เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 81

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 81

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 81


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 81 การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น

แสงอาทิตย์แผดเผาส่องอยู่เหนือศีรษะ ความร้อนระอุแผ่กระจายไปทั่วผืนดิน ขบวนทหารที่ไม่มีวันสิ้นสุดหลั่งไหลเข้ามายังสตาร์ฟอลล์ ราวกับฝูงมดนับไม่ถ้วนที่กำลังกลับรัง

เหนือป้อมปราการสูงตระหง่าน นกอินทรีตัวหนึ่งบินวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกางปีกมุ่งหน้าไปทางตะวันตก มันโฉบข้ามทะเลทรายเวิ้งว้างและเนินเขาหินแหลมคม ก่อนจะมุ่งดิ่งไปยังท่าเรือตามแนวชายฝั่ง

ทันใดนั้นภายในกระท่อมไม้แซมเวลล์ก็ลืมตาขึ้นและขยี้ขมับที่ปวดระบมก่อนจะก้าวออกไปข้างนอก ทันทีที่เขาเปิดประตูก็พบว่านาตาลียืนอยู่ใกล้ ๆ จ้องมองนกอินทรีบนหลังคาด้วยความอยากรู้อยากเห็นผสมความหวาดหวั่น

“เฮ้!” เสียงของแซมเวลล์ทำให้นาตาลีสะดุ้ง

นาตาลีหันขวับใช้ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างหงุดหงิด “ท่านทำให้ข้าตกใจหมด!”

แซมเวลล์หัวเราะเบา ๆ “เจ้ามาแอบทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ?”

นาตาลีมองกลับไปที่นกอินทรีบนหลังคา แล้วลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงเบา “นี่ . . . ท่านก็มีนกเหมือนกันหรือ?”

แซมเวลล์กลั้นหัวเราะ “แน่นอนสิ”

“ท่านก็เป็นเหมือนข้าหรือ? ข้าก็มีความลับเหมือนกัน” นางพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงเบาเหมือนสมรู้ร่วมคิด “ข้าก็มีนกเหมือนกับท่าน”

แซมเวลล์พยายามไม่หัวเราะ “จริงเหรอ? เจ้ามีนกด้วย?”

“ใช่” นาตาลีพยักหน้า หน้าตาจริงจัง “แต่นกของข้าเล็กกว่าของท่าน”

ทันใดนั้นแซมเวลล์กลั้นไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมาดังลั่น

“ขำอะไรนักหนา?” นาตาลีถามอย่างงง ๆ “อยากดูนกของข้าไหมล่ะ?”

“โอ้ ข้าอยากดูมากเลย!” แซมเวลล์ยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม

นาตาลีเชิดหน้าอย่างงอน ๆ “ก็ได้! ไม่ให้ดูแล้ว!”

แซมเวลล์ยืดตัวขึ้นยีผมนางเล่นหนึ่งที แล้ววิ่งหนีไปก่อนที่นางจะทันตอบโต้

ที่ท่าเรือมีเรือบรรทุกเสบียงไม่กี่ลำจอดเทียบท่าอยู่

“อูชะ!” แซมเวลล์เรียกชายหนุ่มชาวป่าคนหนึ่งที่เพิ่งลงจากเรือ “มานี่สิ”

อูชะวิ่งเข้ามาแล้วโค้งคำนับ “ลอร์ดซีซาร์ มีอะไรให้ข้ารับใช้?”

“ข้าไม่อยู่หลายวันแล้ว ที่อีเกิลพอยต์เป็นยังไงบ้าง?”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี พี่เขยข้ากำลังนำคนไปสร้างกระท่อมใหม่ เขาบอกว่าน่าจะซ่อมหมู่บ้านเสร็จภายในเดือนนี้”

“แล้วตัวปราสาทล่ะ?”

“มาสเตอร์วีโต้กำลังดูแลการซ่อมอยู่ แต่ข้าไม่รู้รายละเอียดนัก”

แซมเวลล์พยักหน้า ไม่ซักถามต่อ “แล้วเรื่องเสบียงอาหาร?”

“เรายังมีเพียงพอ เราเก็บสะสมไว้มากพอสมควรแล้ว และพี่เขยข้าก็ส่งคนไปที่ซันเฮาส์เพื่อเอาเสบียงมาเพิ่มอีก”

“มีข้อความมาถึงบ้างไหม หรือมีใครมาเยี่ยม?”

