- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 94
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 94
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 94
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 94 งานฉลองวันเกิดลอร์ด
เอลเลอรี่ ไฮทาวเวอร์มองดูดิกคอน ทาร์ลี่ที่รีบเดินจากไป ก่อนจะกลั้นคำพูดไม่อยู่ “ท่านแม่ ไม่แรงไปหน่อยหรือคะ? เขาก็แค่ชายหนุ่มคนหนึ่งจากตระกูลทาร์ลี่เท่านั้นเอง”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ข้าต้องฟังคำแนะนำจากเจ้า?” ท่านหญิงโอเลนน่าตอบพลางปรายตามองสะใภ้ด้วยสายตาคมกริบ “แล้วก็อย่าเรียกข้าว่าแม่ ข้าจำไม่ได้ว่าเคยคลอดเจ้าออกมา”
เอลเลอรี่ก้มหน้าลงถอนหายใจ พลางตำหนิตัวเองที่ไปกระตุกหนามของ ‘ราชินีหนาม’ เข้า ดังนั้นถ้าหากถูกตำหนิก็สมควรแล้ว
“ท่านยาย” มาร์เจอรีพูดขึ้น พลางคล้องแขนหญิงชราด้วยความรักใคร่ “ให้ข้าพาเดินเล่นในสวนเถอะนะคะ”
มาร์เจอรีเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของโอเลนน่าได้ในพริบตา “ได้สิจ๊ะหลานรัก ไปเดินเล่นกันเถอะ ดีกว่านั่งอยู่นี่ให้ใครต่อใครมองว่าข้าเป็นแม่ไก่แก่คอยขวางทาง”
มาร์เจอรีพยุงโอเลนน่าเดินเข้าสวน พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
“ท่านยายดูไม่ค่อยดีใจเลยนะคะที่ได้ยินเรื่องชัยชนะล่าสุดของแซมเวลล์ มันน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับเรานี่นา”
“แล้วทำไมข้าจะไม่ดีใจที่รีชได้รับชัยชนะล่ะ?” โอเลนน่าตอบพลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย “สิ่งที่ทำให้ข้ากังวลคือ ผลที่ตามมาของชัยชนะนั้น ต่างหาก”
“ผลที่ตามมานั่นคืออะไรหรือคะ?” มาร์เจอรีถามอย่างสงสัย
โอเลนน่าไม่ตอบทันที แต่เดินพาหลานสาวลัดเลาะไปตามทางเดินในสวน จนแน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน แล้วจึงพูดขึ้นในที่สุด “ตระกูลไทเรลล์ของเราเคยเป็นแค่ผู้ดูแลให้กับราชาแห่งแดนใต้เท่านั้น จนกระทั่งหลังยุทธการทุ่งเพลิง เมื่อราชวงศ์การ์ดเนอร์ถูกเผาจนมอดไหม้โดยเพลิงมังกร พวกเราถึงได้ก้าวขึ้นมาครองไฮการ์เดน แต่เพราะเป็นตระกูลที่กำเนิดต่ำต้อย จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมรับในสิทธิ์ของเรา”
“โดยเฉพาะตระกูลฟลอเรนท์แห่งไบรท์วอเตอร์คีป! เจ้าคิดว่าอเลสเตอร์ เจ้าแก่เจ้าเล่ห์นั่นพูดเรื่องสายเลือดของพวกเขาเล่น ๆ หรือ?”
“แดนใต้เป็นดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดในทั้งเจ็ดอาณาจักร แต่นั่นก็หมายความว่ามันเต็มไปด้วยตระกูลเก่าแก่และทรงอำนาจ ตระกูลใดตระกูลหนึ่งก็สามารถฉกฉวยโอกาสโค่นล้มเราได้ทั้งนั้น รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงต้องพยายามจับคู่สมรสระหว่างไทเรลล์ เรดไวน์ และไฮทาวเวอร์? ก็เพราะการผนึกกำลังของสามตระกูลนี้เท่านั้นที่จะควบคุมพวกที่เหลือได้”
“นี่แหละคือเหตุผลที่พ่อของเจ้าถึงยังนั่งเก้าอี้ลอร์ดแห่งไฮการ์เดนและเป็นผู้พิทักษ์แดนใต้ได้อยู่ทุกวันนี้ แต่ข้าไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดคิดว่าไม่มีใครพยายามทำแบบเดียวกันเพื่อโค่นเรา” โอเลนน่าพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ดวงตาของมาร์เจอรีเป็นประกายเมื่อเข้าใจทันที “เพราะแบบนี้เอง ท่านยายถึงไม่สบายใจกับการที่แซมเวลล์จะแต่งงานกับฟลอเรนท์”
