- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 100
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 100
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 100
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 100 เส้นทางที่แตกต่าง
“ใช่แล้ว เจ้าชายโอเบอริน” แซมเวลล์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง พลางชื่นชมสีหน้าตกตะลึงของเจ้าชายโอเบอริน
อสรพิษแดงผู้เลื่องชื่อถึงกับตกตะลึงจริง ๆ เช่นเดียวกับอัศวินดอร์นผู้มั่นใจตนเองอีกหลายคน เขาเคยเดินทางมายังสตาร์ฟอลเพื่อพยายามดึงดาบดอว์นด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเขาล้มเหลว และโยนความพ่ายแพ้นั้นให้กับข้ออ้างว่า มีแต่ผู้ที่มีสายเลือดแห่งตระกูลเดย์นเท่านั้นที่สามารถครอบครองดาบเล่มนี้ได้
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นอัศวินจากรีชยืนถือดอว์นอยู่ตรงหน้า เจ้าชายโอเบอรินถึงกับรู้สึกกระอักกระอ่วนและพูดไม่ออก หากไม่ใช่เพราะลูคัส เดย์นยืนอยู่เคียงข้างแซมเวลล์ เขาคงคิดว่านี่เป็นแค่ของปลอมหรือการหลอกลวงอะไรสักอย่าง
หลังความเงียบยาวนาน โอเบอรินจึงเอ่ยคำชมด้วยท่าทีฝืนใจ “อืม . . . เจ้าหนุ่มแข็งแรงดีนี่”
“ขอบคุณ เจ้าชายโอเบอริน”
“ดอว์น . . . ข้าขอดูได้ไหม?” อาเรียน มาร์เทล ก้าวเข้ามาด้วยความสนใจ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้นางเพิ่งจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป แต่กลับไม่แสดงท่าทีเป็นศัตรูเลย หากจะพูดไปกลับดูอบอุ่นและแทบจะสนิทสนมเสียด้วยซ้ำ ส่วนถ้าเป็นคนภายนอกอาจคิดว่าทั้งสองเป็นคนรักกัน
แซมเวลล์อย่างไรก็ยังคงรักษาระยะห่างอย่างสุภาพแต่ระวังตัว เขารู้ดีว่าเจ้าหญิงผู้นี้ทั้งอันตรายและมีเสน่ห์เย้ายวน และที่สำคัญเขาเองก็คือศัตรูตัวฉกาจของดอร์นในตอนนี้ ดังนั้นท่าทีเป็นมิตรเช่นนี้ คงซ่อนเล่ห์เหลี่ยมไว้แน่นอน
“มันก็เป็นดาบเหมือนดาบทั่วไป เจ้าหญิงอาเรียน” แซมเวลล์ตอบ “อีกอย่าง ข้าว่าเจ้าชายคงมีเรื่องต้องพูดคุยกับพรรคพวกของข้า”
โอเบอรินเหลือบตามองหลานสาว ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “จริงด้วย”
ด้วยเหตุนี้คณะของเขาจึงไปสมทบกับเหล่าขุนนางจากรีชที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการ ‘เก็บกวาด’ ค่าปฏิกรรมสงครามที่พวกเขาสมควรได้รับ ซึ่งตอนนี้พ่อบ้านอัลฟริกหน้ากำลังยืนหน้าซีดเผือด และเมื่อเห็นดาบยักษ์บนหลังแซมเวลล์ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกใจ เขาเคยเข้าใจว่าการเอาดอว์นไปเป็นของมัดจำนั้น หมายถึงการขุดเอาก้อนหินที่มันฝังอยู่กลับไป ไม่ใช่การดึงดาบออกจริง ๆ แบบนี้
ส่วนเหล่าขุนนางรีชคนอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าใจถึงความสำคัญของดาบเล่มนี้ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“มาเจรจากันเถอะ” โอเบอรินกล่าวตรง ๆ
“ตามนั้น” แรนดิลล์ตอบเสียงเรียบ
เมื่อทั้งหมดนั่งลงในห้องประชุมของปราสาท เจ้าชายโอเบอรินก็เริ่มเปิดประเด็นทันทีว่า “ข้าจะพาอาเรียนกลับไปด้วย และจะจ่ายค่าไถ่ตัวอัศวินและทหารดอร์นที่พวกเราสูญเสียไป บอกมาเลยว่าจะเอาเท่าไหร่”
แรนดิลล์ตอบอย่างเยือกเย็น “ใช้เรทมาตรฐานทั่วไปก็พอ ไม่ต้องทำให้ยุ่งยาก แต่ถ้าท่านอยากพาเจ้าหญิงอาเรียนกลับไป เรามีข้อแม้ข้อเดียว”
“อะไรหรือ?”
