- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่
- ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 53
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 53
ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 53
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือ แซมเวลล์ ทาร์ลี่ ตอนที่ 53 ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ เรดไวน์
ในบ่ายที่แจ่มใสและปลอดโปร่ง แซมเวลล์กลับมาถึงเดอะอาร์เบอร์อีกครั้ง แม้จะเพิ่งมาเยือนเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่การต้อนรับที่ได้รับในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
ครั้งที่แล้วตระกูลเรดไวน์ส่งเพียงคนรับใช้มารับเขาที่ท่าเรือ ปล่อยให้เขารออยู่ในห้องรับรองตลอดช่วงบ่าย โดยไม่ได้พบลอร์ดแพ็กซ์เตอร์เลยแม้แต่น้อย การปฏิบัติเช่นนั้นถือว่าเย็นชาอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ครั้งนี้ไม่เพียงแค่โฮรัส เรดไวน์ บุตรชายคนโตเป็นผู้มาต้อนรับเขาด้วยตนเอง แต่ยังมีการกันพื้นที่บางส่วนของท่าเรือไว้เพื่อรอรับการมาถึงของเขา โดยมีสมาชิกของตระกูลเรดไวน์หลายคนมาร่วมต้อนรับ และที่หัวแถวของขบวนรับรองก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เดสเมร่า เรดไวน์ บุตรสาวของลอร์ดแพ็กซ์เตอร์เอง ซึ่งการต้อนรับครั้งนี้แทบจะเทียบเท่ากับที่มอบให้ขุนนางชั้นสูงเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามแซมเวลล์เองก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่าตระกูลเรดไวน์ต้องการมากกว่าข้อตกลงการค้าบรั่นดี
ที่ท่าเรือเดสเมร่าก้าวไปข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น “เซอร์แซมเวลล์ น่ายินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง ท่านดูหล่อขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนะ!”
บุตรสาวของลอร์ดแพ็กซ์เตอร์เป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งและสง่างาม ผิวขาวสะอาด และมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แม้จะไม่ใช่ความงามแบบดั้งเดิม แต่เสน่ห์ของนางก็ช่างเจิดจรัส บวกกับความซุกซนจากกระที่กระจัดกระจายบนใบหน้ายิ่งเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับนาง
แซมเวลล์เร่งฝีเท้าเล็กน้อยเพื่อไปพบเดสเมร่า ตั้งใจจะโค้งคำนับตามมารยาท แต่หญิงสาวกลับยื่นมือเรียวอ่อนโยนออกมาต่อหน้าเขา ทำให้เขาหยุดชั่วขณะ ก่อนจะจับมือนางขึ้นมาและจุมพิตปลายนิ้วเบา ๆ อย่างสง่างาม
“ท่านหญิงเดสเมร่า ท่านยังคงงดงามเหมือนเคย” เขาตอบกลับอย่างราบรื่น
เดสเมร่าถอนมือกลับแล้วผายมือเชิญให้เขาตามมา “เชิญค่ะ ท่านอัศวินหนุ่ม บิดาของข้ารอท่านอยู่ในปราสาท”
“เช่นนั้นข้าก็ขอรับคำเชิญด้วยความยินดี”
แซมเวลล์ขึ้นรถม้าหรูหราของตระกูลเรดไวน์ซึ่งพาเขาเดินทางผ่านเดอะอาร์เบอร์ไปยังปราสาท และไม่นานพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูปราสาท
เมื่อก้าวลงจากรถม้า เขาก็ได้รับการต้อนรับจากคนรับใช้ที่ยื่นถาดเงินมาให้ แซมเวลล์รับขนมปังและเกลือที่เป็นประเพณีดั้งเดิมของการต้อนรับ จากนั้นชายชราผู้หนึ่งซึ่งดูคล้ายเป็นพ่อบ้านของที่นี่ก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า “เซอร์แซมเวลล์ ท่านลอร์ดรอท่านอยู่ในห้องรับรอง”
เมื่อพ่อบ้านพูดจบเขาก็เดินนำทางแซมเวลล์เข้าไป และเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องรับรอง แซมเวลล์ก็เห็นชายร่างผอมสูงวัยกลางคนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มือหนึ่งถือจอกเงิน
ชายผู้นี้มีผมบางและผิวหยาบกร้าน ซึ่งทำให้ดูแก่กว่าความเป็นจริง เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวของเขาปักด้วยตราองุ่นสีม่วงของตระกูลเรดไวน์ และมีรัศมีอำนาจแผ่ออกจากตัวเขาอย่างชัดเจน ซึ่งแซมเวลล์ก็จำเขาได้ในทันที ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ เรดไวน์ ขุนนางแห่งเดอะอาร์เบอร์!
แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากที่แซมเวลล์จำได้เลย
“ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ นับเป็นเกียรติที่ได้พบท่าน” แซมเวลล์กล่าวพร้อมโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“เซอร์แซมเวลล์” ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์กล่าวตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางและพยักหน้าเบา ๆ พร้อมผายมือไปที่โต๊ะ “ไม่ต้องพิธีรีตองนักหรอก”
“ขอบคุณท่านลอร์ด” แซมเวลล์กล่าวอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะรินไวน์ใส่แก้วของตนเอง และก้าวไปยืนข้างลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ มองออกไปนอกหน้าต่าง
ซึ่งแซมเวลล์สัมผัสได้ถึงสายตาที่เฉียบแหลมของอีกฝ่ายกำลังพิจารณาตัวเขาอย่างชัดเจน และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็กล่าวขึ้นว่า “บางครั้ง ข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าคือแซมเวลล์ ทาร์ลี่ คนเดิมที่ข้าเคยรู้จักจริงหรือไม่”
แซมเวลล์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบว่า “ตอนนี้ ข้าคือแซมเวลล์ ซีซาร์แล้ว ท่านลอร์ด”
ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ยิ้มบาง ๆ ปล่อยให้เรื่องนั้นผ่านไป ก่อนจะหันกลับไปมองออกนอกหน้าต่าง
จากจุดนี้พวกเขาสามารถมองเห็นสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสัน ที่นั่นเดสเมร่ากำลังจิบน้ำชากับเหล่าสหายของนาง ในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีเรือนผมสีบลอนด์อันโดดเด่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนตระกูลเรดไวน์
แม้เขาจะอยู่ไกลเกินกว่าที่แซมเวลล์จะเห็นรายละเอียดใบหน้าได้ แต่คำพูดของลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็ช่วยไขข้อข้องใจให้กับเขา
“เจ้าจำชายหนุ่มที่นั่งจิบชากับเดสเมร่าได้หรือไม่?”
“ข้ากลัวว่าจะจำไม่ได้ ท่านลอร์ด” แซมเวลล์ตอบตามตรง
“เขาคือเดวอน แลนนิสเตอร์ บุตรชายของสเตฟฟอน แลนนิสเตอร์”
“บุตรแห่งสิงโต” แซมเวลล์พึมพำ พลางสังเกตเส้นผมสีทองที่ส่องประกายของชายหนุ่มคนนั้น
ที่ท่าเรือแซมเวลล์ได้เห็นธงที่มีสิงโตคำรามของตระกูลแลนนิสเตอร์ แต่เขาคิดว่าเป็นเพียงเรือค้าขายจากคาสเตอร์ลีร็อกเท่านั้น เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีสมาชิกของตระกูลแลนนิสเตอร์อยู่บนเรือจริง ๆ
แม้เขาจะจำสเตฟฟอน แลนนิสเตอร์ไม่ได้จากเรื่องราวดั้งเดิม ซึ่งอาจเป็นเพียงตัวละครรอง แต่เขาจำเดวอน แลนนิสเตอร์ได้ดี ชายผู้กลายเป็นนักรบผู้เกรียงไกรและภายหลังบัญชาการกองกำลังแห่งเวสเทอร์แลนด์ที่ริเวอร์รัน หลังจากการตายของไทวิน เดวอนยังได้รับการแต่งตั้งจากราชินีเซอร์ซีให้เป็นผู้พิทักษ์แห่งแดนตะวันตกอีกด้วย
