- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 56
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 56
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 56
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 56 การแสดงอันสมบทบาท
รุ่งเช้าส่องแสงเจิดจ้า ท้องฟ้าโปร่งใส ฝูงชนต่างพากันมารวมตัวที่สนามแข่งม้าของอาร์เบอร์ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ชมการประลอง
ที่ขอบสนาม โฮรัส เรดไวน์กำลังพูดกับแซมเวลล์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “แซมเวลล์ พ่อของข้าจัดหานักรบแทนเจ้าแล้วนะ ทำไมเจ้าถึงดื้อดึงจะลงแข่งเอง?”
แซมเวลล์ซึ่งกำลังพยายามสวมชุดเกราะโดยมีสไควร์คอยช่วยเหลือ ตอบกลับไปว่า “ข้ากำลังต่อสู้เพื่อเกียรติยศของท่านหญิงเดสเมร่า แน่นอนว่าข้าต้องลงแข่งด้วยตนเอง!”
‘ไร้สาระ’ เขาคิดในใจ พวกแลนนิสเตอร์จ่ายมาแล้วถึงห้าพันเหรียญทอง ข้าย่อมต้องเล่นตามบทให้สมจริง
เป็นไงความทุ่มเทของข้าน่ายกย่องหรือไม่?!
โฮรัสเม้มปากแน่น แต่ยังคงพยายามโน้มน้าวเขาต่อไป “ความกล้าหาญไม่ใช่คำตอบเสมอไปนะ แซมเวลล์! เดเวนเป็นหนึ่งในอัศวินที่เก่งที่สุดของตระกูลแลนนิสเตอร์ ข้าเองยังไม่กล้าสู้กับเขาเลย! อย่าคิดว่าแค่ร่างกายเจ้าเข้ารูปขึ้นแล้วเจ้าจะชนะเขาได้ เจ้าจะแพ้ และแพ้แบบหมดรูป!”
“เราจะไม่มีวันรู้ จนกว่าข้าจะลอง” แซมเวลล์ตอบด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
“เจ้าไม่สนใจเลยหรือว่าจะขายหน้าตัวเอง? ช่างเถอะ แต่ข้าไม่อยากให้ตระกูลเรดไวน์ต้องอับอายไปด้วย” โฮรัสกล่าวพลางมองไปยังตราองุ่นสีม่วงบนชุดเกราะที่แซมเวลล์ยืมมา
ใช่แล้ว เกราะหรูหรานี้ตระกูลเรดไวน์ให้เขายืมมา เพราะชุดเกราะของเขาเองเก่าคร่ำคร่าเกินกว่าจะใส่ลงแข่ง มันน่าอับอายเกินไป
“ไม่ต้องห่วง” แซมเวลล์พูดพลางตบเกราะตัวเองเสียงดัง “ข้าจะชนะเพื่อเกียรติของท่านหญิงเดสเมร่า ถ้าทำไม่ได้ ข้าก็ไม่คู่ควรกับนาง!”
โฮรัสตบปากแซมเวลล์เบา ๆ พลางพึมพำกับตัวเองว่า “เจ้าน่ะไม่คู่ควรกับน้องสาวข้าเลยจริง ๆ แต่ถ้าพ่อข้ายืนกรานจะแต่งนางให้เจ้า ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ?”
เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะมี ‘น้องเขย’ เป็นคนแบบนี้ โฮรัสก็ได้แต่คิดว่าจะยากทำให้แซมเวลล์หมดสติ แล้วส่งนักรบแทนลงไปสั่งสอนเดเวน แลนนิสเตอร์แทนเหลือเกิน
หลังจากสวมเกราะเสร็จ แซมเวลล์ก็ก้าวไปขึ้นม้าด้วยท่าทางองอาจราวกับนักรบที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่สงครามอันรุ่งโรจน์ ทำให้โฮรัสที่เห็นเช่นนั้นถอนหายใจ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองที่ขอบสนาม
ทันใดนั้นเสียงฆ้องก็ดังสะท้อนไปทั่วสนาม เมื่ออัศวินทั้งสองควบม้าเข้าสู่ลานประลอง เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่ว
หลังจากควบม้ารอบสนามหนึ่งรอบ ทั้งสองก็เข้าสู่จุดประจำที่ของตน
เหล่าสไควร์รีบวิ่งออกมา พร้อมกับถือหอกยาวมาให้แก่อัศวินของตน แม้จะทำจากไม้ แต่หอกสำหรับการประลองยังคงมีน้ำหนักมากและยาวเกือบยี่สิบฟุต ทำให้การทรงตัวขณะถือมันอยู่บนหลังม้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โชคดีที่แซมเวลล์มีกำลังแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ไม่เช่นนั้นแม้แต่การจับหอกเฉย ๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ และเขาคงอับอายขายหน้าไปแล้วจริง ๆ
ทันใดนั้นเสียงฆ้องดังขึ้นอีกครั้ง อัศวินทั้งสองลดกระบังหมวกของตนลง ก่อนจะกระตุ้นม้าให้พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เสียงกีบม้ากระทบพื้นดังกึกก้อง ฝูงชนกลั้นหายใจ ต่างรอคอยผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้
ปัง!
