เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 96

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 96

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 96


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 96 อสรพิษแดง

“เก้าหมื่นหกพันเหรียญทองมังกร นั่นคือข้อเรียกร้องจากตระกูลทาร์ลี่แห่งฮอร์นฮิลล์”

อัลฟริก พ่อบ้านเดย์นอยู่ในสภาพหมดหนทางโดยสิ้นเชิง เขาเข้าใจดีแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมุ่งมั่นจะรีดเอาเหรียญสุดท้ายจากห้องคลังของสตาร์ฟอลล์ และไม่ใช่แค่สตาร์ฟอลล์เท่านั้น แต่รวมถึงห้องคลังของไฮเฮอร์มิเทจด้วย

“และสุดท้าย สำหรับอีเกิลส์พอยท์” แซมเวลล์ถอนหายใจ “ข้าได้รับความเสียหายมหาศาลจากสงครามครั้งนี้”

นาตาลีที่มีความจริงใจเสมอ กล่าวปลอบใจว่า “ไม่ต้องห่วง เซอร์แซมเวลล์ สตาร์ฟอลล์จะชดเชยความเสียหายทั้งหมดให้ท่านเอง”

แซมเวลล์พยักหน้าขอบคุณอย่างดูจริงใจ ก่อนจะพูดต่อ “อย่างแรก เนื่องจากการรุกรานของอุลริค แซนด์ ที่อีเกิลส์พอยท์ ท่าเรือของข้าถูกทำลาย ข้าจึงขอใช้ท่าเรือของสตาร์ฟอลล์แทนเป็นการชดเชย ระยะเวลา 99 ปี”

อัลฟริกแทบกลั้นกลอกตาไว้ไม่อยู่ ท่าเรือเล็ก ๆ ที่อีเกิลส์พอยต์จะต้องได้รับการชดเชยด้วยท่าเรือของสตาร์ฟอลล์ และถึงกับ 99 ปีเลยหรือ? จะเรียกร้องเอาเป็นเจ้าของไปเลยไม่ดีกว่าหรือ? แต่เขารู้ว่าการคัดค้านไม่มีประโยชน์ จึงได้แต่หลับตาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

“ต่อไป ที่ดินของข้าถูกเผาทำลายระหว่างสงคราม ดังนั้นสตาร์ฟอลล์ต้องส่งคนเจ็ดพันนายไปช่วยฟื้นฟูอีเกิลส์พอยท์ และจากความสูญเสียอย่างหนักทั้งทหารและประชาชน รวมถึงทรัพย์สินและเสบียง ตระกูลเดย์นต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกแปดหมื่นเหรียญทองมังกร”

“เดี๋ยวก่อน”

แซมเวลล์คิดว่าเจ้าผู้ดูแลชราจะคัดค้านอีกครั้ง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขากลับแปลกใจที่เห็นโฮรัส เรดไวน์เป็นคนก้าวออกมาแทน

“เซอร์โฮรัส ท่านมีอะไรอย่างนั้นหรือ?”

“ข้าไม่ติดอะไรที่ฟลอเรนต์กับทาร์ลี่จะได้ส่วนแบ่งของพวกเขา แต่สำหรับอีเกิลส์พอยท์? ท่านแทบไม่ส่งทหารมาช่วย แล้วทำไมถึงมีสิทธิ์ได้ค่าชดเชยมากมายขนาดนี้?” โฮรัสสบถทันที

แซมเวลล์แค่นยิ้ม และรู้ดีว่านั่นคือความอิจฉา “เฮอะ ท่านไม่รู้ตัวเลยหรือ? สงครามครั้งนี้ทำให้คลังบรั่นดีที่สะสมไว้สามเดือนของข้าหมดเกลี้ยง นั่นก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว หากคำนวณที่สิบเหรียญเงินต่อแกลลอน ยังไม่รวมถึงการที่ข้าระดมชาวบ้านแทบทุกคนจากอีเกิลส์พอยท์มาร่วมรบ ทำให้อุตสาหกรรมหลักอย่างการกลั่นบรั่นดี การทำเหมืองเงิน และการก่อสร้างต้องหยุดชะงัก ท่านได้คิดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือยัง? และยังมีผู้คนของข้ามากมายต้องอพยพ หลายคนเห็นบ้านตนเองถูกทำลายกับตา ท่านจินตนาการถึงบาดแผลทางใจได้ไหม? แล้วยังมี . . .”

