เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 95

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 95

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 95


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 95 ค่าปฏิกรรมสงคราม

สตาร์ฟอลล์

ในห้องโถงใหญ่ที่สว่างไสว ท่านหญิงแห่งตระกูลเดย์นคนใหม่ นาตาลี เดย์น ยืนอยู่บนแท่นสูง มองลงไปยังเหล่าอัศวินแห่งตระกูลเดย์นที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“ในนามแห่งดาบและดวงดาว พวกข้าขอสาบานความจงรักภักดีอันเป็นนิรันดร์ต่อ นาตาลี เดย์น นับจากวันนี้เป็นต้นไป ดาบของเราจะถูกชักออกเพื่อตัวท่านเท่านั้น ขอให้เทพทั้งเจ็ดเป็นพยานในคำสัตย์ของเรา!”

เสียงเข้มขรึมดังก้องไปทั่วห้องโถง ทำให้นาตาลีรู้สึกแข็งทื่อและประหม่า ราวกับมีผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง นางเหลือบมองไปยังแซมเวลล์ในกลุ่มฝูงชน ใบหน้าคุ้นเคยของเขาทำให้นางรู้สึกมั่นคงขึ้น และเมื่อเขาสบตานางกลับมา นางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

“ข้ารับคำสัตย์ของพวกท่าน” นาตาลีตอบด้วยเสียงอ่อนโยนอันเต็มไปด้วยความเยาว์วัย

ทันใดนั้นอัศวินเหล่านั้นก็ลุกขึ้นยืนทีละคน และไปยืนข้างแท่น

แซมเวลล์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตอนนี้ถือได้ว่านาตาลีได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นผู้นำแห่งตระกูลเดย์นแล้ว

แน่นอนนางยังต้องได้รับการรับรองจากเจ้าชายแห่งดอร์นเพื่อให้ถือครองตำแหน่งลอร์ดแห่งสตาร์ฟอลล์อย่างเป็นทางการ แต่แซมเวลล์มั่นใจว่า โดราน มาร์เทล จะยินยอม เว้นเสียแต่ว่าเขาอยากเห็นลูกสาวของตัวเองตกอยู่ในความทุกข์

เมื่อเดินเข้ามาใกล้ แซมเวลล์ก็ก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพ “ขอแสดงความยินดี ท่านหญิงนาตาลี ข้าเชื่อว่าตระกูลเดย์นจะรุ่งเรืองภายใต้การนำของท่าน”

“ขอบคุณ เซอร์แซมเวลล์” รอยยิ้มของนาตาลีเปล่งประกาย “ท่านคือพันธมิตรที่ข้าไว้วางใจ สตาร์ฟอลล์จะจดจำมิตรภาพของท่านไว้เสมอ”

“ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” แซมเวลล์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่เสียงของเขากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย “อย่างไรก็ตาม จากความทะเยอทะยานบางประการที่ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ทั้งดอร์นและริชอย่างใหญ่หลวง รวมถึงชีวิตของผู้คนนับพัน เราจำเป็นต้องหารือเรื่องค่าปฏิกรรมสงคราม”

เงาแห่งความรู้สึกผิดปรากฏบนใบหน้าของนาตาลี “ข้าขออภัยต่อชีวิตที่สูญเสียไปในการสู้รบ ตระกูลเดย์นจะรับผิดชอบในการชดใช้ตามสมควร”

“ท่านเป็นผู้นำที่ฉลาดมาก ท่านหญิงของข้า!” แซมเวลล์หัวเราะเบา ๆ ขณะหยิบม้วนกระดาษยาวขึ้นมา และเมื่อคลี่ออกมันก็ยาวเกือบหนึ่งเมตร “นี่คือลิสต์ค่าชดเชิงเบื้องต้น ท่านหญิงนาตาลี เชิญตรวจสอบได้เลย”

นาตาลียกกระโปรงขึ้นอย่างเรียบร้อยแล้วก้าวลงจากแท่นเดินเข้าไปหาแซมเวลล์ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นกระดาษเต็มไปด้วยตัวอักษรถี่แน่น

“เซอร์แซมเวลล์ ข้าเชื่อในการตัดสินใจของท่าน เราไปตาม . . .”

