เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 97

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 97

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 97


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 97 ศัตรู

“เจ้าชายโอเบอริน” แซมเวลล์กล่าวเรียกด้วยรอยยิ้มสุภาพ “เจ้าหญิงอาเรียนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องของนาง ไม่ต้องกังวล เราปฏิบัติต่อนางด้วยความเคารพอย่างที่สุด”

“ข้าต้องการพบนาง” โอเบอรินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดุจเหล็กกล้า

“แน่นอน” แซมเวลล์เรียกทหารเข้ามา พร้อมกระซิบคำสั่งเบา ๆ ไม่นานนัก โอเบอรินก็เดินตามทหารออกจากห้องไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองลอร์ดแห่งรีชคนใดรอบตัวเขา ราวกับว่าพวกเขาไม่คู่ควรแม้แต่เสี้ยววินาทีของเขา

“ช่างหยิ่งยโสเสียจริง!” โฮรัส เรดไวน์สบถออกมา แน่นอนว่านั่นเป็นหลังจากที่โอเบอรินเดินพ้นห้องไปแล้ว

“เอาล่ะ” แซมเวลล์พูดพร้อมยิ้มมุมปาก “ปล่อยให้อาหลานได้พบกันตามสบาย ส่วนพวกเรากลับมาเข้าเรื่องกันต่อเถอะ”

“ใช่ ใช่!” มาร์ค มัลเลนดอร์รีบเสริมทันที “ข้าว่าถึงเวลาแล้วที่ตระกูลเดย์นจะต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม”

เมื่อเห็นสายตาของเหล่าขุนนางหันมาที่นาง นาตาลีก็ตกใจสะดุ้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างประหม่าหลังจากเงียบไปพักใหญ่ “แน่นอน . . . เดี๋ยวข้าจะไปนำทองมาให้”

“ดีเยี่ยม!”

. . .

โอเบอรินผลักประตูห้องเปิดออก และพบว่าอาเรียนกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ยาวริมหน้าต่าง พร้อมกับขวดไวน์แดงฤดูร้อนในอ้อมแขน โดยที่นางไม่ได้ใช้ถ้วยดื่มด้วยซ้ำ แต่ยกดื่มตรงจากขวดเลย

เมื่อเห็นประตูเปิดออกนางก็เหลียวกลับมามองเขาเล็กน้อย ดวงตาโตสีดำของนางพร่ามัวด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนจะกระพริบตาสองสามครั้งและจำชายคนที่เดินเข้ามาได้ในที่สุด “ท่านลุง? ท่านมาที่นี่ทำไม?”

โอเบอรินปิดประตูแล้วเดินเข้าหานาง “ถ้าข้าไม่มาแล้วเจ้าจะทำอย่างไร? หรือเจ้าคิดว่ารีชจะปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ?”

“งั้นก็ให้พวกเขาเก็บข้าไว้เถอะ” อาเรียนตอบทั้งด้วยอาการเมาและดื้อดึง “อย่างน้อยข้าก็จะได้อยู่ห่างจากซันสเปียร์ ไม่ต้องเกะกะใคร”

โอเบอรินแย่งขวดไวน์จากมือนางไป แล้วดื่มอึกใหญ่เอง ก่อนที่เขาจะยิ้มเจื่อน ๆ ขณะลิ้มรส “แล้วเจ้าจะทำอะไรในรีช? คิดว่าพวกเขาจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนเจ้าหญิงหรือ?”

อาเรียนเชิดหน้าใส่พลางหันหลังให้เขา เอนตัวลงนอนยาวบนเก้าอี้อีกครั้ง “แล้วมันต่างกันตรงไหน? ที่ซันสเปียร์ก็ไม่มีใครปฏิบัติกับข้าเหมือนเจ้าหญิงอยู่แล้ว ทุกคนยังมองว่าข้าเป็นเด็ก โดยเฉพาะ . . . ท่านพ่อ”

“เพราะเจ้ายังเป็นเด็กอยู่” โอเบอรินดื่มจนหมดขวด แล้วโยนออกไปทางหน้าต่าง จากนั้นหันกลับมายิ้มเยาะ “บอกข้ามาสิ ว่าเจ้าคับข้องใจกับพ่อของเจ้าเรื่องอะไร?”

“ข้าไม่ใช่เด็ก!” อาเรียนลุกพรวดขึ้นมานั่งตัวตรงเต็มความสูง แสดงความหยิ่งผยองอย่างเต็มที่ “ข้าอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว! เป็นผู้ใหญ่มาห้าปีเต็ม!”