“พอแล้ว!” โฮรัสขัดขึ้น เขาเริ่มเวียนหัวกับเหตุผลที่ถาโถมเข้ามา และด้วยความที่ไม่มีใครสนับสนุนในห้องนั้น เขาจึงได้ต้องจำยอม เพราะเขารู้ว่าแกนนำในสงครามคือฟลอเรนต์กับทาร์ลี่ ซึ่งทั้งสองต่างก็สนับสนุนแซมเวลล์ เขาเองจึงไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ แถมแปดพันเหรียญทองมังกรก็คงพอทำให้แพ็กซ์เตอร์ เรดไวน์พอใจได้

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านอีก แซมเวลล์จึงพูดต่อ “สุดท้าย เพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต ข้าขอเสนอให้เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมระหว่างดินแดนของเรา สตาร์ฟอลล์และไฮเฮอร์มิเทจจะยกเว้นภาษีสินค้าทั้งหมดจากอีเกิลส์พอยท์ และตระกูลเดย์นจะไม่ห้ามราษฎรของตนในการทำงาน อาศัย หรือแม้แต่ตั้งถิ่นฐานที่อีเกิลส์พอยท์”

“ข้าเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้อย่างยิ่ง” นาตาลีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ พลางพยักหน้า “ค่าแรงที่อีเกิลส์พอยท์สูง อาหารก็ดี ข้าเชื่อว่าผู้คนของเราคงอยากไปที่นั่น”

อัลฟริกแทบจะเป็นลม

แซมเวลล์ยิ้ม พลางตบบ่านาตาลีเบา ๆ “ข้าเป็นคนใจกว้างกับคนที่ทำงานให้ข้า ไม่ว่าจะเป็นชาวรีช ชาวดอร์น หรือแม้แต่พวกคนเถื่อนก็ตาม”

จากนั้นเขาก็ยื่นปากกาและกระดาษให้นาตาลี “ท่านหญิงนาตาลี หากท่านไม่มีข้อคัดค้านต่อรายชื่อค่าชดเชยนี้ โปรดลงนามที่นี่”

“โอ้” นาตาลีเซ็นชื่ออย่างเชื่อฟัง

อัลฟริกรู้สึกราวกับจะพุ่งไปแย่งปากกา หรือฉีกเอกสารทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ยั้งตัวไว้ ชีวิตเป็นของเขาเอง และถ้าท่านหญิงนาตาลีไม่แคร์ทรัพย์สมบัติของตระกูล แล้วเขาจะต้องห่วงไปทำไม?

ลายมือของนาตาลีสั่นไหว สะท้อนถึงประสบการณ์การอ่านเขียนที่ยังจำกัด แม้จะมีการเรียนกับอาชารา เดย์นแล้วก็ตาม

แต่สำหรับแซมเวลล์ ลายเซ็นของนางนั้นคือภาพที่งดงามที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะเขาสนุกกับการหลอกเด็กสาว หากแต่เพราะเขาจำเป็นต้องบั่นทอนอำนาจของตระกูลเดย์น เพราะตราบใดที่สตาร์ฟอลล์ยังแข็งแกร่งก็จะต่อต้านอิทธิพลของเขา ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสถานะใหม่ของนาตาลี

หลังจากที่นางเซ็นชื่อเสร็จ เหล่าขุนนางแห่งรีชก็สบตากันอย่างกระตือรือร้น เตรียมพร้อมจะเข้าไปกอบโกยทรัพย์สมบัติจากห้องคลังของตระกูลเดย์นจนหมดสิ้น

