เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 55

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 55

ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 55


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 55 ข้อตกลง

“เจ้าจะประลองกับแซมเวลล์ ซีซาร์พรุ่งนี้จริง ๆ หรือ?” สเตฟฟอนมองลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจ

“ใช่แล้ว ท่านพ่อ” เดเวนตอบกลับด้วยอารมณ์เดือดดาล “เจ้านั่นมันบังอาจลบหลู่ตระกูลแลนนิสเตอร์ ข้าจะต้องสั่งสอนมันให้รู้สำนึก!”

สเตฟฟอนถอนหายใจ มองลูกชายอย่างรู้ทัน “อย่ามาอ้างเหตุผลนั้นกับข้าเลย เจ้าแค่ต้องการเอาชนะใจเดสเมร่าใช่ไหม?”

“ก็ได้ ใช่ ข้ายอมรับ” เดเวนตอบเสียงแข็ง

สเตฟฟอนส่ายศีรษะ “ข้ากำลังจะพูดเรื่องนี้กับเจ้าอยู่พอดี พวกเราอยู่ที่อาร์เบอร์มาหลายวันแล้ว แต่ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็ยังไม่ได้ให้คำตอบที่แน่ชัด มันชัดเจนแล้วว่าเขาไม่คิดจะให้เจ้าหมั้นหมายกับลูกสาวของเขา”

“ว่าอะไรนะ!? ทำไมกัน?” ดวงตาของเดเวนเบิกกว้าง เสียงของเขาสูงขึ้นด้วยความตกใจ “เขาคิดว่าข้าไม่คู่ควรกับนางงั้นหรือ? หรือว่า . . . เดี๋ยวก่อน หรือว่าเขามีคนอื่นในใจ . . .”

เมื่อพูดถุงตรงนี้เดเวนก็หยุดพูดทันที เหมือนบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิด ก่อนที่เขาจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ตะโกนเสียงดังจนประตูและหน้าต่างสั่นสะเทือน “เป็นเจ้าอัศวินแห่งรีชคนนั้นใช่ไหม!? เขาคิดจะยกนางให้เจ้าอัศวินบุกเบิกนั่นแทนข้าใช่ไหม!?”

สเตฟฟอนพยักหน้าอย่างปลงตก “ข้าก็คิดเช่นนั้น . . .”

“ทำไม!?” เดเวนเดือดดาลจนเริ่มเดินวนไปมา ราวกับพร้อมจะชักดาบออกมาท้าทายใครบางคน “ข้าด้อยกว่ามันตรงไหน? ข้าไม่ดีพออย่างนั้นหรือ!? ไม่! ข้าไม่ยอมรับเรื่องนี้! พรุ่งนี้ข้าจะเอาชนะมันในการประลอง! ข้าจะทำให้ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์และเดสเมร่าเห็นเองว่าใครคืออัศวินที่แท้จริง!”

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?” สเตฟฟอนย้อนถามอย่างเหนื่อยหน่าย “เจ้าคิดว่าเดสเมร่าเป็นถ้วยรางวัลที่จะแจกให้ผู้ชนะหรือ?”

เดเวนชะงัก หายใจแรงด้วยความโกรธเกรี้ยว

สเตฟฟอนถอนหายใจอีกครั้ง พยายามปลอบโยนลูกชาย “ฟังนะ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เจ้า มันชัดเจนว่าแพ็กซ์เตอร์มีแผนของเขาเอง ข้าได้ลองสืบเรื่องของแซมเวลล์ ซีซาร์ดูแล้ว ข้ายอมรับว่าเรื่องของเขาค่อนข้างแปลกทีเดียว”

“เขาเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลทาร์ลี่ แต่กลับสละสิทธิ์ในมรดกเพื่อไปตั้งรกรากในดินแดนอันกันดารของเทือกเขาเรดเมาน์เทนส์ และไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำให้ที่นั่นเติบโตขึ้นมาได้จริง ๆ แถมตอนนี้ยังมีพวกคนเถื่อนอยู่ใต้การปกครองของเขากว่าหมื่นคน ซึ่งข้าคิดว่าตระกูลไทเรลล์อาจกำลังวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับเขา . . . ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่แพ็กซ์เตอร์อยากได้เขาเป็นลูกเขย”

สีหน้าของเดเวนแข็งกระด้าง “แล้วเราก็ต้องยอมแพ้อย่างนั้นหรือ?”

“ใช่ พรุ่งนี้ข้าจะไปคุยกับลอร์ดแพ็กซ์เตอร์และขอตัวกลับ และสำหรับการประลองระหว่างเจ้ากับแซมเวลล์ ข้าว่าปล่อยมันไปเถอะ ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรที่จะเสียแรงกับเรื่องนี้”

“ไม่! ข้าไม่สนใจ ข้าจะประลองกับมัน ไม่ว่าท่านพ่อจะว่ายังไงก็ตาม!”

