- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 99
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 99
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 99
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 99 ขุนนางใต้บังคับบัญชาคนแรก
“ซี๊ด . . .”
ความเจ็บปวด! ทุกอณูในร่างของแซมเวลล์ปวดหนึบ ราวกับร่างเขาถูกแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบกลับแบบไม่สมบูรณ์ เขารู้สึกทั้งระบมและหมดแรงอย่างรุนแรง
พลังมหาศาลที่เขาเคยควบคุมได้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้เขาเริ่มกังวล และรีบเปิดแผงสถานะของตัวเองทันที และเมื่อเห็นค่าสถานะยังคงเดิม เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าเขาแค่เหนื่อยล้า และจะฟื้นตัวได้หลังพักผ่อน
แต่แค่ดึงดาบเล่มหนึ่งออกจากหิน ทำไมถึงทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้? แซมเวลล์ประหลาดใจมาก และมันช่างเหนือจริง ราวกับว่าเขาไม่ได้จับดาบ แต่จับเปลวไฟร้อนแรงแทน
เขาสะบัดความเหนื่อยล้าออก แล้วมองไปยังดาบใหญ่ ‘ดอว์น’ ที่วางอยู่ข้างตัว ตอนนี้มันกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ใบดาบเปล่งประกายซีดนวลอย่างแปลกตายามแสงอาทิตย์ตกกระทบ ลวดลายสีทองแดงที่เคยเคลื่อนไหวบนผิวดาบหายไปหมดสิ้น
“ท่านเป็นอะไรหรือไม่ เซอร์ซีซาร์?” นาตาลีเดินเข้ามาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตายังจับจ้องไปที่ดาบด้วยความระแวง
“ไม่เป็นไร” เขาหัวเราะเบา ๆ “แค่ดาบนี้มันหนักเกินคาด เกือบเล่นงานข้าซะแล้ว”
“นางต่อต้านท่าน” เสียงแก่ ๆ ดังขึ้นด้วยความฉงนปนเคารพ “แต่ในเวลาเดียวกัน นางก็ยอมรับท่าน”
แซมเวลล์กระพริบตาอย่างมึนงง แล้วสิ่งนั้นคือการต่อต้าน หรือคือคำเชื้อเชิญกันแน่? เขามองสีหน้าศรัทธาของอัศวินชรา ก่อนจะเลือกเก็บความคิดนั้นไว้ในใจอย่างฉลาด
“บางทีท่านอาจพูดถูก ดาบเล่มนี้เหมือนมีชีวิตของตัวเอง” แซมเวลล์กล่าวอย่างระมัดระวัง “ตอนเซอร์อาเธอร์ เดย์น ใช้ดอว์นครั้งแรก มันเป็นแบบนี้หรือไม่?”
“ไม่” อัศวินส่ายหัวขัดขึ้น “ข้าเคยเห็นเซอร์อาเธอร์ชักดาบดอว์น แต่นางไม่เคยตอบสนองรุนแรงเช่นนี้เลย ความจริงแล้วข้าไม่คิดว่าอัศวินดาบแห่งรุ่งอรุณคนไหนเคยเจออะไรแบบที่ท่านเจอ”
“นั่นไงล่ะ!” แซมเวลล์ยิ้มกว้าง “ข้ารู้นางชอบข้า”
สีหน้าของอัศวินกลับเคร่งขรึม “ใช่ ท่านคือเจ้านายที่แท้จริงของนาง”
พูดจบเขาก็คุกเข่าต่อหน้าแซมเวลล์ และยื่นดาบของตนออกมาแสดงการถวายตัว “เซอร์แซมเวลล์ ซีซาร์ผู้ทรงเกียรติ ข้าคือเซอร์ลูคัส เดย์น ขอถวายความจงรักภักดีแด่ท่าน จะติดตามท่านไปในทุกเส้นทาง ขอให้ดวงดาวและดาบเล่มนี้เป็นพยานต่อคำสัตย์ของข้า”
“เจ้าจะถวายความจงรักภักดีแด่ข้า?” แซมเวลล์ประหลาดใจ
“ใช่ ข้าเป็น ‘ผู้พิทักษ์ดาบ’ ข้าจงรักภักดีต่อผู้ถือดอว์น ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือมาจากตระกูลใด”
แซมเวลล์ลูบคางอย่างครุ่นคิด “ได้ ข้ายอมรับคำสัตย์ของเจ้า”
ทันทีที่เขาพูดจบแผงสถานะของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
. . .
