เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ซ่อนยีน X!

ตอนที่ 14 ซ่อนยีน X!

ตอนที่ 14 ซ่อนยีน X!


ตอนที่ 14 ซ่อนยีน X!

“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไฮดรา!” เอริคพึมพำเบา ๆ พลางเล่นกับเครื่องมือขนาดเล็กในมือ มันมีลักษณะคล้ายกุญแจรถ โดยมีไฟสีแดงกะพริบพร้อมเสียง ‘บี๊บ บี๊บ’ อย่างต่อเนื่อง

นี่คือ เครื่องตรวจจับยีน X อุปกรณ์ที่คิดค้นโดยโบลิวาร์ ทรัสก์ นักวิทยาศาสตร์คนแคระ ที่ถูกมนุษย์กลายพันธุ์เกลียดชังมากที่สุด

เครื่องมือนี้สามารถตรวจจับยีน X และจะส่งเสียงแจ้งเตือนเมื่อพบคนที่มียีน X อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตอนนี้เครื่องมันกำลังส่งเสียงแจ้งเตือนเพราะตรวจพบยีน X ของเอริค

แต่ถึงอย่างนั้นเอริคก็ไม่ได้คิดจะปิดมัน และหันไปมองชายคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าของเขาแทน

ชายคนนี้คือ จอห์น การ์เร็ตต์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของชีลด์ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาคือสมาชิกระดับสูงของไฮดรา และในอนาคตเขาจะกลายเป็น ‘เครวอแยนท์’

“นิค ฟิวรี่ส่งคนแบบนี้มาหาฉัน? คนพวกนี้ไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย!” เอริคพูดพลางหัวเราะเบา ๆ และไม่ได้ประหลาดใจอะไรเลย เพราะเขารู้ดีถึงนิสัยของราชาสายลับแห่งชีลด์เป็นอย่างดี

“นอกจากนี้ไม่คิดเลยว่าโปรเจกต์อินไซต์จะเริ่มต้นเร็วขนาดนี้ . . . ดูเหมือนว่าแผนการบางอย่างของฉันจะต้องเริ่มดำเนินการแล้ว”

“ลุกขึ้น!”

เอริคหันไปสั่งการ์เร็ตต์ ทันใดนั้นการ์เร็ตต์ก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ตอนแรกการ์เร็ตต์ถูกส่งมาเพื่อตรวจสอบเอริค แต่ตอนนี้เขากับถูกควบคุมด้วยพลังจิตของเอริคแทน และเผยความลับทุกอย่างในหัวของเขาออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“เอาสิ่งนี้ไปให้อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ และบอกเขาว่า ‘จงรำลึกถึงเลือดและเกียรติยศ ความรุ่งโรจน์ของไฮดรากำลังจะกลับมาอีกครั้ง!’”

เอริคยื่นกริชที่ดูหรูหราให้การ์เร็ตต์ ก่อนที่เขาจะโบกมือส่งร่างของการ์เร็ตต์ออกไป

หลังจากการ์เร็ตต์จากไป เอริคก็จ้องมองไปยังแขนซ้ายของตัวเองที่เรียบเนียน รอยสักที่เคยตามเขามาสองชีวิตได้หายไปแล้ว ตัวเลขที่เคยเป็นตราแห่งความอัปยศและความเกลียดชังของเขาได้ถูกลบหายไปเมื่อฉีดเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์เข้าสู่ร่างกาย

รอยสักนั้นคือรอยสักที่เขาได้มาจากค่ายกักกันนาซี ที่ซึ่งชาวยิวถูกลดทอนให้เหลือเพียง ‘ตัวเลข’ แทนที่จะเรียกเป็นชื่อบุคคล

ส่วนกริชที่เขามอบให้การ์เร็ตต์นั้น มาจากสมบัติของนาซีที่ถูกพบในเทือกเขาแอลป์ มันเป็นอาวุธของหน่วย SS ที่สลักคำว่า ‘เลือดและเกียรติยศ’ โดยเอริคได้ใช้พลังของตัวเองปรับแต่งกริชด้วยการเพิ่มอัญมณี และเปลี่ยนโลโก้สายฟ้าคล้าย ‘SS’ ที่ด้ามจับให้เป็นโลโก้กะโหลกศีรษะของไฮดราเหมือนกับตอนที่เรดสกัลล์ใช้ในอดีตเพื่อให้เข้ากับแผนการของเขาในปัจจุบัน

. . .

