เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 64

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 64

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 64


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 64 ความฝัน

ดวงจันทร์และหมู่ดาวสะท้อนกลับหัวลงบนผิวน้ำที่เรียบสงบดุจกระจก เรือโยกเบา ๆ ไปมาตามจังหวะของคลื่น คล้ายอ้อมแขนอ่อนโยนที่กล่อมให้ทุกคนบนเรือหลับใหล

ทันใดนั้นแซมเวลล์ก็รู้สึกถึงเสียงเรียกประหลาดจากท้องฟ้า ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด บางสิ่งดูเหมือนจะเชื้อเชิญจิตวิญญาณของเขาให้ล่องลอยขึ้นไปด้านบน

เขาเริ่มออกวิ่ง จากเดินช้า ๆ กลายเป็นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ฝีเท้ายืดยาวออก ลมทะเลเย็นเฉียบหวีดผ่านข้างหู กระซิบกระซาบบางอย่างที่จับใจความไม่ได้  แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามวิ่งเร็วแค่ไหน ท้องฟ้าก็ยังคงห่างไกลเกินเอื้อมถึง

ทันใดนั้นแซมเวลล์ก็หยุดกะทันหันและก้มลงมอง เบื้องล่างคือท้องทะเลกว้างใหญ่ที่สะท้อนภาพหมู่ดาวทั้งผืนฟ้า และบนผิวน้ำนั้นมีเรือลำน้อยลอยอยู่ราวกับมดตัวจิ๋ว

เขากำลังบิน!

แซมเวลล์ตระหนักขึ้นมาในพริบตา ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงต่ำพุ่งเฉียดผ่านผิวน้ำ ทันใดนั้นยอดเขาสูงชันก็ปรากฏขึ้นข้างหน้า หน้าผาหินแดงราวกับกรงเล็บเปื้อนเลือด ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น

ฟิ้ววว!

เขาดิ่งลงสู่ป่าทึบ กลิ่นหอมของดินและพืชนานาชนิดโถมเข้าใส่ ความรู้สึกของเขาคมชัดขึ้นจนรับรู้ได้ถึงกระรอกที่ซ่อนอยู่ในโพรงไม้ งูที่ขดตัวใต้พุ่มไม้ กวางที่สะดุ้งตื่นอยู่ในถ้ำใกล้ ๆ สัญชาตญาณดิบภายในตัวปลุกเร้าให้เขาล่าเหยื่อ แต่แซมเวลล์ก็ต่อต้านความรู้สึกนั้นแล้วมุ่งหน้าต่อไป

ผืนป่าและเนินเขาแผ่กว้างออกไปสุดสายตาค่อย ๆ จางหายไปในม่านหมอกของขอบฟ้า ความรู้สึกใหม่นี้ช่างน่าหลงใหลและแปลกประหลาด สายลมพัดแรงขึ้น ต้นไม้เริ่มบางลง ทันใดนั้นต้นวีร์วูดขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ใบสีเขียวชอุ่มของมันแผ่ร่มเงา กลบทุกสิ่งให้มืดลงราวกับมีลางบอกเหตุ และดวงตาคู่ใหญ่บนใบหน้าที่ถูกแกะสลักไว้บนต้นไม้ก็เปิดขึ้น

ตูม!

แซมเวลล์สะดุ้งตื่นราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาผุดลุกขึ้นนั่งทันที

“แฮ่ก แฮ่ก . . .”

เขาหายใจหนักหน่วง รู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นที่ชุ่มทั่วร่าง

ความฝัน . . . มันสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ!

แซมเวลล์พยายามตั้งสติ แต่เขารู้ดีว่าในตอนนี้ไม่มีทางจะหลับต่อได้อีกแล้ว เขาจึงลุกขึ้นรินน้ำดื่ม แล้วเปิดประตูห้องออกไปเดินบนดาดฟ้าเรือ

ยามค่ำคืนเงียบสงัด มีเพียงเสียงคลื่นกระทบลำเรือเบา ๆ เท่านั้นที่ดังแว่วมา เขาเดินทอดน่องไปตามดาดฟ้า พลางคิดทบทวนถึงความฝัน และเมื่อเดินผ่านหัวเรือ เขาสังเกตก็เห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ที่ราวกั้น

นาตาลี!