“เดี๋ยวก่อนท่านลอร์ด!”

ในที่สุดอัลฟริก ผู้ดูแลชราของตระกูลเดย์นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและรวบรวมความกล้าเข้าขัดจังหวะผู้เป็นนายสาวที่อ่อนประสบการณ์และไว้ใจคนอื่นมากเกินไป

แซมเวลล์หรี่ตา จ้องมองใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชรา “อัลฟริกเจ้าคัดค้านหรือ?”

“เซอร์แซมเวลล์ ข้าเห็นว่าควรเปิดหารือรายการชดเชยนี้กันอย่างเปิดเผยจะเหมาะสมกว่า”

แซมเวลล์ยังคงจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปากและพยักหน้า “ก็ได้ มาคุยกันเลย อย่างแรกคือค่าชดเชยให้ตระกูลเรดไวน์”

เขายกมือชี้ไปที่โฮรัสและฮอบเบอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ตระกูลเรดไวน์ส่งเรือรบสิบลำพร้อมลูกเรือเกือบพันคน เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยจำนวน แปดพันเหรียญทองมังกร”

คิ้วของอัลฟริกขมวดแน่น ก่อนจะโต้แย้งว่า “เซอร์แซมเวลล์ ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิดเรือของตระกูลเรดไวน์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรบ และก็ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เช่นนั้นแล้ว . . .”

“อัลฟริก!” โฮรัส เรดไวน์ เดินพรวดเข้ามาแทบจะเอานิ้วจิ้มหน้าเขา “เจ้ากำลังดูแคลนความพยายามของตระกูลเรดไวน์หรือ? พวกเรามาไกลถึงที่นี่ แล้วเจ้าจะไม่ให้แม้แต่แปดพันเหรียญ? ถ้าเจ้าพูดอะไรอีกคำเดียว ข้าจะสั่งเผาท่าเรือสตาร์ฟอลล์ให้ดู!”

“ข้ามิได้ปฏิเสธค่าชดเชย เซอร์โฮรัส” อัลฟริกถอนใจ “ข้าเพียงอยากขอเจรจาตัวเลขให้เหมาะสมกว่านี้ . . .”

“เจรจาเหรอ? งั้นเจ้าบอกมาสิว่าเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม” โฮรัสจ้องเขาเขม็ง พร้อมจะต่อยทันทีถ้าเขาพูดตัวเลขที่น้อยเกินไป

อัลฟริกมองไปยังอัศวินตระกูลเดย์น หวังจะได้รับการสนับสนุน แต่พวกเขากลับยืนนิ่งดุจรูปปั้น หวาดเกรงเหล่าทหารจากริชที่เพิ่งเอาชนะพวกเขาไปไม่นาน

เมื่อหันไปมองนาตาลีเขาก็พบเพียงสายตาใสซื่อและสับสนในดวงตาสีม่วงของนาง นางคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแปดพันเหรียญทองมังกรคืออะไร ทันใดนั้นหัวใจของชายชราก็หนักอึ้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“บางทีเราคงหาทางประนีประนอมได้” แซมเวลล์เสนออย่างเห็นอกเห็นใจ “หากตระกูลเรดไวน์ยินดีรับเพียงเจ็ดพันเก้าร้อยเหรียญทองมังกร?”

โฮรัสยักไหล่ “ก็ได้ ข้ายอมผ่อนปรนให้ครั้งนี้”

“ท่านหญิงนาตาลี ท่านเห็นด้วยหรือไม่?” แซมเวลล์ถามพลางยิ้ม

“โอ้ ใช่ แน่นอนค่ะ”

“ดี เป็นอันตกลง” แซมเวลล์ไม่แม้แต่จะมองอัลฟริกอีกครั้ง ขณะจดตัวเลขลงบนม้วนกระดาษ จากนั้นเขาจึงกล่าวต่อ “ถัดไปคือ เซอร์เอม่อน แห่งตระกูลคาย ท่านผู้นี้นำทหารสามร้อยนายเข้าสู่สนามรบ มีผู้เสียชีวิตสิบสาม และบาดเจ็บสาหัสอีกยี่สิบสี่คน เมื่อคำนวณรวมเงินบำนาญและค่าใช้จ่ายในช่วงสงครามแล้ว รวมเป็นเงินเก้าพันเหรียญทองมังกร”

