เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 77

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 77

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 77


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 77 ความสงสัยของโอเลนน่า

แสงอ่อนยามรุ่งสางส่องลอดเข้ามาในสวน สะท้อนกับกลีบกุหลาบสีทองที่ประดับด้วยหยาดน้ำค้าง ทำให้ทุกหยดประกายราวคริสตัล เปลี่ยนสวนแห่งนี้ให้ดูราวกับสรวงสวรรค์

นกลาเล็ก ๆ ที่งดงามสองสามตัวบินไปมาท่ามกลางพุ่มไม้ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วขับกล่อมยามเช้าอย่างสดใส  แต่แล้วความสงบในเช้าวันแสนงดงามนี้ก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน ด้วยเสียงโวยวายอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าบ้าแซมเวลล์! เจ้าเด็กนี่ไม่เคยหยุดก่อเรื่องเลย ให้ตายสิ เป็นตัวปวดหัวของข้าชัด ๆ!”

เมซ ไทเรลล์ ผู้สำเร็จราชการแห่งดินแดนรีช ผู้พิทักษ์แห่งแดนใต้ และลอร์ดแห่งไฮการ์เด้น เดินกระทืบเท้าผ่านสวนด้วยท่าทางฉุนเฉียว โบกจดหมายในมือใหญ่ของเขาด้วยสีหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ

“ทีแรกก็ขนแรงงานจากท่าเรือของข้าไปเป็นร้อยโดยไม่ปริปาก ข้าก็ยังปล่อยผ่านไป แล้วก็มาขอรับตัวผู้ลี้ภัยจากไฮการ์เด้น ด้วยความเห็นแก่ลูกสาวสุดที่รักของข้า ข้าก็ไม่ขัดอะไร ตอนนี้มันกลับไปก่อเรื่องที่สตาร์ฟอลล์! แล้วมันยังมีหน้ามาขอกำลังจากข้าอีกเหรอ? มันคิดว่าข้าเป็น . . .”

“ท่านพ่อ ดื่มชาสักหน่อยเถอะค่ะ” มาร์เจอรี ไทเรลล์ เอื้อมมือยกถ้วยชาสีเงินขึ้นจ่อริมฝีปากของบิดาหยุดคำพูดของเขาไว้ทัน

เมซรับถ้วยจากนาง และดื่มยาว ๆ ไปหนึ่งอึก ก่อนจะมองรอยยิ้มอ่อนโยนของลูกสาว ทันใดนั้นความโกรธในใจเขาก็เริ่มสงบลง และปล่อยให้นางพาเขาไปนั่งลงที่เก้าอี้

ผ่านไปสักครู่เมซก็หันไปทางโอเลนน่า ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ แล้วพูดต่อ “ท่านแม่ก็อ่านจดหมายนั่นแล้วใช่ไหม? ไม่คิดเหรอว่าไอ้หมอนี่ แซมเวลล์ มันจะก่อปัญหาไม่หยุด?”

โอเลนน่า ไทเรลล์ ซึ่งกำลังชมเหล่านกลาบินไปมาในสวน วางมือไว้บนตักอย่างนิ่งเฉย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองลูกชาย “ใช่ แซมเวลล์เป็นเด็กที่อยู่นิ่งไม่ได้ก็จริง แต่คราวนี้ . . . ไม่ใช่ความผิดของเขา”

“ไม่ใช่ความผิดของเขา?”

หญิงชราพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพิ่งได้รับข่าวจากแบล็กมอนต์ ดูเหมือนว่า เอ็ดดริก เดย์น กับ อัลลิเรีย เดย์น จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุล่าสัตว์”

เมซขมวดคิ้ว พยายามเชื่อมโยงเรื่องเข้าด้วยกัน “ท่านแม่ เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าแซมเวลล์นั่น?”

คราวนี้มาร์เจอรีเป็นคนแทรกขึ้นมาเบา ๆ “สองคนนั้นเป็นทายาทคนสุดท้ายของสายหลักแห่งตระกูลเดย์น ไม่แปลกเลยที่สตาร์ฟอลล์จะตกอยู่ในความวุ่นวาย”

เมื่อเมซเริ่มปะติดปะต่อได้ เขาก็อุทานออกมาทันที “อย่าบอกนะว่า ท่านแม่คิดว่าเจ้าเด็กแซมเวลล์มีเอี่ยวกับเรื่องนี้?”

โอเลนน่าเพียงกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ ไม่คิดจะเสียเวลาโต้ตอบกับคำถามโง่ ๆ ของลูกชาย

มาร์เจอรีรินชาเพิ่มให้บิดาแล้วพูดต่อ “ต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง คอยยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง”

โอเลนน่ามองหลานสาวอย่างชื่นชม เห็นชัดว่านางพอใจในคำพูดนั้น จากนั้นนางก็หันไปทางเมซด้วยสีหน้าเริ่มหงุดหงิด

“ลอร์ดพัฟฟิช” โอเลนน่าเรียกขานเขาด้วยฉายาที่จิกกัด “เจ้าได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากหนึ่งในขุนศึกของเจ้า เจ้าว่าควรส่งทหารไปไหม?”