“ความรุ่งโรจน์ของไฮดรา? เรดสกัลล์? ไอ้ตัวไร้ประโยชน์นั่นน่ะหรอ? ฮึ!” อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซมองกริชในมือของการ์เร็ตต์ด้วยความโกรธ ก่อนที่จะหยิบกริชในมือของการ์เร็ตต์ปาลงกับพื้นอย่างไม่พอใจ “ถ้าหมอนั่นไม่ดื้อรั้นขนาดนั้น ป่านนี้ไฮดราน่าจะครองโลกได้ตั้งนานแล้ว!”

การ์เร็ตต์เก็บกริชขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ และรอคำสั่งต่อไปของเพียร์ซ “ระวังผู้ชายคนนี้ให้ดีในอนาคต เพราะคนของเรดสกัลล์มันไม่มีใครปกติดีสักคน!”

. . .

หลังจากจัดการเรื่องการ์เร็ตต์เรียบร้อย เอริคก็กลับไปที่ห้องทดลองลับของเขา พร้อมกับเครื่องตรวจจับยีน X ที่เพิ่งได้มา

ตอนนี้เขากำลังวางแผนจะซ่อนยีน X ของตัวเอง!

ในจักรวาลนี้ เอ็กซ์-เม็น ไม่ได้ข้ามกาลเวลาเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต และมนุษย์กลายพันธุ์ก็ยังคงตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายตามเดิม โรงเรียนเซเวียร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษได้ปิดตัวลง โดยพวกเขาจะออกมารับสมัครนักเรียนมนุษย์กลายพันธุ์ใหม่สองสามคนเป็นบางครั้ง บราเธอร์ฮูดออฟมิวแทนต์สของแม็กนีโตยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อเตรียมสร้างความโกลาหลทุกครั้งที่มีโอกาส  โปรเจกต์เวพ่อน เอ็กซ์ ของวิลเลียม สตรัคเกอร์ก็กำลังทำการทดลองอย่างโหดร้าย และหุ่นยนต์เซนติเนลของโบลิวาร์ ทรัสก์ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาเนื่องจากพวกเขายังไม่ได้ยีนของมิสทีค

โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทต่อมนุษย์กลายพันธุ์!

ดังนั้นการซ่อนยีน X จึงเป็นสิ่งที่เอริคต้องการทำมานานแล้ว เพราะหลังจากนี้ความสามารถของเขาก็คงจะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนในไม่ช้าก็เร็ว แต่การเปิดเผยเร็วเกินไปมันก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวเขาเช่นกัน แถมมันยังเป็นอันตรายด้วย

ซึ่งวิธีการซ่อนยีน X นั้นก็ง่ายมากเช่นกัน เพียงแค่ใช้ยาเท่านั้น!

ในจักรวาลของจักรพรรดิธานอส วูล์ฟเวอรีนได้ตัดสินใจย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อช่วยเหลือศัตรูเก่าอย่างแม็กนีโตที่ถูกกักขังอยู่ในเพนตากอน ซึ่งในเวลานั้นศาสตราจารย์เอ็กซ์ก็ประสบความสำเร็จในการรักษาอาการอัมพาตของตัวเองด้วยยาที่บีสต์พัฒนาขึ้นกับแม็กนีโต แต่การรักษานี้กลับทำให้ศาสตราจารย์เอ็กซ์ต้องสูญเสียพลังจิตอันทรงพลังที่ตัวเองภาคภูมิใจไปชั่วคราว

ด้วยเหตุนี้เองเรื่องสูตรยาจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับแม็กนีโตเลย นอกจากนี้เขายังเคยคิดที่จะปรับปรุงยาเพื่อให้สามารถซ่อนยีนเอ็กซ์ได้โดยไม่ทำลายพลังกลายพันธุ์ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจละทิ้งความคิดนั้นไป เพราะเขาเชื่อมั่นว่ามนุษย์กลายพันธุ์ควรมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เป็นอยู่ และการซ่อนยีน X ก็ไม่ใช่ทางออกของปัญหา

อย่างไรก็ตามตอนนี้เอริคไม่ได้มีปัญหาทางจิตเหมือนแม็กนีโตคนเดิมอีกต่อไป และเขาที่ต้องการเวลาในการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง จึงไม่อยากเสียสละเวลาอันมีค่าไปยุ่งกับพวกสตรัคเกอร์และทรัสก์

ดังนั้นเอริคจึงตัดสินใจทดลองพัฒนายาที่สามารถซ่อนยีน X ได้ โดยดัดแปลงสูตรจากยาของบีสต์ ซึ่งเคยใช้รักษาศาสตราจารย์เอ็กซ์ในอดีต

แน่นอนว่าการปรุงยาดูเหมือนจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลยสักนิด บวกกับเขาไม่มีมนุษย์กลายพันธุ์มาช่วยทดลองผลของยา ทำให้เขาจะต้องลองใช้กับตัวเองหลายครั้งและเผชิญผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งจากเซรั่มซูเปอร์โซลเยอร์ ผลข้างเคียงเหล่านั้นก็ค่อย ๆ จางหายไปในเวลาอันสั้น

หลังจากใช้เวลาครึ่งเดือนเต็มกับการทดลอง ในที่สุดการปรุงยาก็สำเร็จ!

