เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 79

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 79

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 79


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 79 พบเจอกัน

แซมเวลล์ไม่ได้ตั้งใจจะไปถวายความเคารพเจ้าหญิงคนไหนทั้งนั้น เพราะตอนนี้อารมณ์ของเขากำลังย่ำแย่มาก เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าหญิงแห่งดอร์นจะโผล่มาที่นี่ ที่สตาร์ฟอลล์เสียอย่างนั้น!

ตอนนี้ทุกแผนการที่วางไว้สำหรับการควบคุมสตาร์ฟอลล์กลับต้องสั่นคลอน อาเรียน มาร์เทลไม่มีทางยอมให้ตระกูลเดย์นตกอยู่ใต้การควบคุมของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเดอะรีชอย่างชัดเจน ถึงแม้เด็กคนนั้นจะมีสิทธิ์โดยชอบธรรมเพียงใดก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้นหากพวกเขาจะจับผิดขึ้นมา สิทธิ์ของนาตาลีก็มีช่องโหว่ให้ท้วงติงได้เช่นกัน

แล้วเขาควรทำอย่างไร?

จะบุกเข้าโจมตีสตาร์ฟอลล์เลยหรือ?

เขาไม่ใช่คนบุ่มบ่ามขนาดนั้น แม้ตอนนี้กำลังพลของสตาร์ฟอลล์จะลดลงไปมาก แต่เมื่อมีเจ้าหญิงแห่งดอร์นอยู่ข้างใน พวกเขาย่อมไม่ยอมจำนนง่าย ๆ และด้วยทหารเพียงไม่กี่ร้อยคน การยึดป้อมปราการของตระกูลเดย์นก่อนที่กองหนุนจะมาถึงนั้นก็แทบเป็นไปไม่ได้

หรือว่าจะให้ถอยกลับดี?

แซมเวลล์ไม่เต็มใจเลย แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในศึกครั้งก่อน แต่ดินแดนของเขาก็พังยับเยิน ความพยายามนานหลายเดือนกลายเป็นเถ้าถ่าน หากถอยกลับตอนนี้ นั่นหมายถึงเขาจะไม่ได้อะไรตอบแทนจากสตาร์ฟอลล์เลย ซึ่งความคิดนั้นเขารับไม่ได้เด็ดขาด ที่สำคัญคือ . . . สตาร์ฟอลล์จะยอมปล่อยเขากลับง่าย ๆ หรือ?

ตราบใดที่อาเรียน มาร์เทลยังอยู่ที่นี่ นางอาจรวบรวมกำลังของตระกูลเดย์น และอาจถึงขั้นเรียกระดมเหล่าขุนนางใกล้เคียงเพื่อเปิดศึกโจมตีอีเกิลส์พอยท์อีกครั้ง แล้วเขาจะต้านไหวหรือ?

ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจยืนหยัดอยู่ที่ท่าเรือแทนที่จะถอยกลับ เขาจะยึดพื้นที่ไว้เพื่อกันไม่ให้พวกดอร์นรุกเข้ามา อีกทั้งยังซื้อเวลาเพื่อขอความช่วยเหลือจากไฮการ์เด้น

ก่อนหน้านี้ตระกูลไทเรลล์อาจไม่เต็มใจเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตอนที่เขาเพียงแค่ป้องกันอีเกิลส์พอยท์ แต่ตอนนี้เขายึดหัวหาดทางตะวันตกของดอร์นไว้ได้แล้ว ท่าเรือที่สามารถใช้เป็นจุดลงกำลัง และมีนาตาลี เดย์น ผู้ถือกุญแจสู่ดอร์นตะวันตกอยู่ในมือ ดังนั้นไทเรลล์จะต้องเห็นโอกาสอันล้ำค่านี้แน่นอน

เมื่อแน่ใจในแผนการของตัวเองแล้ว แซมเวลล์จึงสั่งทหารให้เข้าควบคุมพื้นที่ท่าเรือทั้งหมด ขับไล่ชาวบ้านออกไป และเริ่มสร้างป้อมปราการเตรียมรับศึก

หลังจากสำรวจพื้นที่โดยรอบเขาก็พบว่าการป้องกันเฉพาะแค่บริเวณท่าเรือยังไม่เพียงพอ ท่าเรืออยู่ในพื้นที่ต่ำ ไม่มีความลึกทางยุทธศาสตร์ หากป้องกันแค่จุดนี้ พวกดอร์นก็สามารถบีบพวกเขาให้ถอยลงทะเลได้ง่าย ๆ ดังนั้นเขาจึงขยายแนวป้องกันออกไปอีกสองถึงสามไมล์

