- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 89
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 89
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 89
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 89 ปราสาทไฮเฮอร์มิเทจ
แม่น้ำทอร์เรนไทน์มีต้นน้ำจากลาดเขาฝั่งตะวันออกของเทือกเขาเรดเมาน์เทน ไหลลงทางตะวันตกเฉียงใต้ไปจนถึงทะเลซัมเมอร์สมชื่อ เพราะแม่น้ำสายนี้ขึ้นชื่อเรื่องกระแสน้ำเชี่ยวกราก อย่างไรก็ตามใกล้กับปราสาทไฮเฮอร์มิเทจ แม่น้ำจะกว้างขึ้น ทำให้สายน้ำไหลช้าลงเล็กน้อย
เมืองไฮเฮอร์มิเทจเป็นเมืองใหญ่อันดับสองในดินแดนทอร์เรนไทน์ รองจากสตาร์ฟอลล์ และเป็นดินแดนในครอบครองของตระกูลเดย์น ปัจจุบันลอร์ดของที่นี่คือ ลอร์ดพาลอน เดย์น ซึ่งสืบสายเลือดห่างไกลจากสายหลักของตระกูลเดย์นที่สตาร์ฟอลล์
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อข่าวแพร่สะพัดว่าสายหลักของตระกูลเดย์นแทบสูญสิ้น พาลอนก็ไม่รอช้ารีบส่งบุตรชายคนโต เจอรอลด์ เดย์น ไปยังสตาร์ฟอลล์โดยทันที โดยเจตนาของเขานั้นชัดเจนยิ่งกว่าฟ้าแจ้งกลางวัน
ยามรุ่งสางเมื่อทหารรักษาการณ์เพิ่งเปลี่ยนเวรเสร็จ กัปตันทหารก็มองออกไปยังถนนที่เงียบผิดปกติ พลางสงสัยว่าชาวเมืองจะยังนอนหลับอยู่หรือไม่ ก่อนที่ในขณะนั้นเองขบวนเกวียนเล็ก ๆ จะปรากฏขึ้นที่ปลายถนนกำลังมุ่งตรงมายังตัวปราสาท
“หยุด! พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?”
เมื่อทหารเห็นขบวนเกวียนใกล้เข้ามา เขาก็รีบก้าวออกไปรับหน้าทันที
“พวกเรานำเสบียงมาส่งครับท่าน” หนึ่งในคนขับตอบ
“เสบียง?” กัปตันทหารหรี่ตามองอย่างสงสัย แต่ทันทีที่เขาเห็นชายที่เดินนำขบวน เขาก็จำได้ในทันที “นั่นไม่ใช่เซอร์ฮิวจ์ เดย์น เหล่าศิษย์ของเซอร์อุลริคหรือ?”
ฮิวจ์ก้มหน้าด้วยความอับอาย “ข้าไม่ใช่อัศวินขอรับ ไม่ต้องเรียก ‘เซอร์’ หรอก . . .”
“ฮึ่ม ฮิวจ์ เจ้านายเจ้าตายที่อีเกิลส์พอยท์ แต่เจ้ากลับกล้ากลับมาหน้าตาเฉย?”
“ข้า . . . ข้าแค่มาทำตามคำสั่งของเซอร์เจอรอลด์ ให้ข้ามาส่งเสบียง . . .” ฮิวจ์ตอบด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ความอับอายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
จากศิษย์อัศวินกลายเป็นเพียงคนขนเสบียง ชะตาของชายผู้นี้ช่างน่าเวทนา และก็สมควรดี แน่นอนว่าถ้าเป็นเขา เขาคงเลือกตายเคียงข้างเจ้านายที่อีเกิลส์พอยท์ไปแล้ว
แม้จะดูถูกในใจ แต่กัปตันก็ไม่ได้ขัดขวาง เพราะยังไงฮิวจ์ก็เป็นคนของตระกูลเดย์น แม้จะเป็นญาติห่าง ๆ ก็ตาม
หลังจากตรวจสอบขบวนเกวียนอย่างละเอียดแล้ว และไม่พบสิ่งผิดปกติ พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในเขตปราสาท
“เอาล่ะ ไปได้” กัปตันกล่าวพลางโบกมือ
ฮิวจ์เอ่ยขอบคุณแล้วนำขบวนเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท แต่ยังไม่ทันพ้นประตู เสียง ‘แกร๊ง!’ ก็ดังสนั่นอย่างกะทันหัน
“เสียงอะไรน่ะ?”
