า แต่แผนกลับล้มเหลวเมื่อลูกน้องคนสนิทของเอ็นโจบู ที่ชื่อว่า ซูรี ซึ่งเป็นสายลับที่วาคานด้าส่งมาในสหรัฐฯ หักหลังเอ็นโจบู

ด้วยเหตุนี้เองทีชัลก้ากษัตริย์แห่งวาคานด้าจึงเดินทางมายังสหรัฐฯ ด้วยตัวเอง และจับตัวเอ็นโจบูที่หลบซ่อนอยู่ในแคลิฟอร์เนีย แต่ตอนนั้นจู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นและพลั้งมือฆ่าเจ้าชายเอ็นโจบูโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นเพื่อระบายความโกรธทีชัลก้าจึงหันไปเล่นงานคลอว์ และไล่ล่าจนเขาต้องสูญเสียไวเบรเนียมที่สะสมมาทั้งหมด จนเหลือเพียงเสื้อโค้ทและปืนโซนิค . . .

“สรุปคือ ฉันอุตส่าห์ตามหานายแทบตาย แต่กลับไม่ได้อะไรเลย?” เอริคพูดด้วยความโกรธ และใช้เท้าเตะหน้าของคลอว์สองสามทีเพื่อระบายอารมณ์

แต่ถึงอย่างนั้นคลอว์ก็นั่งนิ่งมองเอริคด้วยสีหน้าตาว่างเปล่า

“ไม่เป็นไร . . .” เอริคพูดขึ้นพร้อมกับสงบสติอารมณ์ลง “อย่างน้อยฉันก็มีสิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ . . . ถึงเวลาบุกวาคานด้าแล้ว”

หลังจากเอริคก็กระชากคอเสื้อของคลอว์ขึ้น แต่ทันใดนั้นร่างของเขาก็หยุดชะงักเล็กน้อย และพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ว่า “หรือว่าฉันควรไปแคลิฟอร์เนียก่อนดี . . .”

. . .

โอ๊คแลนด์, แคลิฟอร์เนีย

เพื่อประหยัดเวลาเอริคจึงพาคลอว์เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวมาถึงโอ๊คแลนด์ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง และมุ่งหน้าตรงมายังสถานที่ที่เอ็นโจบูเคยหลบซ่อนตัวทันที

ด้านในห้องพักเล็ก ๆ ที่รกไปด้วยสิ่งของ และเต็มไปด้วยฝุ่น เอริคพยายามตรวจค้นอย่างละเอียด ตั้งแต่ชั้นหนังสือไปจนถึงหลังผนัง แต่เขาก็ไม่พบสิ่งที่เขาต้องการ

“ลำบากจริง . . .  ถ้าหาของไม่เจอ ก็ต้องหาคน ถ้าหาคนเจอ เดี๋ยวของก็เจอเอง”

คืนนั้นเอริคสวมหน้ากากกะโหลกศีรษะกวาดล้างแก๊งท้องถิ่นกว่า 10 กลุ่ม ตั้งแต่แก๊งเล็ก ๆ ไปจนถึงแก๊งใหญ่ที่มีกำลังพลหลายร้อยคน หรือแม้แต่อันธพาลที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์สองคนยังไม่สามารถหยุดเขาได้

แน่นอนว่าเอริคไม่สนว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน และควบคุมสมาชิกแก๊งทั้งหมดที่เขาหาได้ จากนั้นก็ควบคุมให้พวกเขาตามหาคนคนหนึ่งให้กับเขากันอย่างบ้าคลั่ง

ซึ่งข่าวการเคลื่อนไหวของแก๊งเหล่านี้ทำให้ชาวเมืองโอ๊คแลนด์ตื่นตระหนกทันที พวกเขาคิดว่าแก๊งเหล่านี้กำลังต่อสู้กันเองอีกครั้ง ดังนั้นชาวเมืองเกือบทุกคนจึงเลือกที่จะหลบอยู่แต่ในบ้าน ในขณะที่ตำรวจท้องถิ่นก็พยายามจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน เด็กชายผิวดำวัยรุ่นคนหนึ่งจะถูกพามาหาเอริค พร้อมสมุดบันทึกเล่มหนาในมือ . . .

