- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 76
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 76
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 76
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 76 ยอมจำนน
“ท่านแม่? ท่านจะไปไหน?”
เมื่อเห็นแม่ของนางเดินไปหาชาวดอร์น นาตาลีก็รู้สึกตกใจและตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างฉับพลัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความรู้สึกบางอย่างที่น่ากลัวกลับเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในใจ เหมือนมารดาของนางกลายเป็นคนแปลกหน้า คนที่อาจจะจากนางไปตลอดกาล!
แซมเวลล์ยื่นมือออกมาหยุดนาตาลีไว้อย่างนุ่มนวล และปลอบโยนขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ไม่ต้องห่วง แม่ของเจ้าแค่กลับไปยังที่ที่นางจากมา”
“กลับไปที่ที่นางจากมา? หมายความว่ายังไง?”
“แม่ของเจ้ามาจากสตาร์ฟอลล์ นางเป็นหญิงสูงศักดิ์แห่งตระกูลเดย์น” แซมเวลล์อธิบาย พลางลูบผมนุ่มของนาตาลีเบา ๆ “และเจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเดย์นเช่นกัน”
ดวงตาสีม่วงของนาตาลีเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่ได้ยิน ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวจนนางพูดไม่ออก และยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง
ในขณะเดียวกัน อาชาราก็เดินมาถึงชาวดอร์น และตรงไปหาอัศวินสูงวัยคนหนึ่ง พร้อมถามว่า “เซอร์เมาทาร์ ท่านจำข้าได้ไหม?”
“ท่านหญิงอาชารา . . . จริง ๆ ด้วย! เป็นท่านจริง ๆ!” เสียงของอัศวินชราสั่นเครือด้วยความไม่อยากเชื่อ “แต่ . . . แต่ท่านไม่ใช่ว่า . . .”
“ใช่ ข้าเคยพยายามกระโดดลงทะเลซัมเมอร์เมื่อหลายปีก่อน แต่เทพเจ้าได้กำหนดหนทางอื่นให้ข้า พวกเขาไม่ให้ข้าจมน้ำตาย”
“ขอสดุดีเทพทั้งเจ็ด!” อัศวินชราทำสัญลักษณ์รูปดาวเจ็ดแฉกบนหน้าอก ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี และในชั่วขณะนั้นเขาก็รู้ทันทีว่าการกลับมาของอาชาราจะยุติทุกข้อพิพาทเรื่องการครอบครองตำแหน่งเจ้าเมืองสตาร์ฟอลล์ จะไม่มีใครวางแผนแย่งชิงอีกต่อไป เพราะด้วยฐานะของอาชารา เดย์น นางคือทายาทที่แท้จริงของสตาร์ฟอลล์และตำแหน่งนั้น!
อาชารายิ้มบาง ๆ แล้วหันไปทักทายอัศวินตระกูลเดย์นคนอื่น ๆ โดยเรียกชื่อแต่ละคนอย่างมั่นใจ นางยังจำชื่อทหารรุ่นเก่าของตระกูลได้อีกหลายคน และเรียกชื่อพวกเขาอย่างแม่นยำเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เหล่าชาวดอร์นไม่สงสัยในตัวตนของนางอีกต่อไป
ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังตกอยู่ในความไม่แน่นอน การกลับมาของอาชารากลายเป็นเสมือนแสงแห่งความหวังสำหรับทหารดอร์น และด้วยการนำของเหล่าอัศวินบางคน พวกดอร์นก็ย่อตัวลงต่อหน้าอาชารา ชูดาบขึ้นเหนือศีรษะเป็นการถวายเกียรติ และกล่าวเสียงดังว่า “ท่านหญิงอาชารา เดย์นอันทรงเกียรติ พวกเราขอถวายตนรับใช้ท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป . . .”
แต่อาชารากลับส่ายหัวเบา ๆ ขัดจังหวะคำสัตย์ของพวกเขา ทำให้ชายเหล่านั้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสน “ท่านหญิงอาชารา เหตุใดท่านไม่รับคำสัตย์ของพวกเรา? ท่านก็รู้ดีว่าตระกูลเดย์นต้องการให้ท่านกลับไปสตาร์ฟอลล์เพื่อรับตำแหน่ง!”
“ไม่ วันที่ข้ากระโดดจากหอคอยไวท์สโตน วันนั้นอาชารา เดย์นก็ได้ตายไปแล้ว ตอนนี้ข้าคือนารา ผู้รับใช้เทพเจ้าเก่า และหัวหน้าเผ่าครอว์ ดังนั้น ข้าจึงไม่อาจกลับไปปกครองสตาร์ฟอลล์ได้” ก่อนที่ใครจะเอ่ยแย้ง อาชาราก็กล่าวต่อ “แต่ลูกสาวของข้า ไปกับพวกท่านได้”
“ท่านมีลูกสาวหรือ?” ชาวดอร์นต่างตกใจ แต่แล้วประกายแห่งความหวังก็กลับมาปรากฏในสายตาของพวกเขาอีกครั้ง
“ใช่” อาชาราหันไปเรียกลูกสาวของตน
นาตาลีเมื่อเห็นท่าทางของมารดา นางก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที โดยมีแซมเวลล์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อย่างครุ่นคิด
“ท่านแม่!” นาตาลีจับมือมารดาไว้แน่น และแอบอยู่ข้างหลังมารดาเล็กน้อย
อาชาราดึงนาตาลีให้มายืนข้างหน้าเบา ๆ ก่อนจะกล่าวกับชาวดอร์น “นี่คือลูกสาวของข้า นาตาลี เดย์น”
อัศวินดอร์นคนหนึ่งลังเลก่อนจะถามว่า “แล้ว . . . ใครคือพ่อของนาตาลี?”