“ถูกต้อง” โอเลนน่าไม่ปิดบังความไม่สบายใจต่อหน้าหลานสาวเลย “อำนาจของฮอร์นฮิลล์ ไบรท์วอเตอร์คีป และตอนนี้ยังรวมถึงอีเกิลส์พอยท์ด้วยที่สามารถเอาชนะดอร์นได้ในศึกล่าสุด และด้วยชัยชนะของแซมเวลล์ เด็กคนนั้นก็โดดเด่นขึ้นมาทันที การผนึกพันธมิตรแบบนี้อาจรวมถึงสตาร์ฟอลล์กับไฮเฮอร์มิเทจในไม่ช้า อำนาจของพวกเขาจะใกล้เคียงกับเราเลยทีเดียว”
“แต่พวกเขาจะหันมาเป็นศัตรูกับเราจริงเหรอคะ?” มาร์เจอรีถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“ใครจะไปรู้ล่ะ?” โอเลนน่าหัวเราะเยาะ “การส่งดิกคอนมาที่ไฮการ์เดนก็เป็นแผนของทาร์ลี่เพื่อแสดงว่าพวกเขาไม่เป็นภัย แต่ความจริงมันไม่เปลี่ยนเลย พันธมิตรฮอร์นฮิลล์ ไบรท์วอเตอร์ อีเกิลส์พอยท์ ตอนนี้แข็งแกร่งพอจะเป็นภัยคุกคามจริง ๆ แล้ว และเมื่อดาบมันคมเกินไป . . . ก็ยากจะห้ามใจไม่ให้ใช้มัน”
มาร์เจอรียืนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะเข้าใจถึงน้ำหนักของความกังวลของท่านยายอย่างแท้จริง
“ข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องแต่งงานเอง” โอเลนน่ากล่าว พลางเปลี่ยนหัวข้อ “อีกไม่นานดอร์นก็คงจะส่งทูตมาหารือเรื่องข้อตกลง ขณะที่ฝ่ายเราไทเรลล์จะอยู่เฉยไม่ได้ แจ้งการ์แลนให้เตรียมตัวเป็นตัวแทนไฮการ์เดนไปเยือนสตาร์ฟอลล์ แล้วก่อนที่เขาจะออกเดินทาง บอกพ่อเจ้าว่าต้องลงนามแต่งตั้งให้แซมเวลล์ ทาร์ลี่เป็นลอร์ดแห่งอีเกิลส์พอยท์”
“แต่ท่านยาย . . .” มาร์เจอรีลังเล “ปราสาทอีเกิลส์พอยท์ยังสร้างไม่เสร็จเลยนะคะ ตามกฎว่าด้วยการถือครองบรรดาศักดิ์ . . .”
“บ้าบอ! ช่างหัวกฎนั่นเถอะ” โอเลนน่าพูดพลางกลอกตา “หลังจากชัยชนะนั้น แซมเวลล์ควบคุมทั้งสตาร์ฟอลล์และไฮเฮอร์มิเทจโดยพฤตินัย เจ้าคิดว่าเขาไม่คู่ควรกับตำแหน่งลอร์ดหรือไง?”
มาร์เจอรีเงียบลง ยอมรับโดยไม่แย้งอะไรอีก
หลังจากนั้นพวกนางก็เดินต่อไปอีกเล็กน้อย ก่อนที่มาร์เจอรีจะพูดขึ้นอย่างไม่คาดคิด “ท่านยาย ข้าอยากไปเยือนสตาร์ฟอลล์ด้วยค่ะ”
โอเลนน่าหันไปมองหลานสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยิ้มออกมา “ไปเถอะ หลานรัก ไปใช้เสน่ห์ของเจ้าเอาชนะใจแซมเวลล์ ทาร์ลี่ให้ได้ หญิงสาวทุกคนควรได้อัศวินผู้กล้าและซื่อสัตย์เป็นของตัวเองทั้งนั้น”
. . .
ยามค่ำคืนมาเยือน หอประชุมใหญ่ของไฮการ์เดนสว่างไสวด้วยแสงไฟ และเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเฮฮา
เนื่องในวันเกิดครบรอบห้าสิบปีของลอร์ดเมซ ตัวแทนจากตระกูลใหญ่ทั่วแดนใต้ต่างพากันมาร่วมเฉลิมฉลองอย่างคับคั่ง
ดิกคอน ทาร์ลี่ ในชุดสูทสีเทาอย่างเป็นทางการนั่งเงียบ ๆ อยู่ที่ที่นั่งของตน บางครั้งก็เหลือบมองไปยังโต๊ะยาวด้านหน้า ซึ่งเป็นที่นั่งของตระกูลไทเรลล์ โดยเฉพาะท่านหญิงโอเลนน่า
บทสนทนาในช่วงบ่ายยังคงก้องอยู่ในหัวของเขา ทำให้รู้สึกเครียดและไม่มั่นใจ โชคดีที่ดูเหมือนโอเลนน่าจะหมดความสนใจในตัวเขาแล้ว ทำให้เขายังคงเก็บตัวเงียบ ๆ และหลีกเลี่ยงปัญหาได้ต่อไป
แต่ตามธรรมเนียมของโชคชะตายิ่งพยายามหลีกเลี่ยงปัญหา ปัญหาก็ยิ่งมาหาเอง
“เซอร์โคลิน” เสียงของโอเลนน่าดังขึ้นกลางห้องโถง
โคลิน ฟลอเรนท์ ลุกขึ้นยืนทันที พร้อมโค้งคำนับด้วยมารยาท “ขอรับ ท่านหญิง?”
