เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 68

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 68

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 68


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 68 สมคบคิด

ใต้แสงดาวตก ในสุสานอันมืดมิดและกว้างขวาง เสียงสวดของนักบวชเซปตอนดังก้องเบา ๆ ไปทั่วห้องหิน

สมาชิกตระกูลเดย์นพร้อมด้วยข้ารับใช้มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้านายหนุ่มและท่านอาของเขา

เมื่อเซปตอนกล่าวคำภาวนาเสร็จสิ้น อัศวินแปดนายก็ก้าวออกมายกโลงศพของเอ็ดดริกและอัลลิเรีย เดย์นขึ้นวางในช่องหินที่สลักไว้บนผนังสุสาน ที่นั่นพวกเขาจะได้พักผ่อนชั่วนิรันดร์เคียงข้างบรรพบุรุษของตระกูลเดย์น

ด้วยเหตุนี้พิธีศพจึงสิ้นสุดลง ก่อนที่เซปตอนจะเป็นคนแรกที่เดินจากไป ตามมาด้วยลอร์ดบริค ดอนแดเรียน ผู้ซึ่งนำร่างของหลานชายและภรรยาของเขากลับมาด้วยตัวเอง แต่บัดนี้เขาเดินจากไปด้วยใบหน้าหนักอึ้งไปด้วยความรู้สึกผิด

แขกที่มาแสดงความเคารพเองก็ทยอยออกไปทีละคน จนเหลือเพียงสมาชิกของตระกูลเดย์น และอีกไม่กี่คนที่มีนามสกุล ‘แซนด์’ ยังคงอยู่เบื้องหลัง

ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าในเวลาเดียวกันก็มีความรู้สึกคาดหวังบางอย่าง ราวกับพวกเขากำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง เพราะด้วยการเสียชีวิตของเอ็ดดริก เดย์น และไม่มีทายาทสืบทอด ตระกูลเดย์นสายหลักจึงถึงกาลอวสาน

ดังนั้นคำถามที่หนักอึ้งจึงถูกหยิบยกขึ้นมา ใครจะได้สืบทอดตำแหน่งลอร์ดแห่งสตาร์ฟอลล์?

แม้ว่าสายหลักของตระกูลเดย์นจะสิ้นสุดลง แต่ยังมีสายรองอีกหลายสาย ทว่าลำดับการสืบทอดของพวกเขาซับซ้อนเกินกว่าที่เมสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดจะสามารถตัดสินได้โดยง่าย

นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเชื้อไฟให้กับสถานการณ์นี้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็คือบรรดาผู้มีนามสกุล ‘แซนด์’ แห่งตระกูลเดย์น โดยเฉพาะอุลริค แซนด์ เขาเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ดูแลแห่งสตาร์ฟอลล์มากว่าสิบปี ทำให้อุลริคมีอิทธิพลอย่างมากในตระกูล สิ่งเดียวที่เขาขาดไปคือแซ่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และบัดนี้ภายในเงามืดของสุสาน กระแสแห่งความตึงเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น

ในที่สุด สมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของตระกูลก็เดินออกมาด้านหน้า ก้าวย่างของเขาเชื่องช้าและไม่มั่นคง ก่อนจะหันไปกล่าวกับผู้คนที่รวมตัวกัน “ในเมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้าแล้ว เราควรหารือกันว่าใครควรได้รับตำแหน่งลอร์ดแห่งสตาร์ฟอลล์ . . .”

“ข้าขอคัดค้าน!”

ทันใดนั้นเสียงทรงอำนาจเสียงหนึ่งก็ขัดขึ้น ก่อนที่ฝูงชนจะหันไปมองทั้งแปลกใจและไม่แปลกใจนักเมื่อเห็นอุลริค แซนด์ ก้าวออกมา

ในฐานะบุตรคนโตของตระกูลเดย์นที่เป็นแซนด์ อุลริคมีความน่าเกรงขามและความมั่นใจในตนเอง เขาไม่หวั่นไหวต่อสายตานับสิบที่จับจ้องมายังตน อุลริคเดินขึ้นไปยังด้านหน้า กวาดตามองทุกคนด้วยแววตาจริงจังและแน่วแน่ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำ “ข้าเชื่อว่าเรามีเรื่องเร่งด่วนกว่านี้ที่ต้องจัดการ มากกว่าการตัดสินใจเรื่องผู้สืบทอด”