“แน่นอนว่าเป็นสามีของข้า อดีตหัวหน้าเผ่าครอว์ รูอิน”
อัศวินหลายคนมองหน้ากันด้วยความไม่แน่ใจ อาชาราเน้นคำว่า ‘สามี’ อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่านาตาลีเป็นลูกถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเดย์นที่แท้จริง ไม่ใช่ลูกนอกสมรสที่เรียกว่า ‘แซนด์’
อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังไม่อาจละเลยความจริงที่ว่านาตาลีมีสายเลือดของชนเผ่านอกดินแดนดอร์น ซึ่งในแง่สายเลือดแล้ว นางมีเชื้อสายที่เจือจางยิ่งกว่าลูกนอกสมรสบางคนในสตาร์ฟอลล์เสียอีก
เมื่อต้องเผชิญกับความลังเลเงียบ ๆ นี้ นาตาลีก็ยิ่งหดตัวลงเล็กน้อย ตัวสั่นระริก ทำให้แซมเวลล์ที่เห็นเช่นนั้นจึงก้าวออกมาข้างหน้า แล้วกล่าวกับฮิวจ์ เด็กหนุ่มผู้เป็นสไควร์จากก่อนหน้านี้ “ฮิวจ์ เจ้านายคนเก่าของเจ้าได้จากไปแล้ว เทพเจ้าได้มอบทางเลือกใหม่ให้เจ้า จงใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุดเถิด”
เมื่อฮิวจ์เข้าใจความหมายของแซมเวลล์ เขาก็คุกเข่าลงต่อหน้านาตาลีทันที พร้อมกล่าวเสียงดังว่า “ท่านหญิงนาตาลี เดย์นอันทรงเกียรติ ข้าฮิวจ์ เดย์น ขอมอบตนรับใช้ท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดาบของข้าจะเป็นของท่านเพียงผู้เดียว!”
นาตาลีดูตกใจและไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร จนกระทั่งแซมเวลล์ดันนางเบา ๆ นางจึงพอจะรวบรวมสติแล้วตอบออกมาได้ว่า “ขะ . . . ข้ายอมรับคำสัตย์ของเจ้า”
ฮิวจ์ลุกขึ้นแล้วย้อนกลับไปกระตุ้นเพื่อนชาวดอร์นของเขา “พวกเจ้ารออะไรกัน? จะไม่ถวายสัตย์ต่อทายาทโดยชอบธรรมของสตาร์ฟอลล์หรือ? หรือพวกเจ้าลืมคำสัตย์ที่เคยให้ไว้แล้ว?”
พวกดอร์นมองหน้ากันอย่างลังเล แต่เมื่อเห็นแซมเวลล์กับทหารของเขามองพวกตนอยู่อย่างใกล้ชิด พวกเขาก็ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน และสาบานความจงรักภักดีต่อนาตาลี
ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็รู้ดีว่าการตั้งคำถามเรื่องสายเลือดของนาตาลีกับแซมเวลล์ ซีซาร์ ซึ่งยืนอยู่พร้อมค้อนสงครามขนาดยักษ์ข้างตัวนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
แม้แต่แซมเวลล์เองก็ยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อาชาราเลือกจะไม่กลับไปครอบครองสตาร์ฟอลล์ แต่กลับมอบภาระนั้นให้ลูกสาวแทน อย่างไรก็ตามข้อตกลงนี้กลับเป็นประโยชน์ต่อเขา
อาชารานั้นฉลาดและมีประสบการณ์ หากนางเป็นท่านหญิงแห่งสตาร์ฟอลล์จริง ๆ นางคงไม่ปล่อยให้เขามีอำนาจมากเกินไป และคงจะต้องการปรึกษาทุกเรื่องกับเขา แต่นาตาลียังเด็กและอ่อนไหว หากเขาไม่รีบดูดทรัพยากรของสตาร์ฟอลล์ก็คงเรียกได้ว่าเขามีเมตตาเกินไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสายเลือดผสมของนาง นาตาลีย่อมต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากคนนอกเช่นแซมเวลล์ เพื่อควบคุมกลุ่มที่ไม่พอใจในสตาร์ฟอลล์
พูดง่าย ๆ คือ การจัดวางแบบนี้ ทำให้แซมเวลล์สามารถชักใยอยู่เบื้องหลังได้ง่ายขึ้นมาก ว่าแต่อาชาราคิดไว้แล้วหรือไม่ หรือเพียงแค่ไว้ใจเขา เขาเองก็ไม่แน่ใจนัก
“ยอดเยี่ยม!” แซมเวลล์ปรบมือพร้อมรอยยิ้มกว้าง “นาตาลี ตอนนี้ในเมื่อเจ้าคือผู้ปกครองคนใหม่ของสตาร์ฟอลล์ เราก็ต้องคุยเรื่องค่าชดเชยจากสงครามครั้งนี้กันหน่อย”
นาตาลีกะพริบตาปริบ ๆ แล้วหันไปมองมารดาเพื่อขอคำแนะนำ แต่อาชาราเพียงยิ้มบาง ๆ และกล่าวว่า “ต่อจากนี้ไป เจ้าต้องตัดสินใจเรื่องแบบนี้ด้วยตัวเองแล้ว”
เมื่อไม่มีทางเลือก นาตาลีจึงหันไปมองฮิวจ์และชาวดอร์นคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่แล้วแซมเวลล์กระแอมเบา ๆ ทำให้ชายเหล่านั้นรีบเบือนสายตาลงไปมองพื้นราวกับพื้นดินนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง
นาตาลีเบะปากเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ เซอร์ซีซาร์ . . . แล้วข้าต้องการค่าชดเชยอะไรบ้าง?”