เด็กสาวพิงราวเรือ ก้มหน้ามองพระจันทร์เสี้ยว แสงดาวอ่อน ๆ เน้นให้เห็นโครงหน้าละเอียดอ่อนของนาง

“นอนไม่หลับหรือ?” แซมเวลล์ถามพลางเดินเข้าไปหา

นาตาลีเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี พร้อมกับพ่นลมหายใจออกเบา ๆ อย่างขัดใจ

“โอ้? ยังโกรธเรื่องเมื่อวานอยู่อีกเหรอ?”

นางฮึดฮัดอีกครั้ง ชัดเจนว่าไม่อยากพูดกับเขา

“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่พาเจ้าไปเยี่ยมปราสาทของตระกูลเดย์น?”

ครั้งนี้นางไม่ตอบ แต่แซมเวลล์รับรู้ได้ถึงความสงสัยของนาง นางอยากรู้เหตุผล แต่ก็ไม่อยากเอ่ยปากถาม

“เพราะเจ้าสวยเกินไป” แซมเวลล์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

เขารู้วิธีปลอบใจผู้หญิงเป็นอย่างดี และแน่นอนนาตาลีถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะแอบเหลือบมองเขาเร็ว ๆ แล้วหันหน้าหนี “โกหก”

“ในฐานะอัศวิน ข้าไม่เคยโกหก” แซมเวลล์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่าคำพูดนั้นจะเป็นคำโกหกก็ตาม

สีแดงเรื่อปรากฏขึ้นบนแก้มนาตาลี ก่อนที่นางจะหันกลับมามองเขา แล้วถามด้วยน้ำเสียงขวยเขิน “แต่ถ้าข้าสวยเกินไป ทำไมถึงเข้าไปในปราสาทไม่ได้ล่ะ?”

“แล้วทำไมเจ้าและแม่ของเจ้าถึงต้องสวมผ้าคลุมหน้าอยู่ตลอด?”

“เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของพวกผู้ชาย . . .” นางพูดเบาลง ก่อนจะชะงักไปเมื่อเข้าใจความหมายของเขา แล้วเม้มปากอย่างไม่พอใจ “แต่ข้าน่าจะใส่ผ้าคลุมหน้าแล้วตามไปกับท่านได้นี่”

“นั่นจะเป็นการเสียมารยาท” แซมเวลล์ส่ายหน้า “อีกอย่าง เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหรือไง ถึงกล้าสวมผ้าคลุมหน้าต่อหน้าลอร์ดของตระกูลเดย์น?”

นาตาลีก้มหน้าลงอย่างน้อยใจ แม้จะรู้ว่าเขาพูดถูก แต่ก็อดรู้สึกเจ็บใจไม่ได้ แต่แปลกที่ภายในใจของนางกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

‘เขากลัวว่าตระกูลเดย์นจะพรากข้าไป . . . หรือว่า . . . ไม่! เขาเป็นขุนนาง ส่วนข้าเป็นเพียงสาวคนเถื่อน พวกเราไม่มีวันอยู่ร่วมกันได้! แต่ว่า . . . บางที . . . ข้าเคยได้ยินเรื่องของขุนนางที่ตกหลุมรักหญิงสาวคนเถื่อน . . .’

หัวใจของนาตาลีเต้นแรงไปด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ทั้งดีใจ เขินอาย และหวั่นวิตกไปพร้อมกัน โดยที่แซมเวลล์ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ก่อให้เกิดพายุความคิดเล็ก ๆ ขึ้นในใจของนาตาลีโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาก็ยังคงจ้องมองไปยังชายฝั่ง

“ว่าแต่ เจ้าหรือคนจากเผ่าครอว์ของเจ้า เคยไปทางนั้นไหม?” แซมเวลล์ชี้ไปยังชายฝั่ง

“หืม?” นาตาลีที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ใช้เวลาสักพักกว่าจะตอบสนอง

“พวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาต่อเทพเจ้าองค์เก่าไม่ใช่หรือ? เจ้ารู้จักป่าแถว ๆ นั้นที่มีต้นวีร์วูดยักษ์ที่ถูกแกะสลักหน้าไว้หรือเปล่า? เผ่าของเจ้าเป็นคนทำหรือ?”