สเตฟฟอนขมวดคิ้วมองลูกชายอย่างไม่พอใจ เขาไม่คิดว่าบุตรชายที่โดยปกติแล้วสุขุมและฉลาดของเขาจะกลายเป็นคนวู่วามเพียงเพราะสตรีคนหนึ่ง หรือว่าเขาหลงรักนางจริง ๆ? หรือแค่ความหลงใหลของวัยหนุ่มที่ทำให้ขาดสติ?

ก่อนที่สเตฟฟอนจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ใคร?”

“แซมเวลล์ ซีซาร์ ขอเข้าพบเซอร์สเตฟฟอน”

ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นเดเวนก็หันขวับ ดวงตาแดงก่ำเป็นประกายด้วยโทสะ ขณะที่มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา

“นั่งลง! แล้วควบคุมอารมณ์ของเจ้าซะ!” สเตฟฟอนลุกขึ้นยืนทันที หันไปปรามลูกชายเสียงแข็ง  จากนั้นเขาจึงเปิดประตู

“เซอร์ซีซาร์ มาพบข้าดึกดื่นเช่นนี้ มีธุระอะไรหรือ?”

แซมเวลล์ยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ “ข้าคิดว่าคงควรพูดคุยกับท่านสักหน่อย หากท่านสะดวก”

สเตฟฟอนจ้องมองอัศวินหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณาก่อนจะหลีกทางให้ “เข้ามาสิ”

เมื่อแซมเวลล์ก้าวเข้ามา สิ่งแรกที่เขาเห็นคือสายตาเกลียดชังของเดเวนที่จ้องมา ราวกับอยากจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ

“สวัสดียามเย็น เซอร์เดเวน” แซมเวลล์เอ่ยทัก พลางยิ้มให้อีกฝ่ายขณะนั่งลงตรงข้ามเขา

เดเวนไม่ตอบ และจ้องแซมเวลล์เขม็ง ราวกับคิดว่าแค่สายตาของเขาก็สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้

สเตฟฟอนนั่งลงตรงกลางระหว่างพวกเขา เห็นได้ชัดเจนว่ากังวลว่าลูกชายของเขาอาจคุมอารมณ์ไม่อยู่ “เอาล่ะ เซอร์ซีซาร์ ว่ามาเถอะ ท่านมาพบข้าเพราะเรื่องอะไร?”

“ง่ายมาก ข้ารู้ว่าทำไมท่านถึงมาเยือนอาร์เบอร์ แต่เพื่อให้ท่านไม่ต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้ ข้าจะบอกให้ชัดเจน ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ได้ตัดสินใจแล้วว่าท่านหญิงเดสเมร่าจะหมั้นหมายกับข้า”

คำพูดนี้แทบจะทำให้เดเวนกระโจนออกจากที่นั่ง แต่ก็ถูกมืออันแข็งแกร่งของบิดายึดตัวไว้ทัน

สายตาของสเตฟฟอนมืดลงขณะจ้องมองแซมเวลล์ “งั้นเจ้ามาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ?”

“ไม่เลย” แซมเวลล์ส่ายหัว “ข้าแค่ไม่อยากให้พวกท่านเสียเวลาเปล่า งั้นทำไมเราไม่ยกเลิกการประลองพรุ่งนี้ไปซะ?”

“อ้อ เพราะเจ้ากลัวสินะ?” เดเวนแค่นเสียงเยาะเย้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แซมเวลล์มาถึง

“ไม่ใช่ความกลัว ข้าแค่คิดว่ามันไร้ความหมาย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ท่านหญิงเดสเมร่าก็ยังจะแต่งงานกับข้าอยู่ดี”

“งั้นข้าจะซัดเจ้าจนเลือดอาบให้เป็นบทเรียน!”

แซมเวลล์ถอนหายใจ คล้ายกับยอมจำนน “มันคุ้มค่าจริง ๆ หรือ เซอร์เดเวน? การหาเรื่องกับข้า และโดยนัยแล้วก็หมายถึงลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ เพียงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของเจ้า? เอาเถอะ ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า ข้าจะให้สิบเหรียญทองมังกรถ้าเจ้าถอนตัวจากการประลอง”

ทันใดนั้นทั้งสเตฟฟอนและเดเวนก็ระเบิดหัวเราะออกมาทันที และเมื่อเสียงหัวเราะจางลง เดเวนก็พูดขึ้นมาอย่างเยาะเย้ย “สิบเหรียญทองมังกร? เจ้าคิดจะดูถูกพวกเราหรือยังไง?”

สเตฟฟอนเสริมขึ้น “ตระกูลแลนนิสเตอร์ไม่รับสินบน เซอร์ซีซาร์ พวกเรามีแต่จะเป็นฝ่ายแจกให้ผู้อื่น”

แซมเวลล์ยักไหล่ “ทุกสิ่งล้วนมีราคา เซอร์สเตฟฟอน งั้นบอกมาว่าท่านต้องการเท่าไร?”

สเตฟฟอนส่ายหน้า “บางสิ่งซื้อไม่ได้ด้วยทอง เช่นเกียรติ ถ้าข้าเสนอเจ้าหนึ่งร้อยเหรียญทองมังกรเพื่อให้เจ้าจงใจแพ้พรุ่งนี้ เจ้าจะรับหรือไม่?”