ไม้แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ หอกปลายแหลมแตกกระจุยเป็นเศษไม้ปลิวว่อน แซมเวลล์ถูกกระแทกจนลอยจากหลังม้าไปกระแทกพื้นอย่างจัง
ฝูงชนอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนเสียงเงียบงันจะถูกแทนที่ด้วยเสียงปรบมือดังกึกก้อง
เดเวนยกกระบังหมวกขึ้น โบกมือให้ผู้ชมอย่างภาคภูมิใจ ซึมซับชัยชนะของตนอย่างเต็มที่ แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงการจัดฉาก และแซมเวลล์ไม่ได้แตะต้องเขาเลยด้วยซ้ำ
“แซมเวลล์! เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
เดสเมร่าวิ่งเข้ามาในสนามคุกเข่าข้างแซมเวลล์ ทำให้เดเวนยิ้มค้างไปทันที
ทำไมกัน?
ข้านี่สิที่เป็นฝ่ายชนะ!
เดเวนรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดด้วยความขัดเคือง แต่เขาก็รีบปลอบตัวเองว่าอย่างไรแซมเวลล์ก็ต้องถอนตัวจากการแข่งขัน และเดสเมร่าย่อมต้องเป็นของเขาแน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนั้นรอยยิ้มแห่งชัยชนะก็กลับคืนมาบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันแซมเวลล์รู้สึกเหมือนหน้าอกของเขาถูกไฟเผา และก้นแทบจะแยกเป็นสองส่วนจากแรงกระแทกของการตกม้า แต่เมื่อคิดว่าการล้มครั้งนี้ทำให้เขาได้เงินถึงห้าพันเหรียญทอง ความเจ็บปวดก็ดูจะทนไหวขึ้นมาหน่อย
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้ามีคนยอมจ่ายเพิ่มอีก เขาคิดว่าเขาน่าจะรับแรงกระแทกแบบนี้ได้อีกสองหรือสามครั้งเลยทีเดียว
“ข้าสบายดี ท่านหญิงเดสเมร่า” แซมเวลล์พยายามลุกขึ้นยืน “ขอโทษที่ทำให้ท่านผิดหวัง”
“ไม่เป็นไรหรอก ทักษะการต่อสู้ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่กำหนดคุณค่าของอัศวิน” เดสเมร่าตอบด้วยรอยยิ้มหวาน พลางพยายามปลอบใจเขา
โฮรัสเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง “ข้าบอกให้เจ้าปล่อยให้อัศวินแทนลงแข่งแล้วไม่ใช่รึ!”
แซมเวลล์ยืดตัวขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ข้าไม่อาจยอมรับความขี้ขลาดได้!”
โฮรัสอึ้งไปครู่หนึ่ง ในขณะที่เดสเมร่ามองแซมเวลล์ด้วยแววตาชื่นชม ทำให้แซมเวลล์ที่เห็นเช่นนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า เดสเมร่านี่เป็นนักแสดงที่เก่งไม่เบา ถ้ามีใครมาเห็นคงคิดว่าพวกเขาเป็นคู่รักวัยเยาว์ที่ผูกพันกันแน่นแฟ้น แต่เขาไม่มีวันลืมแววตาเหยียดหยามที่นางมองเขาเมื่อหกปีก่อน ตอนที่พ่อของเขาพามาที่นี่เพื่อขอหมั้นหมายกับลอร์ดแพ็กซ์เตอร์
ดังนั้นถ้าถามว่านางจะมาตกหลุมรักเขาหลังจากห่างกันไปแค่ไม่กี่ปีจริง ๆ น่ะหรือ? แม้แต่นิยายรักเกรดต่ำก็ยังไม่เล่นเกินจริงขนาดนั้น!
