เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 อลิซ อินดัสตรีส์!

ตอนที่ 12 อลิซ อินดัสตรีส์!

ตอนที่ 12 อลิซ อินดัสตรีส์!


ตอนที่ 12 อลิซ อินดัสตรีส์!

“เอริค แลนเซอร์ เขาเป็นคนที่ช่วยลูกสาวของฉันกับนายใช่ไหม?” อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ ผู้อำนวยการใหญ่ของชีลด์พูดขึ้นพร้อมกับมองภาพถ่ายของเอริคในแฟ้มลับด้วยท่าทีครุ่นคิด

“ใช่ครับท่าน” นิค ฟิวรี่ ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานพร้อมกับกองเอกสารในมือ “พูดให้ถูกก็คือ เขาเป็นคนช่วยลูกสาวของท่าน ส่วนผม . . . แค่สนับสนุนอยู่ข้าง ๆ”

“อย่าถ่อมตัวนัก ฟิวรี่ นายมีความสามารถสูงมาก ถ้าไม่เช่นนั้น ฉันคงไม่แต่งตั้งนายให้ดูแลสาขานิวยอร์ก” เพียร์ซวางภาพถ่ายลงบนโต๊ะ ก่อนจะมองฟิวรี่ด้วยสายตาจริงจังและยิ้มเล็กน้อย “อีกห้าปีข้างหน้า ฉันจะเกษียณจากตำแหน่ง และฉันจะเสนอชื่อนายต่อคณะมนตรีความมั่นคงโลก”

ฟิวรี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ และชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ผมเหรอครับ?”

“ใช่ เชื่อมั่นในตัวเอง ฟิวรี่ นายทำได้!” เพียร์ซลุกขึ้นตบไหล่ฟิวรี่ด้วยความมั่นใจ “โอเค เราคุยเรื่องนี้กันพอแล้ว มาพูดถึงเอริคดีกว่า นายบอกว่าเขามีความแข็งแกร่ง ความเร็ว ความอดทน และการตอบสนองที่เกินกว่าคนธรรมดา นายคิดว่าเขาอาจจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์หรือเปล่า?”

ฟิวรี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว “ผมไม่มีเครื่องตรวจยีน X จึงไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด แต่ถ้าดูจากสิ่งที่ผมสังเกตได้ เขาดูคล้ายกับคน ๆ หนึ่งมากครับ”

“โอ้?! ใครกัน?”

“สตีฟ โรเจอร์ส . . . กัปตันอเมริกา!”

เพียร์ซนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ “กัปตันอเมริกา . . . นับตั้งแต่ ดร. อับราฮัม เออร์สไกน์ เสียชีวิตในปี 1941 ก็ไม่มีใครสามารถสร้างเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์ได้อีก นายคิดว่าเอริค หรือองค์กรที่อยู่เบื้องหลังเขาพัฒนายานั่นขึ้นมาได้อย่างนั้นหรอ?”

“ผมไม่แน่ใจครับ” ฟิวรี่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“โอเค งั้นฉันจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้เอง” เพียร์ซพูดขึ้น พร้อมกับโบกมือเล็กน้อย “ถ้าหากไม่มีอะไรแล้วก็ออกไปได้”

ฟิวรี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นแฟ้มในมือให้ “ท่านครับ ผมได้มองเห็นมุมมองใหม่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าเราควรจัดตั้งทีมพิเศษที่รวมคนแบบเอริคเอาไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์พิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งผมได้ร่างแผนการเอาไว้แล้ว รบกวนท่านช่วยพิจารณาดูด้วยครับ”

เพียร์ซรับแฟ้มมา แต่ไม่ได้เปิดดูทันที “ฉันจะอ่านมันภายหลัง ฟิวรี่ จำเอาไว้ว่าภารกิจสำคัญที่สุดของเราในตอนนี้คือ โปรเจกต์อินไซต์ แผนการนี้จะต้องใช้เวลาอีกสิบถึงยี่สิบปีเพื่อทำให้สำเร็จ และความปลอดภัยของโลกก็ขึ้นอยู่กับมัน ดังนั้นเราไม่สามารถผิดพลาดได้เด็ดขาด! ส่วนแผนการอื่น ๆ อาจจะต้องถูกปรับลดระดับความสำคัญลง”