“เอริค สตีเวนส์ . . . บังเอิญจริง ๆ ที่นายก็ชื่อ เอริค เหมือนกับฉัน!” เอริคพูดด้วยยิ้ม พลางยื่นมือขยี้ผมของเด็กชายตรงหน้าเบา ๆ ทำให้อีกฝ่ายถอยห่างเล็กน้อยพร้อมมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง

“เดี๋ยวก่อนนะ . . . ชื่อจริงของนายชื่ออะไรนะ? ถ้าฉันจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็น เอ็นจาด้าก้า ใช่ไหม?”

คำถามนี้ทำให้ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะกวาดตามองรอบ ๆ ราวกับกำลังมองหาทางหลบหนี

“ฮ่า ๆ อย่าคิดหนีเลย ฉันมาที่นี่เพื่อพานายกลับบ้าน” เอริคยิ้มอย่างอ่อนโยน และพยายามทำท่าทางให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด

“ผมไม่มีบ้าน!” เด็กชายพูดขึ้นมาเป็นประโยคแรกตั้งแต่ที่เขาเจอเอริค โดยน้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้า โกรธ เกลียดชัง แต่ก็แฝงไปด้วยความดื้อรั้นอย่างน่าประหลาด

“มีสิ นายมีบ้าน บ้านของนายคือวาคานด้า!” เอริคพูดพร้อมกับเปิดสมุดบันทึกที่เด็กชายถืออยู่ โดยเนื้อหาด้านในนั้นถูกเขียนเป็นข้อความผสมระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาวาคานด้า ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เข้าใจเนื้อหาด้านใน

“คุณมาจากวาคานด้างั้นเหรอ?” เด็กชายถามด้วยน้ำเสียงตื่นตัว หมัดของเขากำแน่นจนดูเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีอันธพาลสองคนที่จับตัวเขาเอาไว้ได้ทุกเมื่อ

เอริคเหลือบมองไดอารี่และค้นหาสิ่งที่เขาต้องการเจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะปิดสมุดบันทึกลงและยื่นมันคืนให้เด็กชาย “เปล่า ฉันไม่ใช่คนจากวาคานด้า ฉันมันก็แค่คนดีที่อยากช่วยพานายกลับบ้านเฉย ๆ”

“วาคานด้าไม่ใช่บ้านของผม! พวกเขาฆ่าพ่อของผม!” เด็กชายตะโกนเสียงดัง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ

“ฟังนะ . . . ถ้าใครทำผิด พวกเขาก็ต้องรับผลที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม” เอริคพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ทันใดนั้นเปลือกตาของเด็กชายก็ค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ราวกับถูกสะกดจิต และในไม่ช้าก็หลับไปสนิท

เอริคมองใบหน้าของเด็กชายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ และภาวนาในใจขอให้เด็กชายได้พบกับพ่อของเขาอีกครั้งในความฝัน

หลังจากนั้นเอริคก็หันไปส่งสัญญาณให้คลอว์อุ้มตัวเด็กชายขึ้น ก่อนที่เขาจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นเหล่าทหารรับจ้างและอันธพาลที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ ต่างก็ล้มลงกับพื้นทันที

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าตาย แต่ความทรงจำในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานั้นได้ถูกเอริคลบออกด้วยวิธีที่ค่อนข้างรุนแรงนิดหน่อย

ซึ่งการลบความทรงจำนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เอริคใช้พลังควบคุมธาตุเหล็กในเลือดของพวกเขา และกระตุ้นให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรงที่สมองส่วนความจำ ทำให้เซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องถูกทำลายไปอย่างถาวร แม้แต่นักพลังจิตอัจฉริยะอย่างศาสตราจารย์เอ็กซ์ก็ไม่อาจกู้คืนความทรงจำเหล่านั้นกลับมาได้

ก่อนหน้านี้ คลอว์และคนของเขาก็ถูกลบความทรงจำในลักษณะเดียวกันแล้ว ส่วนเรื่องอาการปวดหัวหลังจากทำให้สมองส่วนหนึ่งเสียหายอย่างนั้น เอริคไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย

“เป้าหมายต่อไป . . .  ทุ่งหญ้าเคนยา”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 16 ซ่อนไวเบรเนียมเอาไว้ที่ไหน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว