เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเดดพูล!

ตอนที่ 15 สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเดดพูล!

ตอนที่ 15 สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเดดพูล!


ตอนที่ 15 สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเดดพูล!

บรรยากาศในบาร์ไม่ต่างจากสิ่งที่เอริคจินตนาการไว้ มันเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงดัง

กลิ่นของนิโคตินและแอลกอฮอล์อบอวลในอากาศ ผสมเข้ากับกลิ่นเหงื่อและเศษอาเจียนจากคนที่ดื่มมากเกินไป ทำให้อากาศในบาร์ชวนเวียนหัวจากกลิ่นเปรี้ยวพวกนี้

กลางบาร์มีเวทีเล็ก ๆ ที่หญิงสาวหลายคนในชุดน้อยชิ้นกำลังเต้นรำยั่วยวน ท่ามกลางวงล้อมของชายหนุ่มร่างกำยำที่ถือแก้วเหล้าในมือ พร้อมกับเสียงตะโกนแสดงความพึงพอใจดังเซ็งแซ่

“คุณลูกค้า ต้องการดื่มอะไรไหม?” บาร์เทนเดอร์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนชินกับบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว

“เบียร์! ส่วนเงินลงในบัญชีของเวด!” ชายร่างใหญ่ที่เคยปะทะกับเอริคและดูเหมือนจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไปจนหมดแล้วพูดโพล่งขึ้นมา และคว้าเบียร์ขึ้นมาดื่มอย่างกระหาย ก่อนจะเดินไปนั่งอวดอ้างกับกลุ่มเพื่อนอย่างร่าเริง

ในขณะเดียวกันที่มุมเคาน์เตอร์ เวด ที่มาถึงก่อนหน้าก็กำลังนั่งดื่มหนักอยู่ในอาการซึมเศร้า

“แล้วคุณล่ะ?” บาร์เทนเดอร์หันมาถามเอริค “คงมาที่นี่ครั้งแรกสินะ? จะดื่มอะไรดี?”

เอริคเดินไปที่นั่งที่บาร์และโยนธนบัตรใบใหญ่ลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ใส่ใจ ทำให้บาร์เทนเดอร์ที่เห็นเช่นนั้นตาก็วาวทันทีและรีบหยิบเงินไป พร้อมส่งยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ “คุณชายต้องการอะไรครับ?”

“เอาวิสกี้ที่ดีที่สุดในบาร์นี้ . . . และทหารรับจ้างที่ดีที่สุดด้วย” เอริคตอบ พร้อมโยนเงินเพิ่มลงไปอีกปึกหนึ่ง

“สปอนเซอร์ใหญ่ของเรามาแล้ว!” ทันใดนั้นบาร์เทนเดอร์ก็หันหน้าไปด้านข้างและตะโกนบอกคนในร้าน ทำให้มีเสียงโห่ร้องจากลูกค้าในบาร์ดังขึ้นกันอย่างตื่นเต้น

“นายชื่ออะไร?”

“เรียกผมว่า โมล ก็ได้ครับคุณชาย” โมลวางแก้ววิสกี้ลงตรงหน้าของเอริค และภายมือไปยังคนในร้าน “ส่วนทหารรับจ้างของเราเก่งทุกคนแล้วแต่คุณชายจะเลือกเลยครับ”

“ใช่ โมลพูดถูก!”

“พวกเราเก่งทุกคน!”

ทันใดนั้นเสียงของคนภายในร้านก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“งั้นวันนี้ฉันขอดื่มให้พวกนายทุกคนก็แล้วกัน!”

พูดจบเอริคก็ชูแก้ววิสกี้ขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้พวกเขา และดื่มมันรวดเดียวพร้อมกับทหารรับจ้างทุกคน ทำให้เสียงหัวเราะอย่างจริงใจดังขึ้นทั่วบาร์ทันที

หลังจากดื่มจนหมดเอริคก็หันไปขอวิสกี้อีกแก้วจากโมล และหันไปมองเวดด้วยความงุนงง “ไอ้หมอนั่นเป็นอะไรของมัน?”

โมลยักไหล่เล็กน้อย และพูดขึ้นมาอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า “นั่น เวด วิลสัน เขาเพิ่งถูกแฟนสาวนอกใจมา . . .”

“หืม? ช่างน่าสงสาร!”  เอริคพึมพำ ก่อนจะผลักแก้วของตัวไปข้างหน้า “เวด นายต้องการอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตแล้วล่ะ!”

เวดเงยหน้ามองเอริคอย่างหงุดหงิด “อะไร? นายจะจีบฉันเหรอ? หรืออยากให้ฉันอมป๋องแป๋งของนาย . . .?”

“ขอโทษครับคุณชาย หมอนี่แค่ปากเสีย เขาไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนี้จริง ๆ!” โมลรีบเข้ามาขัดจังหวะเวดทันทีเพราะกลัวเอริคจะโกรธขึ้นมา

เอริคหัวเราะเบา ๆ และโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ปากเสียแค่ไหน เพราะขนาดในจักรวาลจักรพรรดิธานอส เขาก็มักจะรังเกียจใบหน้าและปากเหม็น ๆ ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดีอยู่ในใจ

หลังจากนั้นเอริคก็หยิบปากกาออกมาและเขียนชื่อของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อโร้คลงที่แขนของเวด “ช่วยฉันตามหาคน ๆ นี้ให้เจอ เธอน่าจะอายุ 3 - 5 ขวบในตอนนี้”

พูดจบเอริคก็หยิบทองคำแท่งยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเวด “นี่คือเงินมัดจำ ถ้าเจอเธอ ฉันจะให้นายมากกว่านี้สิบเท่า!”

“ได้ เพื่อทองคำฉันจะรับงานนี้เอง เดี๋ยวนายช่วยบอกข้อมูลเพิ่มเติมของเป้าหมายให้ฉันด้วย” เวดติดกระดุมเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเอง พร้อมกับรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย

ในขณะเดียวกันโมลที่เห็นทองคำดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเป็นประกายทันที “คุณชาย งานแบบนี้ให้ผมทำก็ได้นะ”

“โอ้? นายทำได้ด้วย?” เอริคถามพร้อมรอยยิ้มเยาะ

“แน่นอนครับ! พอดีผมมีเพื่อนเยอะ!” โมลตอบพลางตบหน้าอกตัวเองด้วยความมั่นใจ

“ถ้าอย่างนั้นช่วยหาคนอีกคนให้ฉันด้วย เขาชื่อ ยูลิซิส คลอว์”

โมลหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง และถามย้ำเพื่อความชัวร์อีกครั้งว่า “ใครนะครับ?”

“ยูลิซิส คลอว์ ฉันมั่นใจว่านายจะหาเขาได้อย่างแน่นอน”

“หมอนี่ไม่ง่ายเลย . . .” โมลกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“ฉันมั่นใจว่านายทำได้!” เอริคหัวเราะเล็กน้อยและโยนทองคำแท่งอีกแท่งให้เขา หลังจากนั้นเอริคก็ลุกขึ้นและเตรียมตัวจะกลับของตัวเอง

เมื่อเห็นเอริคกำลังจะเดินจากไป เวดก็รีบเรียกเขาทนัที “เฮ้! นายยังไม่ได้ให้ข้อมูลภารกิจฉันเลยนะ!”

เอริคชี้ไปที่ชื่อที่เขาเขียนไว้บนแขนเวด “นี่ไงล่ะ ยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ?”

เวดทำหน้าเอือมระอา และพูดอย่างไม่พอใจทันที “แค่ชื่อเนี่ยนะ? ทำไมนายไม่สั่งให้ไปฉันหาพ่อมดอย่างแกนดัล์ฟเลยล่ะ!”

เอริคหัวเราะเบา ๆ กับมุกตลกของเวด ก่อนจะเขียนอะไรบางอย่างลงไปเพิ่มเติมที่แขนของเวด “เธอเป็นลูกครึ่งเอเชีย อันนี้คือทั้งหมดที่ฉันรู้”

เวดพยักหน้าเล็กน้อย “โอเค เชื้อสายเอเชีย อายุ 3 - 5 ขวบ . . . อย่าบอกนะว่าเธอเป็นลูกนอกสมรส หรือว่าเธอจะเป็นเด็กเก็บของนาย? นายเป็นโลลิคอนหรอ? โอเค โอเค ฉันจะหุบปากของตัวเองแล้ว ส่วนนายก็เตรียมทองคำให้พร้อมกับ ฉันจะมารับมันในเร็ว ๆ นี้!”

“ฉันพร้อมเสมอ!”