บริเวณนี้เป็นพื้นที่หินขรุขระ มีถนนสายหลักเพียงสายเดียวที่เข้าออกได้ ด้านตะวันออกของสันเขาเป็นพื้นที่ทรายเรียบยาวต่อเนื่อง ดังนั้นแนวป้องกันจึงไม่ซับซ้อนนัก แค่สกัดถนนเส้นเดียวที่เชื่อมจากตะวันตกของสันเขามายังท่าเรือก็พอ

เมื่อขุดคูเพลาะ สร้างเนินดิน และสร้างเครื่องกีดขวางจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแถบท่าเรือเสร็จเรียบร้อย แซมเวลล์ก็ส่งฮิวจ์ไปแจ้งข่าวกับเจ้าหญิงอาเรียนว่าหากนางต้องการพบเขาก็ต้องมาเอง

ซึ่งฮิวจ์ก็ไปส่งข่าวและกลับมาในเวลาไม่นาน พร้อมกับคำตอบว่า “ท่านลอร์ด เจ้าหญิงตรัสว่าพระองค์ได้เสด็จมาถึงแล้ว และประสงค์จะพบกับท่านทันที”

แซมเวลล์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจในความกล้าหาญของเจ้าหญิงดอร์น แต่หากนางกล้ามาเองจริงเขาก็ยินดีพบ เพราะถ้าหากสามารถตกลงกันได้โดยไม่ต้องรบมันย่อมดีที่สุดแล้ว

ที่แนวป้องกันด่านแรก ไม่นานแซมเวลล์ก็เห็นกลุ่มคนของดอร์นรวมตัวกันอยู่ที่สันเขาฝั่งตรงข้าม เมื่อเขาปรากฏตัวก็มีนักขี่ม้าสองคนแยกตัวออกมาจากกลุ่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงอย่างชัดเจน

แซมเวลล์ขี่ม้าพร้อมกับผู้ติดตามชื่อคาตูเพื่อไปพบกับพวกเขา ก่อนที่พวกเขาทั้งสองฝ่ายจะหยุดลงเมื่อเข้าใกล้กันในระยะหนึ่ง

เจ้าหญิงอาเรียนเพ่งมองอัศวินแห่งรีชตรงหน้า และพบว่าเขาแตกต่างจากที่ได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่านางไม่เคยเชื่อคำเล่าลือเกี่ยวกับแซมเวลล์ ทาร์ลี่เลย ลูกชายที่ถูกทอดทิ้ง? ดูยังไงก็ไม่น่าจะสามารถสร้างอาณาเขตของตนเองในเทือกเขาเรดเมาท์เทนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาชนะอุลริค แซนด์และกองกำลังของเขา

แต่ชายหนุ่มตรงหน้านางกลับตรงตามความคาดหมาย สูง หล่อเหลา เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจ ดวงตาสีเทาวาววับแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์บางเบา

‘นี่จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จัดการได้ง่าย ๆ แน่นอน!’ อาเรียนประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันทางด้านแซมเวลล์ก็กำลังจับตามองเจ้าหญิงแห่งดอร์นเช่นกัน นางงดงามดั่งที่เรื่องเล่าบรรยายไว้ เรือนร่างบอบบางพอให้เห็นผ่านชุดบางเบา ผิวสีน้ำผึ้งเปล่งประกายสุขภาพดี รอยยิ้มสดใสชวนหลงใหล แม้จะไม่งดงามแบบไร้ที่ติ แต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ยากจะต้านทาน

“อัศวินแห่งรีช ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินของดอร์น?”

น้ำเสียงของอาเรียนฟังดูเฉื่อยชาราวกระซิบจากคนรัก นางเป็นผู้หญิงที่ช่ำชองในการใช้เสน่ห์เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง

แซมเวลล์ยิ้มรับอย่างระมัดระวัง “ถ้าข้าจำไม่ผิด พวกดอร์นต่างหากที่เริ่มโจมตีแผ่นดินของข้าก่อน”

“แผ่นดินของเจ้า?” อาเรียนหัวเราะเบา ๆ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าก็ยังสร้างปราสาทไม่เสร็จด้วยซ้ำ”

แซมเวลล์หัวเราะตอบ “เจ้าหญิง ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมเรื่องสิทธิทางกฎหมาย อีเกิลส์พอยท์เป็นแผ่นดินของข้า มีผู้คนของข้า ทรัพยากรของข้า ซึ่งอุลริค แซนด์ทำลายเสียย่อยยับ ข้ามาที่สตาร์ฟอลล์เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยก็สมเหตุสมผลมิใช่หรือ?”

อาเรียนยกมือเรียวชี้ไปยังแนวป้องกันด้านหลังเขา “หากเจ้ามาเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย เหตุใดจึงต้องเสริมแนวป้องกันและสร้างป้อมปราการมากมายถึงเพียงนี้?”

