เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 สิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต!

ตอนที่ 13 สิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต!

ตอนที่ 13 สิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต!


ตอนที่ 13 สิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต!

“นี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่จะเปลี่ยนยุคสมัย!”

เอริควางบล็อกเหล็กสีดำลงบนโต๊ะประชุมอย่าง ก่อนที่หัวหน้าแผนกต่าง ๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะกลมจะโน้มตัวไปดูใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามาทำงานที่ ‘อลิซ อินดัสตรีส์’ พวกเขาก็แทบไม่มีโปรเจกต์สำคัญอะไรให้ทำเลย และงานประจำวันของพวกเขาก็มีเพียงการจัดการเอกสารที่ไร้ประโยชน์ ทำให้พวกเขาสูญเสียความหวังในตัว ‘คนรวยรุ่นสอง’ อย่างเอริคไปนานแล้ว และมีหลายคนที่เตรียมหางานใหม่เผื่อวันที่บริษัทจะล้มละลาย

แต่แล้วจู่ ๆ วันนี้เอริคกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมบล็อกเหล็กในมือ และอ้างว่านี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโลก!

เอริคเคาะนิ้วบนโต๊ะเบา ๆ เพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน และพูดขึ้นมาว่า “ทุกท่าน ผมรู้ว่าพวกคุณส่วนใหญ่ไม่พอใจผม และคิดว่าผมเป็นแค่ลูกคนรวยที่โชคดี และบริษัทนี้ก็เป็นแค่เรื่องตลกระหว่างผมกับพ่อ แต่วันนี้ ผมอยากบอกทุกคนว่า ในอนาคต คุณจะดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ อลิซ อินดัสตรีส์!”

หลังจากพูดจบเอริคก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์การเดินทางของมนุษยชาติ ตั้งแต่การเลี้ยงม้าในยุคโบราณ ไปจนถึงการพัฒนารถไฟในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

“ตั้งแต่สมัยโบราณ มนุษย์มุ่งมั่นพัฒนาการเดินทางให้เร็วและสะดวกยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ได้ทั้งหมด!”

เอริคมองไปที่ทุกคนและชี้นิ้วไปที่บล็อกเหล็กสีดำ “นี่คือผลลัพธ์จากการวิจัยล่าสุดของ อลิซ อินดัสตรีส์ วัสดุตัวนำยิ่งยวด แลนเซอรร์ No. 1! มันจะทำให้รถไฟแม็กเลฟกลายเป็นการเดินทางของมนุษย์ในอนาคตอย่างแท้จริง!”

แต่เมื่อเอริคพูดจบ สีหน้าของหัวหน้าแผนกทุกคนกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนที่หัวหน้าแผนกคนหนึ่งจะลุกและขึ้นพูดด้วยความสงสัยว่า “ท่านประธาน รถไฟแม็กเลฟไม่ใช่เรื่องใหม่ เยอรมนี ญี่ปุ่น และอังกฤษก็สร้างมันมานานแล้ว!”

เอริคยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แน่นอนว่าผมรู้เรื่องนี้! แต่คุณรู้หรือไม่ว่าระยะรางของพวกเขายาวแค่ไหน? ความเร็วเท่าไร? ค่าใช้จ่ายแพงขนาดไหน? พลังงานที่ใช้มหาศาลแค่ไหน? และที่สำคัญที่สุด คุณรู้ไหมว่ามันปล่อยรังสีที่อันตรายออกมาขนาดไหน?”

เอริคยิงคำถามออกมาราวกับปืนกล ทำให้หัวหน้าแผนกคนนั้นเงียบสนิททันที ก่อนที่เอริคจะชูบล็อกเหล็กขึ้นเหนือหัวและประกาศเสียงดังทั่วห้องประชุมว่า “นี่คือวัสดุตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิห้องตัวแรกของโลก!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเอริค ทันใดนั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันทีในห้องประชุม ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคหลายคนเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับวัสดุชนิดนี้ ในขณะที่ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็ยิงคำถามออกมาอย่างต่อเนื่อง “วัสดุนี้ผลิตได้จริงหรือไม่ครับท่านประธาน? ต้นทุนเท่าไร? มีข้อเสียอะไรหรือไม่?”

“ท่านประธาน . . .”

เอริคยิ้มเล็กน้อย และตอบคำถามของทุกคนด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ คนเหล่านี้ทั้งหมดได้รับการว่าจ้างจากบริษัทและได้รับเงินเดือนสูงมากกันทุกคน ดังนั้นพวกเขาจึงถือเป็นสมาชิกคนสำคัญของบริษัทของเขาในอนาคต

หลังจากตอบคำถามมากมายจนเกือบหมด และเหลือเพียงคำถามสำคัญ เอริคก็โยนข่าวใหญ่ให้ทุกคนอีกครั้ง “แลนเซอร์ No. 1 ปลอดภัย 100% ปราศจากกัมมันตรังสี และมีต้นทุนใกล้เคียงกับการผลิตเหล็ก! นอกจากนี้ เรามีเทคโนโลยีสำหรับการสร้างรถไฟแม็กเลฟครบถ้วนแล้ว!”

คำพูดของเขาทำให้ห้องประชุมกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เอริคยิ้มเล็กน้อยและส่งสัญญาณให้ทุกคนสงบลง ก่อนจะหันไปมองเจนนิเฟอร์ซึ่งแอบยิ้มด้วยความตื่นเต้น

“โอ้ ผมเกือบลืมไป ยังมีสุภาพสตรีที่งดงามอีกคนในห้องนี้!” เอริคพูดติดตลก

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั่วห้อง ก่อนที่เอริคจะกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทุกท่าน! แลนเซอร์ No. 1 ไม่ใช่แค่วัสดุ แต่มันคืออนาคตของพวกเรา!”

