เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 83

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 83

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 83


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 83 พยานแห่งเจ็ดเทพ

เต็นท์ที่คับแคบยิ่งแคบลงกว่าเดิม เมื่อเหล่าอัศวินแห่งดอร์นในชุดเกราะทยอยเข้ามาไม่หยุดจนแน่นขนัดไปทั่วบริเวณ พอใกล้ค่ำแสงสว่างก็มืดลง เจ้าหญิงอาเรียนจึงสั่งให้ทหารของนางจุดเทียน

กลิ่นน้ำมันจากจิ้งเหลนทะเลทรายลอยตลบไปทั่ว และตอนนี้มีอัศวินกว่าร้อยคนเบียดเสียดอยู่ในเต็นท์

สายตาของเจ้าหญิงอาเรียนกวาดไปทั่วห้อง จำชื่อสกุล ความจงรักภักดี และลักษณะเฉพาะของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนี่เป็นทักษะที่ผู้นำทุกคนจำเป็นต้องมี

ทางด้านซ้ายของนาง ชายที่ยืนอยู่เป็นชายร่างสูงผู้มีจมูกงุ้มเด่นชัด ผมดำแซมสีเงิน และดวงตาสีม่วงอ่อน ซึ่งนางจำเขาได้ทันทีว่าคือ เจอรอลด์ ‘ดาร์คสตาร์’ เดย์น บุตรชายคนโตแห่งไฮเฮอร์มิเทจ ตระกูลเดย์นแห่งไฮเฮอร์มิเทจนั้น เป็นสาขาที่ทรงอำนาจที่สุดของตระกูลเดย์น และเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีเป้าหมายจะชิงสตาร์ฟอลมาเป็นของตน โดยเฉพาะเมื่อสายหลักของตระกูลเริ่มเสื่อมถอย

ดังนั้นกองกำลังของเจอรอลด์จึงมากที่สุดในที่นี้ มีถึงสามพันคน และแทบจะเป็นกำลังรบทั้งหมดของไฮเฮอร์มิเทจ

อย่างไรก็ดีชื่อเสียงของเจอรอลด์ไม่ได้ดีนัก และอาเรียนก็ไม่ชอบสายตาที่เขามองนางเลย แต่ถึงกระนั้นนางก็จะไม่ตีตัวออกห่างเพียงเพราะเหตุผลนั้น ตรงกันข้ามนางกลับมองว่าเขาเป็นผู้มีศักยภาพสูงสุดที่จะสืบทอดสตาร์ฟอล แน่นอนว่าสมควรมากกว่าหญิงสาวนิรนามนามว่า นาตาลี เดย์น

เมื่อสบตาเขาอย่างเร่าร้อน อาเรียนจึงยิ้มเย้ายวนกลับไป และมันก็เป็นอย่างที่คาดไว้ เจอรอลด์หายใจแรงขึ้นและยืดตัวตรงดูตื่นตัวขึ้นทันที

“เซอร์เจอรอลด์ ท่านใช้นามสกุลเดย์น ดินแดนของตระกูลเดย์นในขณะนี้ถูกรีชยึดไว้ ท่านคิดว่าเราควรทำเช่นไร?”

“ขับไล่มันลงทะเล!” เจอรอลด์ทุบกำปั้นลงบนหน้าอกตนเอง พลางตะโกนด้วยความฮึกเหิม

“ยอดเยี่ยม! นี่แหละคือจิตวิญญาณแท้จริงของตระกูลเดย์น!” อาเรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเจาะจง

จากนั้นนางหันไปหาอัศวินถัดมา ชายหนุ่มผู้มีตราประจำตระกูลเป็นแร้งดำคาบทารกสีชมพูอยู่บนเกราะ ตราประจำตระกูลแบล็กมอนต์ นางจำเขาได้ว่าคือ แพร์รอส แบล็กมอนต์ ทายาทตระกูลแบล็กมอนต์ และเคยเป็นศิษย์ติดตามของลุงนาง ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งเขาเป็นอัศวิน

เมื่อได้รับความสนใจจากอาเรียน แพร์รอสจึงรีบโค้งคำนับ

อาเรียนพยักหน้าอย่างพึงใจ พลางคิดในใจว่า ‘อัศวินผู้นี้ไว้ใจได้’

“เซอร์แพร์รอส ท่านมีความเห็นเช่นไร?”