“ไม่มีเลย ข้าไม่เห็นว่ามีใครมา”

“โอเค ไปทำงานต่อเถอะ”

“ขอรับนายท่าน”

แซมเวลล์มองตามอูชะที่เดินจากไป แล้วถอนหายใจ

กองกำลังเสริมที่เขาหวังไว้ยังไม่มาถึง ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ขณะที่กองทัพดอร์นเริ่มรวมพลมากขึ้น และตอนนี้เขาก็มองเห็นธงของตระกูลอื่น ๆ นอกเหนือจากตระกูลเดย์น แสดงว่าอาเรียนนสามารถรวบรวมทหารได้มากกว่าที่เขาคาดไว้มาก

แม้ว่าศัตรูยังไม่โจมตี แต่แซมเวลล์ก็สัมผัสได้ว่าคงอีกไม่นาน ถ้ากองทัพจากเดอะรีชไม่ส่งทัพเสริมมา เขาก็รู้ดีว่าเขาจะรักษาท่าเรือไว้ไม่ได้ และไม่ใช่แค่ท่าเรือ หากที่นี่แตก อีเกิลพอยต์ก็จะพังพินาศเช่นกัน เพราะอาเรียน มาร์เทล หญิงผู้ทะเยอทะยานจะไม่ยอมถอยง่าย ๆ แน่

นอกจากนี้กลยุทธ์เผาโจมตีที่เขาใช้กับอุลริค แซนด์คงใช้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะบรั่นดีที่เขาใช้หมดเกลี้ยงแล้ว และแผนแบบนั้นก็มีข้อเสียอยู่ชัดเจน มันได้ผลก็เพราะศัตรูประมาท แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถหาไวลด์ไฟร์ของจริงได้

แต่ตามที่เมสเตอร์ไคเบิร์นบอกการสร้างไวลด์ไฟร์ของจริงนั้นไม่ใช่แค่ใช้เวลานานมหาศาล แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสูงมากด้วย ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าในเรื่องต้นฉบับ มีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่มีทุนทรัพย์พอจะผลิตมันในปริมาณมาก

“ลอร์ดซีซาร์! ลอร์ดซีซาร์!”

“มีอะไร?” เสียงเรียกทำให้แซมเวลล์หลุดออกจากภวังค์ และแซมเวลล์ก็จำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นฮาล เด็กฝึกของเซอร์ท็อดด์

ฮาลหอบหายใจขณะวิ่งมาถึง “เซอร์ท็อดส่งข้ามาบอกท่านว่า . . . กองทัพหน้าแห่งดอร์นมาถึงแล้ว พวกเขาอาจจะเริ่มโจมตีได้ทุกเมื่อ!”

หัวใจของแซมเวลล์แทบหยุดเต้น เขารีบติดตามฮาลไปยังแนวหน้าอย่างรวดเร็ว และเมื่อไปถึงแนวป้องกันแรกตามสันเขา แซมเวลล์ก็มองลงไปผ่านแนวกั้นไม้ แน่นอนว่าเขาเห็นกองทหารดอร์นจำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันอยู่บนที่ราบเบื้องล่างประมาณหกถึงเจ็ดร้อยนาย

นี่คงเป็นเพียงกองทัพหน้าเท่านั้น เพราะแซมเวลล์สามารถมองเห็นทหารกลุ่มอื่น ๆ กำลังทยอยมาเพิ่มเติมจากทิศทางของสตาร์ฟอลล์ที่อยู่ไกลออกไป ดูเหมือนว่ากองทัพดอร์นกำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยความช่วยเหลือของนกอินทรี แซมเวลล์รู้มาก่อนแล้วว่ากองทัพใหญ่ได้รวมตัวกันที่สตาร์ฟอลล์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แปลกใจนัก เพราะจากที่เขาคาดการณ์ กองทัพดอร์นน่าจะมีประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันถึงหนึ่งหมื่นหกพันนาย

ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องเกินคาดอะไร เพราะความบาดหมางยาวนานระหว่างดอร์นกับเดอะรีช และตอนนี้เขาเองก็เป็นอัศวินแห่งเดอะรีชที่พากองกำลังเข้ามายังแผ่นดินดอร์น ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกดอร์นผู้ทระนงถึงกับเดือดดาลขนาดนี้

อย่างไรก็ตามถึงจะรู้อย่างนั้น แซมเวลล์ก็ยังไม่คาดคิดว่าพลังในการระดมทัพของเจ้าหญิงอาเรียนจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในฐานะที่เขารู้เรื่องราวอยู่แล้ว แซมเวลล์รู้ดีว่าเจ้าชายโดรานมีแผนอื่นสำหรับอาเรียน แต่บรรดาขุนนางแห่งดอร์นไม่มีทางรู้ พวกเขายังคงมองว่าอาเรียนคือรัชทายาทของเจ้าชายโดราน และเป็นราชินีในอนาคตของพวกเขา

แต่เกือบสองหมื่นคน . . . แค่เพื่อจะยึดท่าเรือ? ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแนวชายฝั่งอีกต่อไป แต่ผู้หญิงบ้า ๆ คนนี้คงมีแผนจะรุกรานเดอะรีชเสียแล้ว!