แซมเวลล์ยิ้มกว้างยิ่งขึ้น ฟันของเขาแวววับ “ไม่ต้องห่วงนาตาลี ข้านั้นยุติธรรมเสมอ และจะขอค่าชดเชยที่เหมาะสมเท่านั้น เริ่มจากค่ารักษาและเยียวยาทหารของข้าที่บาดเจ็บหรือตาย เจ้าคงเห็นว่าพวกเขาสมควรได้รับการชดเชยใช่ไหม?”
“เอ่อ . . . ใช่ แล้วเท่าไหร่เหรอ?”
“สิบเหรียญทองแดงสำหรับบาดเจ็บเล็กน้อย ห้าเหรียญเงินสำหรับบาดเจ็บหนัก และสามเหรียญทองสำหรับแต่ละคนที่เสียชีวิต” เขาพูดตัวเลขอย่างรวดเร็ว และก่อนที่นาตาลีจะทันได้คิด เขาก็พูดต่อทันที “แล้วยังมีค่าซ่อมแซมอาคารที่เสียหายจากการสู้รบ เจ้าคงช่วยออกค่าใช้จ่ายตรงนั้นใช่ไหม?”
“ขะ . . . ข้าคิดว่าน่าจะได้”
“แล้วก็พวกถังบรั่นดีนั่น! เจ้าก็รู้ว่าของพวกนั้นแพงแค่ไหน แล้วมันก็พังเสียหายหมด ข้าเจ็บใจจริง ๆ แต่ข้าจะไม่คิดราคาแพงหรอก ยี่สิบเหรียญเงินต่อแกลลอนก็ดูแฟร์ดีใช่ไหม?”
“เอ่อ . . .”
“แล้วก็ตัวปราสาทด้วย! เจ้าเห็นแล้วว่ากำแพงด้านนอกเสียหายแค่ไหน ค่าซ่อมแซม ยังไม่รวมกับความล่าช้าในการก่อสร้างอีก ข้าว่าสตาร์ฟอลล์ควรรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และส่งช่างฝีมือมาช่วยด้วย เจ้าคิดว่าไม่สมเหตุสมผลเหรอ?”
“. . .”
“แล้วยังเรื่องคนแก่กับเด็กในบ้านสวัสดิการ พวกเขาถูกอพยพเพราะสงคราม ต้องลำบากและเครียดกันหมด ค่าชดเชยเล็กน้อยสำหรับพวกเขาก็น่าจะเหมาะสมใช่ไหมล่ะ?”
“. . .”
นาตาลีซึ่งสับสนกับคำศัพท์แปลก ๆ มากมายจนปวดหัวลูบหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ แล้วพูดออกมาว่า “เอาล่ะ เซอร์ซีซาร์ ท่านแค่สรุปยอดรวมมาเลยก็แล้วกัน ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีเงินพอจ่ายไหม และข้าเป็นทายาทแห่งสตาร์ฟอลล์จริง ๆ หรือ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ตอนนี้เจ้าคือทายาทโดยชอบธรรมแห่งตระกูลเดย์น!” แซมเวลล์ตอบพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมความภาคภูมิใจ “ส่วนเรื่องเงิน ไม่ต้องห่วง ข้าเป็นคนใจกว้าง ข้าจะให้เจ้าจ่ายเป็นงวด ๆ ก็ได้”
“งวด ๆ คืออะไร?”
“ก็หมายความว่า เจ้าค่อย ๆ ผ่อนจ่ายหนี้ทีละนิด หากจ่ายทั้งหมดทีเดียวไม่ไหว”
“โอ้! ขอบคุณมาก เซอร์ซีซาร์ ท่านใจดีจังเลย”
“ไม่ต้องขอบคุณ นี่แหละสิ่งที่สุภาพบุรุษควรทำ”
อาชาราที่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับการตัดสินใจของตนในการมอบสตาร์ฟอลล์ให้นาตาลี บางทีนางอาจจะตัดสินใจผิดไปแล้วก็ได้ . . .