แรนดิลล์ชี้ไปที่นาตาลีซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ จนทำให้นางสะดุ้ง “ท่านต้องรับรองฐานะของนาตาลี เดย์น อย่างเป็นทางการ”
โอเบอรินหันไปจ้องมองเด็กสาว ใบหน้าคมดุและแววตาคมกล้าทำให้นาตาลีแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดังนั้นเพื่อบรรเทาความกลัวของนาง แซมเวลล์จึงกระแอมเบา ๆ “เจ้าชายโอเบอริน เรื่องนี้ง่ายนิดเดียวมิใช่หรือ? เพียงแค่คำพูดเดียว เจ้าหญิงอาเรียนก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว”
โอเบอรินเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “นางเป็นเดย์น? ข้าไม่เคยเห็นนางมาก่อนเลย”
“เจ้าชายโอเบอริน” แซมเวลล์อธิบาย “ข้าเชื่อว่าท่านรู้จักอาชารา เดย์นดี นางอาศัยอยู่ในดินแดนของข้า และสามารถยืนยันตัวตนของนาตาลีได้ นาตาลีคือลูกสาวของนาง ซึ่งทำให้นางมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการสืบทอดตระกูลเดย์น”
“ลูกของอาชารา?” โอเบอรินขมวดคิ้ว “แล้วนางแต่งกับใคร?”
“นางแต่งงานกับรูอิน ผู้นำเผ่าครอว์ โดยมีเหล่าทวยเทพเป็นพยาน”
โอเบอรินดูเหมือนจะตั้งใจซักต่อ แต่แรนดิลล์ก็อดรนทนไม่ไหวและขัดขึ้นมา “เอาล่ะ โอเบอริน เจ้าเองก็ใช่ย่อย มีลูกนอกสมรสกระจายไปทั่วดอร์น แล้วจะมาเคร่งเรื่องศีลสมรสอะไรกัน?”
โอเบอรินหัวเราะเหยียด ๆ “ข้ารักเกียรติแห่งการแต่งงานมากเสียจนไม่กล้าทำลายมันด้วยตัวเอง ส่วนลูกของข้าพวกเขาไม่ได้หวังจะสืบทอดอะไรอยู่แล้ว”
“เจ้าชายโอเบอริน ความเห็นของท่านเรื่องการแต่งงานเราไม่สนหรอก” อเลกิน ฟลอเรนท์กล่าวเสริม “เงื่อนไขของเราชัดเจน รับรองนาตาลีในฐานะผู้นำตระกูลเดย์น ไม่เช่นนั้นเจ้าหญิงอาเรียนจะต้องอยู่กับเรา”
“งั้นข้าจะอยู่ก็ได้!” อาเรียนสวนทันทีพร้อมยิ้มหวาน พลางส่งสายตาหว่านเสน่ห์ไปทางแซมเวลล์ “ข้าอยากเห็นดินแดนของรีชมานานแล้ว ได้ยินว่าชายที่นั่นอ่อนโยนเหมือนธารน้ำเลยทีเดียว”
โอเบอรินหันขวับไปมองหลานสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหานาตาลีที่หดตัวลงราวกับลูกแมว
แซมเวลล์เองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน และก้าวมาขวางไว้ “เจ้าชายโอเบอริน การข่มขู่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่เหมาะสมกับอัศวินเลยนะ”
ดวงตาของโอเบอรินเปล่งประกายราวกับมีไฟล้อเลียน “อา . . . อัศวินผู้เปี่ยมคุณธรรมมาช่วยเหลือสาวน้อยสินะ ถามจริงเถอะ แซมเวลล์ ซีซาร์ เจ้ายินดีจะประลองกับข้าหรือไม่? ถ้าเจ้าชนะ ข้าจะยอมรับเด็กคนนี้ แต่ถ้าเจ้าแพ้ . . . อาเรียนจะกลับไปกับข้า”
“พอได้แล้ว!” แรนดิลล์คำรามเสียงดังลั่น ขณะลุกขึ้นยืน “เจ้าคือฝ่ายที่พ่ายแพ้ โอเบอริน เจ้าจึงไม่มีสิทธิ์มาตั้งเงื่อนไข ยอมรับข้อเสนอของเราซะ หรือไม่ก็ออกไปจากสตาร์ฟอลซะ!”