“ก็เพื่อป้องกันพวกท่านไงล่ะ” แซมเวลล์ตอบตรง ๆ “ข้าเคยตกลงเรื่องค่าชดเชยกับตระกูลเดย์นแล้ว แต่การที่เจ้าหญิงเสด็จมานี่ อาจทำให้ไฟสงครามปะทุอีกครั้ง ข้าก็ควรเตรียมรับมือไว้มิใช่หรือ?”

“ตกลงเรื่องค่าชดเชย?” อาเรียนหัวเราะพร้อมไหวไหล่เล็กน้อย “แล้วใครในตระกูลเดย์นกันล่ะที่ตกลงกับเจ้า?”

“ทายาทโดยชอบธรรมของตระกูลเดย์น บุตรสาวของอาชารา เดย์น นาตาลี เดย์น”

เมื่อได้ยินดังนั้นอาเรียนก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง ไหล่ของนางสั่นเบา ๆ “เซอร์ซีซาร์ ท่านเข้าใจผิดหรือเปล่า? อาชารา เดย์นกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายไปนานกว่าสิบปีแล้วนะ”

‘แน่นอน ตระกูลมาร์เทลไม่มีทางยอมรับนาตาลีง่าย ๆ หรอก’ แซมเวลล์คิดในใจ แต่เขาก็ยังยืนกรานต่อ “นางอาจกระโดดลงไป แต่ไม่ได้ตาย และนางยังมีลูกสาว หากท่านไม่เชื่อก็เรียกผู้อาวุโสของตระกูลเดย์นมา ย่อมยืนยันตัวตนของนางได้”

อาเรียนยิ้มเจ้าเล่ห์ “เช่นนั้นลองแบบนี้เป็นอย่างไร? ให้นาตาลีไปกับข้าที่ซันสเปียร์ บิดาของข้าจะเป็นผู้ยืนยันตัวตนของนางด้วยตัวเอง หากนางเป็นบุตรของอาชาราจริง นางจะได้สืบทอดสตาร์ฟอลล์ และสาบานความจงรักภักดีต่อบิดาข้า”

“ดูเหมือนความเห็นของเราจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” แซมเวลล์ไหวไหล่ เขาจะไม่มีวันส่งนาตาลีไปให้ตระกูลมาร์เทลแน่นอน และเขาก็รู้ดีว่าสตรีผู้นี้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นกัน

ในเรื่องราวเดิมอาเรียนเคยพยายามตั้งราชินีขึ้นบนบัลลังก์เหล็ก จนโดนบิดาของนางลากตัวกลับไปพร้อมโซ่ตรวนเพื่อหยุดความวุ่นวายที่นางก่อ ถ้าหากโดราน มาร์เทลยังต้องใช้กำลังถึงจะควบคุมลูกสาวได้ แล้วชายแห่งรีชเช่นเขาจะหวังโน้มน้าวนางด้วยคำพูดได้อย่างไร?

แซมเวลล์ไม่เห็นเหตุผลจะต่อปากต่อคำอีกต่อไป เขาเอ่ยเพียงว่า “งั้นก็ให้ดาบเป็นผู้ตัดสินเถอะ”

“เจ้าช่างมั่นใจเสียจริง เซอร์ซีซาร์” ดวงตาของอาเรียนเป็นประกายจับจ้องเขาแน่น “หวังว่าเจ้าจะรักษาความมั่นใจไว้อย่างนี้จนถึงที่สุด”

“ขอบคุณสำหรับความห่วงใย” แซมเวลล์พยักหน้าสุภาพ “และขอให้เจ้าหญิงคงความงามนี้ไว้นาน ๆ ท่านรู้หรือไม่ บนสนามรบสิ่งที่งดงาม มักเปราะบางไม่ต่างจากเครื่องลายคราม”

รอยยิ้มของอาเรียนหายไปทันที น้ำเสียงของนางเย็นชาและแข็งกร้าวดั่งทรายทะเลทราย “เช่นนั้นก็จงมองให้ดี แล้วดูเอาเองว่าพวกข้ามาร์เทลตรงหน้าท่านเป็นลายครามเปราะบาง หรือเป็นหอกที่ไม่มีวันหักและไม่ยอมงอ!”

พูดจบนางก็หันหลังกลับทันที

“เดม่อน แซนด์!” อาเรียนเอ่ยเรียกทันทีที่กลับถึงกลุ่มของตน “ส่งสารไปยังไฮเฮอร์มิเทจ แบล็กมอนต์ สกายรีช แซนด์สโตน คิงส์เกรฟ และเฮลโฮลท์! บอกลอร์ดแห่งดอร์นฝั่งตะวันตกทุกคนว่ารีชได้เหยียบย่ำแผ่นดินของเราแล้ว ข้า อาเรียน มาร์เทล ในนามของตะวันและหอก สั่งให้พวกเขาส่งกองกำลังไปยังสตาร์ฟอลล์โดยด่วน!”

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 79

คัดลอกลิงก์แล้ว