“เช่นนั้นแล้ว เซอร์อุลริค ท่านคิดว่าเรื่องใดเร่งด่วนที่สุด?” มีผู้หนึ่งถามขึ้น

“การล้างแค้นให้ลอร์ดเอ็ดดริก เดย์น และท่านหญิงอัลลิเรีย เดย์น!” เสียงของอุลริคดังก้องกังวาน

คำพูดของเขาก่อให้เกิดเสียงพึมพำขึ้นท่ามกลางฝูงชน

“ล้างแค้นอย่างนั้นหรือ? พวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะล่าสัตว์ หากเจ้าหมายถึงหมูป่าที่ฆ่าพวกเขา ก็คงถูกลอร์ดบริคชำแหละไปเรียบร้อยแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าวติดตลก

ทว่าคำพูดของเขากลับได้รับเพียงสายตาเย็นชาและขุ่นเคืองจากผู้คนรอบตัว

อุลริคแสยะยิ้มเย้ยหยัน ก่อนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ?”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“แน่นอนว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ!” อุลริคยืนยันหนักแน่น “นี่คือการลอบสังหารที่ถูกวางแผนมาอย่างดี เป้าหมายของมันคือสังหารทั้งสตรีและเด็ก”

คำพูดของเขาทำให้กลุ่มคนในสุสานตกอยู่ในความสับสนและตึงเครียด และหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้น “เซอร์อุลริค ท่านรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”

“ข้ารู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนทำ”

“ใคร?”

อุลริคสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แซมเวลล์ ซีซาร์ ลอร์ดแห่งอีเกิลส์พอยต์!”

คำประกาศนี้สร้างความตกตะลึงและเสียงอื้ออึงขึ้นในหมู่ผู้ร่วมพิธี

“ท่านมีหลักฐานหรือไม่?”

เมื่ออุลริคส่งสัญญาณ คนสนิทของเขาก็ออกจากสุสานไป ไม่นานนักเขากลับมาพร้อมกับชายผู้บาดเจ็บหนักและเต็มไปด้วยเลือด ซึ่งแทบจะเดินไม่ไหว

“นี่มันใครกัน?” มีคนถามขึ้น

อุลริคเตะชายคนนั้นจนล้มลงกับพื้น ทำให้ร่างของเขาขดตัวด้วยความเจ็บปวด “

แนะนำตัวเองซะ” อุลริคสั่งเสียงเย็น

“ขะ . . . ข้า . . . ข้าชื่อ . . . กิล ข้าทำงานให้ลอร์ดซีซาร์ . . .” ชายผู้นั้นตอบเสียงสั่นเครือ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากความทรงจำจากการถูกทรมานยังคงหลอกหลอนเขา

“แล้วเจ้ามาทำอะไรที่สตาร์ฟอลล์?”

“ลอร์ดซีซาร์ . . . ส่งข้ามา . . . เพื่อจับตาดูความเป็นไปของตระกูลเดย์น . . .” กิลสารภาพ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ทันใดนั้นเสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นทั่วห้อง ก่อนที่เสียงอีกเสียงหนึ่งจะกล่าวขึ้นอย่างสงบ “ถึงแม้จะเป็นความจริง แต่นั่นก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าแซมเวลล์ ซีซาร์ อยู่เบื้องหลังการตายของลอร์ดเอ็ดดริกและท่านหญิงอัลลิเรีย”

อุลริคหันขวับไปมองผู้พูด เซอร์เจอรอลด์ เดย์น หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ดาร์คสตาร์’ แห่งไฮเฮอร์มิเทจ

ในฐานะหนึ่งในตระกูลสาขาที่แข็งแกร่งที่สุด เดย์นแห่งไฮเฮอร์มิเทจถือเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งลอร์ดแห่งสตาร์ฟอลล์ที่ทรงอำนาจ และในฐานะบุตรชายคนโตของสายตระกูลนั้น เจอรอลด์มีสิทธิ์เรียกร้องตำแหน่งเหนือกว่าอุลริค ดังนั้นดาร์คสตาร์ที่มองออกถึงความทะเยอทะยานของอุลริค เขาจึงก้าวเข้ามาขัดขวางเพื่อสั่นคลอนอำนาจของอุลริค แต่ถึงอย่างนั้นอุลริคกลับไม่แสดงความหวั่นไหว เขาตอบกลับด้วยท่าทีสงบ ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับคำถามนี้อยู่แล้ว