แม้ตำแหน่งนี้อาจเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างเซอร์ซีกับลุงของนาง เคแวน แลนนิสเตอร์ แต่มันก็เป็นหลักฐานถึงความสามารถและความคู่ควรของเดวอน แต่ถึงอย่างนั้นแซมเวลล์ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเดวอนมีธุระอะไรที่เดอะอาร์เบอร์
ซึ่งลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก็อธิบายให้เขาเข้าใจในไม่ช้า “สเตฟฟอนมาที่นี่เพื่อจัดการแต่งงานระหว่างบุตรชายของเขา เดวอน กับบุตรสาวของข้า เดสเมร่า”
ในที่สุดแซมเวลล์ก็เข้าใจความหมายของคำพูดของลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเขายังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง พลางยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้น ต้องขอแสดงความยินดีด้วยท่านลอร์ด ข้าได้ยินว่าเซอร์เดวอนเป็นอัศวินที่ยอดเยี่ยม”
ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์มองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ไม่จำเป็น ข้าตั้งใจจะปฏิเสธ”
“น่าเสียดายจริง ๆ” แซมเวลล์ตอบด้วยท่าทีเสียดายที่ผ่านการขัดเกลาอย่างดี
“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงปฏิเสธตระกูลแลนนิสเตอร์?”
“ข้ามั่นใจว่าท่านลอร์ดย่อมมีเหตุผลของท่าน”
แซมเวลล์ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดคิดว่าลอร์ดแพ็กซ์เตอร์ปฏิเสธแลนนิสเตอร์เพราะต้องการให้เขาแต่งงานกับเดสเมร่าแทน แถมเจตนาของแพ็กซ์เตอร์ก็ชัดเจนกว่าที่เขาแสดงออกมาก
แม้ว่าเดวอนจะเป็นชายที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็เป็นเพียงสมาชิกของสาขาย่อยของตระกูลแลนนิสเตอร์ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์คงไม่มองข้าม แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือท่านหญิงโอเลนน่ากำลังวางหมากเพื่อทำให้มาร์เจอรีเป็นราชินีโดยการสนับสนุนเรนลีย์ บาราเธียน ผู้ที่อ่อนต่อโลก
และถ้าหากแผนนี้สำเร็จ ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลไทเรลล์กับแลนนิสเตอร์จะต้องพังทลาย แม้ว่าเรนลีย์จะเป็นเพียงหุ่นเชิดของโอเลนน่า แต่ตระกูลไทเรลล์ย่อมต้องถูกดึงเข้าไปพัวพันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเนื่องจากตระกูลเรดไวน์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลไทเรลล์ พวกเขาก็คงจะได้รับผลกระทบเช่นกัน
ดังนั้นลอร์ดแพ็กซ์เตอร์จึงไม่มีทางยกบุตรสาวของตนให้กับครอบครัวที่ดูเหมือนจะกลายเป็นศัตรูกับเดอะรีช ด้วยเหตุนี้แซมเวลล์จึงไม่ได้หลงตัวเองคิดว่าตระกูลแลนนิสเตอร์ถูกปฏิเสธเพราะเขา
อย่างไรก็ตามเขายังคงสงสัยว่าทำไมแพ็กซ์เตอร์ถึงยืนกรานที่จะชักนำบทสนทนาไปในทิศทางนี้ แพ็กซ์เตอร์คงไม่คิดจริง ๆ ว่าเขาจะยอมแต่งงานกับเดสเมร่า หรือว่าเขาแค่ใช้เรื่องนี้เป็นเหยื่อล่อ?
เมื่อเห็นว่าแซมเวลล์ยังคงทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ ลอร์ดแพ็กซ์เตอร์จึงกล่าวออกมาตรง ๆ ในที่สุด “เอาล่ะ แซมเวลล์ เข้าเรื่องกันเถอะ เจ้าต้องการแต่งงานกับบุตรสาวของข้าหรือไม่?”