ความจริงแล้ว เวดไม่ได้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตามหาใครสักคน และเอริคเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเวดจะทำสำเร็จด้วย

เพราะจริง ๆ แล้วเขาเพียงแค่ต้องการสร้างมิตรภาพกับเวดและให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย เพื่อเติมเต็มจินตนาการบางส่วนในแบบฉบับของเขาเอง นอกจากนี้มิตรภาพกับคนอย่างเวดอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับการปูทางสู่ความสัมพันธ์อันดีกับ ‘โร้ค’

ถึงแม้เอริคจะเป็นคนที่มักมองโลกตามความจริง แต่ลึก ๆ แล้วในใจของเขายังมีความคิดแบบฝันเฟื่องที่ชวนให้เขายิ้มมุมปาก “กำแพงมิติที่สี่ . . . ฉันไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า . . .”

. . .

หนึ่งเดือนต่อมา

โมลก็ติดต่อกลับมาหาเอริค พร้อมข่าวดีที่เหนือความคาดหมาย เขาสามารถหา ยูลิซิส คลอว์ พ่อค้าอาวุธชื่อกระฉ่อนจนพบผ่านเครือข่ายเพื่อนมากมายของเขา

แต่ถึงแม้ว่าจะได้รับการแนะนำผ่านคนรู้จัก แต่ คลอว์ ก็ยังคงระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างมาก เขาส่งตัวแทนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายเขามาเจรจาแทนที่จะมาพบเอริคด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เอริคก็ไม่ได้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และใช้พลังควบคุมตัวแทนของคลอว์ทันที ก่อนจะเดินทางมาตำแหน่งที่ตัวแทนของคลอว์ จนมาถึงที่ท่าเรือร้างแห่งหนึ่งที่คลอว์ตัวจริงกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่

“ไม่เลว ดูเหมือนว่านายจะมีฝีมืออยู่บ้าง ถึงได้ตามมาถึงที่นี่ได้เร็วขนาดนี้!”

คลอว์ยืนอยู่บนเรือที่ทรุดโทรม มองลงมาที่ผู้มาเยือนอย่างไม่หวั่นไหว ขณะที่รอบตัวเขามีทหารรับจ้างนับร้อยกำลังเล็งปืนไปที่เอริค

“ฮ่าฮ่าฮ่า . . .” เอริคหัวเราะเยาะเย้ยเล็กน้อยเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า

ตอนที่เขาฆ่าเซบาสเตียน ชอว์ ขีปนาวุธหลายร้อยลูกยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย ดังนั้นแค่ปืนไม่กี่ร้อยกระบอกมันจะทำอะไรกับเขาได้?

ทันใดนั้นเอริคก็ยกนิ้วขึ้นสะบัดเบา ๆ พร้อมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมา ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นในรัศมีสองไมล์เกิดควันและหยุดทำงานทันที

ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถจัดการทหารรับจ้างตรงหน้าได้ภายในพริบตา แต่เอริคก็ยังคงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากคลอว์เป็นพ่อค้าอาวุธที่มีค่าหัวสูงมาก ดังนั้นรอบตัวของคลอว์จึงมีเจ้าหน้าที่สองถึงสามคนแฝงตัวอยู่รอบเขา

เขายังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนตอนนี้!

จากนั้นเอริคก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับปืนในมือของทหารรับจ้างทุกกระบอกที่ลอยขึ้นกลางอากาศ และหมุนกลับหลังเล็งใส่เจ้าของเดิมของมัน ทำให้ทหารรับจ้างทุกคนที่เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกทันที

“มนุษย์กลายพันธุ์?” เมื่อเห็นพลังของเอริค คลอว์ก็ไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นอะไร และแอบใช้มือขวาเอื้อมไปด้านหลัง และหยิบ ปืนโซนิค ที่เรืองแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ออกมา

“เทคโนโลยีไวเบรเนียม . . . ช่างน่าสนใจจริง ๆ!” เอริคสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในมือของคลอว์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความสนใจ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของเขานั้นถูกออกแบบมาเพื่อทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปโดยเฉพาะ แต่ปืนโซนิคของคลอว์นั้นดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย

ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีไวเบรเนียมของวาคานด้าและเทคโนโลยีทั่วไปมันจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 15 สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเดดพูล!

คัดลอกลิงก์แล้ว