นาตาลีมองไปยังทิศที่เขาชี้ แล้วเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะส่ายหน้า “ข้าจำไม่ได้ว่าเผ่าของเราเคยไปที่นั่น หรือเคยเห็นต้นวีร์วูดมาก่อน แต่ในเทือกเขาเรดเมาน์เทน มีชนเผ่าอื่นที่นับถือเทพเจ้าองค์เก่าเช่นกัน บางทีอาจเป็นพวกเขาที่แกะสลักหน้าบนต้นไม้”

แซมเวลล์ดูผิดหวังเล็กน้อย

“ทำไมเจ้าถึงถามเรื่องนี้?” นาตาลีถามด้วยความสงสัย

แซมเวลล์สูดหายใจลึก ก่อนตอบ “ข้าฝัน . . . ฝันว่าตัวเองบินได้ และข้าเห็นต้นวีร์วูด”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนาตาลีก็ดูแปลกไปเล็กน้อย

ซึ่งแซมเวลล์ก็สังเกตเห็นทันที จึงถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือ?”

“ตอนข้ายังเด็ก ข้าเองก็เคยฝันแบบนั้นเหมือนกัน”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”

“เอ่อ . . .” นาตาลีเงียบไป ไม่ยอมพูดต่อ

แต่แซมเวลล์เริ่มเข้าใจบางอย่าง ในมหาศึกชิงบัลลังก์ แบรน สตาร์ค ก็เคยมีความฝันลักษณะเดียวกัน ซึ่งเขาส่งกระแสจิตเข้าไปควบคุมหมาป่ายักษ์ของเขาได้

สกินเชนเจอร์!

ผู้ที่สามารถส่งจิตสำนึกของตนเข้าไปควบคุมร่างของสัตว์ นี่คือพรสวรรค์ของสกินเชนเจอร์

ทันใดนั้นแซมเวลล์ก็เพิ่งตระหนักได้ว่าในความฝันนั้น เขาอาจจะเข้าไปอยู่ในร่างของนกตัวหนึ่ง! แต่ทำไมเขาถึงเพิ่งมีความสามารถนี้? เท่าที่เขารู้ผู้ที่มีสายเลือดของ ‘บุรุษไร้หน้า’ เท่านั้นจึงจะได้รับพรนี้ และส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่ศรัทธาในเทพเจ้าองค์เก่า

ทันใดนั้นเขานึกถึงหญ้าผีที่เขากินตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ค่าสถานะ ‘พลังจิต’ ของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 1.75 หรือว่านี่คือสาเหตุ? ดูเหมือนสมมติฐานของเขาจะถูกต้องค่าสถานะ ‘พลังจิต’ นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังเหนือธรรมชาติ!

แม้ตอนนี้เขาจะยังควบคุมสัตว์ตามใจไม่ได้ แต่หากค่าสถานะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาอาจเชี่ยวชาญมันได้ในที่สุด ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นความลังเลของนาตาลีเมื่อตะกี้ ทำให้เขาสงสัยว่าบางทีเด็กสาวคนนี้อาจจะเป็น สกินเชนเจอร์ เหมือนกัน!

แซมเวลล์หันไปมองนาง ประสานสายตากับนาง ทำให้ดวงตาสีม่วงของนาตาลีสั่นไหวเล็กน้อย มีแววประหม่าแวบผ่านในเสี้ยววินาที

“ขะ . . . ข้าง่วงแล้ว ข้าจะไปนอนล่ะ ราตรีสวัสดิ์”

เมื่อพูดจบนาตาลีก็รีบวิ่งหนีไปทันที

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 64

คัดลอกลิงก์แล้ว