[แซมเวลล์ ซีซาร์]
[ตำแหน่ง : อัศวินชายแดน]
[อาณาเขต : ไม่มี]
[ขุนนางใต้บัญชา : เซอร์ลูคัส เดย์น (อัศวิน)]
[ความแข็งแกร่ง: 4.44]
[ความว่องไว: 1.25]
[พลังจิต : 2.17]
[การบุก : 1/100]
. . .
ไม่เพียงแต่ชื่อของลูคัส เดย์น จะปรากฏในช่อง ‘ขุนนางใต้บัญชา’ เท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย [การบุก]
‘มันหมายความว่าอะไร?’ แซมเวลล์สงสัย ‘และ [1/100] นี่คืออะไร?’
แน่นอนว่าระบบยังคงเสมอต้นเสมอปลายเช่นเคย แผงสถานะไม่ให้คำอธิบายหรือคำแนะนำใด ๆ เลย และเขาคงต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์การเล่นเกม แซมเวลล์เดาว่า ‘การบุก’ อาจเป็นสกิลที่เกี่ยวกับการนำอัศวินเข้าสู่สงคราม และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเขามีอัศวินอยู่ใต้บัญชามากขึ้น ส่วน ‘1/100’ ก็คงหมายความว่าเขาต้องมีอัศวินครบร้อยคนเพื่อพัฒนาเต็มขั้น
อัศวินใต้บัญชาร้อยคน เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มาก และเขาก็คงค่อย ๆ ทำให้สำเร็จได้ทีละก้าวเท่านั้น
ในขณะกำลังคิดเพลิน เขาก็นึกถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากเขามีขุนนางใต้บัญชาเป็นลอร์ดขนาดเล็ก แล้วจะปลดล็อกสกิลใหม่หรือไม่? ถ้าเป็นลอร์ดขนาดกลางล่ะ? หรือแม้แต่ลอร์ดขนาดใหญ่? ความเป็นไปได้เหล่านี้ช่างน่าตื่นเต้น
“เอ่อ ท่านลอร์ด? ให้ข้าช่วยพยุงท่านลุกไหม?” เซอร์ลูคัสเอ่ยถาม เมื่อเห็นแซมเวลล์นั่งเหม่อลอยอยู่
“อา! ไม่ต้อง” แซมเวลล์ตอบพร้อมลุกขึ้นด้วยตัวเอง ตอนนี้พละกำลังเริ่มกลับมาแล้ว
หลังจากนั้นเขาก็ยกดาบดอว์นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พบว่ามันไม่ได้หนักหนาเท่าครั้งก่อน แน่นอนว่ามันยังคงหนักอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นภาระที่แทบแบกไม่ไหว หรือไม่ใช่น้ำหนักมหาศาลที่เขาเคยรู้สึกมาก่อน ซึ่งมันหนักยิ่งกว่าค้อนศึกธันเดอร์สไตรค์ของเขาเสียอีก ตอนนี้ดาบเล่มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอาวุธทั่วไป
อย่างไรก็ตามแซมเวลล์ยังคงรู้สึกได้ถึงสายใยบาง ๆ ที่เชื่อมโยงกับดาบ ราวกับว่าเขาสามารถเรียกใช้พลังลึกลับของมันได้ตามต้องการ แน่นอน ถ้าเขาทำอย่างนั้นตอนนี้ ก็คงจะเป็นลมล้มไปอีกครั้ง
บางทีเมื่อพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้น เขาอาจจะสามารถใช้ดาบนี้ได้นานขึ้น และเนื่องจากเวทมนตร์ของโลกในตอนนี้กำลังเสื่อมถอยอยู่ ศักยภาพที่แท้จริงของดาบเล่มนี้อาจยังไม่แสดงออกมาจนกว่า ‘ดาวหางแดง’ จะผ่านเข้ามากระตุ้นพลังเวทให้ฟื้นคืนอีกครั้ง
แซมเวลล์มองดาบดอว์นด้วยความชื่นชม “มันมีฝักดาบไหม?”