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ขยับตัว ทหารคนหนึ่งก็รีบร้อนเข้ามาในท้องพระโรง พลางประกาศว่า “ท่านทั้งหลาย เจ้าชายโอเบอริน มาร์เทล ได้มาถึงสตาร์ฟอลล์แล้ว และกำลังรออยู่ที่ประตู”

ความเงียบงันปกคลุมทั่วห้อง และหลังจากผ่านไปชั่วครู่ ลอร์ดแรนดิลล์ ทาร์ลี่ ก็ทำลายความเงียบนั้นลง “‘อสรพิษแดง’ เดินทางมาเร็วจริง ๆ แล้วเขานำทหารมาด้วยกี่คน?”

“มาเพียงคนเดียวขอรับ”

แรนดิลล์ถึงกับผงะ “เชิญเขาเข้ามา”

“รับทราบท่านลอร์ด”

ทันทีที่ชื่อของเจ้าชายโอเบอริน มาร์เทล ถูกเอ่ยขึ้น บรรยากาศในห้องก็แปรเปลี่ยนไปทันที

อสรพิษแดงแห่งดอร์น โอเบอริน มาร์เทล เป็นที่รู้จักไปทั่วเวสเทอรอส ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นน้องชายของเจ้าชายโดรานเท่านั้น แต่เพราะด้วยนิสัยใจร้อนและความโหดเหี้ยม เขามักจบข้อพิพาทด้วยการประลองถึงตาย และบ่อยครั้งก็ใช้พิษเป็นอาวุธ ซึ่งเป็นวิธีการที่อัศวินดูแคลน แต่ทุกคนต่างก็เกรงกลัว

นอกจากนี้ชาวรีชส่วนใหญ่ล้วนโกรธแค้นเขาเป็นพิเศษ เพราะโอเบอรินคือคนที่ทำให้วิลลาส ไทเรลล์ รัชทายาทแห่งไฮการ์เดนต้องพิการ

แซมเวลล์แอบสอดกระดาษที่มีลายเซ็นลงในเสื้อคลุมอย่างเงียบ ๆ พลางรู้สึกโล่งใจที่นาตาลีเซ็นก่อนโอเบอรินจะมาถึง ตอนนี้เว้นแต่ตระกูลมาร์เทลจะออกมาคัดค้านต่อหน้าสาธารณะ ตระกูลเดย์นก็จะต้องยึดถือข้อตกลงชดเชยนี้

ส่วนโอกาสที่มาร์เทลจะกล้าค้านข้อตกลง แซมเวลล์มองว่าเป็นไปได้น้อยมาก หลังศึกนี้ดอร์นคงไม่มีพลังจะเปิดสงครามครั้งใหญ่อีกกับรีช และความอดทนของเจ้าชายโดรานก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว หากไม่เพราะลูกสาวใจร้อนของเขา สงครามครั้งนี้อาจไม่ลุกลามขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ในขณะกำลังครุ่นคิด แซมเวลล์ก็เงยหน้าขึ้นและเห็นร่างสูงปรากฏที่ประตูห้อง

ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมพลิ้วไหวหลากสี ส้ม เหลือง และแดง ดั้งจมูกโด่งตรง หน้าผากแคบ เส้นผมสีดำมันวาว ใต้คิ้วบาง ๆ ดวงตาสีดำสนิทของเขาเปล่งประกายเย็นเยียบ เหมือนกับงูพิษที่กำลังจ้องเหยื่อไม่มีผิด

“ชาวรีช” โอเบอริน มาร์เทล ก้าวเข้ามาในห้องเพียงลำพัง ทว่ารัศมีของเขากลับยิ่งใหญ่ราวกับนำกองทัพมาด้วย ก่อนที่ดวงตาเย็นชาของเขาจะกวาดมองลอร์ดรีชทีละคน โดยที่น้ำเสียงของเขาแฝงความคุกคามอย่างปิดไม่มิด ขณะเอ่ยถามต่อว่า “หลานสาวข้าอยู่ที่ไหน?”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 96

คัดลอกลิงก์แล้ว