“ตระกูลแบล็กมอนต์จะเดินตามเส้นทางของซันสเปียร์เสมอ!” เขาตอบพลางหน้าแดงเล็กน้อย และไม่กล้าสบตานาง

“ดีมาก! ตระกูลแบล็กมอนต์ถือเป็นเสาหลักที่มั่นคงของเราเสมอมา!” อาเรียนชมเชย ก่อนจะหันไปยังกลุ่มถัดไป

ถัดจากกลุ่มแบล็กมอนต์ คืออัศวินห้าคนผู้มีตรากะโหลกทองบนเกราะ อาเรียนจำชื่อพวกเขาไม่ได้ แต่จากตรานั้นนางรู้ว่าพวกเขามาจากตระกูลแมนวูดดี้แห่งคิงส์เกรฟ

คิงส์เกรฟเป็นป้อมปราการทางประตูเหนือของดอร์นมีความสำคัญอย่างมาก และตระกูลมาร์เทลก็ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อพวกเขามาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้นสมาชิกสายตรงของแมนวูดดี้กลับไม่ได้มาเอง ซึ่งทำให้อาเรียนรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นนางก็กล่าวว่า “ตระกูลแมนวูดดี้เคยเป็นผู้นำในการต่อต้านรีชมาโดยตลอด หากข้าจำไม่ผิด ตรามงกุฎทองของท่านคือเกียรติยศที่ได้มาจากการที่บรรพบุรุษของท่านสังหารกษัตริย์แห่งรีชใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว ฝ่าบาท” หนึ่งในอัศวินแมนวูดดี้ก้าวออกมา “ความแค้นของเราต่อรีชฝังลึก และเราจะไม่มีวันก้มหัวให้พวกมัน!”

อาเรียนพยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วหันมองไปทางขวาเห็นกลุ่มอัศวินที่มีสัญลักษณ์เปลวไฟสีแดงและเหลือง ตราประจำตระกูลอุลเลอร์แห่งเฮลล์โฮลต์

ลูกสาวนอกสมรสของลอร์ดฮาร์เมน อุลเลอร์ เคยเป็นคนรักของลุงนาง และได้ให้กำเนิดลูกสาวสี่คนที่รู้จักกันในนาม ‘งูทะเลทราย’ ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเล่นของอาเรียนในวัยเด็ก ดังนั้นเมื่อนางเห็นอัศวินจากตระกูลอุลเลอร์ สายตานางจึงอ่อนลงเล็กน้อย

ซึ่งตระกูลอุลเลอร์ก็ตอบรับคำเรียกของนางอย่างกระตือรือร้น โดยส่งทหารมาสองพันคน นำโดยน้องชายของลอร์ดฮาร์เมนคือ เซอร์อุลวิค อุลเลอร์ และก่อนที่อาเรียนจะพูดอะไร เซอร์อุลวิคก็เดินออกมาข้างหน้าและโค้งคำนับ “ฝ่าบาท ทหารของตระกูลอุลเลอร์พร้อมรับคำสั่งเสมอ!”

“ความภักดีของตระกูลอุลเลอร์ไม่เคยเป็นที่สงสัยเลยจริง ๆ!” อาเรียนตอบด้วยความอบอุ่น

หลังจากนั้นสายตานางก็กวาดต่อไปอย่างตั้งใจ และหยุดที่แต่ละตระกูลที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมกล่าวขอบคุณพวกเขาอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลคอร์ไกล์แห่งแซนด์สโตน ตระกูลฟาวเลอร์แห่งสกายรีช ตระกูลยอนวูด . . .

แต่เมื่อสายตานางตกมาที่อัศวินตรงทางเข้าเต็นท์ชายผมทองที่มีดวงตาสีฟ้า นัยน์ตาของอาเรียนก็หรี่ลง บนเกราะของเขาคือตราประตูเหล็กสีดำบนพื้นทราย ตราประจำตระกูลยอนวูด

ยอนวูดเป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดในดอร์น โดยมีหลายสมญานามที่เรียกขานไม่ว่าจะเป็น เจ้าแห่งยอนวูด ราชันโลหิต ผู้พิทักษ์โบนเวย์ และเจ้าแห่งกรีนฮิลล์ แต่นามที่โดดเด่นที่สุดของพวกเขาเคยคือ ‘ราชาใหญ่แห่งดอร์น’

ก่อนที่มาร์เทลจะรวมดอร์นเป็นหนึ่ง ตระกูลยอนวูดเคยเป็นคู่แข่งสำคัญที่สุด และแม้ว่าพวกเขาจะยอมสยบต่อซันสเปียร์แล้วก็ตาม ความบาดหมางก็ยังคงหลงเหลืออยู่