“มี” เซอร์ลูคัสเปิดหีบใบหนึ่งใกล้ ๆ แล้วหยิบฝักดาบที่เข้ากันพอดีกับใบดาบออกมา พร้อมสายหนังสำหรับสะพาย
เนื่องจากดาบเล่มนี้ใหญ่เกินไปจะพกไว้ที่เอว แซมเวลล์จึงสะพายมันไว้บนหลัง พอดาบถูกยึดไว้อย่างแน่นหนา ทั้งสามคนก็ลงจากหอคอย ขณะที่เหล่าทหารยามด้านนอกต่างจ้องมองด้วยความทึ่งกับดาบที่สะพายอยู่บนหลังของแซมเวลล์
“เซอร์ลูคัส ท่านบอกว่าท่านจงรักภักดีต่อผู้ถือดอว์นเท่านั้น งั้นแปลว่าครั้งหนึ่งท่านเคยรับใช้เซอร์อาเธอร์ เดย์นสินะ?”
“ได้โปรด เรียกข้าว่าลูคัสเถอะ” เซอร์ลูคัสพยักหน้า “ใช่ครับนายท่าน ข้าเคยติดตามเซอร์อาเธอร์ แต่เมื่อเขาเข้าร่วมหน่วยคิงส์การ์ด ข้าก็ต้องจากเขาไป”
แซมเวลล์พยักหน้าอย่างเข้าใจ หน่วยคิงส์การ์ดสาบานตนเพื่อรับใช้กษัตริย์เท่านั้น และไม่สามารถนำผู้ติดตามส่วนตัวมาด้วย เว้นแต่บุคคลเหล่านั้นจะเข้าร่วมหน่วยด้วย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ใช่ทางเลือกของลูคัสในตอนนั้น
ซึ่งในแง่หนึ่งอาจนับว่าเป็นพร เพราะไม่เช่นนั้นเขาอาจเสียชีวิตเคียงข้างเซอร์อาเธอร์ที่ ‘หอคอยแห่งความสุข’ ไปแล้ว
ระหว่างเดินผ่านตัวปราสาท เหล่าข้ารับใช้ ทหารยาม และอัศวินต่างก็หันมาจ้องมองแซมเวลล์กับดาบในมือด้วยสายตาชื่นชมและเคารพ ยิ่งกว่าตอนที่เขายึดสตาร์ฟอลมาได้ด้วยกำลังเสียอีก
‘อิทธิพลของดอว์นฝังรากลึกในสถานที่แห่งนี้จริง ๆ’ แซมเวลล์คิดในใจ
ในขณะเดินผ่านลานกว้าง แซมเวลล์ก็เหลือบไปเห็นบุคคลสองคนที่คุ้นตา เจ้าชายโอเบอริน และเจ้าหญิงอาเรียน
เจ้าหญิงอาเรียนยิ้มออก เตรียมจะทักทายเขา แต่แล้วลุงของนางก็ร้องขึ้นด้วยความตกใจว่า “เจ้า . . . ชักดอว์นได้?”
. . .
**(ในนิยายเรื่องนี้จะใช้ตำแหน่งลอร์ดขนาดเล็กแทนตระกูลเล็ก ๆ หมู่บ้าน ๆ หนึ่ง ลอร์ดขนาดกลางก็ไล่ไปเรื่อย ๆ นะครับตามขนาดอาณาเขต แต่โดยรวมแล้วก็เรียก ‘ลอร์ด’ ตามเดิมครับ)**