โอเบอรินยักไหล่ “แต่ข้าไม่มีอำนาจของพี่ชายข้าในการรับรองตัวนาง เอาแบบนี้สิ ให้เด็กคนนี้เดินทางกลับไปกับข้าที่ซันสเปียร์ แล้วไปเสนอเรื่องกับพี่ข้าโดยตรง”
“ไม่มีทาง” แซมเวลล์ตอบหนักแน่นทันที “ถ้าท่านต้องการการอนุมัติจากเจ้าชายโดรานก็ให้เขามาที่สตาร์ฟอลด้วยตัวเอง ข้าได้ยินว่าเขาไม่ออกจากวอเตอร์การ์เดนมานานหลายปีแล้ว ประชาชนของเขาอาจจะเริ่มสงสัยว่าเขาตายไปแล้วก็ได้ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสดีในการหยุดข่าวลือพวกนั้น”
“เจ้ากล้าดีนะ” โอเบอรินตอบเสียงเย็น พร้อมจ้องเขม็ง
แซมเวลล์ยิ้มอย่างมั่นใจ “กล้าพอสมควรเลยล่ะ อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องพึ่งยาพิษ”
โอเบอรินหัวเราะแหลมออกมา ก้าวถอยหลังขณะมองไปรอบห้อง “พวกเจ้าจากรีช ตอนนี้พวกเจ้าอยู่บนแผ่นดินของดอร์น อย่ามั่นใจนักว่าพวกเราจะไม่ยกทัพอีกครั้ง”
“งั้นก็ลองดูสิ” แซมเวลล์ตอบทันทีโดยไม่ลังเล “พวกข้ารออยู่”
เขารู้ดีว่าเจ้าชายโดรานจะไม่มีทางเสี่ยงทำสงครามอีก ไม่ใช่แค่เพราะดอร์นบอบช้ำจากความพ่ายแพ้เมื่อไม่นานมานี้ แต่ยังเพราะมันจะทำลายแผนการล้างแค้นที่โดรานวางไว้อย่างพิถีพิถันนานหลายปี ย้อนกลับไปในอดีตน้องสาวของเขา เอเลีย มาร์เทล เคยแต่งงานกับเจ้าชายเรการ์ ทาร์แกเรียน แต่กลับถูกฆ่าพร้อมลูก ๆ เมื่อพระราชวังหลวงถูกตีแตกโดยกองทัพของผู้ชิงบัลลังก์ ตั้งแต่นั้นมาโดรานก็เก็บงำความแค้น และวางแผนที่จะฟื้นฟูราชวงศ์ทาร์แกเรียนอีกครั้ง
อันที่จริงแล้วรีชก็เป็นพันธมิตรที่เป็นไปได้ในแผนการนี้ พวกเขาจงรักภักดีต่อราชวงศ์ในช่วงการกบฏ แต่ปัจจุบันกลับถูกกันออกจากศูนย์กลางอำนาจในเมืองหลวง และตระกูลไทเรลล์เองก็ไม่พอใจมานานที่อิทธิพลของพวกเขาถูกลดทอนลง
ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์นี้ แซมเวลล์จึงมั่นใจในท่าทีแข็งกร้าวของตน เขามองเห็นว่าคำขู่ของโอเบอรินก็เป็นแค่ลมปาก แต่ถึงอย่างนั้น การปรากฏตัวของโอเบอรินก็ยังทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบอยู่ดี
ท่ามกลางความตึงเครียด ทหารคนหนึ่งก็เข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับ “ท่านหญิงนาตาลี มีอีกาเดินทางมาจากคิงส์แลนดิ้งพร้อมข่าวด่วน”
“อีกา?” แซมเวลล์ถามอย่างสงสัย
นาตาลีรับจดหมายมาอ่าน แล้วส่งให้แซมเวลล์ทันทีหลังอ่านจบ
แซมเวลล์กวาดสายตาไปบนจดหมาย พร้อมกับสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ดูเหมือนหัตถ์แห่งราชา ลอร์ดจอน แอริน กำลังมาที่สตาร์ฟอล”
โอเบอรินยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางใช้โอกาสนี้ถอยออกอย่างมีศักดิ์ศรี “เช่นนั้นก็ดี ให้หัตถ์เฒ่ามาเป็นผู้ตัดสินเถอะ”
จากนั้นเขากับอาเรียนก็เดินออกจากห้องประชุมไป