ก่อนที่แซมเวลล์จะตอบ เดเวนก็แทรกขึ้นมา “ท่านพ่อ ข้าไม่ต้องการเงินของท่าน ข้าจะชนะมันด้วยกำลังของข้าเอง!”

สเตฟฟอนยกมือขึ้นเป็นเชิงให้ลูกชายเงียบ เขายังคงจับจ้องแซมเวลล์ ซึ่งดูเหมือนกำลังลังเลกับข้อเสนอ

“อืม . . . ข้าอาจจะพิจารณาก็ได้นะ” ในที่สุดแซมเวลล์ก็พูดขึ้น “อย่างที่ข้าพูดไป ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ท่านหญิงเดสเมร่าก็ยังจะแต่งงานกับข้า งั้นถ้าข้ายอมแพ้ให้เจ้าชนะ มันจะเสียหายอะไร?”

เดเวนสบถ “เจ้าน่าขายหน้าสิ้นดี! เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งอัศวินเลยสักนิด!”

แซมเวลล์ยักไหล่อีกครั้ง “เจ้าคงไม่เข้าใจ แผ่นดินของข้ากำลังต้องการเงินทุนอย่างมาก บางครั้งคนเราก็ต้องประนีประนอม เซอร์สเตฟฟอน ท่านพูดจริงหรือเปล่าเรื่องหนึ่งร้อยเหรียญทองมังกร?”

ทันใดนั้นแววตาแห่งความเข้าใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสเตฟฟอน “ข้าให้เจ้าหนึ่งพัน”

“ท่านพ่อ!” เดเวนมองบิดาของเขาด้วยความตกตะลึง แต่สเตฟฟอนยกมือขึ้นห้าม “หนึ่งพันเหรียญทองมังกร แลกกับการที่เจ้าถอนตัวจากท่านหญิงเดสเมร่าโดยสิ้นเชิง”

“เป็นไปไม่ได้!” แซมเวลล์ประท้วง “ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าข้าจะยอมทิ้งท่านหญิงเดสเมร่าเพียงเพื่อเงินแค่หยิบมือ?”

“สองพันเหรียญทองมังกร” สเตฟฟอนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าบอกเองว่าทุกอย่างมีราคา งั้นให้ราคาของเจ้ามาสิ”

“ไม่!” แซมเวลล์ตอบหนักแน่น “ความรู้สึกของข้าที่มีต่อท่านหญิงเดสเมร่าแน่วแน่มาก!”

แม้จะถูกปฏิเสธ แต่สเตฟฟอนก็จับสังเกตเห็นแววลังเลวูบหนึ่งในดวงตาของแซมเวลล์ ทำให้เขายิ้มอย่างมั่นใจ “สามพัน”

ในฐานะหนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดแห่งเวสเทอรอส ไม่มีใครเข้าใจวิธีใช้ความมั่งคั่งเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการดีกว่าแลนนิสเตอร์

“ได้โปรด อย่าดูถูกความรู้สึกของข้าที่มีต่อท่านหญิงเดสเมร่า” แซมเวลล์กล่าว

“สี่พัน” สเตฟฟอนเสนอเพิ่ม

แซมเวลล์เริ่มดูมีท่าทีลังเลมากขึ้น

“ห้าพัน” สเตฟฟอนขยับเข้าใกล้เล็กน้อย เสียงของเขาต่ำลงแต่ทรงพลัง “เงินจำนวนนั้นเพียงพอที่จะจ้างกองทัพเล็ก ๆ มาปกป้องดินแดนของเจ้า”

หลังจากต่อสู้กับความคิดภายในอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดแซมเวลล์ก็เอ่ย “ตกลง ข้าจะถอนตัว . . . แต่ข้าต้องการหนึ่งหมื่นเหรียญทองมังกร”

“ไม่มีทาง” สเตฟฟอนแสยะยิ้ม “ต่อให้ท่านหญิงเดสเมร่าถูกหล่อขึ้นจากทอง นางก็ยังไม่คุ้มราคานั้น”

“งั้นเราต่อรองกันที่แปดพัน?”

“ห้าพัน”

“เอาล่ะ ๆ งั้นข้าจะลดให้เหลือเจ็ดพัน?”

“ห้าพัน” สเตฟฟอนย้ำเสียงหนักแน่น

เมื่อเห็นว่าไม่อาจต่อรองได้มากกว่านี้ แซมเวลล์จึงแกล้งถอนหายใจอย่างพ่ายแพ้ และหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้า “ตกลง”

เดเวนกระพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น การประลองกลับกลายเป็นการเจรจาซื้อขายไปเสียอย่างนั้น และเขาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความพึงพอใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา เพราะในที่สุดเขาอาจได้ครอบครองมือของเดสเมร่าเสียที แม้ว่ามันจะมีราคาสูงถึงห้าพันเหรียญทองมังกรก็ตาม

จบบทที่ ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 55

คัดลอกลิงก์แล้ว