“ข้าไม่ได้เจอพี่ชายของเจ้า อเลสเตอร์ มานานแล้วนะ” โอเลนน่าพูดพร้อมรอยยิ้ม “ข้ายังคิดถึงการเล่นหมากรุกของพวกเราอยู่เลย”
โคลินหัวเราะก่อนจะอธิบายว่า “พี่ชายของข้าอยากมาร่วมฉลองวันเกิดของท่านลอร์ดมากครับ แต่เขาไม่ค่อยสบาย . . .”
“ฮ่า ๆ!” โอเลนน่าหัวเราะเบา ๆ ขัดขึ้นกลางประโยค “เมื่อบ่ายนี้ ข้าเพิ่งได้ยินจากชายหนุ่มคนหนึ่งว่าอเลสเตอร์ยังแข็งแรงดีอยู่นะ”
ใบหน้าของดิกคอนขึ้นสีแดงจัด ถ้าพื้นเปิดได้เขาคงกระโดดลงไปทันที
“จริงไหมล่ะ ดิกคอน?” โอเลนน่าซักต่อ โดยไม่คิดจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ
เมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดิกคอนจึงจำใจลุกขึ้นยืน ก่อนจะตะกุกตะกักพูดว่า “ท่านปู่ของข้า . . . เขา . . .”
โชคดีที่โคลิน ฟลอเรนท์รีบเข้ามาช่วยพูดแทนอย่างมีชั้นเชิง “เป็นความจริงครับ ท่านหญิงโอเลนน่า พี่ชายของข้าสุขภาพยังแข็งแรงดีที่บ้าน เพียงแต่เขาไม่ค่อยทนต่อการเดินทางไกลนัก ข้าจึงมาแทนเขาในวันนี้”
“ฟังดูเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นนะ” โอเลนน่าพยักหน้า “จำไว้ให้ดีนะ ดิกคอน เจ้าได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ไหม?”
ดิกคอนพูดไม่ออก ไม่รู้จะตอบว่าเรียนรู้แล้วหรือยัง
โชคดีที่โอเลนน่าปล่อยเขาไว้แค่นั้น แล้วหันกลับไปพูดกับโคลินต่อ
“ข้าเคยได้ยินมาว่าอเลสเตอร์มีหลานสาวคนหนึ่งชื่ออโลร่า ฟลอเรนท์ สวยและเรียบร้อยใช่หรือไม่?” โอเลนน่าพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
โคลินเลิกคิ้วขึ้นทันที ก่อนจะเหลือบตามองไปทางดิกคอน “ใช่แล้วครับ ท่านหญิงโอเลนน่า ข้าแปลกใจที่ท่านรู้จักชื่อนาง”
“ข้ารู้มากกว่านั้นอีกนะ” โอเลนน่ายิ้มบาง ๆ “จริง ๆ แล้ว ข้ากำลังคิดเรื่องจับคู่ระหว่างตระกูลของเรา”
ตอนนี้เองดิกคอนก็เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองพูดมากไปในตอนบ่ายมันหมายถึงอะไร ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกอยากเตะตัวเองแรง ๆ สักที
เมื่อโคลินมองมาทางเขาอีกครั้ง ดิกคอนก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและเสียใจจนไม่รู้จะมองหน้าใคร
โคลินกระแอมเบา ๆ เตรียมจะตอบอะไรบางอย่างอย่างมีชั้นเชิง แต่โอเลนน่าพูดต่อเสียก่อน “ข้าคิดว่าอโลร่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับหลานชายของข้า วิลลัส เขาอาจจะเสียขาไปข้างหนึ่ง แต่เขาฉลาด สุขุม และข้าเชื่อว่าเขาจะเป็นสามีที่ดีสำหรับนาง”
แน่นอนว่าไม่มีใครเถียงได้เลยว่าวิลลัสคือคู่ครองที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นโคลินจึงกลืนคำพูดลงคอ ก่อนจะพยักหน้าอย่างนอบน้อม เพราะใครบ้างจะกล้าปฏิเสธทายาทแห่งไฮการ์เดน?
“ข้าจะนำความประสงค์ของท่านไปแจ้งที่ไบรท์วอเตอร์ครับ ท่านหญิงโอเลนน่า”
“ดี” โอเลนน่าตอบอย่างพึงพอใจ
โคลินนั่งลงที่เดิม สีหน้าดูพอใจกับข้อตกลงไม่น้อย แต่ดิกคอนผู้น่าสงสารยังคงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด โดยในหัวของเขามีแค่ความคิดเดียวเท่านั้น ‘ข้าเพิ่งทำให้คู่หมั้นของพี่ชายหายวับไปกลับตา . . . ข้าควรทำอย่างไรดี?’