เมซซึ่งคุ้นเคยกับคำกระทบกระเทียบของมารดาดีอยู่แล้วไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เขานิ่งคิดถึงความยุ่งยากที่แซมเวลล์ก่อไว้ก่อนจะตอบด้วยความเบื่อหน่ายว่า “ปราสาทของมันยังสร้างไม่เสร็จเลย ตามกฎหมายแล้ว อีเกิลส์พอยท์ ก็ยังไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเดอะรีชด้วยซ้ำ ข้าจะไปรบเพื่อดินแดนที่ยังถกเถียงกันอยู่ทำไม? ใครในพวกข้ารับใช้จะยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพราะเรื่องนี้กันล่ะ?”

“แรนดิลล์ ทาร์ลี่” โอเลนน่าตอบด้วยชื่อเพียงคำเดียว

“แรนดิลล์?” เมซชะงัก แล้วขมวดคิ้ว “ก็ใช่ แซมเวลล์เป็นลูกของเขา แต่ก็เป็นลูกที่เขาไล่ออกจากบ้านเองนะ ท่านแม่คิดว่าเขาจะยื่นมือช่วยจริงเหรอ?”

โอเลนน่าเพียงยิ้มบาง ๆ “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำยังไง”

“หืม?” เมซดูงุนงงอีกครั้ง

คราวนี้มาร์เจอรีจึงช่วยอธิบาย “ท่านพ่อ ท่านย่าสงสัยมานานแล้วว่า ลอร์ดทาร์ลี่อาจไม่ได้ตัดขาดกับลูกชายจริง ๆ นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์เรื่องนั้น”

“อืม ก็ได้ ๆ” เมซไหวไหล่ “ข้าจะส่งข่าวถึงแรนดิลล์ แต่จะไม่ออกคำสั่งอะไร ส่วนเขาจะส่งทหารหรือไม่ก็แล้วแต่เขา”

พูดจบเขาก็จูบหน้าผากท่านแม่กับลูกสาวคนละที ก่อนจะเดินออกจากสวนไป แม้เขาจะรักทั้งคู่มาก แต่เมซก็มักรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ใกล้ โดยเฉพาะกับมารดาของเขาที่มีวิธีทำให้เขารู้สึกโง่ได้เสมอ

หลังจากส่งบิดาออกจากสวนแล้ว มาร์เจอรีก็กลับมานั่งกับโอเลนน่าอีกครั้ง พร้อมรินชาให้ใหม่ “ท่านย่าคะ ถ้าลอร์ดทาร์ลี่ไม่ส่งทหารมาช่วยล่ะคะ?”

โอเลนน่ายกถ้วยชาแตะริมฝีปาก ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “งั้นเจ้าแซมเวลล์ . . . ก็ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น”

โอเลนน่าวางถ้วยชาลง แล้วยิ้มขณะเอื้อมมือไปจัดสร้อยคอประดับอัญมณีสีน้ำเงินบนอกหลานสาว “เป็นอะไรไปหลานยรัก? เจ้ารู้สึกสงสารอัศวินคนแรกที่เจ้าทำพิธีแต่งตั้งให้หรือไง?”

“นิดหน่อยค่ะ” มาร์เจอรีเอียงแก้มเนียนแนบกับมือเหี่ยวย่นของย่า และลูบมันเบา ๆ อย่างอ่อนโยน “แซมเวลล์เป็นอัศวินบุกเบิกที่มีฝีมือไม่เลวเลย เราเองก็ลงทุนไปมากแล้ว ทั้งส่งเซอร์ท็อดด์ ฟลาวเวอร์ไป พร้อมทหารฝีมือดีอีกร้อยคน แล้วยังเสียทองไปอีกนับพันเหรียญทองมังกร ตอนนี้อีเกิลส์พอยท์ก็เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของเดอะรีชจริง ๆ แล้ว ทั้งผลิตบรั่นดี ทั้งขุดแร่เงิน ถ้าต้องทิ้งทั้งหมดไป มันก็ดูน่าเสียดายนะคะ”

โอเลนน่าลูบแก้มหลานสาวอย่างรักใคร่ แต่เสียงของนางกลับเย็นเยียบดังน้ำแข็ง “ถ้ากุหลาบต้นหนึ่งในสวนของเจ้าติดโรคร้าย ไม่ว่าเจ้าจะทุ่มเทดูแลมันแค่ไหน หรือมันจะงดงามเพียงไร เจ้าก็ต้องตัดมันทิ้ง . . . ก่อนที่โรคนั้นจะแพร่ไปทั้งสวน”

“แต่เราน่าจะลองรักษามันดูก่อนไม่ใช่หรือคะ?” มาร์เจอรีแย้งอย่างนุ่มนวล และยังไม่อยากยอมแพ้