ครั้งหนึ่งลุงของนางเคยถูกสงสัยว่าเป็นผู้วางยาพิษลอร์ดยอนวูด ดังนั้นเพื่อประนีประนอม เจ้าชายโดรานจึงส่งบุตรชาย เควนติน ไปอยู่กับพวกเขา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ฝึกงาน แต่เป็นเชิงตัวประกันเลยทีเดียว

ด้วยประวัติความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ อาเรียนจึงไม่คาดหวังว่าตระกูลยอนวูดจะส่งใครมาช่วย โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากสตาร์ฟอล และมีข้ออ้างมากมายที่จะปฏิเสธ

แต่พวกเขาก็มาจนได้ แม้จะส่งมาเพียงอัศวินคนเดียวพร้อมทหารอีกสามสิบคน ดูแล้วคล้ายคณะสังเกตการณ์มากกว่าการให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามอาเรียนก็ทักทายเขาเช่นเดียวกับที่ทำกับคนอื่น ๆ “ข้ารู้สึกซาบซึ้งที่ตระกูลยอนวูดยอมเดินทางมาไกลเพียงนี้เพื่อยืนเคียงข้างเรา”

อัศวินผมทองโค้งคำนับ “ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ นั่นคือหน้าที่ของเรา”

สีหน้าของอาเรียนเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด “น้องชายข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“เจ้าชายเควนตินสบายดีขอรับ ฝ่าบาท” อัศวินตอบ “ลอร์ดยอนวูดตั้งใจจะให้เขาแต่งงานกับท่านหญิงกวินเนธ”

“อย่างนั้นหรืออ? งั้นเจ้าโปรดส่งคำขอบคุณของข้าไปยังตระกูลยอนวูดที่ดูแลน้องชายของข้าเป็นอย่างดี” อาเรียนกล่าว พลางกลืนความรู้สึกหลากหลายในใจลงไป “ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าตระกูลยอนวูดยังยืนหยัดเคียงข้างมาร์เทลอยู่หรือไม่?”

“แน่นอน ตระกูลยอนวูดยังคงจงรักภักดีต่อซันสเปียร์”

“ดี!” อาเรียนตบมือสองครั้ง ก่อนที่อูฐตัวหนึ่งจะถูกนำเข้ามาในเต็นท์

ทันใดนั้นอาเรียนก็ชักดาบของนางออกมา แล้วเดินเข้าไปใกล้สัตว์ตัวนั้น ท่ามกลางสายตาสงสัยของเหล่าอัศวิน นางแทงดาบลึกเข้าไปที่หน้าอกของอูฐ แทงทะลุเข้าอวัยวะภายในจนเลือดพุ่งทะลักออกจากบาดแผลสาดเปรอะเปื้อนร่างของอาเรียนเป็นสีแดงฉาน แต่นางก็ยังยืนอย่างมั่นคง รอจนกว่าสัตว์จะดิ้นทุรนทุรายเป็นครั้งสุดท้ายจึงชักดาบออกแล้วถอยกลับ โดยที่ดวงตาของนางไม่ไหวติง

เดม่อน แซนด์เป็นคนแรกที่ตอบสนอง เขาชักดาบออกมาและแทงลงในร่างอูฐที่ล้มอยู่ ตามด้วยอัศวินคนอื่น ๆ ที่เข้าใจถึงพิธีกรรมนี้ที่ร่วมกันลงดาบ

เมื่อดาบทุกเล่มเปื้อนเลือดแล้ว สีหน้าของอาเรียนก็เปลี่ยนเป็นพึงพอใจ นางชูดาบที่เปื้อนเลือดขึ้นสูง แล้วประกาศด้วยเสียงแน่วแนาดุจเหล็กกล้า “ตราบใดที่ผู้รุกรานยังไม่ถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินของเรา ผู้ใดที่บังอาจยุแยงหรือเอ่ยถึงการล่าถอยจะพบจุดจบเยี่ยงอูฐตัวนี้! ขอให้เจ็ดเทพทรงเป็นพยาน!”

เหล่าอัศวินชูดาบที่เปื้อนเลือดขึ้นพร้อมกัน ตะโกนกึกก้อง “เจ็ดเทพทรงเป็นพยาน!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 83

คัดลอกลิงก์แล้ว