. . .

หลังจากแจกข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับ แลนเซอร์ No. 1 และแผนการสร้างรถไฟแม็กเลฟให้หัวหน้าแผนกต่าง ๆ เอริคก็ออกจากห้องประชุมพร้อมรอยยิ้ม

เขาคือ ‘แม็กนีโต’ บุรุษผู้รู้จักสนามแม่เหล็กและโลหะอันดับหนึ่งของโลก!

ซึ่งวัสดุตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิห้องซึ่งคนทั่วไปมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับเขาที่สามารถรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและการแข็งตัวของสนามแม่เหล็กมันจึงเป็นเรื่องง่ายดายเหมือนการเล่นมายากลหลอกเด็ก

นอกจากนี้บล็อกเหล็กที่เขาโชว์นั้น จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงเศษเหล็กที่เขาเก็บมาจากข้างถนน!

. . .

“ตอนนี้เรื่องบริษัทไม่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป ดังนั้นถึงเวลาเตรียมพร้อมสำหรับแผนการเพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว!”

เอริคที่เพิ่งกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ชั่วคราว รินไวน์แดงหนึ่งแก้วให้ตัวเอง และยืนชมวิวกลางคืนของนิวยอร์กจากหน้าต่าง

เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วที่เขาปรับตัวให้เข้ากับร่างกายที่อ่อนเยาว์และแข็งแกร่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์ได้มอบพละกำลังเทียบเท่ากับกัปตันอเมริกาให้แก่เขา และด้วยการเสริมสร้างจากพลังงานจากสนามแม่เหล็ก สมรรถภาพร่างกายของเขาจึงพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตราบใดที่มีเวลาเพียงพอ กัปตันอเมริกาคงถูกเขาทิ้งเอาไว้ข้างหลังในไม่ช้า

นอกจากนี้ตอนที่เขาเดินทางข้ามจักรวาล มันก็มีพลังงานลึกลับที่ไม่สามารถระบุได้หลายชนิดบุกเข้าสู่ร่างกายของเขา โดยพลังงานเหล่านี้มันค่อย ๆ กัดกร่อนร่างกายของเขา ทำให้เกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง จนเขาต้องสร้างสนามแม่เหล็กเพื่อปิดผนึกพลังงานเหล่านั้นไว้ในร่างกายชั่วคราว เพราะการจะกำจัดพวกมันนั้นยากลำบากเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งในวินาทีสุดท้ายของการฉีดเซรุ่มครั้งสุดท้าย เขาได้ใช้พัลส์แม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูงระเบิดออกมาผลักดันพลังงานเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้พลังพิเศษของเขาจึงกลับคืนสู่ระดับโอเมก้าอีกครั้ง

ดังนั้นด้วยร่างกายที่อ่อนเยาว์และพลังที่กลับมาอยู่ในระดับสูงสุดที่แม็กนีโตไม่เคยไปถึง ทำให้เอริคในตอนนี้ทรงพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า

“ตอนนี้แค่พลังพิเศษของฉัน . . . ก็สามารถบดขยี้แม็กนีโตตอนแก่ได้อย่างง่ายดาย” เอริคพึมพำกับตัวเอง

แต่สำหรับเขาความแข็งแกร่งแค่นี้มันยังไม่เพียงพอ . . .

เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้!

เอริคหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาพลางนึกถึงอนาคต “โลกใบนี้เต็มไปด้วยภัยคุกคาม . . . นักล่าจากจักรวาลสามารถบุกมาได้ตลอดเวลา ครี, สครัลล์, ชิทอรี่, ดาร์กเอลฟ์ และธานอส พวกมันทั้งหมดสามารถบุกโจมตีโลกได้ตลอดเวลา . . วิกฤตที่รออยู่ข้างหน้ามันมากมายซะเหลือเกิน”

“อย่างน้อย ฉันจะต้องแข็งแกร่งพอที่จะทนการ ‘ดีดนิ้ว’ ของธานอสได้!”

พูดจบเอริคก็ยกแก้วไวน์ดื่มจนหมดรวดเดียว และวางแก้วลงกับโต๊ะ

“ถ้าฉันต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเอง แค่พลังงานจากเตียงฟื้นฟูมันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ฉันต้องการ ไวเบรเนียม!”

“ยูลิซิส คลอว์ . . . พ่อค้าอาวุธที่ครอบครองไวเบรเนียม ฉันต้องหาเขาให้เจอ!”

“นอกจากนี้ยังมีอีกคนที่สำคัญไม่แพ้กัน . . . คนที่สำคัญต่อแผนการของฉันในอนาคต ยีนของเธอเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้!”

“ค่อย ๆ ทำไปทีละขั้นตอน งั้นเริ่มจาก ยูลิซิส คลอว์ ก่อนก็แล้วกัน”

เอริคหันหลังไปหยิบเครื่องดื่มมาเพิ่ม แต่ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นจุดแสงสีแดงเล็ก ๆ จากอาคารฝั่งตรงข้าม ทำให้เอริคที่เห็นเช่นนั้นก็กระจายคลื่นสนามแม่เหล็กของเขาออกไปอย่างรวดเร็วครอบคลุมอาคารทั้งหมด และสแกนทุกอย่างอย่างละเอียดทันที

“หืม . . . เครื่องตรวจจับยีน X? ใครกัน? วิลเลียม สตรัคเกอร์? หรือจะเป็นโบลิวาร์ ทรัสก์?”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 13 สิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต!

คัดลอกลิงก์แล้ว