หลังจากกลับไปที่ข้างสนามและถอดชุดเกราะออก เมสเตอร์จากอาร์เบอร์ก็เข้ามาตรวจดูอาการของแซมเวลล์เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง และเมื่อได้รับการยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ แซมเวลล์ก็ตรงไปพบบิดาของเดสเมร่า
“ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านผิดหวัง ท่านลอร์ด”
“ไม่เป็นไร พวกหนุ่มสาวต้องรู้จักความพ่ายแพ้เสียบ้าง จะได้เข้าใจขีดจำกัดของตัวเอง” ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ายังสามารถแต่งงานกับลูกสาวข้าได้ หากเจ้าต้องการ”
แซมเวลล์ทำหน้าซีดเซียว ราวกับหมดหวังในชีวิต “ขออภัย ท่านลอร์ด แต่ข้าไม่คู่ควรกับท่านหญิงเดสเมร่าอีกต่อไปแล้ว”
ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ขมวดคิ้ว แต่พยายามข่มอารมณ์และกล่าวว่า “การแต่งงานของลูกสาวข้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลของการประลองเล็ก ๆ น้อย ๆ และเรื่องว่าใคร ‘คู่ควร’ กับนางหรือไม่นั้น ข้าจะเป็นผู้ตัดสินเอง”
แต่แซมเวลล์ส่ายหัว “ก่อนการประลอง ข้าทำข้อตกลงกับเซอร์เดเวนไว้แล้ว ผู้แพ้จะต้องถอนตัวจากการแต่งงาน คนอื่นอาจมองว่ามันเป็นเรื่องโง่เขลา แต่สำหรับข้า มันเป็นคำสาบานที่ข้าไม่อาจละเมิดได้”
กล่าวจบเขาก็คำนับลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ แล้วหันหลังเดินจากไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“เดี๋ยว!” แพ็กซ์เตอร์เรียกเขาไว้
แซมเวลล์หยุดเดิน “ท่านลอร์ด?”
ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์มองใบหน้าหมองเศร้าของแซมเวลล์ กลั้นความไม่พอใจไว้ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอซื้อสูตรบรั่นดีของเจ้า บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไหร่”
แซมเวลล์ส่ายหัวช้า ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างหนักแน่น “ข้าขออภัยท่านลอร์ด แต่มันไม่ใช่ของที่จะขายได้ อย่างไรก็ตามหากอาร์เบอร์ต้องการช่วยกระจายบรั่นดี ข้ายินดีจะส่งสินค้าให้ในราคาที่ยุติธรรม”
แพ็กซ์เตอร์จ้องแซมเวลล์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยท่าทางยอมแพ้ “ตกลง”
. . .
ที่ท่าเรือ แซมเวลล์และผู้ติดตามของเขากำลังเตรียมตัวออกเดินทาง
แน่นอนว่าไม่มีใครจากตระกูลเรดไวน์มาส่งเขา และท่านหญิงเดสเมร่าก็ไม่ปรากฏตัวเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้แสดงออกว่า ‘ภักดี’ ต่อเขานักหนา มีเพียงสเตฟฟอน แลนนิสเตอร์ และลูกชายของเขา เดเวน ที่มาส่งเขาขึ้นเรือ
“เซอร์ซีซาร์ วางใจเถอะ แลนนิสเตอร์ไม่เคยผิดสัญญา เราจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมากว่าพันปีต้องแปดเปื้อนเพียงเพราะห้าพันเหรียญทอง ข้าได้ส่งอีกาไปยังคาสเตอร์ลีร็อกแล้ว ไม่นานนักเรือบรรทุกทองคำจะออกเดินทางจากแลนนิสพอร์ตมุ่งหน้าไปยังดินแดนของเจ้า”
“ข้ามีความมั่นใจในเกียรติของตระกูลแลนนิสเตอร์เสมอ” แซมเวลล์ตอบด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรก็ตามข้าขอชี้แจงให้ชัดเจน ข้าตกลงเพียงแค่จะถอนตัวจากการแข่งขันเท่านั้น ถ้าหลังจากข้าถอยแล้ว ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ยังคงไม่ยอมยกท่านหญิงเดสเมร่าให้เซอร์เดเวน นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของข้า”
“ฮึ! เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องนั้น!” เดเวนพูดพลางกัดฟัน “ถ้าหลังจากทั้งหมดนี้ ข้ายังแต่งงานกับเดสเมร่าไม่ได้ ข้าจะว่ายน้ำกลับไปที่คาสเตอร์ลีร็อกเอง!”
‘ขอให้เทพเจ้าคุ้มครองให้เจ้าว่ายไปถึงฝั่งโดยปลอดภัยก็แล้วกัน’
ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงอย่างจริงใจ แซมเวลล์จึงภาวนาเงียบ ๆ ให้การเดินทางของเดเวน ก่อนจะหันหลังขึ้นเรือจากไป