แซมเวลล์ปวดหัวจี๊ดเมื่อมองดูแถวทหารดอร์นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขามีทหารเพียงหกร้อยคน และส่วนมากก็เพิ่งผ่านการฝึกได้ไม่นาน โชคดีที่เขายึดพื้นที่สูงไว้ได้ก่อนและสร้างแนวป้องกันเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องหนีลงเรือไปแล้ว

แม้จะได้เปรียบเรื่องภูมิประเทศ แต่สถานการณ์ก็ยังเลวร้ายมาก ทหารของเขาไม่ใช่ชาวสปาร์ตัน จะให้พวกเขาต้านทัพที่มีมากกว่าร้อยเท่าก็เป็นไปไม่ได้

ดังนั้นเขายังตั้งความหวังไว้กับกองหนุนจากเดอะรีช ถ้าพวกเขาไม่มาทันเวลา เขาก็คงต้องล่าถอยแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม และหากถึงจุดนั้น เขาคงไม่มีหน้ากลับไปอีก คงเป็นได้แค่หมารับใช้ใต้คำสั่งของตระกูลไทเรลล์ และถ้าเป็นเช่นนั้นบางทีแซมเวลล์ก็คิดว่าการหนีข้ามทะเลแคบไปหาราชินีแดเนริสอาจจะดีกว่า

กองทัพดอร์นยังไม่เริ่มโจมตีทันที พวกเขารออย่างอดทนจนกว่ากำลังทั้งหมดจะมาถึง จนถึงช่วงเย็นมีทหารดอร์นเกือบสองหมื่นนายปกคลุมทั่วทั้งที่ราบ มองไปไกลสุดลูกหูลูกตาก็ยังเห็นแต่กองทัพแน่นขนัด

ดูเหมือนว่าอาเรียนจงใจแสดงแสนยานุภาพทั้งหมด เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของทหารเดอะรีช แต่การแสดงกำลังเช่นนี้ก็ไม่ได้ผลมากนัก

หลังจากชัยชนะติดต่อกันอย่างน่าอัศจรรย์ที่ผ่านมา ทหารของอีเกิลพอยต์เริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวแซมเวลล์อย่างหน้ามืดตามัว สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีศัตรูหน้าไหนที่ลอร์ดของพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ‘ลอร์ดซีซาร์ผู้ไร้เทียมทาน’ ของพวกเขาก็กำลังกังวลไม่แพ้กัน แต่เพื่อรักษาขวัญกำลังใจ แซมเวลล์ยังคงแสดงสีหน้าสงบนิ่ง และมั่นใจอยู่ตลอดเวลา

“ก็แค่ชาวนาที่เพิ่งวางคันไถได้ไม่นาน” แซมเวลล์พึมพำ พร้อมผายมือไปทางกองทัพดอร์นเบื้องล่าง เขากำลังจะพูดประชดประชันเพื่อปลุกขวัญทหาร แต่เสียงแตรดังลั่นก็ดังขัดขึ้นมาก่อน

ภายใต้แสงทองของดวงอาทิตย์ยามอัสดง เขาเห็นกองทหารดอร์นกลุ่มหนึ่งประมาณสี่ถึงห้าร้อยนายแยกตัวออกจากกองหลัก แล้วเริ่มเคลื่อนพลมายังแนวป้องกันของเดอะรีช

แนวหน้าของทัพดอร์นยกโล่ไม้โอ๊คขนาดใหญ่ขึ้น ตามด้วยทหารหอกและทหารดาบ โดยมีพลธนูปิดท้ายด้านหลัง พวกเขาสวมเกราะหนังอย่างเป็นระเบียบ เคลื่อนพลเป็นขบวนเป๊ะราวกับผ่านศึกมาแล้วนับไม่ถ้วน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ชาวนาแน่นอน

แซมเวลล์กลืนน้ำลายกลืนคำประชดของตัวเองลงไป เพราะตอนนี้ ‘ชาวนา’ ไม่ใช่คำที่เหมาะกับพวกนี้อีกแล้ว ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทิ้งความกังวลไว้ข้างหลัง และออกคำสั่งด้วยเสียงมั่นคงหนักแน่น “เป่าแตร! เตรียมรับมือ!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 81

คัดลอกลิงก์แล้ว