“นายท่าน เพลาขาด . . .”
“รีบซ่อมเดี๋ยวนี้!” กัปตันตะโกนอย่างหัวเสีย
แต่ในช่วงพริบตาที่ความสนใจของเขาเบี่ยงเบนไป คนที่คุมเกวียนเสบียงกลับทิ้งเกวียนแล้ววิ่งหนีออกจากประตูโดยไม่หันกลับ
“เฮ้ย! ไหนบอกจะแก้เพลา ทำไมถึงหนี?!”
ทหารต่างตกใจและยืนงงไม่ทันได้ไล่ตาม ในขณะพวกเขามองกลุ่มคนนั้นหายลับตา ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็เริ่มก่อตัวในใจ และทันใดนั้น เสียงคำรามลึก ๆ ก็ดังขึ้นจากพื้นดิน เหมือนแผ่นดินกำลังสั่นสะเทือน
กัปตันหันกลับไปทันทีและเห็นเส้นสีดำที่เส้นขอบฟ้าทิศตะวันตกกำลังขยายเข้ามารวดเร็วราวกับน้ำหมึกทะลัก!
“โจมตี! เราถูกโจมตีแล้ว!” เขาตะโกนสุดเสียง “เข้าไปข้างใน! ปิดประตูเหล็ก!”
พวกทหารยามเพิ่งรู้ตัวว่าขบวนเกวียนที่พวกเขาเพิ่งปล่อยเข้ามา ได้ทิ้งเกวียนไว้ใต้ป้อมประตู ทำให้ปิดประตูไม่ได้สนิท
พวกเขาพยายามจะขยับเกวียน แต่กองทหารม้าศัตรูก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่เหลือเวลาให้ย้ายอะไรอีกต่อไป ดังนั้นด้วยความจนใจ พวกทหารยามจึงทิ้งเกวียนแล้วหนีเข้าไปในปราสาท และรีบดึงคันโยกเพื่อปิดประตูเหล็กลง
เสียงตึงสนั่นสะเทือนเลื่อนลงมา แต่ประตูเหล็กก็ติดอยู่บนกองเกวียนปิดลงไม่สุด ซึ่งช่องว่างด้านล่างยังพอให้ทหารมุดเข้าได้ แต่ไม่มากพอให้ม้าผ่านเข้าไป ด้วยเหตุนี้ทหารม้าศัตรูจึงลงจากหลังม้า รออย่างอดทนขณะที่กองกำลังที่เหลือทยอยมาถึง
ในปราสาทพวกทหารยามต่างมองออกไปยังทัพตรงหน้า และประตูที่ปิดไม่มิดด้วยใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดด้วยความหวาดกลัว จนผ่านไปครู่หนึ่งกว่าจะได้สติ ก่อนจะมีคนหนึ่งวิ่งเตลิดไปยังห้องของลอร์ดพาลอน เดย์น
“ถูกโจมตีหรือ?” สีหน้าของลอร์ดพาลอนซีดเผือดทันทีที่ได้ยินข่าว ทหารทั้งหมดของเขาถูกส่งไปสตาร์ฟอลล์ตามคำสั่งของเจอรอลด์ ทำให้ตอนนี้เขามีทหารเหลืออยู่เพียงสามสิบคนเท่านั้น แล้วเขาจะป้องกันปราสาทได้อย่างไร?