“ใช่ เจ้าคือผู้ใหญ่แล้ว” โอเบอรินพูด พร้อมกับรอยยิ้มที่เลือนหายไป แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “โตพอจะนำเหล่าชาวดอร์นหลายพันคนไปสู่ความตาย”

อาเรียนสะดุ้ง สีหน้ากลายเป็นซีดเผือด ความกล้าทั้งหมดที่สะสมมาหลุดลอยไปในพริบตา หลายวันที่ผ่านมานางจมอยู่กับไวน์ หวังจะลืมเสียงร้องโหยหวนของชายที่กำลังจะตาย แต่คำพูดของโอเบอรินกลับฉีกบาดแผลเหล่านั้นให้เปิดออกอีกครั้ง

โอเบอรินขยับเข้ามาใกล้คุกเข่าลงตรงหน้านาง และสบตานางอย่างแน่วแน่ “เจ้าพูดถูก เจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าเคยบอกเจ้ารึเปล่าว่าเมื่อข้าอายุเท่าเจ้า ข้าทำอะไร?”

แน่นอนว่าโอเบอรินไม่รอคำตอบจากนาง และพูดต่อว่า “ข้าไปนอนกับคนรักของเอ็ดการ์ ยอนวูด ลอร์ดแห่งยอนวูด เขาท้าข้าดวล ข้ารับคำท้า และส่งเขาไปหาเทพทั้งเจ็ด”

อาเรียนรู้เรื่องนี้ดี เพราะเรื่องราวนี้เองที่ทำให้ลุงของนางได้รับสมญา ‘อสรพิษแดง’ เอ็ดการ์เคยคิดว่าโอเบอรินจะพอใจแค่การชิงเลือดครั้งแรก และไม่มีใครต้องตายเพราะคนรัก แต่โอเบอรินไม่คิดแบบนั้น เขาใช้ดาบที่เคลือบพิษ ทำให้เอ็ดการ์ตายอย่างทรมานและเชื่องช้า

“เห็นไหม?” โอเบอรินกล่าวต่อ “ข้าเก่งเรื่องฆ่าคนในดวล แต่ข้าไม่เคยเล่นเกมการเมืองกับพ่อของเจ้าเลยรู้ไหมทำไม?”

“เพราะท่านพ่อชนะตลอด” อาเรียนยิ้มเยาะ นางรู้ดีว่าเจ้าชายโดรานมักเล่นเกมการเมืองคนเดียว เพราะไม่มีใครสู้เขาได้

“ใช่” ดวงตาของโอเบอรินวาวขึ้น น้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าเดิม “ข้าเก่งในการต่อสู้ พ่อของเจ้าเก่งในเกมการเมือง เราเล่นตามจุดแข็งของตัวเอง เพราะเรารู้จักความเสี่ยง แต่เจ้าอาเรียน เจ้ารู้ไหมว่าเกมที่เจ้าเล่นคืออะไร? เจ้ามีฝีมือพอหรือยัง? เจ้าเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ไหม? เจ้าคิดสิ่งเหล่านี้บ้างไหมก่อนจะไปท้าทายแรนดิลล์ ทาร์ลี่, อเลสเตอร์ ฟลอเรนท์ และแซมเวลล์ ซีซาร์คนนั้น?”

น้ำตาเริ่มไหลจากใบหน้าของอาเรียนเมื่อนางเริ่มตระหนักถึงความบุ่มบ่ามของการกระทำตนเอง และเหล่าชาวดอร์นที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะนาง

โอเบอรินประคองปลายคางของนางไว้ ยกใบหน้านางขึ้นมาสบตากับเขา “จำไว้นะ อาเรียน เรากำลังเล่นเกมแห่งอำนาจ ไม่ใช่พนันสุราแบบโยนเต๋าในโรงเหล้า การก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจต้องชดใช้ด้วยผลลัพธ์ที่ร้ายแรง”

“ข้าเข้าใจแล้ว” ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา “ข้าผิดไปจริง ๆ”

โอเบอรินค่อย ๆ ปล่อยมือจากคางอาเรียน พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าจากผ้าคลุม ซึ่งนางก็รับมันมา และค่อย ๆ ซับน้ำตา ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า “แต่ท่านลุง . . . ท่านไม่คิดหรือว่าท่านพ่ออ่อนแอเกินไป? ถ้าข้าไม่ลุกขึ้นทำอะไร ผู้คนก็จะคิดว่าพวกเขาสามารถเหยียบย่ำตระกูลมาร์เทลได้ตามใจชอบ!”

“เจ้าเชื่อจริง ๆ หรือว่าพ่อของเจ้าอ่อนแอ?”

“ไม่ใช่หรือ?” อาเรียนโต้กลับ “ตอนที่ท่านฆ่าเอ็ดการ์ ยอนวูด ในการดวล ตระกูลยอนวูดแทบจะประกาศสงครามกับซันสเปียร์ แล้วท่านพ่อทำอะไร? เขาเนรเทศท่านไปอีกฟากของทะเลแคบ แถมยังส่งลูกชายของตัวเองไปเป็นตัวประกันให้ยอนวูดอีก! แบบนั้นไม่เรียกว่าอ่อนแอแล้วจะเรียกว่าอะไร?”