“พวกเจ้าทุกคนจำได้หรือไม่ว่าซีซาร์เพิ่งมาเยือนสตาร์ฟอลล์เมื่อเดือนที่แล้ว? และเขายังนำภาพวาดภาพหนึ่งมาให้ข้าดู” อุลริคหันไปมองมือขวาของเขา เซอร์ธรียา

ธรียาพยักหน้ายืนยันว่า “เป็นความจริง ข้าอยู่ที่นั่นด้วย ลอร์ดซีซาร์นำภาพวาดมาให้พวกเราดู และถามว่าเรารู้จักหญิงสาวในภาพหรือไม่ แต่ . . . นั่นเป็นภาพของท่านหญิงอาชารา”

“ซึ่งพวกท่านคงสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่? ตอนนั้นข้าเองก็คิดเช่นนั้น ข้าเชื่อว่ามันเป็นภาพของท่านหญิงอาชารา แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ข้ามั่นใจว่าเขาต้องการยืนยันว่าท่านหญิงอัลลิเรียมีใบหน้าเหมือนกับในภาพ ธรียาเจ้าคิดว่ามันคล้ายกันหรือไม่?” อุลริคพูดสวนขึ้นมาทันทีที่ธรียาพูดจบ

ธรียาขมวดคิ้วแต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ก็คล้ายกันอยู่ . . . เป็นไปได้”

“ถูกต้อง!” อุลริคประกาศ “ซีซาร์ต้องการให้มือสังหารของเขามั่นใจว่าเป้าหมายถูกต้อง”

“แต่นั่นไม่ใช่หลักฐาน!” ดาร์คสตาร์โต้กลับทันทีด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างร้ายแรง” อุลริคตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และที่สำคัญกว่านั้น ฐานอำนาจของซีซาร์ที่อีเกิลส์พอยต์เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสตาร์ฟอลล์ เขาจะกลายเป็นศัตรูที่แท้จริงของตระกูลเดย์นในอนาคต เซอร์เจอรอลด์ เหตุใดท่านจึงพยายามปกป้องเขานัก?”

“ข้าเพียงไม่ต้องการให้เกียรติของอัศวินต้องมัวหมองหากไม่มีหลักฐานชัดเจน” ดาร์คสตาร์พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง แต่เขารู้ดีว่าข้อโต้แย้งของตนเริ่มอ่อนกำลังลง เพราะไม่ว่าเขาจะกล่าวอะไร ฐานที่มั่นของแซมเวลล์ ซีซาร์ที่อีเกิลส์พอยต์ก็เป็นภัยต่อสตาร์ฟอลล์อยู่ดี และในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยข้อสงสัยเช่นนี้ การปกป้องเขาย่อมเป็นสิ่งที่เสี่ยงเกินไป

“ข้าไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยไร้เหตุผล แต่เพื่อให้ลอร์ดเอ็ดดริก เดย์น และท่านหญิงอัลลิเรีย เดย์น ได้พักผ่อนอย่างสงบ เราต้องนำตัวแซมเวลล์ ซีซาร์มาที่นี่ เพื่อตัดสินความผิดของเขา!”

พูดจบอุลริคก็ชักดาบออกมา แล้วตะโกนก้อง “ใครจะยืนเคียงข้างข้า?”

ทันใดนั้นอัศวินหลายคนก็ก้าวออกมาโดยไม่ลังเล “ข้า!”

“ข้าด้วย!”

“ข้าด้วย!”

เสียงสนับสนุนดังก้องไปทั่วสุสาน

อุลริคมองอัศวินทีละคนที่ลุกขึ้นยืนขานรับคำเรียกร้องของเขา ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจที่แทบปกปิดไว้ไม่อยู่

เขารู้ดีว่า . . . เวลาของเขามาถึงแล้ว!

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 68

คัดลอกลิงก์แล้ว