“เร็ว! ปิดประตูเหล็กให้สนิทเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งด้วยเสียงเคร่งเครียด
“แต่ว่าท่านลอร์ด เราทำไม่ได้! เกวียนจากขบวนเสบียงติดอยู่ใต้ประตูเหล็ก” ทหารคนหนึ่งพูดอย่างสิ้นหวัง “เราไม่มีเวลาขยับพวกมันแล้ว!”
“ว่าไงนะ? เจ้าพวกโง่! พวกทึ่มเอ๊ย!” ใบหน้าของพาลอนบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ จนเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีดน่าคลื่นไส้
หากพวกเขาปิดประตูปราสาทได้สนิท อย่างน้อยเขาก็อาจมีหวังต้านทานไว้จนลูกชายกลับมาพร้อมกองหนุน แต่ตอนนี้ . . . ไม่ได้! ถึงแม้ปราสาทจะต้องแตก เขาก็ต้องส่งข่าวออกไปให้ได้!
พาลอนพยายามตั้งสติ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวแล้ววิ่งออกจากห้องทันที
“ท่านลอร์ด! ท่านจะไปไหน?” ทหารคนหนึ่งตะโกนถามอย่างสับสน
พาลอนไม่ตอบ เขามุ่งหน้าไปยังห้องของเมสเตอร์ทันที
“ส่งข้อความไปสตาร์ฟอลล์เดี๋ยวนี้” เขาออกคำสั่งอย่างหอบหายใจ “พวกรีชบุกโจมตีไฮเฮอร์มิเทจ! ใช้อีกาที่เร็วที่สุดของเจ้า!”
“ขอรับท่านลอร์ด” เมสเตอร์ตอบ ก่อนรีบจดข้อความลงในกระดาษ มัดกับขากา แล้วปล่อยมันออกไปนอกหน้าต่าง
อีกาทะยานขึ้นสู่ฟ้า แต่ยังไม่ทันไปไกล นกอินทรีตัวหนึ่งก็พุ่งลงมาราวลูกศร คว้าเข้าที่ตัวมันกลางอากาศอย่างแม่นยำ!
“โอ้ . . . เจ็ดเทพช่วยด้วย!” พาลอนร้องเสียงหลง ก่อนเข่าทรุดทรงตัวไม่อยู่ล้มลงกับพื้นทันที
เมสเตอร์เองก็มีสีหน้าหนักใจ เขาขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณจากเทพ? แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่แสดงความตื่นตระหนกใด ๆ เพราะในฐานะเมสเตอร์เขารับใช้ตัวปราสาท ไม่ใช่ตัวลอร์ด หากไฮเฮอร์มิเทจเปลี่ยนมือ เขาก็แค่รับใช้นายคนใหม่ นี่คือกฎของซิทาเดล!
ตึง . . . ตึง . . . ตึง . . .
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังสะท้อนทั่วโถงปราสาทอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ราวกับความตายกำลังใกล้เข้ามา
ในที่สุดทหารแห่งรีชก็มาถึงห้องของลอร์ดพาลอน เดย์น แผ่รังสีอาฆาตออกมาเต็มเปี่ยม
“ข้ายอมจำนน” พาลอนพูดเรียบ ๆ “ข้าขอเข้าเฝ้าท่านลอร์ดของพวกเจ้า”
พวกทหารไม่ได้ทำร้ายเขา และพาเขาไปหาแซมเวลล์ล์กับพวกทันที
“ลอร์ดแรนดิลล์ เป็นท่านเองหรือ” พาลอนพูดเหมือนจำได้ สีหน้าบ่งบอกว่าเขาก็คาดไว้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดก็คือแรนดิลล์ ทาร์ลี่ แทบไม่แลเขาแม้แต่น้อย และไม่ได้พูดอะไรเลย กลับเป็นชายหนุ่มข้าง ๆ แรนดิลล์ ที่ดูคล้ายเขาเล็กน้อยที่ก้าวขึ้นมาพูด “ลอร์ดพาลอน ท่านรู้จักหญิงสาวคนนี้หรือไม่?”