“เข้าใจแล้วครับ ท่านผู้อำนวยการ”

“ดี ออกไปได้”

เมื่อฟิวรี่ออกจากห้อง เพียร์ซก็กดปุ่มที่อยู่บนโต๊ะทันที “เรียกจอห์น การ์เร็ตต์ มาพบฉันที่ห้องทำงาน”

หลังจากวางสาย เพียร์ซก็มองแฟ้มในมือ และยิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อย ก่อนจะโยนแฟ้มเข้าเครื่องทำลายเอกสาร “ทีมพิเศษ? ช่างเป็นคนที่ไร้เดียงสาเสียจริง . . .”

. . .

ในขณะเดียวกันตอนนี้เอริคกำลังอารมณ์ดีมากเป็นพิเสา แม้หิมะเย็นจัดจะปะทะกับใบหน้าของเขา แต่รอยยิ้มของเขากลับไม่จางหายไปเลย

“ฉันสามารถหลอกราชาแห่งสายลับได้ ฮ่า ๆ! อยากเห็นจริง ๆ ว่าหมอนั่นจะทำหน้ายังไงในอนาคต และฉันจะใช้ใบหน้าของเขาในตอนนั้นมาทำเป็นคอลเล็กชันอิโมติคอนของฉัน” เอริคหัวเราะเบา ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดี

แน่นอนว่าเขาไม่ได้โกหกฟิวรี่เสียทีเดียว เพียงแค่ซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ โดยสิ่งที่แสดงออกไปเป็นเพียงแค่ความแข็งแกร่งที่ได้มาจากเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์ ซึ่งเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของพลังทั้งหมดของเขา

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยความสามารถของเขา!

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขจริง ๆ ก็คือความรู้สึกที่ได้เป็นฮีโร่ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีเกินคำบรรยาย!

“ใช่แล้ว การเป็นซูเปอร์ฮีโร่นี่แหละคือทางเลือกที่ถูกต้อง!” เอริคพึมพำกับตัวเอง พลางฮัมเพลงเบา ๆ ขณะเดินไปยังอาคารสำนักงานที่เพิ่งซื้อเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘อลิซ อินดัสตรีส์’

เมื่อพูดถึงชื่อนี้เอริคก็รู้สึกโกรธมากเช่นกัน!

เขาโกรธที่ถูกความทรงจำของแม็กนีโตในตอนนั้นครอบงำจนเขาตั้งชื่อบริษัทตามชื่อแม่ผู้ล่วงลับ ทำให้ตอนนี้การจะเปลี่ยนชื่อจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะถ้าหากเปลี่ยนชื่อมันคงส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพราะชื่อ ‘อลิซ อินดัสตรีส์’ นั้นเคยตีพิมพ์ในหนังสือพร้อมกับเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ ทำให้สำนักพิมพ์จึงพาดหัวข่าวที่มาของชื่อ ‘อลิซ’ พร้อมกับเขียนข้อมูลลงไปในข่าวว่า อลิซ คือผู้หญิงที่ไวเคาท์ ชาร์ลส์ แลนเซอรร์รัก และเป็นผู้ให้กำเนิดเอริค แลนเซอร์ขึ้นมา

ดังนั้นเขาที่เพิ่งสืบทอดบริษัทต่อจากพ่อ และคิดจะเปลี่ยนชื่อบริษัทที่เป็นชื่อแม่ของตัวเองออก ต่อจากนี้คนทั่วโลกจะมองเขายังไง?!

. . .

หลังจากเกือบครึ่งปีของการปรับปรุง อลิซ อินดัสตรีส์ ก็กลายเป็นบริษัทที่มีความทันสมัยและหลากหลาย ครอบคลุมทั้งวิศวกรรมเครื่องกล ชีววิทยาศาสตร์ พันธุวิศวกรรม พลังงานสะอาด และวัสดุใหม่

แน่นอนว่าตอนนี้บริษัทของเอริคยังไม่มีโครงการสำคัญอะไร งานที่ทำอยู่ก็เป็นแค่การรับจ้างผลิตหรือให้บริการบางอย่างจากบริษัทอื่น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือตอนนี้เขาเป็นแค่ผู้รับเหมารายใหญ่ . . .