“แล้วถ้าเจ้าเป็นผู้ปกครองดอร์น เจ้าจะทำอย่างไร?” โอเบอรินถาม “เรียกระดมทัพ แล้วก่อสงครามกลางเมืองหรือ?”

“นั่นยังดีกว่าการที่ท่านพ่อทำให้ตระกูลมาร์เทลต้องอับอาย!” อาเรียนระเบิดอารมณ์ออกมา ความคับแค้นสะสมตลอดหลายเดือนพลุ่งพล่านราวน้ำเชี่ยว “ท่านทำให้เราอับอาย! รู้ไหมว่าตอนข้าเรียกระดมทัพจากยอนวูด มีคนมาส่งแค่ไหน? สามสิบคน แค่สามสิบ! ตระกูลยอนวูดไม่แม้แต่จะตอบรับสัญลักษณ์หอกกับตะวันของเราอีกแล้ว”

“นั่นไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเสียทีเดียว ยอนวูดอยู่ห่างจากสตาร์ฟอลล์มาก พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังทั้งหมดได้หรอก” เมื่อเห็นว่านางยังไม่คล้อยตาม โอเบอรินจึงเสริมว่า “ยิ่งกว่านั้น แอนเดอร์ส ยอนวูด ซื่อสัตย์อย่างที่สุด เจ้ารู้ไหมว่าเอ็ดการ์ ยอนวูด เคยดื้อรั้นขนาดไหน ขนาดที่พ่อของเจ้าก็ยังมีขีดจำกัดของความอดทน”

อาเรียนชะงัก เริ่มจับทางสิ่งที่ลุงของนางพยายามจะสื่อ “ท่านลุง . . . ท่านหมายความว่า . . .”

“ใช่แล้ว” โอเบอรินยิ้มเย็น ๆ “เจ้าคิดว่าการดวลนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือ? คนรักของเอ็ดการ์อายุมากกว่าข้าตั้งยี่สิบปี ผิวแห้งกรังราวกับทะเลทรายดอร์น ข้าจะไปตามจีบนางทำไม?”

“งั้นท่านก็ล่อลวงนางเพื่อล่อให้เอ็ดการ์โกรธ แล้วบีบให้เขามาท้าดวล . . .” อาเรียนพึมพำ ราวกับเข้าใจแผนการนั้นชัดเจน

“ถูกต้อง” โอเบอรินยอมรับโดยไม่ลังเล “และเรื่องที่เจ้าว่าพ่อของเจ้า ‘อ่อนแอ’ นั้น ลองคิดดูดี ๆ ว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นเขาทำอะไรบ้าง

การเนรเทศข้า ไม่ใช่การลงโทษ แต่มันคือธรรมเนียมของตระกูลมาร์เทล ที่ทายาทจะต้องเดินทางไปอีกฟากของทะเลแคบเมื่อถึงวัย พ่อของเจ้าแค่ใช้ประเพณีนั้นเพื่อทำให้ยรอนวูดพอใจ”

“ส่วนเควนติน น้องชายของเจ้าไปอยู่กับยอนวูด มันแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ? ตอนนี้เขาเป็นสหายของลอร์ดแอนเดอร์ส และจะได้เป็นอัศวินในอนาคต ยอนวูดก็เคารพเขาเหมือนครอบครัว พูดตามจริงแล้ว เราไม่ได้สูญเสียอะไรเลย แต่กลับได้ประโยชน์ แถมได้กำจัดศัตรูที่อันตรายไปหนึ่งคน”

อาเรียนนิ่งเงียบจมอยู่ในความคิด ตอนนี้นางเริ่มเข้าใจถึงพลังของความเงียบและไหวพริบของผู้เป็นบิดาแล้ว

“ยิ่งไปกว่านั้น” โอเบอรินเสริม “ตระกูลยอนวูดไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงของเรา และรีชก็ไม่ใช่เช่นกัน”

“แล้วใครล่ะ?” นางถามกลับโดยสัญชาตญาณ

ทันใดนั้นดวงตาของโอเบอรินก็เหมือนลุกเป็นไฟ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธที่เก็บงำไว้

“ตระกูลเคลเกน ตระกูลแลนนิสเตอร์ ตระกูลบาราเธียน” โอเบอรินกล่าวผ่านไรฟัน ราวกับเสียงคำรามอันเงียบงัน “พวกชิงบัลลังก์ที่ฆ่าป้าของเจ้า กับลูก ๆ ของนาง ศัตรูที่แท้จริงคือพวกที่ปล้นเลือดของเราไป!!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 97

คัดลอกลิงก์แล้ว