“อ้อ เช่นนั้นเจ้าคงเป็นเซอร์แซมเวลล์สินะ?” พาลอนมองข้ามหญิงสาวไปยังแซมเวลล์
“ถูกต้อง” แซมเวลล์พยักหน้า ก่อนจะดันตัวนาตาลีที่ดูอึกอักไปข้างหน้า “ตอนนี้ลอร์ดพาลอน ถึงคราวที่ท่านจะต้องตอบคำถามของข้า”
พาลอนหันไปมองนาตาลี และถึงกับชะงักนิ่งทันที เขานึกถึงจดหมายฉบับล่าสุดจากบุตรชายที่บอกว่า อาชารา เดย์น ไม่ได้ตายไปในเหตุการณ์เมื่อปีก่อน แต่ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาหัวเราะเยาะกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้า ใบหน้าที่ช่างละม้ายคล้ายอาชาราอย่างน่าตกใจ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจในความคิดเดิมอีกต่อไป แต่การ ‘เชื่อ’ กับการ ‘ยอมรับ’ มันก็ยังคนละเรื่องกันอยู่ดี
“ขออภัย เซอร์แซมเวลล์ ข้าไม่รู้จักหญิงสาวผู้นี้” พาลอนพูดเสียงเรียบเย็น
“จริงหรือ?” แซมเวลล์ยิ้มบาง ๆ ราวกับคาดไว้แล้ว ก่อนที่เขาจะหันไปมองฮิวจ์ เดย์นที่ยืนอยู่ด้านหลังนาตาลี แล้วพยักหน้าเบา ๆ
ฮิวจ์เข้าใจความหมายทันที และก้าวออกมา “ลอร์ดพาลอน เด็กสาวคนนี้คือบุตรสาวของท่านหญิงอาชารา เดย์น นางคือนาตาลี เดย์น”
พาลอนเริ่มเข้าใจเกมที่แซมเวลล์กำลังเล่น เขาจึงเชิดหน้าขึ้นด้วยความดื้อดึง “ฮิวจ์ เดย์น! เจ้าทรยศ! เจ้ากล้าใส่ร้ายว่าเด็กนี่เป็นลูกของท่านหญิงอาชาราได้ยังไง! ท่านหญิงอาชาราตายไปนานแล้ว!”
“เปล่า นางยังมีชีวิตอยู่” ฮิวจ์ตอบจริงจัง “ทั้งข้าและชายอีกกว่าร้อยจากสตาร์ฟอลล์เห็นนางที่อีเกิลส์พอยท์ด้วยตาตัวเอง”
“เป็นไปไม่ได้! พวกเจ้าทั้งหมดโกห . . . อ๊า!”
คำเถียงของพาลอนถูกตัดจบด้วยฝ่ามือฟาดจากแซมเวลล์
“ในเมื่อลอร์ดพาลอนดูเหมือนจะไม่สบาย ฮิวจ์ เดย์นจะทำหน้าที่ผู้ดูแลปราสาทชั่วคราว และจัดการกิจการของเมืองนี้แทน และเมื่อท่านหญิงนาตาลีได้รับตำแหน่งลอร์ดแห่งสตาร์ฟอลล์อย่างเป็นทางการ เราค่อยพูดกันเรื่องอนาคตของไฮเฮอร์มิเทจ”
พาลอนแทบกรีดร้องด้วยความเดือดดาล แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ เห็นทหารที่จ้องเขาอย่างน่ากลัว เขาก็เลือกที่จะกลืนคำพูดลงคอ
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ รอให้ลูกข้ากลับมาพร้อมกองทัพแล้วเจ้าจะได้รู้ซึ้ง . . .’ พาลอนกัดฟันแน่น แววตาเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความเคียดแค้น