ทันทีที่เอริคก้าวเข้ามาในบริษัท หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าสวยสง่า ก็เดินตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว เธอคนนี้ก็คือเจนนิเฟอร์ ผู้ช่วยส่วนตัวที่เขาเป็นคนสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง

“คุณเอริค ในที่สุดคุณก็นึกขึ้นได้ว่าคุณยังมีบริษัทต้องดูแล!” เจนนิเฟอร์พูดด้วยเสียงเรียบปนเหน็บแหนมเล็กน้อย

เอริคยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ และไม่สนใจคำพูดประชดประชันของเลขาตัวเอง ก่อนที่เขาจะมองเธอขึ้นลงด้วยสายตาชื่นชม “ไง เจนนิเฟอร์ ทิวทัศน์ที่นี่เป็นยังไงบ้าง?”

“ทิวทัศน์อะไร?” เธอถามกลับด้วยความสงสัย

“ทิวทัศน์บนสวรรค์ตอนที่คุณลงมายังโลก” เอริคตอบพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกของพวกเขาแทบจะชนกัน “เจนนิเฟอร์ คุณดูเหมือนนางฟ้าจริง ๆ!”

เจนนิเฟอร์กลอกตาและก้าวเท้าถอยหลังเล็กน้อย “คุณเอริค ในถนนทุกสายของนิวยอร์กมีเพลย์บอยแบบคุณตั้งหลายสิบคน!”

“โอ้? แต่พวกเขาหล่อเท่าผมรึเปล่า?” เอริคยกมือขึ้นเสยผมและยักคิ้วให้เธอด้วยรอยยิ้ม

เจนนิเฟอร์กลอกตาอีกครั้ง “คุณเอริค ถ้าคุณอยากจะจีบฉัน ก็ไล่ฉันออกก่อนเถอะค่ะ! ฉันไม่ชอบมีความรักในสถานที่ทำงาน!”

“โอเค โอเค เจนนิเฟอร์ คุณนี่ใจร้ายจริง ๆ” เอริคพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยแบบโอเวอร์แอคติ้ง “คุณไม่รู้หรอกว่าผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

พูดจบเอริคก็แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะยื่นมือออกมาเหมือนจะพยายามจับมือของเจนนิเฟอร์

แต่เจนนิเฟอร์ไม่ใช่คนที่จะให้เอริคจับร่างกายของเธอตามใจได้ง่าย ๆ ดังนั้นเธอจึงวางรายงานกองโตในมือของเธอลงในมือของเอริคอย่างแรง “คุณเอริค ก่อนอื่นช่วยดูรายงานการเงินของบริษัทก่อนเถอะค่ะ! ตอนนี้เงินของบริษัทกำลังจะหมดลงแล้ว และถ้าหากบริษัทยังไม่มีโปรเจกต์ที่เริ่มทำอย่างจริงจัง ผลลัพธ์เดียวที่รอเราอยู่ก็คือการล้มละลาย! และบริษัทนี้ก็จะถูกธนาคารมายึดไป!”

“ล้มละลาย? เยี่ยมมาก!” เอริคพูดอย่างตื่นเต้น และโยนรายงานไว้ข้างหลังเหมือนของไร้ค่า “งั้นผมกับคุณก็สามารถเป็นแฟนกันได้แล้ว!”

เจนนิเฟอร์ตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ พร้อมกับความคิดที่จะลาออกจากงานแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง “กับประธานแบบคุณ บริษัทคงเจ๊งอีกไม่นาน สงสัยฉันจะต้องหางานใหม่รอเอาไว้แล้ว!”

เอริคหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง “โอเค เจนนิเฟอร์ เลิกเล่นได้แล้ว เรียกประชุมทีมด่วนเลย เรามีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องทำ!”

เจนนิเฟอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ขณะหันหลังเดินจากไป “หวังว่านี่จะไม่ใช่โปรเจกต์บ้าบออีกนะ . . .”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ ตอนที่ 12 อลิซ อินดัสตรีส์!

คัดลอกลิงก์แล้ว