เอริคถอนหายใจด้วยความโล่งอก และหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาแทงเข้าที่แขนตัวเอง ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเอื้อมมือไปเปิดเครื่องตรวจจับยีน X

ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้น!

แน่นอนว่าเอริคยังไม่เชื่อทันที และลองปิดเครื่องและเปิดใหม่อีกครั้ง แต่เสียงก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม

“สำเร็จแล้ว! ในที่สุดก็สำเร็จ! ถ้าไม่ได้ผลอีก ฉันคงได้บ้าตายแน่ ๆ!”

ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เอริคเดินออกจากห้องปฏิบัติการด้วยความรู้สึกเหมือนหลุดพ้นจากขุมนรก หลังจากจมอยู่กับงานที่เต็มไปด้วยความกดดันมาหลายวัน ก่อนที่เขาจะรีบเดินเพื่อไปรับแสงแดดยามเช้าที่ส่องสว่างจ้าจนแสบตาอย่างรวดเร็ว

“การวิจัยมันไม่ใช่เรื่องสำหรับมนุษย์จริงๆ . . . ฉันต้องหาเวลาไปพักผ่อนบ้างแล้ว!”

. . .

“บาร์แม่ชีมาร์กาเร็ต สถานที่สำหรับเด็กผู้หญิงที่หัวรั้น ที่นี่สินะ!”

เอริคผลักประตูบาร์ออก ทันใดนั้นกลิ่นบุหรี่ผสมแอลกอฮอล์ที่ลอยมาแตะจมูกก็ทำให้เขาเกือบจะสำลัก ก่อนที่เสียงเพลงดังสนั่นและเสียงคนคุยกันอย่างสับสนวุ่นวายที่แทบจะทำให้เขาหูหนวกจะดังตามขึ้นมาติด ๆ

“ให้ตายเถอะ ทำไมฉันถึงเลือกมาที่นี่ . . .” เอริคพึมพำอย่างเสียใจ

“เฮ้ย! ไอ้หน้าจิ้งจก อย่ามายืนขวางทาง!”

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากชายร่างใหญ่ผิวขาวที่เดินตรงมาทางเอริค ก่อนที่ชายร่างใหญ่จะยื่นมือออกมาผลักเอริคด้วยความใจร้อน แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน ร่างของเอริคก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย

“นายเรียกใครว่าไอ้หน้าจิ้งจก?” เอริคพูดพลางหันหลังกลับไปมอง ก่อนที่เขาจะใช้มือของตัวเองบีบข้อมือชายร่างใหญ่ด้วยแรงเพียงเล็กน้อย

ทันใดนั้นชายร่างใหญ่ก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนสีทันที เหงื่อกาฬเริ่มผุดเต็มหน้าผาก แต่เขาก็ยังคงจ้องเอริคด้วยความโกรธโดยไม่คิดจะพูดยอมแพ้ออกมา

“เฮ้! หวัดดีเพื่อน! พวกนายกำลังจะมีเซ็กส์กันหน้าบาร์อย่างนั้นหรอ?!”

ทันใดนั้นเสียงของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้น พร้อมกับชายร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่งทียืนกอดอกมองทั้งคู่พร้อมรอยยิ้มขบขัน

“พวกนายสองคนจะยืนบังประตูกันทำบ้าอะไรเลย ฉันแค่จะเข้าไปดื่ม! . . . โอ้ ขอโทษทีนะพี่ชาย ฉันเผลอแตะโดนลูกป๋องแป๋งของนายเข้า . . . โอ้โห! ใหญ่ดีเหมือนกันนะเนี่ย แฟนนายต้องปลื้มแน่ ๆ” ชายคนนั้นพูดขณะเดินแทรกตัวระหว่างเอริคกับชายร่างใหญ่เดินเข้าไปในบาร์อย่างหน้าตาเฉย

ซึ่งคำพูดนี้ทำให้เอริครู้สึกหมดอารมณ์ที่จะเล่นสนุกกับชายร่างใหญ่อีกต่อไป ก่อนที่เขาจะปล่อยมือของอีกฝ่ายและเดินเข้าไปในบาร์

ในขณะเดียวกันชายร่างใหญ่ก็เดินเข้ามาในบาร์เช่นกัน พร้อมกับตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “เวด! ไอ้เวรเอ้ย! ฉันจะฆ่าแก!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 14 ซ่อนยีน X!

คัดลอกลิงก์แล้ว