“นี่ไม่ใช่แค่โรคพืชธรรมดา เจ้าก็รู้ดีว่าทายาทคนสุดท้ายสองคนของตระกูลเดย์นเพิ่งเสียชีวิต และเวลามันก็พอดีเกินไป เห็นได้ชัดว่าใครบางคนจับตาแผนของเราที่อีเกิลพอยต์ และพยายามยั่วยุให้เราต้องเปิดศึก” โอเลนน่าถอนหายใจเบา ๆ “ที่จริงแล้ว เราตั้งใจให้อีเกิลพอยต์เป็นแนวป้องกันต่อดอร์น แต่เราจะปล่อยให้คนอื่นเป็นฝ่ายกำหนดเวลาเปิดศึกไม่ได้ มิฉะนั้นเราจะเสียเปรียบไปตลอด และแม้แต่กุหลาบที่เราปลูกไว้ที่อื่น . . . ก็อาจได้รับผลไปด้วย”

โอเลนน่าหยุดเล็กน้อย แล้วสังเกตสีหน้าของมาร์เจอรี “อีเกิลพอยต์ตอนนี้ก็เหมือนแผลเน่าที่เปิดออกให้แร้งลง ปล่อยให้ชาวดอร์นจัดการมันแทนเราก็พอ บรั่นดีเราสามารถผลิตที่อื่นได้ ส่วนแร่เงิน ข้าไม่คิดว่าเราจะถึงกับต้องการมันนักหรอก”

เมื่อเห็นว่าย่าของนางเด็ดเดี่ยวหนักแน่น มาร์เจอรีจึงพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็อดถามไม่ได้ “ท่านย่าทราบหรือยังคะว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้?”

“มีอยู่หลายคนที่น่าสงสัย แต่พวกมันระวังตัวมาก ข้าจึงยังฟันธงไม่ได้” โอเลนน่าลูบหน้าผากของมาร์เจอรีเบา ๆ ราวกับจะลบล้างความกังวลจากใบหน้า “เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ไอ้ลูกนอกสมรสจากสตาร์ฟอลล์นั่น คงเห็นนี่เป็นโอกาสสร้างชื่อ มันจะไม่กล้าทำให้เราขุ่นเคืองหรอก ต่อให้แซมเวลล์แพ้ ก็คงไม่ถึงตาย”

“พอถึงตอนนั้น เราก็สามารถจ่ายเงินไถ่ตัวเขาออกมา ปลอบขวัญเล็กน้อย แล้วค่อยหาที่ให้เขาไปทำประโยชน์ที่อื่นเสียก็ได้ และพูดตามตรง . . . เจ้าเด็กนั่นควรถูกสั่งสอนเสียบ้าง ช่วงหลัง ๆ มานี่ชักจะมั่นหน้าเกินไปแล้ว” โอเลนน่าถอนหายใจพร้อมหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างขำขัน “เจ้ารู้ไหมว่า แพ็กซ์เตอร์เคยพยายามจับคู่เขากับเดสเมร่า แต่เจ้าหนูนั่นปฏิเสธ!”

ดวงตาของมาร์เจอรีเบิกกว้าง “เขากล้าปฏิเสธลูกสาวคนโตของอาร์เบอร์เนี่ยนะ? เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

“ใครจะไปรู้” โอเลนน่าบ่นพึมพำอย่างไม่ประทับใจนัก

มาร์เจอรีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “แล้วถ้าลอร์ดทาร์ลี่ส่งทหารมาช่วยแซมเวลล์ป้องกันอีเกิลส์พอยท์ล่ะคะ?”

“งั้นเราก็จะรู้แน่ชัดว่าแรนดิลล์ ทาร์ลี่ไม่ได้ตัดขาดจากลูกชายจริง ๆ และอาจมีแผนบางอย่างอยู่” โอเลนน่าตอบ “ตราบใดที่เรายังไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของเขา เราจะไม่เข้าไปยุ่ง ให้พวกทาร์ลี่จัดการความวุ่นวายที่อีเกิลส์พอยท์กันไปเอง และเราจะถอนการสนับสนุนจากแซมเวลล์ทั้งหมด”

มาร์เจอรีพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ย่าหมายถึง แต่ในใจของนางก็ยังอดคิดไม่ได้ถึงอีกความเป็นไปได้หนึ่ง ว่าแซมเวลล์อาจสามารถรักษาอีเกิลส์พอยท์ไว้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งใครเลย

แต่ความคิดนั้นก็ฟังดูไร้สาระเหลือเกิน เพราะกองทหารของตระกูลเดย์นไม่ใช่พวกคนเถื่อน หากแต่ได้รับการฝึกมาอย่างดีและมีระเบียบวินัย ดังนั้นถึงแม้ว่าแซมเวลล์จะเก่งแค่ไหน ก็คงไม่มีทางต้านไหว

มาร์เจอรีรีบสลัดความคิดนั้นทิ้ง และอธิษฐานต่อเทพเจ้าแห่งทั้งเจ็ดเงียบ ๆ ขอให้คุ้มครองอัศวินของนางในศึกที่กำลังจะมาถึงนี้

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 77

คัดลอกลิงก์แล้ว