“แต่ว่า . . . ท่านคำนวณเงินบำนาญอย่างไรหรือ? มันไม่น่าจะมากขนาดนี้ . . .” เสียงของอัลฟริกเบาลงราวกระซิบขณะถาม

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เซอร์เอม่อน คาย พูดสวนขึ้นทันที พลางพุ่งตัวเข้ามา “เจ้ากำลังบอกว่าชีวิตของทหารเรามีมูลค่าไม่ถึงจำนวนนี้หรือไง?”

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเลย . . .” อัลฟริกตอบเบา ๆ แทบหมดแรงโต้แย้ง

อัศวินแห่งตระกูลเดย์นยังคงยืนเงียบราวกับถูกพรากเสียงและความกล้าหาญไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ในสนามรบ ทำให้อัลฟริกที่ไร้การสนับสนุน ทำได้เพียงก้มศีรษะอย่างสิ้นหวัง

นาตาลีที่รู้สึกสงสารผู้ดูแลสูงวัยของตน พยายามปลอบใจ “ท่านอัลฟริก เราต้องใจกว้างในเรื่องเงินบำนาญนะคะ มิเช่นนั้น เทพทั้งเจ็ดอาจทอดทิ้งเราก็เป็นได้”

อัลฟริกทำได้เพียงถอนใจยาว เขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้นายหญิงของตนเข้าใจสถานการณ์นี้อย่างไรดี

“ตกลงตามนี้” แซมเวลล์กล่าวพลางบันทึกตัวเลขลงไป ขณะที่เซอร์เอม่อนถอยกลับไปด้วยสีหน้าพอใจ

“ถัดไปคือ ตระกูลมัลเลนดอร์ ไฮการ์เดนส่งทหารสองร้อยนาย และมีผู้เสียชีวิตเช่นกัน ดังนั้นตระกูลเดย์นจะจ่ายเงินชดเชยให้ เจ็ดพันเหรียญทองมังกร”

หลังจากฟังข้อเรียกร้องก่อนหน้า แม้แต่อัลฟริกก็ยังรู้สึกว่าตัวเลขนี้ดู . . . สมเหตุสมผลอยู่บ้าง!

เมื่อไม่มีใครแสดงความคัดค้าน แซมเวลล์จึงอ่านต่อ “สุดท้ายคือตระกูล ฟลอเรนท์ ปราสาทไบรต์วอเตอร์ส่งทหารมาสามพันสองร้อยนาย มีผู้เสียชีวิตรวมมากที่สุด ดังนั้นตระกูลเดย์นจะต้องจ่ายเงินชดเชย แปดหมื่นห้าพันเหรียญทองมังกร”

“เท่าไหร่นะ!?” แม้ในสภาพใจลอย อัลฟริกก็ยังเผลออุทานออกมา

“แปดหมื่นห้าพันเหรียญทองมังกร” อเลกิน ฟลอเรนท์ กล่าวขณะก้าวออกมาพร้อมวางมือบนดาบ “เจ้ามีปัญหากับตัวเลขนี้หรือ?”

อัลฟริกไม่สงสัยเลยว่า ถ้าเขาเผลอคัดค้านแม้เพียงนิดเดียว เซอร์อเลกินคงไม่ลังเลที่จะปล่อยทหารของเขาถล่มสตาร์ฟอลล์ เมื่อคิดได้เช่นนั้น ตัวเลขนี้ก็ . . . ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

เขาถอนใจอย่างจำยอมก่อนจะก้มศีรษะอีกครั้ง ส่วนนาตาลีนั้นแทบไม่เข้าใจเลยว่าตัวเลขจำนวนมหาศาลนั้นหมายถึงอะไร ในความคิดของนางปราสาทนี้คงมีทองคำเพียงพอจ่ายทุกอย่างอยู่แล้ว นอกจากนี้นางยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป และไม่อยากเชื่อเลยว่านางจะได้ครอบครองสตาร์ฟอลล์อย่างแท้จริงแล้ว

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 95

คัดลอกลิงก์แล้ว